Masukน้ำใสตื่นขึ้นกลางดึกเพราะรู้สึกว่ามีอะไรเคลื่อนไหวบนเตียงก่อนจะพบว่า ฟีนิกซ์กำลังนั่งเล่นเกมอย่างจริงจัง
“พี่ยังไม่นอนเหรอ”
“กำลังตึงมือเลยนอนไม่ได้ มาเล่นด้วยกันไหม เดี๋ยวไอ้ปื๊ดมันจะไปนอนแล้ว” ฟีนิกซ์เล่นกับพนักงานที่ร้านเล่นด้วยกันบ่อยก่อนหน้านี้ก็เล่นกับเพื่อนแต่เพื่อนต่างคนต่างมีครอบครัวมีเมียมีลูกก็ไม่ได้เล่นด้วยกันบ่อยเหมือนเมื่อก่อน แต่ละคนก็ไปสนใจครอบครัวมากขึ้น
“เค้าเล่นเป็นที่ไหน เล่นไปเดี๋ยวพี่แพ้ เดี๋ยวพี่ก็หงุดหงิดอีก ถ้าเป็นเกมปลูกผักก้พอไหวอยู่หรอก”
“ใครมันจะหงุดหงิดเมียกันล่ะครับ หืม” ละสายตาจากจอมือถือกดจมูกลงกลางกระหม่อมของคนรักแล้วกลับไปเล่นเกมต่อ
“เอาไหมเล่นไหม เดี๋ยวโหลดให้”
“ไม่ค่ะ เค้านอนดีกว่า” พูดเสร็จก็หันหลังไป ฟีนิกซ์ละสายตาจากจอมือถือมองคนรักครู่หนึ่ง เห็นชุดนอนของเธอแล้วดันเกิดอารมณ์อีกครั้ง เพราะรูปร่างของเธอมันทำให้เขามีอารมณ์ได้ตลอดเวลาเลยจริงๆ
“รอแป๊บนึง จะจบตาแล้ว” ชายหนุ่มกดรัวๆ บนหน้าจอจนกระทั่งเกมนี้เขาก็ชนะอีกครั้งก่อนกดปิดหน้าจอวางมือถือไว้บนหัวเตียงแล้วสวมกอดคนรัก
“อยากเอาเธออีก ได้ไหม”
“ไม่เล่นเกมต่อแล้วเหรอ”
“ก็เธอทำพี่มีอารมณ์อะ” น้ำใสก็ตามใจไม่ขัด ถ้าเขาอยากทำอะไรเธอจะยอมตามใจทุกอย่าง
สัปดาห์ต่อมา
ในวันหยุดสุดสัปดาห์น้ำใสเลยชวนเพื่อนสาวและฟีนิกซ์ไปเดินเลือกซื้อของใช้ด้วยกัน แถมช่วงนี้หลาย ๆ ร้านก็เริ่มนำคอลเล็คชั่นเก่ามาลดราคา เพื่อที่จะขายงานใหม่ ทำให้มีของราคาถูก
ด้วยความที่มีค่าใช้จ่ายหลายอย่างในแต่ละเดือน น้ำใสจึงต้องวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม สิ่งไหนประหยัดได้ก็ประหยัดเพื่อที่จะนำเงินไปลงทุนในธุรกิจที่สนใจเธอวางแผนเอาไว้ว่าจะทำงานเก็บเงินไปอีกสักสองปีและจะเอาเงินไปลงทุนกับธุรกิจทำแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงในวัยทำงาน
เธอมีความรู้เรื่องการออกแบบตัดเย็บมาอยู่บ้างเพราะแม่เป็นช่างเย็บผ้า รับเย็บเสื้อผ้าปักชื่อ ทำให้เธอคลุกคลีกับสิ่งนี้มาตั้งแต่เด็ก
ระหว่างที่กำลังเลือกดูเสื้อผ้ากับเพื่อนไป แฟนหนุ่มก็นั่งเล่นเกมรอ
“เมื่อไหร่เฮียมันจะโตสักทีเนี่ย เล่นแต่เกมอยู่นั่นแหละ ทั้งชีวิตจะไม่เอาอะไรแล้ว?” ฟีน่าที่กำลังช่วยน้ำใสเลือกเสื้อผ้าหันไปมองพี่ชายด้วยความเหนื่อยใจ
“ให้มารอฉันกับแกพี่เค้าคงเบื่อ” น้ำใสตอบ
“งั้นถามอะไรหน่อยสิ”
“หืม?”
