เข้าสู่ระบบรถเอสยูวีสีดำแล่นมาตามถนนคุณเส้นเล็กที่ราบเรียบผ่านประตูไร่ ‘ภูสรวง’ ออกไป สองข้างทางมองเห็นไร่ชากว้างใหญ่
“ไร่คุณชื่อภูสรวงเหรอ” ฟ้าพราวถามพลางหันหลังกลับไปมองป้ายชื่อไร่ขนาดใหญ่ให้ชัดๆ อีกที “คุณตั้งเองหรือเปล่า”
“ใช่ ถามทำไม” เจ้าของไร่ที่ขับรถอยู่ถามเสียงกระด้าง
“ชื่อเพราะ ความหมายก็ดี”
“รู้เหรอว่าแปลว่าอะไร”
“ภูแปลว่า ‘ดิน’ ส่วนสรวงก็แปลว่า ‘ฟ้า’ ตรงกับชื่อของเราสองคนพอดีเลย ดินกับฟ้า”
“สองคำนี้แปลได้หลายความหาย” ภูริดลแย้งหน้าตึง ไม่ชอบใจที่เธอทึกทักแปลความหมายเข้าข้างตัวเอง
“ไม่รู้แหละ ฉันชอบความหมายนี้ เหมาะแล้วที่เป็นชื่อไร่ของเรา”
“ของเรา” ชายหนุ่มกระตุกหัวคิ้วเข้าหากันอย่างข้องใจ
“ก็คุณบอกเองว่าสามีภรรยาก็เหมือนคนคนเดียวกัน เพราะฉะนั้นไร่ของคุณ ก็ต้องเป็นไร่ของฉันด้วยสิ”
“กะจะมาฮุบสมบัติผมหรือไง”
“ถ้าจะฮุบ ฉันไม่เอาแค่ไร่ชานี่หรอก ฉันจะเอาโรงแรมของคุณด้วย โรงแรมหรูระดับหกดาว ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกต่างหาก” ฟ้าพราวแกล้งพูดเล่นไปอย่างนั้นเอง แต่ดูเหมือนคนฟังจะแยกแยะไม่ออก เพราะเขาของขึ้นอีกแล้ว
“ฝันไปเถอะ อย่างคุณหญิงเป็นแค่คุณนายไร่ชากระจอกๆ ก็ดีถมไปแล้ว”
ฟ้าพราวเริ่มปรับตัวเข้ากับคนอารมณ์ฉุนเฉียวได้บ้างแล้วจึงไม่สะทกสะท้าน เธอรู้แล้วว่า ต่อให้เขาอาละวาดฟาดงวงฟาดงามากแค่ไหน เขาก็ไม่ทำร้ายเธอ อย่างมากก็แค่พูดจาหยาบคายกวนโมโหเท่านั้นเอง
หญิงสาวเบื่อจะเถียงกับเขาแล้ว เธอเลิกชวนคุยแล้วมองทิวทัศน์สองข้างทางไปเรื่อยเปื่อย แล้วเอะใจเพราะถนนเส้นนี้ราบเรียบ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อเหมือนถนนเส้นที่เขาพาเธอมาเมื่อคืนนี้เลยสักนิด “นี่ไม่ใช่ทางที่เรามาเมื่อคืนนี้นี่”
“เมื่อคืนเราเข้าทางหลังไร่ เส้นนี้เป็นถนนหน้าไร่”
“เมื่อคืนคุณแกล้งพาฉันไปทางที่มันลำบากเหรอ” เธอทำเสียงกระเง้ากระงอดทว่าน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกินในความรู้สึกของคนมอง
“ผมไม่ทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอก” เมื่อวานเขาขับรถไปกลับ กรุงเทพ-เชียงราย เหนื่อยจะตาย ไม่มีเวลาไปคิดแกล้งใครหรอก “เข้าทางหลังไร่มันเร็วกว่า”
“อ๋อเหรอ” ฟ้าพราวพยักหน้ารับแล้วนั่งเงียบไปพักใหญ่เพราะไม่รู้จะชวนเขาคุยเรื่องอะไรแล้ว เธอเอนหลังพิงเบาะแล้วมองท้องฟ้าสีน้ำเงินสดใสที่มีก้อนเมฆรูปทรงแปลกตากระจายตัวอยู่ประปรายเบื้องหน้าอย่างสบายใจ “ฟ้าสวยจัง”
