Masukตอนที่ 3 หยุดเอาไว้เพียงแค่นี้
น้ำเสียงตัดพ้อต่อว่าของนาง ทำให้จ้าวหย่งคังตะลึงอ้ำอึ้งคล้ายคนเป็นใบ้ จะจับข้อมือของนางก็ไม่กล้า เพียงแค่เห็นแผ่นหลังที่แสนบอบบางอ่อนปวกเปียกนั่นเดินเข้าไป จู่ ๆ ก้อนน้ำแข็งในใจของตนก็รู้สึกคล้ายกลับมามีบางอย่างกระแทกเข้าให้
ในจังหวะที่ไป๋ฟางหรงเดินเข้าไปก็พบเข้าให้กับถังม่านชิง ว่าที่ฮูหยินรอง “พี่สาว ท่านนี่เก่งจริง ๆนะ มัดใจท่านแม่กับท่านพ่อเสียอยู่หมัด ท่านทำได้ ข้าเองก็ทำได้ คอยดูว่าข้าจะทำให้ท่านกลายเป็นคนที่ถูกลืม”
ม่านชิงแสยะยิ้มเล็กน้อย จากนั้นเมื่อเห็นว่าท่านแม่ทัพเดินมา ก็จับข้อมือของฟางหรงเอาไว้ รีบบีบน้ำตาให้ไหลลงมาอย่างทันใด นางแอบจิกเล็บลงบนฝ่ามือของฟางหรง “พี่สาว ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ต่อไปนี้ข้าจะไม่ซักถามอะไรให้ท่านรำคาญใจอีกแล้ว” นางแสร้งกล่าวขึ้นมาเท่านั้น เพื่อให้อีกฝ่ายหลงกลนาง
ไป๋ฟางหรงสะบัดแขนออกจากการกอบกุมของนางเพราะเจ็บ จากนั้นนางก็เห็นว่าสามีรีบก้าวเท้ามารับตัวนางแพศยาเอาไว้ได้ทัน “พี่สาวเหตุใดจะต้องทำร้ายข้าด้วย” นางรีบซบลงแผงอกของท่านแม่ทัพจ้าวหย่งคังเข้าให้
“เจ้าทำอะไรนางเพียงเท่านี้ก็ถึงขั้นทำร้ายนางเชียวรึ” นึกไม่ถึงว่านางจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ น้องน้อยที่น่ารักอ่อนหวานคนนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงแค่นางปีศาจร้ายยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา
ฟางหรงได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้ ช่างบาดใจนัก มันเหมือนกับคมมีดกรีดเข้ามากลางใจนาง นางยิ้มเยาะตนเองที่โง่เขลามองคนผิดไปจริง ๆ นางยิ้มอย่างขมขื่นและกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด “หากข้ากล่าวปฏิเสธ ท่านแม่ทัพก็ไม่เชื่อข้าอยู่ดี”
“เพราะเจ้ามันเป็นคนที่ชอบโกหกหลอกลวงอย่างไรเล่า” เขาประคองถังม่านชิงเอาไว้ เห็นนางร้องไห้เขาก็ปวดใจนัก แต่ทว่าเห็นดวงตาของนางที่มองมา เขาก็รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก
“ท่านแม่ขอรับ” จ้าวหย่งเล่อเดินออกมาตามหามารดา เขาจามมาหลายครั้งจนน้ำมูกไหลเยิ้มออกมา นางเห็นลูกชายเป็นเช่นนี้ จึงได้ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งเช็ดน้ำมูกให้ลูกชาย ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเป็นจ้าวหย่งคังมอบให้นางเองกับมือ
หย่งคังเห็นผ้าผืนนั้นจดจำได้ดีในช่วงเวลาที่เขารักนาง แต่ตอนนี้เขากำลังชิงชังนาง เห็นนางกระทำทุกอย่างก็คิดเพียงแค่ว่าเป็นแผนของนางเท่านั้น
“พวกเรากลับเรือนกันเถิด อากาศหนาวเช่นนี้อย่าออกมารับไอเย็นเลย ท่านแม่ยิ่งไม่สบายอยู่ด้วย และยังมีคนมาทำให้ท่านแม่กลัดกลุ้มใจอีก” จ้าวหย่งเล่อ นิสัยไม่เหมือนใคร เขาไม่ชอบใครก็มักจะพูดตรง ๆ และการพูดของเขาก็ดูเหมือนจะเหน็บแนมบิดาเข้าให้
หย่งคังเห็นลูกชายเกลียดชังก็นึกโมโหนัก “ข้ารึทำให้แม่เจ้ากลัดกลุ้ม เป็นนางเองที่รังแกชิงเอ๋อร์เพราะความริษยา”
“ท่านแม่ทัพอย่าได้ต่อว่าพี่สาวเลยเจ้าค่ะ ข้า...ข้าไม่อยากเห็นพวกท่านทะเลาะกัน” ทีท่าของนางนั้นราวกับลูกแมวน้อยที่หวาดกลัวราชสีห์ จนต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในอ้อมกอด นางแอบช้อนสายตาและลอบยิ้มเล็กน้อยก่อนจะจางหายไปทันใด
ฟางหรงชะงักงัน ทวนคำพูดของเขาขึ้นมา เป็นนางหรือที่ริษยา เป็นนางหรือที่หาเรื่องสตรีของนาง ที่แท้นางเป็นเพียงแค่ความว่างเปล่า หาใช่สตรีที่เขาดูแลในอ้อมกอดไม่ นางสำเหนียกตนเองได้แล้ว นางยอมแล้ว และจะยอมจริง ๆ
“ท่านแม่อย่าไปฟังคำพูดของท่านแม่ทัพเลย” จ้าวหย่งเล่อกล่าวขึ้น แต่ทว่าทำให้ฟางหรงสะท้านไปทั้งตัว
“เล่อเอ๋อร์ ห้ามพูดจาเช่นนี้อีกนะ” ฟางหรงนางกำลังกลัวว่าลูกชายของนางจะมีอคติกับบิดา “เป็นแม่ต่างหากที่จิตใจคับแคบ” ฟางหรงไม่รู้จะกล่าวอันใดดี นางอ่อนใจเหลือเกิน เกรงว่าลูกชายจะชิงชังบิดาเข้าไส้
“หาใช่เช่นนั้นไม่ ท่านแม่ของข้าใจดีที่สุด ทำงานตัวเป็นเกลียวขนาดนี้ พักผ่อนก็น้อย ยังดูแลท่านย่าและท่านปู่ ยังดูแลไปถึงบ่าวรับใช้ในจวนนี้ มีแต่ท่านพ่อเท่านั้นที่ตาบอด” หย่งเล่อหาใช่เด็กที่ไร้ความคิด ท่านอาจารย์ยังออกปากชมเชย มิหนำซ้ำยังได้ร่ำเรียนกับองค์ชายทั้งหลายอีกด้วย เขาทั้งฉลาดเฉลียวเก่งกาจ มีแต่คนชื่นชมว่าคิดอ่านนั้นเกินตัวนัก
