Masukแล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิด เมื่อเช้าวันนี้มีดอกกุหลาบสีชมพูช่อโตเท่าเมื่อวานวางไว้ที่โต๊ะทำงานตั้งแต่ก่อนที่เธอจะเดินทางมาถึงด้วยซ้ำ
ธารารินเบะปากให้ดอกไม้ชนิดโปรดที่เคยเห็นครั้งใดก็ต้องสูดดมกลิ่นหอมด้วยความหลงใหลทุกครั้งไป ยิ่งอ่านการ์ดยิ่งอยากจะเบะปากมองบน เพราะรู้สึกขยะแขยงผู้ชายมักมากคนนั้นอย่างที่สุด
“ผมขอโทษด้วยที่ครั้งแรกที่เราเจอหน้ากันมันไม่ได้น่าจดจำเท่าไรนัก หวังว่าคุณจะให้โอกาส..ให้ผมได้ทำความรู้จักกับคุณมากกว่านี้ รับรองว่าคุณจะมองผมในแบบใหม่”
“หึ หลงตัวเองจริงนะ รู้ว่าหล่อ รู้ว่ารวย รู้ว่าสาวเยอะ แต่เสียใจ คนอย่างน้ำริน ไม่จำเป็นต้องไปแย่งผู้ชายกับใครย่ะ ลาก่อน อีตาปั้นจั่น”
กุหลาบสีชมพูช่อใหญ่ผู้น่าสงสาร ถูกยัดลงถังขยะเป็นวันที่สอง แต่ความใหญ่โตของมันไม่สามารถลงไปอยู่ในก้นถังได้ จึงเสนอหน้าชูช่อสีชมพูส่งกลิ่นเย้ายวน โดยมีถังขยะเป็นแจกันใบสวยอย่างพอดิบพอดี
ยิ่งเห็นก็ยิ่งหงุดหงิด จึงเรียกแม่บ้านให้นำถุงขยะมาใส่ดอกไม้ช่อนี้ แล้วเอาไปทิ้งให้ไกลๆ สายตาของเธอ
“อ้าว ดอกไม้ยังไม่เหี่ยวเลย ยัยน้ำให้ทิ้งแล้วเหรอ”
“ค่ะ ท่านประธาน”
ทันทีที่แม่บ้านและเลขานุการร่างอวบเดินออกมาจากห้องทำงานของเจ้านายสาวหลังจากเก็บซากช่อดอกไม้ของผู้ชายเจ้าชู้ยักษ์ ก็เจอกับท่านประธานบริษัทผู้เป็นบิดาของเธอที่หน้าห้องพอดี
“ทำไมให้ทิ้ง ใครส่งมาให้ล่ะ”
เขารู้ว่าลูกสาวของเขาเรื่องมาก เลือกเยอะ และเกลียดคนเจ้าชู้ที่สุด แต่ก็ไม่เคยทิ้งดอกไม้ของใครแบบนี้ ส่วนมากจะให้แม่บ้านนำดอกไม้แสนสวยไปจัดแจกันประดับบ้านหรือห้องทำงาน ยิ่งดอกกุหลาบนำเข้าสีชมพูดอกโตช่อใหญ่ยักษ์นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีหวังหอบกลับไปจัดแจกันเอาไว้เต็มห้องนอนแน่ๆ
“เอ่อ ในถุงนี้มีดอกไม้ของคุณเทวาค่ะ ส่งมาให้ทุกวันเป็นเดือนแล้ว แล้วก็ของคุณปัณจธรค่ะ เพิ่งส่งมาวันนี้เป็นวันที่สองค่ะ”
ธารา พยักหน้ารับ ชื่อของชายหนุ่มทั้งสองเขารู้จักดี และทั้งสองคนนี้ต่างส่งคนมาเจรจาขอซื้อที่ดินผืนงามที่ภูเก็ตแต่โดนเขาปฏิเสธกลับไปด้วยเหตุผลเดียวกัน
ก็คงหวังจะจีบลูกสาวเขาให้ติดเพื่อให้เธอยอมขายที่ดินให้ หรือไม่ก็หวังรวบหัวรวบหาง เอาทั้งที่ดินและเอาทั้งลูกสาวเขาทำเมีย
สำหรับเทวา เขารู้กิตติศัพท์ดี ทั้งเจ้าชู้ ใจร้อน บุ่มบ่าม โหดร้าย และมีธุรกิจสีเทาแอบแฝง คงไม่เป็นการดีแน่ถ้าผู้ชายคนนั้นจะจีบลูกสาวของเขาติด