“เคยคุยกันเรื่องแต่งงานปะ” คำถามของฟีน่าทำเอาน้ำใสต้องหยุดชะงักและครุ่นคิด เอาเข้าจริงเรื่องแต่งงานทั้งเธอและฟีนิกซ์ก็ไม่ได้พูดถึงมันเลย ถามว่าเธออยากแต่งงานกับเขาไหม มันก็ต้องอยากอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังไม่เคยเอ่ยปากคุยเรื่องนี้เธอจึงไม่ได้เอ่ยออกไปก่อน
“พึ่งคบกันได้สามปีไม่ได้คุยหรอก”
“ควรคิดได้แล้ว เพื่อนเราที่เรียนมาด้วยกันก็แต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว แกก็ต้องมีได้แล้วนะ” น้ำใสมองหน้าฟีน่าแล้วขมวดคิ้ว คนที่พูดยุยงให้เธอแต่งงานนั้นยังโสดอยู่ แต่กลับคะยั้นคะยอให้เพื่อนอย่างน้ำใสแต่งงานทุกที
“ถ้าแกหาแฟนได้ฉันค่อยแต่ง”
“ไม่เอาหรอก พวกผู้ชายน่าเบื่อจะตาย ฉันแค่อยากอยู่บ้านเลี้ยงลูกแกกับพี่ชายฉัน รีบๆ มีได้แล้วนะ เจ้าตัวน้อยน่ะ” น้ำใสส่ายหัว หรือบางทีอาจจะถึงเวลาที่ต้องคิดที่จะเริ่มสร้างครอบครัวได้แล้ว
Superior race
ในเย็นของวันถัดมาน้ำใสก็แวะเข้าไปที่ร้านของฟีนิกซ์ และซื้อเครื่องดื่มกับขนมเพื่อไปนั่งดื่มกันในช่วงใกล้สิ้นเดือนเพราะเงินเดือนพนักงานยังไม่ออก และแต่ละคนก็เหลือเงินไม่เยอะต้องประหยัด เพื่อให้พอใช้ไปจนถึงวันที่เงินเดือนออก ฟีนิกซ์ก็เลยวานให้เธอซื้ออะไรมาเลี้ยงพนักงานอย่างน้อยก็ช่วยประหยัดเงินพนักงานไปอีกหนึ่งมื้อ
ขณะที่ดื่มกัน ฟีนิกซ์ก็ชวนลูกน้องนั่งเล่นเกม น้ำใสก็นั่งดื่มด้วยมองแฟนกับลูกน้องเล่นเกมและบ่นหัวร้อนก็รู้สึกขบขัน ในท่าทีของพวกเขา
“ชนะสักทีเว้ย ทุกคนหมดแก้ว”
“ต่อเลยไหมเฮีย” บอลถามกับเจ้านายของตน
“เออต่อ เดี๋ยวกูไปเยี่ยวแป๊บ” พูดเสร็จก็ลุกออกไปเข้าห้องน้ำปล่อยให้น้ำใสกับลูกน้องนั่งดื่มด้วยกันไปก่อน
“พี่น้ำคะ”
“หืม?” น้ำใสเงยหน้าขึ้นจากมือถือที่เธอมองไปยังคนที่เรียกเธอ
“เดี๋ยวตาต่อไปอะ พี่น้ำเล่นแทนหนูได้ไหม หนูเริ่มรู้สึกมึนๆ แล้วอะดิ”
“ดื่มไปนิดเดียวเองนี่”
“หนูคออ่อนค่ะ ปกติไม่ค่อยดื่ม”
“ทำไมไม่ดื่มน้ำอัดลมล่ะ”
“อยากลองกินเข้าสังคมดูบ้างค่ะ” น้ำใสถึงกับถอนหายใจ เธอเข้าใจว่าสังคมการทำงานมันต้องมีดื่มกันบ้าง
“เฮ้อ ดันมาเจอสังคมผิดไปหน่อยนะ เพราะสังคมผู้ชายพวกนี้อะนะ ดื่มได้ยันเช้าเรานั่นแหละจะตายเอา” น้ำใสมองเว็นดี้ด้วยความเอ็นดู
“ก็จริงอย่างที่พี่ว่าเลย”
“งั้นไม่ต้องดื่มแล้ว ดื่มน้ำหวานก็สนุกได้” น้ำใสจัดการเปลี่ยนแก้วใหม่ให้กับเว็นดี้เธอใส่น้ำแข็งและรินน้ำอัดลมให้กับหญิงสาวที่อายุน้อยกว่า
ไม่นานนักฟีนิกซ์ก็เดินออกมาจากห้องน้ำเห็นเว็นดี้นั่งดื่มน้ำหวานจึงเอ่ยถาม
“ไม่กินเหล้าแล้วเหรอ”