ภูริดลหันมามองหญิงสาวข้างตัวที่กำลังจ้องมองท้องฟ้าด้วยรอยยิ้มน่ารักแล้วเผลอพูดกับตัวเองเบาๆ “สวยมาก”
ภรรยาของเขาสวยมากจริงๆ ยิ่งมองก็ยิ่งสวย
ภูริดลพาฟ้าพราวมาซื้อของให้ ‘ที่รัก’ ที่ห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองเชียงรายซึ่งมีร้านขายของใช้สำหรับแมวโดยเฉพาะ หญิงสาวเลือกซื้อของอย่างเพลิดเพลินจนลืมระวังตัว เดินสะดุดเกือบหกล้มหน้าคะมำ โชคดีที่สามีซึ่งคอยหิ้วตะกร้าใส่ของเดินตามหลังคว้าเอวไว้ได้ทันก่อนเจ็บตัว
“ระวังหน่อยสิ” คนเป็นสามีดุเสียงเข้ม
ฟ้าพราวก้มมองเท้าตัวเอง เห็นว่าเชือกรองเท้าผ้าใบหลุดจึงก้มลงจะผูกเชือกรองเท้าใหม่แต่ภูริดลจบไหล่เธอให้เงยหน้าขึ้นมาแล้วย่อตัวลงผูกเชือกรองเท้าให้พลางส่งสายตาดุดันไปยังชายแก่หัวล้านลงพุงที่แอบมองภรรยาของเขาอยู่ที่มุมหนึ่ง ชายแก่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินหลบออกไป
ภูริดลยืดตัวขึ้นแล้วถอดเสื้อแจ็คเก็ตยีนของตัวเองออกมาคลุมไหล่ให้ฟ้าพราวแล้วดึงสาบเสื้อเข้ามาชิดกัน ปกปิดเนื้อหนังเธอไว้ทั้งตัว “วันหลังห้ามใส่แล้วนะชุดสายเดี่ยวเปิดหน้าเปิดหลังแบบนี้ คอเสื้อก็กว้าง จะก้มก็ระวังด้วย หรือว่าเป็นพวกชอบโชว์”
“จะบ้าเหรอ” เธอทำหน้าง้ำใส่เขา “เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องดุเลย แล้วชุดนี้ก็ไม่ได้โป๊ะสักหน่อย ปกติฉันก็แต่งตัวแบบนี้อยู่แล้ว ท่านพ่อไม่เห็นว่าอะไรเลย”
“พ่อไม่ว่า แต่ผัวไม่ชอบ” เขาดุเสียงแข็งจนพนักงานในร้านแอบทำหน้าสงสารฟ้าพราว “แล้วนี่ได้ของครบหรือยัง”
“ครบแล้ว คุณไปหาที่นั่งรอข้างนอกก็ได้ ฉันจ่ายเงินเสร็จแล้วจะตามออกไป” ฟ้าพราวหยิบตะกร้าที่วางอยู่ที่พื้นขึ้นมาแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน รอจนพนักงานสแกนบาร์โค้ดครบทุกชิ้นแล้วแจ้งยอดเงินที่ต้องชำระ จากนั้นก็ยื่นบัตรเครดิตให้
“บัตรถูกระงับนะคะ รูดไม่ได้” พนักงานส่งบัตรเครดิตคืนให้
“งั้นลองใบนี้นะคะ” ฟ้าพราวส่งบัตรเครดิตอีกใบให้
“ใบนี้ก็รูดไม่ได้เหมือนกันค่ะ”
“ลองอีกใบนะคะ ใบนี้เป็นบัตรเดบิต รูดได้แน่นอน”
พนักงานรับบัตรไปเสียบกับเครื่องรูดบัตรแล้วถอดออกมาส่งคืนให้ “ยอดเงินคงเหลือในบัตรไม่พอชำระค่าสินค้าค่ะ”