ส่วนอีกคน แม้จะมีข่าวควงดารานางแบบไม่ซ้ำหน้า แต่ต้นตระกูลนี้มีแต่คนดีๆ ขยันทำงาน ฉลาดหลักแหลม และอนาคตไกลกันทุกคน ซึ่งในฐานะผู้ชายด้วยกัน ความเจ้าชู้มันมีกันทุกคน อยู่ที่ว่าจะสามารถหยุดทุกอย่างเอาไว้ได้แค่ไหนถ้าเจอคนที่เป็นตัวจริง และผู้ชายในตระกูลนี้ เมื่อตกลงปลงใจกับใคร ก็จะรักเดียวใจเดียวจนผู้หญิงที่ได้เป็นภรรยากลายเป็นคนที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก
มือที่กำลังจะยื่นไปเปิดประตูห้องทำงานของลูกสาว หดกลับมากุมหน้าอก ไอถี่จนตัวโยน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งที่พื้นแล้วหมดสติไป
“ท่านประธาน ท่านประธานคะ ใครก็ได้ เรียกรถพยาบาลที”
ภาพเพดานสีขาวของโรงพยาบาลพร่าเบลอ ก่อนจะชัดขึ้นเมื่อท่านประธานวัยกลางคนลืมตาตื่นและมีสติเต็มร้อย
“พ่อคะ พ่อฟื้นแล้ว”
คนตัวบางที่เป็นสุดยอดดวงใจโผเข้ากอดเขาแน่น ทั้งยังร้องไห้สะอึกสะอื้นตัวโยนอย่างน่าสงสาร
ตอนที่ได้ยินเสียงโหวกเหวกหน้าห้อง เมื่อออกมาดูแล้วพบว่าพ่อของตัวเองที่เคยแข็งแรงอยู่เสมอนอนหมดสติ แถมยังมีเลือดไหลออกมาทางปากจากการไออย่างหนัก สติของเธอก็หลุดหายไปในทันที
แถมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่หมอเดินมาบอกผลการวินิจฉัยโรคว่าพ่อเธอเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ซ้ำร้ายร่างกายยังอ่อนแอเกินกว่าจะตอบสนองต่อการรักษา ทำเอาหัวใจของเธอแตกสลายไม่หลงเหลือชิ้นดีอีกต่อไป
ตั้งแต่เธอจำความได้ เธอมีแค่พ่อ แม่ของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เธออายุได้เพียงสองขวบ ในตอนนั้นเธอไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับแม่เลย
ทุกเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่จำความได้จนถึงตอนนี้ จึงมีเพียงแค่พ่อเท่านั้น ที่ป้อนข้าว อาบน้ำ กล่อมนอน ถักผมเปียให้เธอไปโรงเรียน อยู่ในทุกช่วงเวลาที่เธอทั้งเจ็บปวดและมีความสุข
แต่วันนี้ กลับมีโรคร้ายที่พร้อมจะพรากชีวิตพ่อไปจากเธอได้ตลอดเวลา ถ้าเธอไม่เหลือพ่ออยู่ข้างกายอีกแล้ว ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีชีวิตต่อไปได้อย่างไร
“น้ำ อย่าร้องไห้ลูก”
เสียงแหบพร่าของคนเป็นพ่อพยายามจะปลอบใจลูก แม้ว่าหัวใจของตัวเองก็แตกสลายไม่เหลือชิ้นดีเหมือนกันก็ตาม
เมื่อสองเดือนก่อนที่เขารู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายที่เคยแข็งแรงเสมอ จึงไปตรวจร่างกายอย่างละเอียด แล้ววันที่โลกถล่มลงมาตรงหน้าก็คือวันที่เขารู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย และหมอไม่แน่ใจว่าเขาจะตอบสนองต่อการรักษามากแค่ไหน
เขาไม่เคยกลัวความตายหรือเสียดายชีวิต แต่ที่เขาเป็นห่วงและกังวลที่สุดคือลูกสาวเพียงคนเดียวที่เป็นดังชีวิตและลมหายใจของเขา ต่อจากนี้เธอจะอยู่อย่างไรคนเดียวบนโลกที่แสนโหดร้ายใบนี้