“น้องคออ่อนอะ เลยให้เปลี่ยนไปดื่มน้ำหวานแทน” น้ำใสตอบคนรัก
“อยู่ที่นี่อ่ะ ต้องแข็งแกร่ง รวมถึงคอด้วย ดีดต้องดังกริ้งๆ” ทำท่าดีดคอให้เด็กมันดู
“โห ไม่ไหวหรอก พวกพี่กินเหล้าอย่างกับกินน้ำเปล่า หนูได้ตายจริงๆ แน่”
“อ่อนว่ะ” เอ่ยพูดแซวเธอ
“อันนี้ขอยอมแพ้จริงๆ” เว็นดีตอบเขา
“งั้นก็มาเล่นเกมต่อเลย” ฟีนิกซ์พูดพร้อมกับกดเตรียมตัวเริ่มเกม เว็นดี้จึงหันไปกระซิบกับน้ำใส
“พี่น้ำมาเล่นแทนหนูนะ”
“พี่เล่นไม่เป็น”
“เดี๋ยวหนูสอน จะได้เอาไว้เล่นเป็นเพื่อนพี่ฟีนิกซ์” เว็นดี้จัดการให้อย่างเสร็จสรรพเธอเข้าเกมไปและให้น้ำใสเป็นคนเล่น ระหว่างเล่นก็คอยบอกน้ำใสตลอดว่าให้ทำยังไงบ้าง จนกระทั่งเวลาในเกมผ่านไปได้สักพักน้ำใสก็เริ่มตกอยู่ในช่วงวิกฤตเว็นดี้ที่ช่วยดูอยู่ก็เรียกฟีนิกซ์ให้มาช่วย
“พี่ฟีนิกซ์มาช่วยพี่น้ำใสหน่อย โดนรุมแล้วเนี่ย”
“กำลังไปๆ”
“ที่รักอย่าเดินเข้าไปกลางวงสิครับ”
“แล้วพี่ต้องทำยังไงเว็นดี้”
“พี่น้ำใช้โยกหลบเร็ว”
“ทำยังไง”
“กดปุ่มนี้” พอกดปุ๊บก็ดันพุ่งเข้าไปหาฝ่ายตรงข้ามแทน แทนที่จะหนีได้สรุปก็ตายอยู่ตรงนั้น
“โอ๊ยไม่เล่นแล้วได้ปะ” น้ำใสทำเสียงงอแง
“เธอเกิดแล้วรีบมากันบ้านเร็ว” ฟีนิกซ์บอกน้ำใส
“ไม่ทันแล้ว” สุดท้ายทีมก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบทำให้น้ำใสคิดว่าเป็นเพราะเธอ
“แพ้เพราะเค้าเลยอะ” น้ำใสทำหน้าเสียใจ ฟีนิกซ์เลยดึงเข้าไปซบไหล่เขาแล้วลูบหัว
“โอ๋ ไม่เป็นไรๆ” หอมหัวไปหนึ่งทีและกอดเธอเพื่อปลอบใจ
“พี่น้ำไม่ต้องเสียใจหรอกค่ะ ที่แพ้เพราะพี่ฟีนิกซ์นั่นแหละ ที่ไม่ดูแลพี่น้ำให้ดี ปล่อยให้อยู่คนเดียวแทบทั้งเกม” เว็นดี้ที่นั่งมองทั้งสองอยู่ก็ได้พูดขึ้น
“ไม่เป็นไรหรอก เกมมันคงไม่ใช่ทางสำหรับพี่” น้ำใสหันไปบอกเว็นดี้
“หนูอยากให้พี่น้ำเล่นเป็นนะ พี่ฟีนิกซ์จะได้เลิกชวนหนูตื่นมาเล่นกลางดึกซะทีไง หนูนอนดึกมาหลายคืนแล้วเนี่ย มาทำงานตาหนูจะปิดตลอดเลย จะแอบอู้ก็ไม่ได้ด้วย” น้ำใสรู้สึกสะดุดกับคำพูดของเว็นดี้ก่อนจะเหลือบตามองคนรักของตัวเอง ปกติแล้วเขาชวนเว็นดี้เล่นเกมกลางดึกทุกคืนเลยหรือเปล่า แล้วชวนคนอื่นด้วยใช่ไหม สีหน้าของฟีนิกซ์ไม่ได้มีปฏิกิริยาตกใจอะไรกับคำพูดของเว็นดี้ด้วย เพราะหากเขาแอบคุยหรือปิดบังก็ต้องมีตกใจกันบ้าง แต่นี่ไม่เธออาจจะคิดมากไปเองก็ได้
“ทีมขาดคนให้ทำไง” เขาตอบไปด้วยท่าทางปกติ
“วันหลังหนูจะคิดโอทีนะ คูณสามเท่าของค่าแรงปกติด้วย”
“ไอ้สามตัวนั้นไม่เห็นเคยคิดเลย”
“พี่เขาไม่คิดแต่หนูจะคิด ถือว่าเป็นเวลาทำงาน”
“ขี้งกนะ พี่จะฟ้องพี่เธอ”
“หนูก็จะฟ้องเหมือนกันว่าพี่ใช้แรงงานหนูทั้งวันทั้งคืน” พร้อมกับแลบลิ้นใส่ฟีนิกซ์