หย่งคังถูกม่านชิงประคองเข้ามายังเรือนนอนของตน เมื่อก้าวเท้าเดินเข้ามาในห้อง ก็พบว่าสาวใช้กำลังยืนรอเขาอยู่ “นายท่าน สำรับได้จัดให้นายท่านกับแม่นางถังอยู่ในห้องนี้แล้วเจ้าค่ะ ส่วนแม่นางถังจะพักในห้องนี้เกรงว่าจะถูกครหา ดังนั้นจึงให้พักยังห้องติดกับฮูหยินใหญ่”
“ขอบใจเจ้ามาก เดี๋ยวที่เหลือข้าจัดการเองไปเถอะ ข้าดูแลท่านแม่ทัพได้” ถังม่านชิงกล่าวขึ้นมา
แม่ทัพจ้าวมองเห็นอาหารวางอยู่บนโต๊ะ มีแต่ของที่เขาชมชอบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อปลา และไก่ ยังมีน้ำแกงที่เขาชมชอบอีกด้วย เขาชิมน้ำแกงปลาเข้าให้ รสชาตินี้เป็นของฟางหรงที่ทำขึ้นมา เขานึกถึงวันเก่า ๆ นางหอบหิ้วเขาอาหารมาให้เขายังค่ายฝึก
ไม่ว่าจะเดินทางไกลสักเพียงใด นางก็หอบของกินมาให้เขา บำรุงเป็นอย่างดี นางตัวเล็ก ๆ เพียงเท่านั้น แต่ถึงเป็นเช่นนั้นเขาเห็นถึงความพยายามของนาง ที่จงใจเอาอกเอาใจเขาสุดตัว ก็เริ่มไม่ชอบใจนางที่เห็นหน้า เข้าให้ คิดเพียงแค่นางจงใจทำทุกอย่างก็เพื่อหวังผลประโยชน์จากเขาและจากตระกูลจ้าวทั้งสิ้น
“ท่านพี่ อาหารแม่ครัวที่นี่ช่างอร่อยนัก” ม่านชิงเห็นเขานิ่งค้าง ตะเกียบยังอยู่ในมืออยู่เลย และดูเหมือนว่ากำลังเหม่อลอยชอบกล
“หากอร่อยก็กินให้มากเล่า คราวหน้าเอาไว้ ข้าจะสั่งให้แม่ครัวทำให้กับข้าวที่เจ้าชอบให้บ้างดีหรือไม่” หย่งคังกล่าวขึ้นมา รู้สึกว่าเหมือนมีบางอย่างกัดกินก้อนเนื้อหัวใจของเขา มันเจ็บแปลบ ๆ อย่างชอบกลนักและไม่เข้าใจอย่างยิ่ง ว่าเหตุใดเขาจะต้องนึกถึงเรื่องเก่า ๆ อีก
“ท่านพี่” ฟางหรงนางจะใช้ความพยายามครั้งสุดท้าย “ข้าเอาขนมหวานมาให้เจ้าค่ะ” นางลืมความโกรธที่มีต่อเขาไปสิ้น นางกำลังทำใจให้เผชิญหน้ากับความจริง
“ไม่ต้อง ข้าไม่ชอบของหวาน” น้ำเสียงดุดันนั่นดังกังวานไม่น้อย ขนมของโปรดของเขาแต่ก็เลือกที่จะปฏิเสธความหวังดีของนาง
ฟางหรงสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ คล้ายว่าเขากำลังตะคอกนาง “เจ้าค่ะ” ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปเสียด้วยซ้ำก็ถูกตวาดออกมาแล้ว
ม่านชิงรีบเดินออกมา “พี่สาว ไหน ๆ ท่านก็มาแล้ว มารับอาหารด้วยกันสิเจ้าคะ” คำเสแสร้งนั่น ยิ่งกระตุ้นให้ท่านแม่ทัพมองเห็นความจริงใจของถังม่านชิง
เพล้ง!
