LOGINตอนที่ 2 ข้าก็มีหัวใจ
ฝ่ามือที่แสนจะหยาบกระด้าง จับจูงลูกชายเข้าไปยังเรือนอย่างไม่ไยดีอีก เมื่อครู่นางแผดเสียงใส่เขา คงทำให้ลูกชายตกใจแล้ว จ้าวหย่งเล่อถูกมารดาจูงเข้ามาก็ไม่ถูก จะต้องเรียกว่าลากเขามาถึงจะถูกต้อง ท่านแม่ที่อ่อนแอคนนั้นหายไปไหน ทำให้ลูกชายยืนงงอยู่เป็นนาน
ฟางหรงจัดหายามาทาบนแก้มของลูกชาย เห็นขึ้นเป็นรอยฝ่ามือนึกโมโหนัก นางค่อย ๆ ทายาที่มีส่วนผสมของบัวหิมะและยังมีรากของสมุนไพรหลายอย่าง ด้วยเพราะตระกูลของนางเป็นหมอมาหลายรุ่น
จ้าวหย่งเล่อกระตุกแขนเสื้อของท่านแม่ “ท่านแม่ เมื่อครู่ท่านตีหัวท่านพ่อยอดเยี่ยมไปเลยขอรับ” เด็กชายรู้เพียงแค่ว่า เขาอยากเห็นมารดาโกรธเช่นนี้อีก ปกติส่วนมากก็เห็นเอาแต่เคร่งเครียด ทำงานไม่หยุดหย่อน เวลาจะพักเอนหลังสักงีบก็หาได้มีไม่
“เจ้านี่นะ” ใครจะทนไหวกัน มาถึงก็ลงมือกับลูกชายของนาง “ทีหลังอย่าพูดจาเช่นนั้นกับท่านพ่ออีกเข้าใจหรือไม่” ฟางหรงอย่างไรก็ต้องสอนสั่งลูกชาย
“ก็เขาทำให้ท่านแม่ปวดใจนี่นา ข้าทนไม่ได้หรอก ดูท่านย่าสิยังอดโมโหไม่ได้เลย ท่านปู่ก็อีกคนยังอดที่จะก่นด่าท่านพ่อไม่ได้ด้วยซ้ำ” หย่งเล่อคล้ายว่าเบาใจนัก มีแต่คนเข้าข้างมารดาของตน เขายืดอกดูภูมิใจนักหนา
“ผู้ใหญ่จะทำอะไรย่อมคิดอ่านให้รอบคอบ แม่มีปากเสียงกับท่านพ่อเจ้าก็เพราะรักเล่อเอ๋อร์มาก” นางเองก็เช่นเดียวกัน หากเขายังยืนยันคำเดิม นางจะขอหย่ากับเขาเอง คิดเพียงแค่จะพาลูกชายออกท่องเที่ยวโลกกว้าง ยังดีกว่าอยู่เห็นภาพบาดตาบาดใจระหว่างพวกเขาทั้งสอง
ถังม่านชิงกำลังทำแผลให้ท่านแม่ทัพ มีท่านหมอมาดูอาการให้แล้วว่าไม่หนักหนา ก็แค่...หัวแตกธรรมดาเสีย เขายังนึกแค้นเสียใจแทนคุณชายน้อยเลย รู้เช่นนี้ยุแยงให้ฮูหยินหยิบกระบี่ฟันให้หัวแบะไปแล้ว
มีอย่างที่ไหนกัน เข้าบ้านวันแรกก็ก่อเรื่องเสียแล้ว เสียทีเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ กลับถูกสตรีทำให้หลงใหล หลงลืมภรรยาที่อยู่เฝ้าจวน ดูแลพ่อแม่สามีเป็นอย่างดี บ้านเรือนก็จัดการให้อย่างดีเยี่ยม ท่านแม่ทัพมีตาแต่หามีแววไม่
“ท่านแม่ทัพเจ็บมากหรือไม่เจ้าคะ” ม่านชิงนึกไม่ถึงว่าฮูหยินของท่านแม่ทัพจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ และเจ้าเด็กเหลือขอนั่นอีกกล้าดีอย่างไรมาต่อว่านาง “พี่สาวก็กระไร บิดาสั่งสอนลูกนั้นถูกแล้ว นางให้ท้ายเช่นนี้สักวัน”