แม้จะบอกว่าพยายามไม่คิดอะไร แต่กลับรู้สึกว่าทั้งสองคนสนิทสนมกันมากกว่าปกติ แม้จะร่วมงานกันได้ไม่นานนักแต่กลับดูเหมือนว่าเข้ากันได้ดี เธอรู้สึกไม่ดีที่ตัวเองจะคิดมากและทำตัวหึงหวงแฟนกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งบางทีมันอาจจะไม่มีอะไรด้วยซ้ำ เพราะทั้งคู่ก็ต่างเป็นคนที่ช่างคุยคงจะสนิทกันได้เร็วเป็นเรื่องปกติ เธอจะงี่เง่าเกินไปหรือเปล่า
แต่ทำไมถึงรู้สึกไม่ดีขนาดนี้นะ ไม่ชอบตัวเองที่เป็นแบบนี้เลย
หลังจากกลับมาที่กรุงเทพฯ เว็นดี้ก็เริ่มหางานใหม่เธอส่งใบสมัครไปหลายที่จนกระทั่งได้งานธุรการบัญชีที่บริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทไม่ใหญ่มากแต่เงินเดือนที่ให้ก็ทำให้เธอพอใจ เมื่อเธอมาเริ่มงานวันแรกรุ่นพี่บัญชีคนหนึ่งก็พาเธอเข้าไปแนะนำตัวกับทุกคน “ทุกคนฟังทางนี้นะ วันนี้เรามีน้องบัญชีคนใหม่มา ชื่อน้องเว็นดี้” แล้วรุ่นพี่ก็แนะนำให้เธอรู้จักคนในออฟฟิศประมาณสิบกว่าคน บรรยากาศในที่ทำงานค่อนข้างเป็นกันเอง และเพื่อนที่ทำงานก็อายุไม่ต่างจากเธอมาก “เดี๋ยวพี่พาไปแนะนำกับเจ้านายนะ เรียกเฮียตี๋ก็ได้ ทำงานที่นี่เราอยู่กันแบบครอบครัว เรียกกันเป็นพี่เป็นน้อง” เว็นดี้พยักหน้าเข้าใจ ดูเหมือนว่าการเริ่มต้นใหม่ที่นี่ก็ไม่เลวเหมือนกัน “เจ้านายคะ พอดีมีน้องพนักงานใหม่มาจะแนะนำให้รู้จักค่ะ” “อ่า พาเข้ามาสิ” พอข้างในตอบกลับมารุ่นพี่ก็เปิดประตูเข้าไป ภายในห้องทำงานไม่ได้กว้างมากแต่ก็ดูค่อนข้างทันสมัยข้างในมีชายหนุ่มอายุประมาณสามสิบกลาง ๆ รูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาดีผิวสีอ่อนกำลังยืนคุยเล่นกับหญิงสาวอีกคนที่ดูดีเช่นกัน “ซ้อถิงก็อยู่ด้วยพอดีเลย งั้นอิงจะแนะนำให้รู้จักน้องเว็นดี้นะคะ บัญชีคนใหม่ของเรา” “สวัสดีค่
หนึ่งสัปดาห์ต่อมาหลังจากที่เว็นดี้ออกจากร้านของฟีนิกซ์ในวันนั้นทั้งสองก็ไม่ได้เจอกันอีกแม้เธอจะโทรไปหาทางนั้นก็ไม่ได้รับสายเธอ มีเพียงจดหมายผ่านงานที่ถูกส่งกลับมาที่เธอเท่านั้นพี่ชายทั้งสองคนของเธอก็คอยสอดส่องจับตาดูเธอไม่ให้ออกไปไหนยังดีที่วันนี้เธอต้องกลับบ้าน เพื่อกลับไปทำเรื่องจบที่วิทยาลัยของตนเองรถสองแถวก็หยุดตรงที่หน้าบ้านใหญ่เว็นดี้ลงจากรถโดยสารเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะเจอกับป้าของเธอซึ่งเป็นแม่ของวินเนอร์และวิคเตอร์ที่กำลังนั่งดูข่าวประจำวันทั่วไปอยู่“ป้าวรรณาสวัสดี” เธอกล่าวทักทายป้าของตนพร้อมกับยกมือไหว้ด้วยท่าทีอันเกรงใจ“ทำไมกลับมาคนเดียววินเนอร์กับวิคเตอร์ไม่มาด้วยล่ะ”“หนูกลับมาแค่สองสามวัน มาทำเรื่องจบที่วิทยาลัยค่ะ”“แล้วแวะมาที่นี่ทำไม”“หนูจะมาเอาเอกสารสำคัญที่บ้านค่ะ”“อืม จบแล้วก็รีบไปหางานทำแม่แกจะได้เลิกไปยืมเงินคนนั้นคนนี้สักทีฉันล่ะเบื่อที่พวกนั้นมาตามเอาที่ฉัน” “ขอโทษค่ะ”“กับข้าวอยู่ในตู้หิวก็ไปตักกิน ตักกลับบ้านไปให้วิไลมันด้วย ไม่รู้ว่ามันกินข้าวบ้างหรือยังวัน ๆ เอาแต่กินเหล้า นี่ไม่เห็นมันมาสองสามวันละ”“ค่ะป้า” แม้จะดูเหมือนวรรณาจะไม่ได้เอ็นดูเว็นดี้มา
“เหนื่อยแล้วค่ะ อยากนอน” พอได้ยินคำพูดของเธอทำเอาเขาถึงกับชักสีหน้า“ได้ยังไง พี่อดทนรอวันนี้มาตั้งเท่าไหร่รู้ไหม” “เท่าไหร่คะ”“เกือบแปดปีเลยนะ”“ก็วันนี้เค้าเหนื่อยนี่ เอาไว้วันพรุ่งนี้นะ” เธอยิ้มระรื่นทำหน้าตาไม่สะทกสะท้านก่อนจะเดินไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้งแล้วบรรจงถอดเครื่องประดับที่สวมใส่อยู่ออกทีละชิ้นชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจที่โดนเธอแกล้ง ตั้งแต่ที่กลับมาคบกันเราก็ยังไม่มีอะไรกัน เพราะเธอบอกว่าให้รอหลังแต่งงานเพื่อจะได้พิสูจน์ว่าเขานั้นจริงจังกับความสัมพันธ์นี้แค่ไหนแต่ความอดทนคนเรามันก็มีขีดจำกัด เกือบแปดทีที่ขาดเรื่องอย่างนั้นมาเขาก็ไม่เคยรู้สึกต้องการเท่ากับวันนี้เลย คงเพราะว่าเป็นเธอเขาถึงต้องการ และมีแค่เธอคนเดียวที่ทำให้เขามีความรู้สึกเช่นนั้นชายหนุ่มเดินเข้าไปหาภรรยาจอมดื้อของจะอุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าสาว สองเท้าของเธอลอยขึ้นจากพื้นทำเอาเธอใจหายวูบรีบคว้ากอดเข้าไปที่คอของสามีทันควัน“จะทำอะไร”“คนเป็นผัวเป็นเมียกันเขาต้องทำอะไรกันล่ะ เวลานี้” เขาวางเธอลงไปที่เตียงก่อนรีบขึ้นไปคร่อมเธอเอาไว้ กักขังให้เธอไร้ซึ่งทางหนีสายตาของฟีนิกซ์นั้นไม่ธรรมดาเลย เขามองมาที่เธออ
ณ สวนด้านหลังของคฤหาสน์ตระกูลอัครภูมิไพศาลตอนนี้กำลังเต็มไปด้วยทีมออแกไนซ์ที่รีบตรวจเช็กความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานกันอีกรอบก่อนจะถึงเวลาที่งานจริงจะเริ่มในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าช่วงเช้าพิธีหมั้นและแต่งแบบไทยที่เชิญแขกคนสำคัญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่มาร่วมงานก็ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้วในช่วงเย็นเป็นพิธีฉลองมงคลสมรส ที่น้ำใสและฟีนิกซ์ต้องการให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่เชิญมาแค่คนที่รู้จักและสนิทกัน เพียงไม่กี่สิบคน อยากให้งานมีความเป็นกันเอง