ถาดขนมหวานและถ้วยนั่นตกแตกไม่เหลือชิ้นดี ม่านชิงร้องไห้ขึ้นมา “พี่สาว เหตุใดต้องใจร้ายขนาดนี้ ข้าไม่เคยคิดกับท่านอย่างมีอคติสักนิด แต่เหตุใดจะต้องลงมือทำแบบนี้ด้วย”
จ้าวหย่งคังก้าวเท้าออกมา พบว่าขนมนั้นหกเต็มพื้นไปทันใด สาวใช้กำลังจะอ้าปากพูดความจริง แต่ฟางหรงส่ายหน้าให้พวกนางเงียบปากเสีย ถึงอย่างไรสามีของนางก็ไม่เคยเห็นนางมีความจริงใจให้เขาสักนิด
“ช่างก่อเรื่องนัก ต่อไปนี้ไม่ต้องมาดูแลข้าอีก ออกไปซะ” เขาเหลือบตามองนางเล็กน้อย เห็นนางสะดุ้งตกใจกับคำพูดของเขา นางห่อตัวลงด้วยความน่าเห็นใจนัก แต่ทว่าในสายตาของเขานางช่างเสแสร้งหลอกลวง นางแสร้งทำเป็นภรรยาที่แสนดี เพื่อทำให้เขากลายเป็นคนโง่เขลาในสายตาคนอื่น เป็นที่หัวเราะขบขันให้ผู้คนในเมืองหลวง
“ต่อไปนี้ อย่างไรข้าก็มีชิงเอ๋อร์ดูแล เจ้าไม่ต้องมายุ่มย่ามจัดการอันใดให้ข้าอีก เพราะถึงอย่างไรข้าจะแต่งงานกับนาง” น้ำเสียงของเขายังคงหนักแน่น เหลือบมองนางกำลังเก็บเศษถ้วยที่แตกด้วยมือตนเอง
น้ำเสียงของเขาทำให้นางสะดุ้งและเผลอหยิบถ้วยกระเบื้องที่แตกและถูกมันบาดนิ้วเข้าให้ หย่งคังชะงักรีบปล่อยม่านชิงออก และจับปลายนิ้วของนางขึ้นมาอย่างหลงลืมตน เมื่อสบตาเข้ากับฟางหรงเห็นนางระบายยิ้มอ่อน ก็คิดไม่ดีใส่นางอีก
ฟางหรงเมื่อครู่ดีใจนักหนา จนทำให้หัวใจอันเจ็บปวดได้รับการเยียวยา นางจึงได้ยิ้มแย้มเมื่อเห็นว่าเขาก็ยังรักนางอยู่ ไม่ถึงอึดใจเดียว จ้าวหย่งคังกล่าวขึ้นมาด้วยถ้อยคำสะเทือนใจอีกครั้ง “นี่ก็เป็นแผนลวงข้าอีกสินะ”
ความรักของนางที่มีต่อเขามันช่างดูไร้ค่าเสียจริง นางยิ้มเยาะให้กับความโง่งมและดื้อดึงของตนเอง ฟางหรงช้อนสายตามองคนทั้งคู่ที่ตระกองกอดกันอย่างอบอุ่น แต่นางกลับกอดความอ้างว้างเหน็บหนาวเอาไว้ตลอดระยะเวลาเกือบหกปี
ฟางหรงยืนตัวตรง วางท่าทีเย็นชาทันใด แม้จะเจ็บปวดแทบกระอักเลือดออกมาก็ตามที และน้ำเสียงที่นางใช้กับเขาก็ดูห่างเหินนัก นางระบายยิ้มอย่างขมขื่น กล่าวขึ้นมาด้วยหัวใจแหลกสลายไปแล้ว
ดวงตาคู่สวยของนางกำลังสั่นระริกวูบไหวอัดแน่นไปด้วยความทรมานอย่างลึกซึ้ง นางกลืนก้อนความเจ็บปวดเอาไว้ แต่ทว่ามันจุกอยู่ลำคอของนาง กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ก็ทรมานนัก
“หลังจากเดือนเอ้อร์เยว่ไปแล้ว ท่านแม่ทัพยืนกรานจะแต่งแม่นางถังเข้ามาเป็นภรรยา ข้าล้วนไม่ขัดข้อง ข้าไม่ควรขัดขวางความรักของพวกท่านทั้งสอง อย่างไรข้าก็ขอแสดงความยินดีด้วยเจ้าค่ะ หลังจากนี้ไปแล้วก็คงจะมีแต่ความสุขกันถ้วนหน้า”