“หุบปากเน่า ๆ ของเจ้าไปซะ มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น อย่าริอ่านมาออกความคิดเห็นในจวนของข้า!” หลิวซื่อตวาดใส่อย่างไม่ชอบใจนัก
“หัวแตกแค่นี้ยังน้อยไป หากเป็นข้าละก็ จะเอากระบี่ตัดหัวเจ้าไอ้ลูกชั่ว” หลิวซื่อกระแทกไม้เท้าอย่างไม่พอใจ “โง่งมนัก หากหรงเอ๋อร์ล้มป่วยอีก เจ้าจะต้องรับผิดชอบ!” นางรักลูกสะใภ้คนนี้มาก เอ็นดูเปรียบดั่งลูกสาวอีกคน
แม่ทัพจ้าวยิ่งปวดหัวรุนแรงเข้าไปใหญ่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดท่านแม่และท่านพ่อของเขาจะต้องปกป้องนางขนาดนั้น อันที่จริงเมื่อก่อนเขาก็รักนาง แต่เมื่อรู้ว่า นางทำทุกอย่างเพื่อจะให้ได้เขามา
เขารู้สึกสะอิดสะเอียนนักและเริ่มไม่พอใจ จนกระทั่งในวันเข้าหอ นางกล้าวางยางปลุกกำหนัด หากไม่พลาดพลั้งเสียท่า ก็คงไม่มีลูกชายโดยที่เขาไม่รู้เสียด้วยซ้ำไป
“ท่านแม่ ถึงอย่างไรหลังจากสิ้นเดือนเอ้อร์เยว่ ลูกก็จะแต่งงานกับชิงเอ๋อร์” เขายังคงยืนกรานคำเดิม ทำให้ถังม่านชิงดีใจเป็นไหน ๆ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ทอดทิ้งนาง และก็มั่นใจเป็นแน่ว่าท่านแม่ทัพไม่ได้รักภรรยา
“เหอะ อยากเห็นข้าตายเร็วใช่หรือไม่ ไอ้ลูกไม่รักดี!” หลิวซื่อหน้าดำหน้าแดงเพราะโกรธจนควันออกหู อยากจะมีกระบี่ในมือเสียเหลือเกิน จะได้ตัดหัวลูกชายที่ไม่รู้จักคิด
ท่านหมอเห็นว่าบรรยากาศในห้องอึดอัดนัก จึงได้ขอตัวกลับจวนก่อน เมื่อเดินออกมาก็พบฮูหยินเข้าให้ นางระบายยิ้มอ่อนหวาน รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอมนัก เหตุใดท่านแม่ทัพจึงได้หมางเมินเช่นนี้
“ท่านหมอเดี๋ยวข้าจะไปส่งนะเจ้าคะ” ฟางหรงกล่าวขึ้นมา ในห้องของสามียังคงมีปากเสียงกัน เรื่องของนางและเขา
“ฮูหยิน ทำใจได้หรือท่านแม่ทัพยืนกรานหนักแน่นเช่นนั้น” รู้ว่าเป็นเรื่องภายใน แต่เขาก็อดเห็นใจไม่ได้ ฮูหยินน้อยคนนี้เป็นคนน้ำใจงดงามนัก ภรรยาของเขาคลอดลูกสาว นางก็ส่งของขวัญมาให้ บรรดาฮูหยินที่ฮูหยินน้อยรู้จักก็มักจะมีของขวัญส่งไปให้เสมอ
“หากท่านแม่ทัพ ยืนยันเช่นนั้น ข้าก็คงจะคัดค้านไม่ได้เจ้าค่ะ” น้ำเสียงของนางแผ่วลง ดวงตานั้นดูโดดเดี่ยวนัก