จะได้สนุกกันอย่างเต็มที่ในตอนนี้เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ต่างแยกห้องแต่งตัวแต่งหน้าทางน้ำใสแม้จะผ่านพิธีในช่วงเช้ามาแล้ว แต่เธอก็ยังคงรู้สึกประหม่ากับการเป็นเจ้าสาวในวันนี้อยู่ดีทีมช่างแต่งหน้า ทำผม และน้ำอ้อยคอยช่วยแต่งสวยให้น้ำใส เพื่อให้เธอออกมาสวยที่สุดในงานสำคัญของเธอในค่ำคืนนี้ชุดแต่งงานทรงบอลกาวน์เกาะอกสีขาวปักลายลูกไม้อย่างประณีต พร้อมกับประดับด้วยมุก และเม็ดคริสตัลเล็ก ๆ หลายร้อยหลายพันเม็ดทุกขั้นตอนล้วนทำด้วยมืออย่างตั้งใจน้ำอ้อยนั้นอยากให้หลานสาวสวยที่สุดเธอจึงตั้งใจทำชุดออกมาด้วยความใส่ใจ แม้จุดเล็กน้อยเธอก็เก็บรายละเอียดหมดไม่ปล่อยให้พลาด จนออกมา
ริมฝีปากหยักถอนจูบออกก่อนที่จะลงไปจูบส่วนอื่นต่อแต่ทว่าถูกมือเรียวเล็กห้ามปรามไว้ก่อน“มีอะไร”“เค้าเป็นเมน” ประโยคนี้ทำเอาเขารู้สึกว่าเวลามันหยุดหมุนไปทันที“...” ใบหน้าหล่อหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด รู้เลยว่าเขากำลังเสียดายที่ไม่ได้ทำต่อ“ฝ่าไฟแดงได้นะ พี่ไม่ติด” “แต่เค้าติด”“งั้นถ้าหายแล้วก็ทำได้ใช่ไหม” ถามเธอด้วยแววตาที่เป็นประกายเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้มานานมากแล้ว แน่นอนว่ามันก็ต้องมีความอยากบ้างเป็นเรื่องปกติ“อืม…อาจจะยังนะ~” แต่คำตอบของเธอก็ทำเอาใจแป้วไปครั้งแล้วครั้งเล่า นี่เธอกำลังจะแกล้งเขาให้คลั่งตายใช่ไหม“ยังติดอะไรอีก”“เราพึ่งกลับมาคบกันเอง เค้าว่ามันเร็วไป”“แต่เรามีลูกสองคนแล้วนะ มันไม่เร็วไปหรอก”“รอให้เค้ามั่นใจอีกนิดหนึ่งได้ไหม” “เมื่อไหร่ล่ะ”“ก็หลังแต่งงาน”“งั้นแต่งเลย พรุ่งนี้แต่งเลย จะโทรไปจองโรงแรมเดี๋ยวนี้เลย” ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาด้วยท่าทีจริงจังถ้าเธอจะพร้อมตอนแต่งงานงั้นเขาก็จะจัดงานแต่งให้เลยทันที เขาเตรียมกดโทรหาเลขาของตนในเวลานี้เพื่อให้ช่วยจัดการธุระด่วนให้ แต่น้ำใสก็รีบเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“ใจเย็น ๆ สิ”“จะใจเย็นอะไรได้อีก ถ้าเธอไม่
ในคืนเดียวกันนั้นเฟลิกซ์และเฟรย่าก็ขอให้ผู้เป็นพ่ออย่างฟีนิกซ์นั้นค้างคืนที่บ้านเพื่อเป็นการยืนยันว่าพ่อจะไม่จากพวกเขาไปไหนอีกน้ำใสกับฟีนิกซ์ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรทั้งคู่ก็ยอมให้กับคำขอของลูกทั้งสองขณะที่กำลังนั่งเล่นพูดคุยกันอยู่ที่โซฟารับแขกของบ้าน เด็กน้อย ด้วยความอ่อนเพลียจากการที่เดินไกลมาทั้งวันก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนของพ่อและแม่น้ำอ้อยกับภิรดามองเห็นแล้วก็รู้สึกสงสาร ความคิดเด็กที่ยังไร้เดียงสารู้สึกกลัวว่าพ่อจะทิ้งพวกเขาไปและแค่อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบจึงต้องเดินออกไปตามพ่อกลับมา“น้ำใสจ๊ะ” ภิรดาเอ่ยเรียกชื่อของน้ำใส“คะ?”