“อ้าว...เหรอคะ” ฟ้าพราวเริ่มจะหน้าชาด้วยความอับอาย เกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน “เท่าไหร่นะคะ ฉันจ่ายเงินสดก็ได้”
“สี่พันเก้าร้อยสี่สิบบาทค่ะ”
หญิงสาวเปิดกระเป๋าเงินดูแล้วทำหน้าจ๋อยสนิท เพราะมีเงินสดติดกระเป๋าอยู่แค่ห้าร้อยกว่าบาท “เงินไม่พอ ฉันขอคืนของก็แล้วกันนะคะ ขอโทษด้วยที่ทำให้เสียเวลา”
“ไม่เป็นไรค่ะ” พนักงานตอบรับด้วยรอยยิ้มแล้วเตรียมขนของไปเก็บ แต่ทันใดนั้นเสียงเข้มๆ ของภูริดลก็ดังขึ้น
“เอาทั้งหมดนั่นแหละ ใส่ถุงเลย” หนุ่มชาวไร่ยื่นบัตรเครดิตสีดำหรือที่เรียกอีกอย่างว่า ‘แบล็คการ์ด’ แบบที่พนักงานมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นบัตรเอกสิทธิ์เฉพาะ ‘คนรวย’ ผู้ที่จะถือบัตรระดับนี้ได้ ต้องมีเงินหรือสินทรัพย์อยู่กับกับธนาคารเจ้าของบัตรขั้นต่ำสองร้อยล้านบาท และจะต้องเป็นผู้ที่ถูกเชิญจากสถาบันการเงินนั้นๆ โดยเฉพาะอีกด้วย
“รับไปสิ” ภูริดลย้ำเสียงหนักเมื่อเห็นพนักงานเอาแต่มองหน้าเขาสลับกับบัตรเครดิตในมืออย่างไม่แน่ใจว่าเขาเป็นเจ้าของบัตรจริงหรือไม่ จะให้พนักงานไว้ใจได้ยังไง ในเมื่อการแต่งตัวและหนวดเครารกรุงรังบนหน้าของเขาไม่บ่งบอกความเป็นเศรษฐีเลยสักนิด
“ค่ะๆ” พนักงานรับบัตรไปรูดแล้วส่งบัตรคืนพร้อมกับสลิปให้ภูริดลเซ็น จากนั้นจึงส่งถุงของทั้งหมดให้ชายหนุ่มอย่างนอบน้อมเพราะเกรงใจเงินในบัญชีของเขา
ปกติถ้าไม่จำเป็น ภูริดลจะไม่ยอมใช้บัตรเครดิตใบนี้เลยแต่วันนี้เขาอยากลองใจภรรยาผู้สูงศักดิ์ ว่าถ้าเห็นเงินของเขาแล้วจะตาวาวขนาดไหน แต่เธอไม่สนใจเลยสักนิด แถมยังบอกว่าจะคืนเงินค่าซื้อของให้เขาอีก
“ฉันจะโทร. ไปถามท่านพ่อว่าทำไมบัตรเครดิตรูดไม่ได้ เพราะบัตรสองใบนี้เป็นบัตรเสริมของท่านพ่อ ถ้าเคลียร์เรียบร้อยแล้วฉันจะคืนเงินให้คุณนะ” ฟ้าพราวหยุดคิดนิดหนึ่งแล้วพูดต่อ “ฉันขอเงินท่านพ่อมาใช้หนี้คุณก่อนดีกว่า ไม่อยากมีอะไรติดค้างกัน”
“ไม่ต้อง” คนที่หิ้วของใช้แมวเต็มสองมือบอกเสียงกระด้าง “เงินที่พ่อคุณมีอยู่ตอนนี้ก็เงินผมทั้งนั้น คุณหญิงจะเอาเงินผมมาใช้หนี้ผมเนี่ยนะ ใช้ตาตุ่มคิดเหรอ”
“แต่ฉันเกรงใจคุณ ไม่อยากใช้เงินคุณ”
“เอาเป็นว่า ของทั้งหมดนี่ ผมซื้อให้ไอ้แมวอ้วนนั่นก็แล้วกัน ไม่ได้ซื้อให้คุณหญิง”
“ยังไงฉันก็เกรงใจคุณอยู่ดี” ฟ้าพราวบอกเสียงเบาอ้อมแอ้มด้วยความเกรงใจมากจริงๆ
“อย่าเรื่องมาก น่ารำคาญ จะซื้ออะไรอีกมั้ย”
“ไม่ซื้อแล้ว ไม่มีเงิน”