“พ่อทำไมไม่บอกน้ำ น้ำจะได้รีบพาพ่อไปรักษา พ่อไม่ต้องกังวลนะคะ พ่อต้องหาย ต้องอยู่กับน้ำไปนานๆ อย่าทิ้งน้ำไปอีกคนนะคะ”
หยาดน้ำใสๆ ไหลอาบแก้มสาก เขารู้ตัวว่าร่างกายตัวเองมันทรุดลงอย่างรวดเร็วและอยู่ในภาวะย่ำแย่แค่ไหน ไม่มีทางเลยที่เขาจะหาย ไม่มีทางเลยที่เขาจะได้มีชีวิตอยู่ปกป้องลูกรัก
“อย่าร้องไห้ลูก คนเราทุกคนเกิดมาก็ต้องตาย พ่อไม่อยากให้น้ำเสียใจ ถ้าวันหนึ่งไม่มีพ่อ พ่ออยากเห็นน้ำอยู่ได้อย่างมีความสุข”
“น้ำทำไม่ได้ค่ะ พ่ออย่าไปนะ อย่าทิ้งน้ำไป น้ำขอร้อง”
ภาพพ่อลูกกอดกันร้องไห้ ทำให้แม่บ้านเก่าแก่ของตระกูลที่เลี้ยงดูเธอมาด้วยความรักตั้งแต่เกิดต้องลอบปาดน้ำตา ไม่ต่างจากเลขาสาวอวบซึ่งเป็นเด็กกำพร้าที่ท่านประธานส่งเสียเลี้ยงดูให้การศึกษาจนมีอนาคตที่สดใสในวันนี้ ก็แอบปาดน้ำตาออกจากแก้มด้วยความสะเทือนใจ
“พ่อจะยังไม่ทิ้งน้ำไปง่ายๆ หรอกลูก ไม่ต้องกังวล แล้วกัน พากันร้องไห้กันหมด ฉันยังไม่ตายสักหน่อย นอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลืออีกแค่คืนสองคืนก็กลับบ้านได้แล้ว ไปทำงานกันได้แล้วไป พ่อไม่เป็นอะไรจริงๆ น้ำมีประชุมสำคัญด้วยนี่ลูก”
“น้ำเลื่อนประชุมได้ค่ะ น้ำอยากอยู่กับพ่อ”
“อย่าเลื่อนเลย รีบไปทำงานสำคัญก่อนเถอะ เดี๋ยวพ่อจะให้น้ำอยู่กับพ่อจนเบื่อเลย”
“เอางั้นก็ได้ค่ะพ่อ เดี๋ยวน้ำจะรีบกลับมาหาพ่อนะคะ”
เมื่อเป็นความต้องการของคนป่วย ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ของตนเอง และเห็นทีว่าหลังจากนี้เธอคงต้องย้ายมาทำงานที่บ้านแทน
“เมือง โทรเชิญคุณปัณจธร อธิพัฒน์โภคิน มาพบฉันที่นี่หน่อยสิ ตอนนี้เลย”
“ครับท่าน”
เมือง ผู้ช่วยมือขวาคนสนิททั้งยังเป็นทนายความส่วนตัวและที่ปรึกษาด้านกฎหมาย โทรเชิญชายหนุ่มรุ่นลูกให้มาพบผู้เป็นเจ้านายถึงโรงพยาบาล ไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็มาถึง พร้อมด้วยกระเช้าเยี่ยมไข้เป็นอาหารบำรุงกำลังที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง
“ได้เจอหน้ากันซะทีนะ คุณปัณจธร”
“เรียกผมว่าปั้นเฉยๆ ดีกว่าครับ คุณอาเป็นอย่างไรบ้าง อย่าเพิ่งคิดมากนะครับ เดี๋ยวนี้วิทยาการทางการแพทย์เราก้าวหน้า โรงพยาบาลของหมอน่านก็มีแต่อาจารย์หมอเก่งๆ ยังไงคุณอาต้องหายครับ”
“ขอบใจมาก ที่อุตส่าห์ให้กำลังใจอา อารู้ดีว่าคงอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกไม่นาน แต่มีเรื่องที่อายังกังวล อยากจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่อาจะไป อาจะได้ไปอย่างสงบและสบายใจ”
“มีอะไรที่ผมพอช่วยคุณอาได้ไหมครับ บอกมาได้เลย ผมพร้อมช่วยครับ”