‘และยกเว้นเพียงแค่ข้าคนเดียวที่เจ็บช้ำพอแล้ว ข้าเจ็บพอแล้ว ข้าจะไม่ฝืนแล้ว ต่อไปนี้ข้าควรจะหยุดเอาไว้ หยุดหัวใจเอาไว้เพียงเท่านี้’
ตอนพิเศษ ท่านอ๋องและมู่หลันอู๋เมิ่งซาน ท่านอ๋องรูปงาม นามก็เพราะวันนี้เป็นวันมงคล ดังนั้นในพระตำหนักจึงได้ครึกครื้นนัก ปกติแล้ว ท่านอ๋องมิชอบความครื้นเครงเช่นนี้ หากแต่ว่าวันนี้กำลังจะมีภรรยาเสียที เมื่อเช้าขบวนรับเจ้าสาว มีสินสมรสมอบให้นางยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตารถม้าคันใหญ่โตโอ่อ่า งดงามและหรูหราอย่างไม่เคยมีมาก่อน เรื่องสมรสครั้งนี้เล่าลือว่า เดิมทีนั้นเป็นคุณหนูหลิวเดินหน้าไปขอหมั้นหมาย หากแต่วันแต่งงานกลับเป็นท่านอ๋องส่งขบวนสินสมรสมากมาย เหล่าชาวบ้านพากันยืนดูสองข้างทาง มองตั้งนานก็ยังไม่เห็นปลายขบวนเสียทีสตรีนางหนึ่งเห็นขบวนยาวเหยียดเช่นนี้ นึกอิจฉายิ่งนัก สตรีนางหนึ่งก็หน้าตาบูดบึ้ง เกิดมาก็เพิ่งจะรู้ว่า ท่านอ๋องเป็นคนแสนดีเช่นนี้ เหล่าหญิงสาวพากันเสียดายนักหนา บางคนก็อยากจะเป็นสตรีผู้โชคดี แต่ทว่าท่านอ๋องประกาศกร้าวก่อนแต่งงาน ตำหนักของเขาจะไม่มีสตรีอื่นใดนอกจากหลิวมู่หลันเท่านั้นพิธีในช่วงเช้าเป็นไปอย่างเรียบร้อย ก็เหลือเพียงแค่พิธีเข้าหอของเขาเท่านั้น ตัวของท่านอ๋องปกติมักเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย ไม่เคยแย้มยิ้มพูดคุยกับผู้ใดมากความ หากแต่วันนี้เป็นวันมงคลทำให้อู๋เมิ่งซานแย้ม
ตอนพิเศษ ห้องนอนของแม่ทัพจ้าวแสงเทียนสว่างไสววูบวาบอยู่ไม่น้อยนัก หน้าต่างถูกเปิดเอาไว้เพื่อรับสายลมที่พัดผ่านเข้ามา บรรยากาศในห้องนอน ช่างดูอบอวลไปด้วยความรัก เมื่อแม่ทัพจ้าว ค่อย ๆ บรรจงจุมพิตภรรยาที่หน้าผากมน ก่อนจะเลื่อนมาจุมพิตเป็นดวงตาทั้งสองข้างอย่างเท่าเทียมกัน จากนั้นก็ทาบทับลงริมฝีปากนุ่มนิ่มของนางฝ่ามือหนาคลึงเคล้าซาลาเปานุ่มมือ ช่างทำให้ฟางหรงเริ่มไม่เป็นตัวของตนเอง ใบหน้าของนางเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นร้อนหยอกเย้านางเข้าให้ นางรู้สึกราวกับจะขาดใจ เมื่อปลายลิ้นร้ายกาจหยอกเย้า กระหวัดรัดรึงร้อนแรงสลับกับอ่อนโยนหวานหอมฝ่ามือหนายังคงหยอกเย้าเต้างาม ก่อนจะค่อย ๆ แบะสาบเสื้อของนางออก เผยให้เห็นเนินอวบอิ่ม เสียงหวานของภรรยาเริ่มร้องครางแว่วหวานออกมาเบา ๆ ก็ยิ่งกระตุ้นให้ผู้เป็นสามีเร่งปรนเปรอดึดดูดลิ้นร้อนเล็ก ๆ ของนางอื้อ เสียงหวานร้องอื้ออ้าไม่เป็นภาษา ฝ่ามือเรียวของนางสวมกอดเข้าที่ต้นคอของสามี ยอดถันงดงามเผยต่อสายตาของชายหนุ่ม เขาปลดสายคาดเอวและเสื้อของนางออกทีละชิ้น ทีละชิ้น จนเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏต่อสายตาของเขาฝ่ามือหนาลูบไล้เรียวขาของนาง สัมผัสตรงไ