“คุณหญิงไม่มี แต่ผัวคุณหญิงมี อยากได้อะไรก็ไปเลือกเอา เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ผมจ่ายให้เอง”
ฟ้าพราวได้ยินแล้วปรี๊ด เลือดขึ้นหน้า เธอเท้าเอวสองข้างเงยหน้ามองเขาท่าทางขึงขัง “ไม่ต้องมาอวดรวยกับฉันเลยนะ เงินมันหาง่ายนักหรือไง คุณต้องเก็บใบชากี่ใบถึงจะได้เงินแต่ละบาท หรือว่าสมองไหลไปอยู่ที่ตาตุ่มหมดแล้วเลยคิดไม่ได้”
“ด่าผมเหรอ” ภูริดลอยากจะขย้ำคนตัวเล็กให้จมเขี้ยว แสบนักนะที่เอาคำพูดของเขามาย้อนด่าเขา และที่สำคัญ เกิดมาเขาไม่เคยโดนผู้หญิงด่าเรื่องที่จะซื้อของให้มาก่อนเลย ที่ผ่านมามีแต่คนออดอ้อนอยากได้นู่น อยากได้นี่จากเขาทั้งนั้น
“ใช่! ฉันด่าคุณ อย่ามาทำตัวรวยไร้สาระ ฉันไม่ชอบ”
“โอเคๆ ถ้าไม่ซื้ออะไรแล้วก็กลับ”
หญิงสาวเดินนำไปได้สองก้าวแล้วกลับหลังหันมาขออนุญาตสามี “ขอซื้อของในซุปเปอร์หน่อยได้มั้ย ตู้เย็นที่บ้านไม่มีอะไรเหลือเลย”
“ไปสิ” ตอบแล้วก็เดินนำหน้าพาไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ต
“คุณชอบกินอะไร ฉันจะได้ซื้อไปทำให้กินถูก” คนเดินตามถามอย่างใส่ใจ
“ผมกินได้หมด ซื้อของที่คุณหญิงชอบไปก็แล้วกัน”
“ไม่ได้สิ อยู่ด้วยกัน กินด้วยกัน จะซื้อแต่ของที่ฉันชอบกินคนเดียวได้ยังไง คุณชอบกินอะไร บอกมาให้ไว อย่าเรื่องมาก”
ภูริดลยอมบอกรายการอาหารที่ตัวเองชอบเพราะรำคาญคนพูดมาก ส่วนฟ้าพราวก็ตั้งใจฟังพร้อมกับหยิบสมาร์ทโฟนออกมากดบันทึกรายการตามที่เขาบอกไปด้วยกันลืม แล้วสุดท้าย ของกินทั้งรถเข็นที่หญิงสาวหยิบมาเต็มรถเข็นก็มีแต่ของชอบของสามีทั้งนั้น
สามปีผ่านไป...เรนเดียร์ยืนมองพันแสงและลูกแฝดชายหญิงวัยสองขวบของเธอช่วยกันก่อปราสาททรายอยู่บนชายหายอย่างสนุกสานด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เสียงหัวเราะของพ่อลูกที่สอดประสานกันดังก้องไปทั่วชายหาดส่วนตัวที่เงียบสงบพันแสงรักและดูแลลูกเป็นอย่างดีสมกับที่เขาพยายามทุกวิถีทางที่จะมีลูกให้ได้ โดยเฉพาะในเวลาที่เธอท้องลูกคนแฝดได้หกเดือนอย่างนี้ หน้าที่การเลี้ยงลูกสองคนแรกก็แทบจะตกเป็นของเขาทั้งหมด“พี่ซันพาลูกเข้าบ้านได้แล้วค่ะ แดดแรงแล้ว เดี๋ยวลูกไม่สบาย” เธอเดินอุ้มท้องอุ้ยอ้ายเข้าไปหาสามีและลูกๆ ที่ยังสนุกอยู่กับการก่อปราสาททราย“ลูกยังสนุกอยู่เลย ใช่มั้ยครับลูก”เด็กน้อยทั้งสองคนหันมาประสานเสียงตอบคุณพ่อเสียงใสแจ๋ว แล้วก้มหน้าตกแต่งปราสาททรายแสนสวยด้วยเปลือกหอยอย่างตั้งอกตั้งใจกันต่อ“ให้ลูกเล่นอีกแป๊บนึงนะ ยังสนุกกันอยู่เลย” พันแสงลุกขึ้นมาโอบไหล่ภรรยาที่ไม่สามารถนั่งลงที่พื้นทรายกับลูกแฝดทั้งสองได้ เพราะติดท้องลูกแฝดคู่ใหม่“อุ๊ย!” เรนเดียร์สะดุ้งแล้วยกมือขึ้นมาลูบท้องที่นูนป่องของตัวเองเบาๆ จนพันแสงพลอยตกใจตามไปด้วย“เจ็บท้องคลอดแล้วเหรอ”“ยังไม่คลอดค่ะ เพิ่งหกเดือนเองนะคะ” เธอบอกขำๆ“แล้วเป
แพทย์ผู้ดูแลครรภ์ของเรนเดียร์อธิบายให้ฟังว่า อาการแพ้ท้องแทนภรรยาคือ อาการที่ว่าที่คุณพ่อมีอาการต่างๆ คล้ายกับว่าที่คุณแม่เช่น อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คลื่นไส้ วิตกกังวล หรืออยากกินอาหารแปลกๆ ที่ปกติไม่เคยกินมาก่อน ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของคือ Couvade Syndrome คำว่า Couvade เป็นภาษามิลาน แปลว่า กกไข่ หรือฟักไข่นอกจากนี้การแพ้ท้องแทนภรรยายังเป็นเรื่องทางจิตวิทยาอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์พบว่าที่คุณพ่อที่มีลูกยาก หรือภรรยาเคยแท้งลูกมาก่อนจะมีอาการแพ้ท้องแทนภรรยามากกว่าว่าที่คุณพ่อทั่วไป เนื่องจากมีความเข้าใจในความรู้สึกของภรรยา และอยากมีลูกมากจึงใส่ใจกับการตั้งครรภ์เป็นพิเศษ“เดียร์ยังมึนหัว คลื่นไส้ อยากอาเจียนอยู่มั้ย” พันแสงถามด้วยความความเป็นห่วง“เดียร์หายแพ้ท้องตั้งแต่เดือนที่สามแล้วค่ะ มีแต่พี่ซันนั่นแหละที่ยังแพ้อยู่” เรนเดียร์บอกยิ้มๆ มีแต่สามีเธอคนนี้นี่แหละที่ยังแพ้ท้องไม่หายเสียที “วันนี้พี่ซันจะไปทำงานไหวมั้ยคะเนี่ย” เธอเห็นหน้าซีดๆ ของสามีแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้“ไหว...แต่ไม่อยากไป”“อ้าว...ทำไมละคะ”“เป็นห่วงเมีย” เขาทำหน้าเป็นห่วงจริงจัง ไม่ใช่แค่พูดเล่น“ไม่ต้องเป็นห่
หลังจากความพยายามในการทำลูกของพันแสงล้มเหลวมาหลายครั้ง คราวนี้ทุกฝ่ายจึงประสานกำลังกันอย่างเต็มที่ เริ่มจากพิมพ์ผกาที่ไปเสาะแสวงหาสมุนไพรจีนหลายขนานมาต้มให้บุตรชายและลูกสะใภ้ดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย ส่วนเรนเดียร์กับพันแสงก็ไปปรึกษาแพทย์และพบว่าแท้จริงแล้วปัญหาอยู่ที่ตัวเธอเอง“เดียร์ขอโทษนะคะพี่ซัน เดียร์ไม่รู้ว่าตัวเองมีภาวะมีลูกยาก” เธอบอกอย่างรู้สึกผิด เพราะปล่อยให้คนเป็นสามีหลงโทษตัวเอง และสูญเสียความมั่นใจในความเป็นชายของตัวเองอยู่นานหลายเดือน“ไม่เห็นต้องขอโทษเลย