เขาพูดออกมาจากใจจริง เพราะครอบครัวของเขาคือครอบครัวใหญ่ซึ่งญาติพี่น้องรักและดูแลกันอย่างดี จึงอดรู้สึกสงสารสองพ่อลูกคู่นี้ไม่ได้ที่มีกันแค่สองคนบนโลกเท่านั้น ถึงแม้จะไม่รู้ว่าสิ่งที่คนป่วยต้องการคืออะไรก็ตาม
“ปั้นยังอยากได้ที่ดินที่ภูเก็ตผืนนั้นอยู่หรือเปล่า”
ปัณจธรเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง สิ่งที่คนป่วยกังวลคืออะไรกันแน่ ทำไมถึงเรียกเขามาสอบถามเรื่องที่ดิน หรือต้องการจะขายเพื่อเอาไว้เป็นทุนให้ลูกสาวใช้ชีวิตได้อย่างสบายในวันที่ไม่มีตัวเองแล้ว
“ครับ ผมยังอยากได้ที่ดินผืนนั้นอยู่”
“ขอโทษด้วยที่ต้องถาม แต่จะเอาที่ดินผืนนั้นไปทำอะไร”
“ผมอยากทำรีสอร์ตครับ ทำโครงการไว้เป็นรีสอร์ตสไตล์หรูหราท่ามกลางธรรมชาติ จะเปิดรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเที่ยวแบบหรูหรา ส่วนตัว และใกล้ชิดธรรมชาติครับ”
“ที่ดินผืนนั้นอยู่ร่วมกับชาวบ้าน ชาวประมงและคนที่นั่นก็รักความเป็นธรรมชาติที่สุด อาเกรงว่ามันจะมีแต่ผลร้ายถ้าปั้นจะสร้างรีสอร์ตหรูหราที่นั่น”
ปัณจธรนิ่งคิดตามคำของคนป่วย มันเป็นเรื่องจริง ถ้าหากเขาฝืนทำอะไรที่คนส่วนใหญ่บนที่ดินที่อยู่มาก่อนไม่เห็นด้วยหรือต่อต้าน ก็จะมีแต่ความวุ่นวายกลับมาไม่รู้จักจบจักสิ้น
“แล้วถ้าเปลี่ยนเป็นแนวโฮมสเตย์ หรือรีสอร์ตที่กลมกลืนไปกับบ้านเรือนของชาวบ้าน ให้คนมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนที่ต่างจังหวัดล่ะครับ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่อยากสัมผัสวิถีธรรมชาติที่มีมนตร์เสน่ห์ของคนพื้นที่ก็มีไม่น้อย กิจกรรมท่องเที่ยวรอบเกาะ ดำน้ำ หาปลา ก็ช่วยให้คนพื้นที่มีรายได้เพิ่มด้วย”
เจ้าของที่ดินพยักหน้าน้อยๆ มองสบดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความมุ่นมั่นอย่างแรงกล้าของผู้ที่ไม่รู้จักคำว่ายอมแพ้ แล้วก็อดที่จะนึกชอบใจในตัวทายาทตระกูลดังไม่ได้ นี่แหละหนาที่เขาบอกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น
“แปลว่าอยากได้ที่ดินผืนนั้นอยู่ดี”
“ครับ ผมอยากได้ ถ้าคุณอาจะกรุณา”
“หึหึ รู้ใช่ไหมว่าไม่ได้มีแค่ปั้น ที่อยากได้ที่ดินผืนนี้ของอา”
“ครับ ผมทราบครับ อย่างน้อยๆ ก็มีนายเทวา เจ้าของรีสอร์ตคู่แข่งของผมคนหนึ่งแล้ว”
ความตรงไปตรงมาของชายหนุ่มรุ่นลูกตรงหน้าทำเอาเขานึกถึงตัวเองเมื่อตอนหนุ่มๆ ทั้งเด็ดเดี่ยวและมีไฟ เขาจะทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งความสำเร็จ จนสามารถมีอาณาจักรจิวเวลรี่ที่ทั้งโด่งดังและมีชื่อเสียงส่งต่อให้กับลูกสาวที่มีนิสัยไม่ต่างจากเขาเท่าไรนักบริหารสืบต่อไป