ตอนที่ 55 สำนึกผิดองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ไม่ได้มีจิตใจโหดเหี้ยมตั้งแต่กำเนิด องค์ชายรองผู้นี้ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะเรียกร้องให้บิดา หรือฮ่องเต้แคว้นเฉิงสนพระทัยเขาบ้าง นั่นเพราะกำเนิดจากพระสนมขั้นผิน ชีวิตในวังล้วนแล้วแต่ต้องแย่งชิงอำนาจมีท่านอาชินอ๋องเป็นที่พึ่ง คล้ายกับว่าเป็นบิดาอีกคน ความคิดอันตื้นเขินจึงทำให้องค์ชายรอง ทำเรื่องชั่วช้าไม่อาจให้อภัย เมื่อถูกจ้าวฟางหลินสอนสั่ง ใบหน้านั้นมีบาดแผล แต่แววตาของเขากำลังสำนึกผิดหาได้แค้นเคืองนางไม่เขาเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง เห็นเด็กชายคนที่ถูกพิษเล่นงานฟื้นขึ้นมา พลันใบหน้าที่ห่อเหี่ยว แต่ทว่าหล่อเหลาแย้มยิ้มขึ้นอย่างดีใจ เขาคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้น ทำให้เหล่าผู้คนมากมายที่อยู่ในห้อง ต่างหันมองเป็นตาเดียวกัน“คุณชายจ้าว ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว ข้าเฉิงจิ่งเจี้ยน ทำผิดคิดร้าย หวังลอบสังหารท่านแม่ทัพจ้าว ชาตินี้มีความผิดติดตัว ขอคำนับคุณชายจ้าวเป็นการขอโทษ”“สายเลือดมังกรสูงส่งถึงขั้นโขกหัวให้หลานชายข้า น่าหัวเราะสิ้นดี” เจียงจินจู นั่งจิบชาอย่างสบายใจ เหยียดยิ้มอีกฝ่ายเข้าให้ “โชคดีที่หลานข้าไม่ถึงแก่ชีวิต หากเขาเป็นอะไรขึ้นมา ชีวิตเจ้าย่อมส
ตอนที่ 54 ถอนพิษในที่สุดจ้าวหย่งเล่อก็ได้รับยาถอนพิษ แต่ก็ต้องแลกกับตัวประกัน นั่นก็คือองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ทว่าผู้ที่นำยารักษามาให้นั้นเป็นท่านอาของเขา เป็นท่านอ๋องแคว้นเฉิง รูปงามไม่เบา อายุเพิ่งจะยี่สิบแปดใบหน้าของเขาดูหล่อเหลานัก และยังเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาอีกด้วย ผิดกับองค์ชายรองอย่างลิบลับท่านอ๋องผู้นี้มิได้รู้มาก่อนว่าหลานชายของเขาได้แอบขโมยยาพิษมา แต่ทว่าเพื่อรักษาอาการต้องพิษร้ายแรงนี้ เขาจึงได้เดินทางมาด้วยตนเอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ถูกพิษของแมงมุมดำเป็นเพียงแค่เด็กน้อยใบหน้าน่ารักคนหนึ่งท่านอ๋องถึงกับโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ “รู้หรือไม่ที่เจ้าทำมันหมายถึงอันใด มันจะกลายเป็นสงครามระหว่างแคว้น ช่างไม่มีหัวคิด คอยดูกลับไปข้าจะรายงานเรื่องทั้งหมดเอง” ท่านอ๋องผู้นี้ค่อนข้างรักความสงบ แต่ทว่าเขาชื่นชอบการรักษาและยังเป็นผู้คิดค้นพิษร้ายแรงเอาไว้อีกด้วยนั่นก็เพราะเกรงว่าสักวันหนึ่ง ฮ่องเต้ซึ่งเป็นพี่ชายอาจจะได้รับพิษร้าย และไม่มีหนทางการรักษา ด้วยเพราะแคว้นเฉิงไม่ค่อยสงบ คลื่นลมในราชสำนักก่อตัวขึ้นไม่เว้นวัน คาดว่าองค์ชายรองที่มาสร้างเรื่องที่แคว้นอู๋จะต้องมีขุนนางบางคนหนุนหลังเป็
ตอนที่ 53 ฟางหลินปากหวานองค์ชายรองเฉิงจิ่งเจี้ยน ยกมือกอบกุมลำคอที่ร้อนผ่าว ราวกับถูกเพลิงแผดเผาเข้าให้ ดวงตาของเขาเถลือกถลนและท่าทางลนลานนัก เขานั่งลงบนพื้น เกาะปลายเท้าของหญิงสูงวัย ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับมีโลหิตอยู่ในกระบอกตาทั้งสองข้าง“ข้าบอกแล้ว บอกแล้ว” น้ำเสียงกล่าวขึ้นปนความหวาดกลัวจับใจ ใบหน้าขององค์รองช่างดูตื่นตระหนกกับเรื่องที่ตนเองประสบพบเจอ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าทำร้ายเขาเช่นนี้มาก่อน “ข้าขโมยมาจากท่านอาของข้า”“ยาถอนพิษอยู่ไหน อยู่กับใคร” เจียงจินจูตวาดเสียงดังกล่าวถาม นางยกมือขึ้นเท้าเอวทั้งสองข้าง คล้ายดั่งแจกันหยกมีหู สีหน้าของนางบิดเบี้ยวไม่พอใจมากโข พร้อมจะลงมือสังหารองค์ชายรองคนนี้ให้สิ้นชีวิตภายในพริบตา หากเขาเล่นตุกติก นางไม่ปล่อยให้มีชีวิตรอดกลับไปแน่“อยู่กับท่านอา ข้าไม่ได้เอามาด้วย ข้าก็แค่ขโมยมาเท่านั้น ไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงขนาดนี้” จิ่งเจี้ยนรีบร้อนกล่าวขึ้นมา ใบหน้าปูดบวมแดงช้ำอยู่ไม่น้อย อีกทั้งเมื่อครู่ยังถูกสตรีผู้นี้นำยาพิษให้เขากินอีกด้วย “ข้าไม่ได้โกหกแน่นอน” เขากล่าวหนักแน่น แววตาอ้อนวอนอย่างสุดซึ้ง“ถอนพิษให้ข้าก่อน ข้ายังไม่อยากตาย”
ตอนที่ 52 ท่านยายเล่นงานแม่ทัพจ้าวนำทหารกลุ่มหนึ่งไปล้อมที่จวนตระกูลถังเอาไว้ เขาส่งรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านทางม้าเร็วไปก่อนหน้านี้ก็หลายวันแล้ว คิดเสียว่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงหลังจากสะสางภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดนั้นจบลง แต่เรื่องราวมิได้ง่ายปานนั้นเมื่อแม่ทัพจ้าวมาถึงจวนตระกูลถัง ก็ไม่พบชายชราคนนั้นแล้ว เห็นทีว่าเขาคงหนีไปได้ไม่ไกลนัก