ท่านหมออดสงสารไม่ได้ จึงได้เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง “ฮูหยิน จะทำอะไรก็ควรคิดให้ดี สตรีใดเล่าอยากให้สามีของตนมีภรรยาเพิ่ม ข้าเองเป็นบุรุษแท้ ๆ ยังรักเดียวใจเดียว ชายในแคว้นอู๋หลายคนก็เป็นเช่นข้า อีกอย่างข้าน่ะแก่แล้ว อดเห็นใจฮูหยินน้อยไม่ได้จริง ๆ”
ท่านหมอปาดเหงื่อขึ้นมา แม้ว่าอากาศจะหนาวจัดเพียงใด แต่ใจของเขาร้อนรุ่มและสงสารไป๋ฟางหรงนัก นั่นเพราะนางมีความสามารถโดดเด่น จนกระทั่งก่อนที่นางจะแต่งงาน ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“หากมีสักวันที่ข้าจะต้องเดินออกไป ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรบกวนท่านหมอช่วยเหลือ” ฟางหรงคิดว่าในชาตินี้นางก็คงจะหมดวาสนากับเขาแล้ว หากนางเดินจากเขาไปก็คงจะมีแต่เสียงโห่ร้องยินดี ในจวนก็คงจะได้ไม่ต้องถกเถียงกันเช่นนี้ เป็นเพราะนางดื้อดึงเกินไป
“ข้ายินดี อย่างไรเสียข้ากับท่านพ่อของฮูหยินน้อยก็รู้จักกันมานาน หากท่านหมอไป๋ไม่จากไปเสียก่อน ก็คงจะคิดเช่นเดียวกันกับข้า” ท่านหมอกล่าวขึ้นอย่างจริงใจ
“เจ้าค่ะ อากาศหนาวเช่นนี้ท่านหมอเดินทางระวังด้วย” เมื่อนางส่งท่านหมอขึ้นรถม้าแล้ว รูปร่างผอมแห้งของนางช่างดูน่าสงสารนัก ใบหน้าดูเหมือนอิดโรย แต่กระนั้นก็ไม่อาจทำให้ท่านแม่ทัพหนุ่มแน่นหันมาสนใจภรรยาอยู่ดี
เขายืนกอดอกพิงเสาประตูดูแผ่นหลังของนาง ที่เห็นสะท้านเพราะความหนาวไอเย็นเข้ามาปะทะ นางสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาว เหมือนกับลูกชายของเขา ใบหน้าของชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าอีกครั้ง เมื่อยามได้สบตาคู่งามเข้าให้ เขารีบเสมองไปทางอื่นทันใด
ผ้าสีขาวที่พันบนหัวเขาไว้ น่าจะมาพันที่ปากเขาด้วย ฟางหรงนึกแค้นนัก หากรู้เช่นนี้นางจะกรอกยาพิษให้เขากินจะได้ไม่ต้องมาพูดมากให้รำคาญใจ สายตาคู่นั้นไม่เคยมองมาที่นางสักครั้ง กระทั่งนางเดินผ่านและหยุดเดินเลยเขาไปเพียงแค่เล็กน้อย
“ท่านพี่” ฟางหรงมองเขาด้วยสายตาแห่งความหวัง ขอให้เขาพูดจาดี ๆ กับนางสักครั้ง บอกรักนางสักคำเพียงแค่นั้น นางยินดีทุกอย่างจะให้นางทำงานดูแลจวน จนตัวตายนางก็ยินดี ขอเพียงแค่ให้เขามองมาที่นางบ้าง
“อย่ามาเรียกเสียงอ่อนเสียงหวาน ข้าสะอิดสะเอียนเจ้า” จ้าวหย่งคังกล่าวขึ้น มองดวงหน้าที่ดูเศร้า ใจก็สงสาร แต่นึกแค้นนักนางเจ้าเล่ห์เพทุบายหลอกลวงให้เขารักและสุดท้ายนางก็ทำเพื่อหวังจะเป็นฮูหยินแห่งจวนตระกูลจ้าว
“ช่างเสแสร้งเก่งนัก!”
