ไม่ควร(เสี่ยง)รัก มาเฟียเจ้าหนี้

ไม่ควร(เสี่ยง)รัก มาเฟียเจ้าหนี้

last updateTerakhir Diperbarui : 2024-11-16
Oleh:  Kaeru writeOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
48Bab
1.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เมื่อเจ้าพ่อให้เลขแม่นจนชาวบ้านพากันถูกหวยทำให้เจ๊ศรีเจ้ามือหวยประจำอำเภอต้องไปกู้เงินจากมาเฟียเพื่อมาจ่ายคนที่ถูกหวย จนเงินต้นทบดอกเป็นเงินหลายล้าน ลูกสาวเลยต้องใช้หนี้แทน ไม่รู้ไปใช้หนี้กันอีท่าไหนเจ้าหนี้ถึงอยากได้ลูกหนี้มาเป็นเมีย

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ แก๊งนางฟ้า

กริ๊งงงงง

            เสียงบอกเวลาหมดคาบเรียน และเข้าสู่ช่วงเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนบ้านหนองนาน้อยนักเรียนต่างเก็บของแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่สามสาวเพื่อนสนิทแห่งแก๊งนางฟ้ากลับควักกระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาวางบนโต๊ะจัดการเติมแป้งแต่งหน้าตามกระแสที่นิยมในช่วงนี้ ใบหน้าจิ้มลิ้มทาแป้งขาวริมฝีปากแต่งแต้มด้วยอุทัยทิพย์สีแดง เขียนคิ้วสีดำเข้มเด่นชัด พร้อมกับใส่บิ๊กอายสีดำทำตากลมโต พร้อมจัดทรงผมสั้นเท่าติ่งหูให้ดูดี เอาผมทัดหูติดกิ๊บรูปหมีหลากสีให้ดูน่ารัก ปล่อยปอยหวานสองข้างพร้อมหวีหน้าม้าให้ไม่แตก

            “จีจี้ ฉันดูดีหรือยัง” ยัยจี้จี้มองหน้าของเต้าหู้ซ้ายทีขวาที่ก่อนทำหน้ามั่นใจตอบ

            “เพื่อนสาวสวยมากค่ะ เลิศที่สุด”

            “ส้มลิ้มแกว่าไง”

            “อืม ฉันว่าปากยังซีดไปเติมอุทัยทิพย์อีกหน่อย” ยัยส้มลิ้มตอบก่อนจะหันไปแต่งหน้าของตัวเองเหมือนกัน เต้าหู้ไม่รอช้าหยิบขวดน้ำสีแดงแต่งแต้มไปที่ริมฝีปากด้านใน ส่วนด้านนอกออกซีดนิดหน่อยให้ดูเหมือนว่าปากบางเล็กดูน่ารัก

            ทั้งสามคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่อยู่โรงเรียนอนุบาลเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกันอยู่ด้วยกันในทุกช่วงเวลาของชีวิต ยัยกะเทยจีจี้เป็นลูกพ่อค้าแม่ค้าขายเนื้อหมูในตลาดส่วนส้มลิ้มนั้นเป็นลูกสาวเจ้าของค่ายมวย และส้มลิ้มก็เป็นนักมวยหญิงอันดับหนึ่งของค่ายชนะน็อกทุกรอบ และคนสุดท้ายคือเต้าหู้ ลูกเจ๊ศรีเจ้ามือหวยประจำอำเภอ

            แม้รุ่นพี่บางคนไม่ชอบขี้หน้าทั้งสามคนเพราะทำตัวแก่แดดแต่งหน้าจัดมาตั้งแต่มอหนึ่งแต่ก็ไม่มีใครกล้ามายุ่งหรือมีปัญหากับนางฟ้าแห่งบ้านหนองนาน้อยหรือที่คนอื่นเรียกว่าแก๊งสก๊อยหนองนาน้อย เพราะกลัวยัยส้มลิ้มใช้ท่าจระเข้ฟาดหางฟาดคอเข้าให้

            หลังจากแต่งหน้าเสร็จทั้งสามสาวก็รีบวิ่งมานั่งที่ประจำใกล้กับทางออกของโรงเรียน แน่นอนว่าเป้าหมายหลักของทั้งสามสาวคือการมานั่งมองรุ่นพี่ที่แอบชอบก่อนกลับบ้าน จะเจอหน้าพวกพี่เขาได้แค่สามเวลาคือเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้า กลางวันทานข้าวที่โรงอาหารและตอนนี้ก่อนกลับบ้าน

            เพราะใกล้เวลาที่พี่มอหกจะเลิกเรียนพิเศษแล้ว และพี่ ภีม ประธานนักเรียนขวัญใจสาวๆก็จะต้องเดินผ่านมาทางนี้ทุกวัน