“อาจะไม่ขายที่ดินให้ใครเด็ดขาด แต่จะเปลี่ยนพินัยกรรมให้คนที่จะแต่งงานกับลูกสาวของอาเอาที่ดินผืนนี้ไปทำรีสอร์ตได้ แต่ข้อแม้ของอาเยอะนะ ทุกอย่างจะถูกระบุไว้ในพินัยกรรม”
ปัณจธรเบิกตากว้างอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อหู ถ้าเขาจะเอาที่ดินผืนนั้นไปสร้างรีสอร์ตให้ได้ เขาต้องแต่งงานกับคุณหนูน้ำรินคนสวย สิ่งที่เขาอยากรู้คือข้อแม้เยอะแยะที่เจ้าของที่ดินว่า มันคืออะไรกันล่ะ
แต่ถึงแม้จะมีเงื่อนไขมากมายให้เขาทำตาม อาจจะอึดอัดใจบ้างเพราะคนเป็นพ่อย่อมรักและหวงลูกสาว คงมีเรื่องวุ่นวายให้เขารับปากเป็นพัน หนึ่งในนั้นคงไม่พ้นเรื่องผู้หญิง
“อาต้องการให้ปั้นแต่งงานกับน้ำริน ปั้นยินดีจะแต่งงานกับลูกของอาหรือเปล่า แต่อาจะให้เมืองส่งเงื่อนไขในพินัยกรรมให้ปั้นดูก่อน ค่อยให้คำตอบอาก็ได้”
คนอย่างเขามันไม่เคยรักใคร ไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่าความรักหน้าตามันเป็นอย่างไร เขาคิดไว้เสมอว่าวันหนึ่งอาจต้องแต่งงานด้วยเรื่องของธุรกิจ แล้ววันนี้มันก็มาถึงจริงๆ และในเมื่อข้อเสนอของเจ้าของที่ดินมันหอมหวานขนาดนี้ ถ้าเขาปฏิเสธ..ก็โง่เต็มที
“ครับคุณอา ผมจะแต่งงานกับคุณน้ำริน คุณอาไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะดูแลเธอแทนคุณอาเอง”
ตอนที่ 118 รัก..และรู้สึก“ดูสิครับน้ำ เผลอแป๊บเดียว เด็กๆ จะสองขวบแล้ว”ปัณจธรจับมือธารารินพากันออกมาเดินเล่นหน้าหาดส่วนตัวของวิลล่าหลังใหญ่ ซึ่งครั้งหนึ่งเขากับเธอได้มาฮันนีมูนกันหลังจากแต่งงานใหม่ๆครั้งนี้ เขาพาเธอกับลูก รวมถึงเพื่อนของเขาและเพื่อนของเธออีกสองครอบครัวมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวด้วยกัน ซึ่งปล่อยให้เด็กๆ ทั้งสามคนในวัยกำลังน่ารักเล่นทรายอยู่กับพี่เลี้ยง ส่วนพ่อแม่ก็ปลีกตัวออกมาสวีทกันตามประสา ซึ่งน้อยครั้งจะได้ทำแบบนี้“จริงด้วยค่ะ เด็กๆ โตไวมากเลย น้ำรู้สึกว่าเพิ่งคลอดไปไม่นานนี้เอง”“นานแล้วครับ ลูกของเราก็โตแล้ว เรามีลูกคนที่สองเลยดีไหม”ปัณจธรพาเธอมาหยุดยืนที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งห่างจากตัวบ้านออกมาไกลแล้ว เขาหันหน้าเข้าหาเธอ ใช้มือเกลี่ยปอยผมไปทัดหูให้อย่างอ่อนโยน มองสบตาภรรยาคนสวยด้วยความรักที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง“คุณปั้นอยากมีแล้วใช่ไหมคะ”“ครับ ผมอยากมีแล้ว น้ำเลิกกินยาคุมได้ไหม”เธอมองสบตาเขาแล้วพยักหน้า แม้จะอยู่กินกันมาหลายปี เขาก็ทำให้เธอเขินอายได้เสมอ ดวงตาคมกริบแสนมีเสน่ห์คู่นั้น มันคอยสะกดจิตเธออยู่ร่ำไป แถมใบหน้าหล่อเหลาก็เอาแต่คอยทำให้เธอหัวใจเต้นแรง“ได้ค