ยังมีอีกกลุ่มที่กำลังซุ่มโจมตีแม่ทัพจ้าวอยู่ในจวนตระกูลถัง ยังไม่ทันไร ชายชุดดำราวสักยี่สิบคนก็ทะยานลงมา ในมือพวกเขาถืออาวุธไว้ทุกคนแม่ทัพจ้าว สวมชุดดำหน้ากากสีดำอำพรางใบหน้าของตนเองเอาไว้ มีสายคาดหน้าผากเป็นสีขาว พวกพ้องของแม่ทัพจ้าว แต่งกายเช่นเดียวกัน ไม่ถึงอึดใจ จวนตระกูลถังก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตไหลเป็นทางเปรอะเปื้อนไม่น้อยนักส่วนลานกว้างกลางเมืองนั้น ผู้ที่ปลอมตัวเป็นแม่ทัพจ้าว เขาถูกปลดออกจากการพันธนาการแล้ว เขายืนเต็มความสูง บิดกายไปมาคล้ายว่ายืดเส้นยืดสายเสีย แววตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันใด กระบี่คมกริบมันวาววับ ยามสะท้อนกับแสงของพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้วอยู่ในมือของตนหลิวมู่ฉวนดึงหน้ากากเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง “ยินดีด้วย พวกเจ้าถูกหล
ตอนที่ 35 ข่มขู่แม่ทัพจ้าวออกเดินทางเสียเดี๋ยวนั้น ไป๋ฟางหรงกับลูก ๆ รวมถึงคนอื่น ๆ ร่วมด้วยแม่ยายและท่านลุงภรรยา บิดาและมารดาของแม่ทัพจ้าว ออกมาส่งเขาที่ประตู ร่ำลากันอีกครั้งด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวนัก เขาหันหลังกลับมามองหน้าภรรยา และลูก ๆ หลายครั้ง จนกว่าจะไม่เห็นพวกเขาแล้วฟางหรงจับจูงลูก ๆ ทั้งส
ตอนที่ 34 ร่ำลาท่านลุงประมุขแห่งหุบเขาไป๋หรง แอบไปสำรวจเส้นทางของการล่าสัตว์ในวันพรุ่งนี้ เขาจับกระต่ายป่ามาได้ด้วยมือเปล่า เห็นว่ามันน่ารักดี เหมาะกับหลานสาวของตนยิ่งนัก สีหน้าเบิกบานขึ้นมาทันใด รีบทะยานกายมาในจวนของหลานสาวอย่างว่องไว ใช้เวลาจากป่าใหญ่นั่นไม่นานก็มาถึงเขากระโดดลงมาพรึ่บเดียวเท่า
ตอนที่ 33 ฟางหลินบีบน้ำตาจ้าวหย่งคัง นำตัวคนร้ายกลับมาด้วย ส่วนท่านลุงประมุขนั้นก็กลับไปที่จวนของฟางหรง จ้าวหย่งคังจัดการธุระ และกราบทูลรายงาน จากนั้นก็ได้พบใบหน้าของถังม่านชิงอีกครั้งและคราวนี้ถังม่านชิงเปลี่ยนไปเช่นเดิม นางปรี่เข้ามาหาแม่ทัพจ้าว กอดขาร้องขอความเป็นธรรม ด้วยเพราะถูกสตรีนางหนึ่งเ
ตอนที่ 32 คู่กัดคนร้ายสวมชุดดำอำพรางใบหน้าเอาไว้ครึ่งล่าง ชิงลงมือกัดยาพิษจบชีวิตลงไปในที่สุด ด้วยเพราะแม่ทัพจ้าว ตามชายคนนี้ได้ทัน และมีท่านลุงเจ้าสำนักมาร่วมด้วยอีกคน เขาสำรวจเสื้อผ้าของชายคนนี้ และหาหลักฐานในตัวของผู้ก่อเหตุ แต่ก็ไม่พบอันใดเห็นพิรุธเพียงแค่ รอยถูกนาบด้วยแผ่นเหล็ก เป็นสัญญาลักษ