            “อีหู้ พี่ภีมมาแล้ว” ส้มลิ้มที่เห็นรุ่นพี่ที่เพื่อนแอบชอบเดินมาก็รีบบอกทันที

            “ไหนๆ” ชะเง้อคอมองก่อนจะเห็นออร่าความหล่อลอยเด่นมาแต่ไกล สาวน้อยหยิบกระจกออกมาเช็กเพื่อความมั่นใจ

            “ฉันดูดีแล้วใช่ไหม” ถามให้แน่ใจอีกครั้ง

            “ดีกว่านี้ก็ดาราแล้วค่ะ” จีจี้อวยเพื่อนอย่างหนัก

            รุ่นพี่สุดหล่อเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ยิ่งใกล้หัวใจของสาวน้อยแรกรุ่นยิ่งเต้นแรงเลยหยิบหนังสือขึ้นมาทำเป็นอ่าน และเหลือบมองคนที่ชอบเป็นระยะๆ

            หนึ่งในเพื่อนของภีมสะกิดเขาให้มองมาที่พวกเธอทำให้เต้าหู้รีบยกหนังสือขึ้นบังหน้าด้วยความเขินไม่กล้าสบตาพี่เขาโดยตรง

            “เพื่อนหนูชอบพี่ภีมนะคะ”

            “เพื่อนหนูชื่อเต้าหู้ อยู่ม.3/8 ค่ะ ลูกเจ๊ศรีนะคะ”

            จีจี้และส้มลิ้มแท็กทีมกันแซวทั้งเพื่อนและพี่เขา จนเต้าหู้อยากจะขุดดินเอาหน้ามุดไปเสียตอนนี้ แต่แวบหนึ่งเหมือนจะเห็นรอยยิ้มจากภีมก่อนที่เขาจะหันไปคุยกับเพื่อนต่อและเดินกลับบ้านไป

            “พวกแกจะตะโกนทำไมเนี่ย” รีบเก็บหนังสือเข้ากระเป๋า

            “พี่เขารู้แล้วแน่เลยว่าฉันชอบเขา”

            “แหม มารอพี่เขากลับบ้านเขาตั้งแต่พี่เขาขึ้นม.4 พี่เขาคงไม่รู้เลยมั้ง” จีจี้กลอกตามองบนพร้อมเบะปากตอบ

            “พวกแกว่าพี่เขาจะจำหน้าฉันได้ไหม”

            “จำได้นะ แต่แกอย่าหน้าสดก็พอ” ส้มลิ้มว่าเสริม เพราะแต่งหน้าจัดเต็มมาโรงเรียนทุกวันจนฝ่ายปกครองยังยอมแพ้ไม่รู้จะลงโทษยังไงแล้ว ส้มลิ้มกลัวว่าวันไหนเพื่อนลบเครื่องสำอางพี่เขาอาจจะจำมันไม่ได้ พวกเธอด้วยเช่นกัน

            Rrrrrrrr

            ภายในกระเป๋าของสาวน้อยวัยว้าวุ่นอย่างเต้าหู้สั่นเครือ เพราะผู้เป็นแม่โทรเข้ามา

            “ฮัลโหล ว่าไงคะคุณนายศรี” เพราะอยู่กับแม่มาเพียงลำพังพ่อเสียไปตั้งแต่เด็กแม่เลยเลี้ยงดูเธอด้วยตัวคนเดียวตั้งแต่นั้นมา เมื่อก่อนพ่อกับแม่ขายน้ำเต้าหู้ เธอเลยได้ชื่อว่าเต้าหู้ แต่พอพ่อเสียแม่ก็เลิกอาชีพนี้ไป แล้วหันมาขายหวย ตอนแรกก็รับเป็นคนส่งเลขบางเลขก็เก็บเองไม่ได้ส่งให้เจ้ามือ ถ้าเขาไม่ถูกแม่เธอก็ได้รับไปเต็มๆ แม่ทำแบบนี้อยู่หลายปี พอมีเงินเก็บมากหน่อยก็ขึ้นเป็นเจ้ามือเอง

            เต้าหู้เลยสนิทกับแม่มากการพูดกันเลยจะเป็นเหมือนทั้งแม่และเพื่อนไปในเวลาเดียวกัน

            (อยู่ไหนเนี่ยกลับบ้านหรือยัง)

            “พึ่งเรียนเสร็จจะกลับแล้ว"

            (แวะเก็บค่าหวยบ้านป้าหมอนให้หน่อยยอดสามพันห้า)