ในขณะที่พ่อแม่มือใหม่อีกคู่ที่กำลังสาละวนอยู่กับการชงนมให้ลูกเพราะคนเป็นแม่ตัวเล็กเกินไป ผลิตน้ำนมให้ไม่ทันความต้องการของลูกชายที่กินเก่งยิ่งกว่าใคร“พี่เชน เสร็จหรือยังคะ ลูกร้องใหญ่แล้ว”แม้ปากจะเข้าเต้า แต่ด้วยปริมาณน้ำนมที่ไหลออกมาเพียงน้อยนิดไม่ทันใจพ่อเจ้าประคุณก็แหกปากร้องลั่น ทำคุณพ่อมือใหม่วิ่งวุ่น“เสร็จแล้วครับ มาแล้ว มาแล้ว”ทันทีที่นมเด็กคุณภาพดีราคาแพงเข้าปาก เด็กน้อยที่ร้องไห้จ้าก็เงียบลงทันที ดวงตาที่ยังมีน้ำตาเอ่อคลอหน่วยมองพ่อกับแม่ตาแป๋ว“กินเก่งจัง นมหนูก็ออกน้อยลงทุกที ต่อไปคงต้องชงอย่างเดียวแล้วมั้งคะ”“นั่นสิ ดูตัวสิ ใหญ่ที่สุดในรุ่นแล้ว โตมาต้องสูงยาวหล่อหุ่นดีเหมือนพ่อแน่ๆ”คนเป็นพ่อที่แสนจะภาคภูมิใจที่ลูกชายออกมาหน้าตาหล่อเหลาเหมือนตัวเองทุกกระเบียดนิ้ว แถมโครงร่างยังใหญ่โตเหมือนตัวเองอีก“น่าน้อยใจ หนูอุ้มท้องมาตั้งเก้าเดือน แพ้ท้องแทบตาย ตอนคลอดก็ปวดท้องเกือบสลบ แต่ลูกออกมาไม่เหมือนหนูเลย แม้แต่เพศก็ไม่เหมือน”คนเป็นแม่ย่นจมูกใส่ลูกชาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพ่อของลูกด้วยความแง่งอน เลยถูกพ่อของลูกบีบจมูกด้วยความมันเขี้ยว“ก็หนูไม่ได้เป็นคนทำนี่ พี่ก็ทำแทบตาย เ
“คุณปั้น เป็นยังไงบ้างคะ”ผ่านไปเป็นเดือนแล้ว แต่อาการแพ้ท้องของเขายังรุนแรงเหมือนเดิม ทุกเช้าตอนตีห้า เขาจะลืมตาขึ้นมาแล้ววิ่งไปอาเจียนจนหมดไส้หมดพุงทั้งที่ไม่มีอะไรออกมาเลยนอกจากน้ำย่อยและภรรยาของเขาก็จะต้องเดือดร้อนลุกขึ้นมาลูบหลังให้เขาทุกครั้ง ทั้งที่เขาสั่งห้ามทุกวันว่าไม่ให้เธอลุกขึ้นมา เพราะเขาไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าการอาเจียนวันละหลายๆ ครั้งเท่านั้น“ไม่เป็นไรครับ น้ำไม่น่าลุกมาเลย”ปัณจธรล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ประคองภรรยาที่หน้าท้องนูนเด่นกลับมานั่งพิงหัวเตียง โดยมีเขานอนหนุนตักเธอด้วยใบหน้าซีดเซียวอย่างออดอ้อน“วันหลังน้ำไม่ต้องลุกมาแล้วนะ ผมแค่อ้วกเอง มีแค่น้ำย่อยกับลม ไม่มีอะไรเลย เสร็จแล้วก็โล่ง กลับมานอนได้เหมือนเดิม“ไม่ลุกไปดูได้ยังไงคะ น้ำเป็นห่วงคุณ”“ผมก็เป็นห่วงน้ำเหมือนกัน”“แต่น้ำลุกขึ้นช้าๆ ค่ะ เดินก็ช้าด้วย”“อย่ามาขี้โม้เลยครับ ผมเห็นนะ น้ำลุกพรวดเดียวก็ถึงห้องน้ำแล้ว นี่ไง ผมถึงเป็นห่วงน้ำ”คุณแม่ยังสาวที่ร่างกายยังคล่องแคล่วเหมือนเดิมส่งยิ้มแหย เธอก็อยากจะทำอะไรช้าๆ แบบที่เขาสั่ง แต่มันลืมตัวทุกที“ขอโทษค่ะ น้ำจะตั้งสติให้ดีกว่านี้นะคะ พรุ่งนี้เอาใหม่”“โธ่ น้