“ท่านพี่บอกข้าได้หรือไม่ ว่าข้าทำอะไรผิดต่อท่านนักหนา ท่านถึงได้เมินเฉยเย็นชาใส่ข้า พูดจาไม่รักษาน้ำใจข้าบ้าง อย่างไรข้าก็เป็นภรรยาของท่านนะ”
“เจ้าช่างกล้าพูด” เขาจับท่อนแขนของนาง บีบเข้าให้ ทำให้นางเจ็บปวดนัก สีหน้าของนางยังคงสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ จู่ ๆ ดวงตาของนางก็ค่อย ๆ มีม่านน้ำตาปกคลุมและมันก็ไหลลงมาจนได้
จ้าวหย่งคังเห็นเช่นนั้นก็ตกใจนัก หัวใจของเขาที่แข็งกระด้างอ่อนยวบยาบเข้าให้ เขาปล่อยแขนนาง แล้วยืดมองนางอีกครั้ง จึงได้กล่าวขึ้นมาอีกหน “มารยานัก เสแสร้งเก่งขนาดนี้ บอกมาเจ้าต้องการอะไรกันแน่ ท่านพ่อท่านแม่ข้า เจ้าทำอะไรพวกเขาถึงได้รักเจ้าและต่อต้านข้าเช่นนี้”
“ในสายตาของท่าน ข้าไม่ดีขนาดนั้นเชียวรึ ในสายตาของท่านยังมีที่ว่างให้ข้าบ้างหรือไม่ หรือว่าที่แล้วมานั้นล้วนเป็นข้าที่คิดฝ่ายเดียว เป็นข้าเองที่หลอกลวงตนเอง ข้าเจ็บ ข้าปวดและข้า ก็มีหัวใจไม่ต่างจากท่าน”
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล
ตอนที่ 35 ข่มขู่แม่ทัพจ้าวออกเดินทางเสียเดี๋ยวนั้น ไป๋ฟางหรงกับลูก ๆ รวมถึงคนอื่น ๆ ร่วมด้วยแม่ยายและท่านลุงภรรยา บิดาและมารดาของแม่ทัพจ้าว ออกมาส่งเขาที่ประตู ร่ำลากันอีกครั้งด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวนัก เขาหันหลังกลับมามองหน้าภรรยา และลูก ๆ หลายครั้ง จนกว่าจะไม่เห็นพวกเขาแล้วฟางหรงจับจูงลูก ๆ ทั้งส
ตอนที่ 34 ร่ำลาท่านลุงประมุขแห่งหุบเขาไป๋หรง แอบไปสำรวจเส้นทางของการล่าสัตว์ในวันพรุ่งนี้ เขาจับกระต่ายป่ามาได้ด้วยมือเปล่า เห็นว่ามันน่ารักดี เหมาะกับหลานสาวของตนยิ่งนัก สีหน้าเบิกบานขึ้นมาทันใด รีบทะยานกายมาในจวนของหลานสาวอย่างว่องไว ใช้เวลาจากป่าใหญ่นั่นไม่นานก็มาถึงเขากระโดดลงมาพรึ่บเดียวเท่า
ตอนที่ 33 ฟางหลินบีบน้ำตาจ้าวหย่งคัง นำตัวคนร้ายกลับมาด้วย ส่วนท่านลุงประมุขนั้นก็กลับไปที่จวนของฟางหรง จ้าวหย่งคังจัดการธุระ และกราบทูลรายงาน จากนั้นก็ได้พบใบหน้าของถังม่านชิงอีกครั้งและคราวนี้ถังม่านชิงเปลี่ยนไปเช่นเดิม นางปรี่เข้ามาหาแม่ทัพจ้าว กอดขาร้องขอความเป็นธรรม ด้วยเพราะถูกสตรีนางหนึ่งเ
ตอนที่ 32 คู่กัดคนร้ายสวมชุดดำอำพรางใบหน้าเอาไว้ครึ่งล่าง ชิงลงมือกัดยาพิษจบชีวิตลงไปในที่สุด ด้วยเพราะแม่ทัพจ้าว ตามชายคนนี้ได้ทัน และมีท่านลุงเจ้าสำนักมาร่วมด้วยอีกคน เขาสำรวจเสื้อผ้าของชายคนนี้ และหาหลักฐานในตัวของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่พบอันใดเห็นพิรุธเพียงแค่ รอยถูกนาบด้วยแผ่นเหล็ก เป็นสัญญาลักษ