“แม่ขอคุยกับหนูตามลำพังได้ไหม”“ได้ค่ะ” น้ำใสค่อย ๆ อุ้มลูกฝากเอาไว้ในอ้อมกอดของฟีนิกซ์ก่อนจะพาภิรดาเดินไปคุยเป็นการส่วนตัวที่ห้องกินข้าว“คุณแม่มีอะไรจะคุยกับน้ำเหรอคะ” ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะ“แม่ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม”“คุณแม่พูดมาได้เลยค่ะ”“ฟีนิกซ์ลูกชายแม่เขารักหนูมากนะ ถึงในอดีตที่ผ่านมาเขาจะทำผิดกับหนูจนหนูไม่สามารถให้อภัยได้ แต่ความผิดนั้นพ่อของเขาก็เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น และแม่ก็ผิดด้วยที่บกพร่องที่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของฟีนิกซ์ให้มากพอหากแม่รู้แม่ก
หลังจากที่ฟีนิกซ์เดินออกจากห้องไปน้ำใสก็รีบตามไปทันทีเพราะเธอมัวแต่โกรธจนลืมไปว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดคือลูกที่อยู่ในท้องตอนนี้ ทว่าฟีนิกซ์กลับขับรถออกไปด้วยความรวดเร็ว เธอไม่รู้เลยว่าเขาไปที่ไหนในเวลานี้ น้ำใสลองตามไปดูที่อู่ของเขาก็พบว่าปิดไฟมืดสนิท เขาไม่ได้อยู่ที่นั่นส่วนคนอื่น ๆ ก็กลับกันไปหมดแ
Superior raceเวลา 19.25 น.คืนนี้ที่อู่คึกคักเป็นพิเศษเพราะฟีนิกซ์จัดงานเลี้ยงฉลองวันสิ้นปีล่วงหน้าให้กับพนักงาน น้ำใสขอตามมาด้วยซึ่งเขาก็ไม่ได้ห้าม ทว่าทันทีที่เธอเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศกลับเปลี่ยนเป็นกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด พนักงานแต่ละคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะต่างก็รู้ดีว่าช่วงนี้ฟีนิกซ
สองวันต่อมาจากวันครบรอบน้ำใสก็ต้องเดินทางออกต่างจังหวัดไปทำงานเซลล์ของเธอ หลังจากไปเจอลูกค้าและส่งของเสร็จน้ำใสก็ฝากงานไปกับเจี๊ยบเพราะเธอขอลาต่ออีกสี่วันเพื่อที่จะไปเยี่ยมแม่ ไหน ๆ ก็ผ่านบ้านเกิดเธอพอดี รถยนต์ของบริษัทฟีรารีสขับเข้าไปในซอยที่มีบ้านเช่าหลังสีขาว เป็นบ้านสองชั้น ในรั้วไม้ทาสีขาว ภา
ในที่สุดก็ถึงวันครบรอบสี่ปีแล้วหลังเลิกงานน้ำใสเดินทางมารับของขวัญที่สั่งทำให้ฟีนิกซ์ก่อนจะเดินทางไปต่อที่ร้านอาหารสุดหรูที่เราจะไปด้วยกันในวันครบรอบทุกปีเธอจองโต๊ะเอาไว้และไปนั่งรอเขาที่ภัตตาคารหรูที่ตั้งอยู่บนโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางเมือง โต๊ะถูกคลุมด้วยผ้าปูสีขาวตรงกลางวางเชิงเทียนเอาไว้พร้อมกับ