เดียร์ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”“เดียร์ทำให้ทุกคนคิดว่าพี่ซันไม่มีน้ำยาอยู่ตั้งนาน”พันแสงยิ้มอารมณ์ดี แล้วประกาศอย่างมั่นใจเต็มที่ว่า “พี่จะทำลูกแฝดให้ดูเลย ทุกคนจะได้รู้ว่าพี่ฟิตปั๋งขนาดไหน”“แล้วถ้าเดือนนี้เดียร์ยังไม่ท้องอีกละคะ” เรนเดียร์ถามอย่างวิตกกังวล กลัวจะทำให้สามีผิดหวังอีก“ถ้าเดือนนี้ไม่ท้อง เดือนหน้าก็ทำใหม่ ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะท้อง เดียร์เป็นคนบอกพี่เองไม่ใช่เหรอว่าชอบทำลูก” เขาย้อนคำพูดที่เธอเคยปลอบใจเขาเมื่อครั้งก่อน“ก็ชอบอยู่หรอกค่ะ แต่ทำด้วยความคาดหวังของคุณแม่กับพี่ซันแบบนี้ เดียร์ก็กดดันเหมือนกันนะคะ
ทันทีที่เรนเดียร์ก้าวเข้ามาในห้องรับแขกของบ้านซึ่งเคยเป็นเรือนหอของเธอกับพันแสง ความอบอุ่นของคำว่า ‘บ้าน’ และ ‘ครอบครัว’ ก็พวยพุ่งเข้าโอบล้อมหัวใจที่เปลี่ยวเหงามานานหญิงสาวมองสำรวจไปทั่วบ้านแล้วยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้กลับมายืนในบ้านหลังนี้ร่วมกับผู้ชายที่เธอรักที่สุดอีกครั้งหนึ่ง คงไม่มีที่ใดโลกที่จะอบอุ่นและปลอดภัยเท่าอ้อมกอดแห่งรักของเขาอีกแล้ว“ยินดีต้อนรับกลับบ้านของเรานะครับ” พันแสงกระชับวงแขนที่โอบอยู่รอบเอวของเรนเดียร์เพื่อรั้งเธอเข้าหาตัวให้แนบชิดกันยิ่งขึ้นด้วยความตื้นตันใจที่วันนี้บ้านจะกลับมาเป็นบ้านอีกครั้ง “รู้มั้ยว่าบ้านที่ไม่มีเดียร์มันเงียบเหงาแค่ไหน”“อีกไม่นานบ้านหลังนี้ก็จะมีเด็กๆ มาเพิ่มสีสันให้แล้วนะคะ”“พี่ขอหลายๆ คนเลยนะ”“แล้วแต่พี่ซันจะทำไหวเลยค่ะ” เธอบอกยิ้มๆ แล้วเดินสำรวจบ้านไปทั่วทุกตารางนิ้วด้วยความคิดถึง โดยมีพันแสงเดินตามคลอเคลียอยู่เคียงข้างไม่ห่าง ทุกอย่างในบ้านยังยังจัดวางเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม้แต่ห้องนอน ทว่ามีสิ่งหนึ่งเปลี่ยนไป“ทำไมชุดนอนเดียร์ถึงได้เก่าแบบนี้ กระดุมขาดด้วย เขากวางก็หายไปข้างนึง พี่ซันฆาตกรรมกวางน้อยของเดียร์เหรอ” เรน
“Happy Birthday, my dear” พันแสงเข้ามากอดเรนเดียร์จากทางด้านหลังแล้วโน้มใบหน้าลงจูบที่แก้มนวลเนียนอย่างอ่อนโยนขณะที่เธอกำลังยืนมองทิวทัศน์ยามเที่ยงคืนที่เต็มไปด้วยสีสันของมหานครนิวยอร์กอยู่บนระเบียงห้องนอนใน อพาร์ตเมนต์ คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เธอจะได้อยู่ที่นี่ก่อนจะบินกลับเมืองไทยพร้อมผู้เป็นสามีในวันพรุ่งนี้“อุ่นจัง” หญิงสาวยิ้มละมุนพลางเอนหลังพิงอกกว้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้กลับสู่อ้อมกอดของคนที่รักอีกครั้งเช่นนี้“วันเกิดปีนี้อยากได้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษมั้ยครับ” เขากระซิบถามเสียงแผ่วแนบชิดใบหูแล้วไซ้ปลายจมูกสูดดมกลิ่นหอมเย้ายวนไปตามซอกคอและพวงแก้มเต็มอิ่มเรนเดียร์พลิกตัวหันมามองสบตาสามีด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักลึกซึ้ง “เดียร์ได้รับของขวัญที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตแล้วค่ะ ตอนนี้เดียร์ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”พันแสงมองหน้าคนในอ้อมกอดด้วยความประหลาดใจ เพราะเท่าที่จำได้เขายังไม่เคยให้ของที่มีค่ามากมายขนาดนั้นกับเธอเลย“ความรักจากพี่ซันคือของขวัญที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตเดียร์แล้วค่ะ”“ปากหวาน”“ไม่ได้หวานแค่ปากนะคะ อย่างอื่นก็หวานมาก” เธอยกแขนขึ้นโอบรอบคอเข
“พี่ขอโทษ ที่พี่ทำไปเพราะไม่อยากรบกวนสมาธิในการเรียนของเดียร์” พันแสงลูบหลังลูบไหล่ปลอบโยนคนที่สะอื้นไห้จนตัวโยน “ไม่ร้องนะ ปีนี้เดียร์อายุยี่สิบสองแล้วนะ ยังจะขี้แยเป็นเด็กๆ อยู่อีก” เขาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอดันออกห่างตัวนิดหนึ่ง แล้วมองสำรวจใบหน้าและร่างกายเธออย่างพิจารณาและพบว่าปีนี้เธอโตเป็นสาวเต็มตัวแล้ว สวยขึ้น สูงขึ้น ส่วนเว้าส่วนโค้งก็ชัดเจนแถมยังเซ็กซี่มากขึ้นอีกด้วย “พี่รู้สึกเหมือนได้เมียใหม่เลย” เขาพูดขำๆ“ไม่ต้องมาพูดดีเลยคนใจร้าย ปล่อยให้เดียร์เหงาอยู่คนเดียวตั้งหลายปี”“พี่ก็เหงาไม่ต่างจากเดียร์ แต่พี่จำเป็นต้องทำเพื่ออนาคตของเดียร์”“เดียร์คิดถึงพี่ซันใจจะขาดอยู่แล้ว” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นสั่นสะท้านราวกับจะขาดใจอย่างที่พูดจริงๆ“พี่ก็คิดถึงเดียร์ใจจะขาดเหมือนกัน” พันแสงใช้สองมือประคองใบหน้าสวยหวานให้เงยขึ้น แล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอเพื่อส่งผ่านความรักและคิดถึง ซึ่งอัดแน่นอยู่ภายในใจให้เธอได้รับรู้ ก่อนจะก้มหน้าลงแนบริมฝีปากจูบเธออย่างอ่อนโยนเรนเดียร์จูบตอบเขาอย่างอบอุ่นแสนหวาน ความทรมานจากความคิดถึงที่มีมาตลอดหลายปีหายไปจนหมดสิ้น“เราจะไม่อยู่ห่างกันอย่างนี้






![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