            “โห แม่ไปเก็บเองไม่ได้เหรอหนูกลัวผี” เพราะสองข้างทางไปบ้านลูกค้าแม่นั้นเป็นป่าต้นยางทางถนนตรงนั้นยังเป็นดินลูกรังเพราะเป็นสวน แถมบ้านป้าหมอนแกอยู่แทบจะท้ายสวนเลยระหว่างทางก็หลอนเอาเรื่อง ยิ่งค่ำยิ่งเงียบสงัดเธอเคยไปคนเดียวครั้งหนึ่งปั่นจักรยานไปก็ลุ้นว่าจะมีพลังงานบางอย่างพุ่งออกมาจากสวนยางดักหน้ารถไหม แต่ก็โชคดีที่ไม่มีอะไร แต่ครั้นจะให้ไปคนเดียวอีกก็กระไรอยู่ วันนั้นไม่เจอวันนี้อาจเจอก็ได้ใครจะรู้

            (ก็รีบไปตอนนี้จะได้ไม่มืดค่ำ แม่ก็มาเก็บค่าหวยบ้านอื่นอยู่เหมือนกัน)

            (เจ๊ศรีรีบๆ เปิดไพ่สิ รอเจ๊คนเดียวเนี่ย) เสียงใครบางคนในสายก็ดังแทรกขึ้นมา ทำให้รู้เลยว่าแม่กำลังแข่งคณิตคิดเลขเร็วอยู่แน่นอน

            “ไหนบอกเก็บค่าหวยไง ทำไมมีเปิดไพ่ด้วยหละคะเจ๊ ศรี~~”

            (มาเก็บค่าหวยจริงๆ แต่เขาขาดขาพอดีเลยต้องช่วย)

            “น้ำใจงามจริงๆ”

            (สรุปแกจะไปไหมเนี่ย)

            “ไปก็ได้ แต่แม่ต้องเพิ่มค่าขนมให้หนูนะ”

            (ลูกคนนี้นี่ วานนิดวานหน่อยไม่ได้เลย คิดแต่เงินกับแม่ก็ไม่เว้น)

            “ก็ทางไปบ้านป้าหมอนเนี่ยไม่ได้เรียกว่าแวะเลยนะ คนละทางกับบ้านเราเลยด้วย เปลี่ยวจะตายจะจ๊ะเอ๋กับผีตอนไหนก็ยังไม่รู้ งั้นแม่ไปเก็บเองไหมล่ะ”

            (เออๆ เดี๋ยวให้ค่าขนมสามร้อย เพิ่มรายวันให้อีกยี่สิบรีบไปรีบกลับเดี๋ยวมันจะมืด)

            “โอเคจ้ะ” ตอบตกลงอย่างไวเมื่อได้ยินว่าจะได้เงิน หลังจากวางสายแม่เสร็จก็หันไปทางเพื่อนเพื่อหาแนวร่วมในการไปเก็บค่าหวยบ้านป้าหมอน

            “พวกแกไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ ไปเก็บค่าหวยบ้านป้าหมอน ฉันกลัวผี” คราวนี้ไม่ต้องปั่นจักรยานให้เสียเวลาเพราะมีมอเตอร์ไซค์ แม่ซื้อให้เพราะจะได้ไปโรงเรียนสะดวก

            สามสาวแก๊งนางฟ้าไม่เคยปฏิเสธกันอยู่แล้ว หากปฏิเสธไปจีจี้กับส้มลิ้มต้องเดินกลับบ้านกันเอง เพราะทุกวันนี้ทั้งสามจะนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเต้าหู้มาด้วยกัน เต้าหู้ขับ ส้มลิ้มนั่งข้างหน้าหน้า จีจี้ซ้อนท้าย

            มอเตอร์ไซค์ขับเข้ามาในสวนของป้าหมอน สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นยางสูงชะลูดบดบังแสงอาทิตย์ยามเย็นจนทำให้ตลอดทางดูมืดกว่าที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวสำหรับเต้าหู้เพราะพาเพื่อนสองคนมาด้วยเลยอุ่นใจ

            แต่จู่ๆ ไฟหน้ารถก็สาดไปกระทบกับอะไรบางอย่างที่เหมือนกับคนนอนแน่นิ่งขวางทางอยู่

            "ใครมานอนเล่นในสวนยางวะ" เต้าหู้เห็นเลยสงสัย

            "ผัวป้าหมอนหรือเปล่าเมาแล้วคงเดินกลับไม่ไหว ลองบีบแตรดิ๊" พอบีบแตรร่างนั้นก็ไม่ไหวติง ส้มลิ้มที่นั่งด้านหน้าสุดเห็นว่าใบหน้าและเสื้อผ้าเขาชุ่มเลือดดังนั้นรีบตะโกนบอกคนขับทันที

            “อีเต้าหู้ เบรก!!!” มือคนขับบีบเบรกอย่างแรงจนล้อรถด้านหน้าปัดไปกับก้อนกรวด

            กรี๊ด!!!! เสียงกรีดร้องประสานดังไปทั่วสวนยาง รถล้มเทกระจาดสมาชิกแก๊งนางฟ้าไปคนละทิศละทาง สภาพแต่ละคนดูไม่จืดเลยทีเดียว กระโปรงนักเรียนหญิงถกขึ้นมากองบนเอว เสื้อสีขาวตอนนี้เปื้อนไปด้วยฝุ่นและดิน ส่วนจีจี้ก็พุ่งเข้าไปในพุ่มไม้

            “โอ๊ย!!” คนมาเก็บค่าหวยพยุงตัวเองขึ้นนั่งก่อนจะมองไปตรงหน้าเห็นร่างชายฉกรรจ์ที่นอนแน่นิ่ง แถมใบหน้าปูดโปนเปื้อนไปด้วยเลือด มิหนำซ้ำหน้าท้องก็มีเลือดออกสภาพนี้ไม่โดนยิงก็โดนแทง

            “ศพ!?"

            “โดนโจรฆ่าตายหรือเปล่า” ส้มลิ้มคลานมานั่งข้างๆเต้าหู้ก่อนเอ่ยถาม เพราะเห็นว่าสภาพนี้ยังไงก็ไม่น่ารอด

            “แถวนี้มีโจรที่ไหน" ถ้านับแค่ไอ้พวกขโมยของเล็กน้อยๆมันก็มีบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องร้ายแรงถึงขั้นปล้นฆ่ากันแบบนี้

            อีกอย่างคนๆ นี้ก็แต่งตัวดูดีไม่น้อย ดูก็รู้ว่าเสื้อผ้าเครื่องประดับราคาแพงเอาเรื่อง ถ้าโดนปล้นจริงๆ โจรจะทิ้งของพวกนี้ไว้ทำไม เว้นเสียแต่ว่าที่เขาใส่มันคือของปลอม

            เด็กสาวชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าตัวเองจะเข้าไปหรือไม่เข้าไปดี สุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นก็พาตัวเธอมานั่งข้างๆ ชายปริศนาแล้ว

            “เต้าหู้นั่นแกจะทำอะไร" ยัยจีจี้ที่ลุกออกมาจากพุ่มไม้กินคนเห็นว่าเพื่อนกำลังจะไปแตะตัวคนตาย

            “จะดูว่าตายหรือยัง”

            มือของเธอค่อยๆยื่น ไปอังที่จมูกของเขาเพื่อดูว่ายังหายใจอยู่ไหม ลมหายใจอุ่นๆ รินรดผ่านมือเล็กๆ นั้นแต่มันก็อ่อนมากๆ เธอตัดสินใจให้เพื่อนแจ้งกู้ภัยเพราะปล่อยไว้เขาอาจจะได้ตายจริงๆ

            “พวกแกก็โทรแจ้งตำรวจกับกู้ภัยเลย” หันไปบอกเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะหันกลับมาลองเรียกคนที่นอนสลบอยู่ตรงหน้า

            "คุณคะ ได้ยินเสียงหนูไหม คุณคะ"

            "อืม.." เสียงครางในลำคอหนา ดวงตาที่หลับสนิทมีการเคลื่อนไหว เปลือกตาเปิดขึ้นเล็กน้อย

            "เห็นหนูไหมคะ" เธอโบกมือผ่านตาเขาไปมาดวงตาไม่ได้กลอกไปตามมือที่เคลื่อนไหว แต่ดูเหมือนว่าพยายามเพ่งมองมาที่ใบหน้าของเธอมากกว่าก่อนจะเปล่งเสียงแหบแห้งออกมา

            “นางฟ้า?”

            "ว่าอะไรนะคะ พูดอีกทีสิคะ" หืมตะกี้เขาพูดว่าอะไรนะ นางฟ้าใช่ไหม หรือเธอหูฝาด

            "ผมตายแล้วเหรอ ทำไมมีนางฟ้าอยู่ที่นี่" พอได้ยินแบบนั้นสาวน้อยถึงกับเขินจนตัวบิด นี่ขนาดเขาเจ็บจนลืมตาแทบไม่ขึ้นความสวยของเธอยังทะลุไปให้เขามองเห็นมันได้อีก เกิดเป็นคนสวยก็งี้แหละ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลพร้อมส่งยิ้มหวานรับบทเป็นนางฟ้าตามน้ำไปก่อน

            "ใช่ค่ะ นี่คือนางฟ้าเอง อดทนไว้ก่อนนะคะ เดี๋ยวกู้ภัยก็มาแล้วค่ะ"

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status