งานประกวดการออกแบบเครื่องประดับผ่านไปร่วมเดือน โฮมสเตย์ที่ก่อสร้างโดยเงินส่วนตัวของปัณจธรก็เสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ชื่นชอบการมาพักผ่อนแบบวิถีชาวบ้านท่ามกลางธรรมชาติของเกาะที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จักหน้าป้ายชื่อของโฮมสเตย์ ปัณจธรยืนซ้อนหลังภรรยา ใช้มือทั้งสองปิดตาเธอเอาไว้ เขายังไม่ยอมเปิดเผยโฮสเตย์แห่งนี้ให้เธอได้เห็นอีกหลังจากที่มีเรื่องราวในครั้งนั้น“เปิดตาได้หรือยังคะ คุณปั้น”“ครับ”มือใหญ่ค่อยๆ คลายออกมาอย่างช้าๆ ภาพตรงหน้าเป็นป้ายชื่อของโฮมสเตย์ที่สลักอยู่บนแผ่นไม้ขนาดใหญ่รายล้อมไปด้วยไม้ดอกสีสันสดใสดูโดดเด่นธาราริน โฮมสเตย์ คือชื่อที่สลักอยู่บนแผ่นไม้นั้น เจ้าของชื่อยิ้มทั้งน้ำตา มองแผ่นป้ายด้วยความตื้นตันใจ“คุณปั้น”“ชอบไหมครับน้ำ”“ชอบค่ะ ทำไมเป็นชื่อน้ำ”“ที่นี่เป็นของน้ำ ผมตั้งใจสร้างให้น้ำตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เงินที่สร้างก็เป็นของผมเองไม่ใช่เงินบริษัท”“น้ำไม่เห็นรู้เรื่องนี้”คราแรกที่เขาอยากได้ที่ดินผืนนี้ เขาตั้งใจสร้างเป็นรีสอร์ตของบริษัท แต่เมื่อพ่อเธอยกที่ดินให้ด้วยเงื่อนไขมากมาย บริษัทจึงไม่กล้านำเงินมากมายมาลงทุนกับที่ดินที
“ปิดบ่อนของเราให้หมด เก็บกวาดให้เกลี้ยง โรงงานยาด้วยอย่าให้เหลือ เรากำลังจะเกม”ทัดเทพโทรหาลูกน้องมือขวาที่ใช้เป็นตัวกลางในการจัดการธุรกิจผิดกฎหมายทั้งหมด ให้ทำลายหลักฐานทุกอย่างทิ้งไม่ให้สาวมาถึงตัวเขาและลูกชายได้ เพราะลำพังคดีจ้างวานฆ่าลูกชายของเขาก็คงติดคุกหลายปีแล้ว“ครับ นาย ผมจะจัดการให้เดี๋ยวนี้ครับ จะปิดถาวรหรือชั่วคราวดีครับ”ด้วยความที่ครั้งนี้ คู่กรณีคือคนตระกูลอธิพัฒน์โภคิน อาจมีการพยายามขุดคุ้ยเรื่องอื่นๆ ของเขามาอีก และคงจะเป็นที่จับตามองอีกนาน เพราะฉะนั้นเขาควรจบเรื่องทุกอย่างเอาไว้แค่นี้ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยมาเริ่มต้นใหม่ อย่างไรเส้นสายสีเทาก็มีมากมาย มันไม่มีอะไรยากเกินไปสำหรับคนอย่างเขา“ทำลายทิ้งถาวรไปเลย อย่าให้สาวมาถึงฉันกับลูกได้อีกก็พอ พร้อมเมื่อไหร่ค่อยว่ากันใหม่”“ครับนาย ไม่ต้องเป็นห่วงครับ”เขากดวางสายไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เรื่องนี้เขารีบร้อนไปหน่อย แถมยอมให้ลูกทำโดยพลการกับผู้หญิงคนนั้นที่ลูกชายของเขาคิดว่าจะควบคุมมันได้ แต่ทุกอย่างก็ผิดแผนไปหมดเมื่อถึงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ พวกคนใหญ่คนโตที่เขาเคยส่งส่วยให้ไม่ขาดก็ไม่มีใครยื่นหน้ามาให้ความช่วยเหลือสักค
หลังจากที่พายุอารมณ์ของคนทั้งคู่สงบลงเขาก็ยอมถอดถอนตัวตนออกมาจากร่องรักของเธอ แต่ไม่ยอมลงไปจากตัวเธอง่ายๆ ยังคงคร่อมทับเธอในท่วงท่าล่อแหลมน่าหวาดเสียวเช่นเดิม“เสร็จแล้วก็ลงไปสิ มานอนทับฉันทำไม ฉันอึดอัด”“คุยกันก่อน คุณทำแบบนี้กับผมทำไม”“ฉันทำอะไร”“ก็หนีหน้าผมไง โทรไปก็ไม่รับ ผมตามคุณไปงานไหน คุณก็คอยแต่หนีผม กลับจากภูเก็ตคุณก็เปลี่ยนไป”“นี่คุณวายุ ถ้าคุณจะกรุณาไม่คิดเข้าข้างตัวเอง ก่อนไปภูเก็ต ฉันก็เป็นแบบนี้ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราพลาดมีอะไรกัน ฉันไม่เคยยินยอมจะนอนกับคุณอีก มีแต่คุณบังคับขู่เข็ญฉัน ไล่ก็ไม่ยอมออกจากห้อง ฉันสลัดคุณไม่หลุดไม่ได้แปลว่าฉันยินยอมให้คุณอยู่ด้วยนะ”“ผมรู้ว่าคุณไม่ได้เต็มใจ แต่คุณเป็นเมียผมแล้ว คุณควรให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองสิ”“เพื่ออะไรคะ ยังไงเราก็ไปกันไม่รอด คุณไม่มีทางหยุดที่ฉัน และฉันไม่ได้ใจกว้างพอจะให้คุณมีบ้านเล็กบ้านน้อย”“ใครบอกคุณว่าผมจะเป็นแบบนั้น”“สัญชาตญาณของฉันมันบอก”“งั้นสัญชาตญาณของคุณมันก็ผิดแล้วครับ ผมไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่ได้คิดกับคุณแค่นั้น แล้วก็ไม่ได้คิดจะมีใครอีกนอกจากคุณ”“ฉันไม่เชื่อไง บอกไปกี่ครั้งแล้วว่าไม่เชื่อ คุณออกไปจาก
ปรมัตถ์ อริสา ปัณยตา และสุทธิรักษ์ เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยแล้วลอบหันมามองหน้ากัน รู้แล้วว่าเหตุใดทำให้คนอย่างปัณจธรที่ไม่เคยมีความรักให้ใคร รีบร้อนอยากแต่งงานกับลูกสาวเจ้าของที่ดินขนาดนี้ ทำอย่างกับว่าถ้าช้าอีกเพียงนาทีเดียว เจ้าหล่อนจะเปลี่ยนใจไปแต่งงานกับคนอื่นอย่างไรอย่างนั้นก็ผู้หญิงที่นั่งอยู
“อย่าหาว่าอาเร่งเลยนะปั้น อารู้สึกแย่ลงทุกวัน กลัวไม่ได้อยู่ในงานแต่งของเราสองคน”“พ่อคะ ไม่พูดแบบนี้สิคะ”“พ่อรู้ตัวเองดี ขอให้พ่อรีบจัดการเรื่องนี้ก่อนนะลูก”“พรุ่งนี้ผมจะพาผู้ใหญ่มาสู่ขอคุณน้ำอย่างเป็นทางการ คุณอาจะว่าอะไรไหมครับถ้าสถานที่ต้องเป็นที่นี่”“สบายมาก ไม่ต้องพิธีรีตอง แล้วปั้นคุยกับพ
เสียงเคาะประตูห้องทำงานของ CEO สาวดังขึ้นก่อนจะถูกเปิดเข้ามาโดยเลขานุการที่หอบดอกกุหลาบสีขาวช่อใหญ่กับดอกทิวลิปสีชมพูหวานอีกหนึ่งช่อ นำมาให้เจ้านายสาวถึงที่โต๊ะ“วันนี้สองช่อค่ะคุณน้ำ”“ของใครอีกล่ะ”“คุณเทวา เจ้าเก่าเจ้าเดิม ส่วนดอกทิวลิปสีชมพูอ่อนนี่ของคุณราเชนทร์ค่ะ”“เชนเหรอ”“ใช่ค่ะ มีการ์ดด้ว
ตอนที่ 6 กระหายในชัยชนะ“น่าขยะแขยงที่สุด”“ตอนอยู่บนเตียงกับผม คุณไม่พูดแบบนี้แน่ น้ำริน”จมูกโด่งตรงเข้าคลอเคลียข้างแก้มใส เธอสะบัดหน้าหนีทันทีด้วยความตกใจ ทำให้ลำคอระหงหอมกรุ่นกลิ่นกายสาวผสมกับน้ำหอมราคาแพงลอยเด่นตรงหน้า เขาจึงฝังจมูกลงไปแทนแล้วกดจูบย้ำๆ สูดกลิ่นหอมหวานที่เขาหลงใหล“หยุดนะ”ไม่เ







