Partager

บทที่3

last update Date de publication: 2025-02-01 17:44:45

บทที่ 3

“เหตุใดทำสีหน้าเยี่ยงนั้น”

ฝ่ามือขาวนวลราวหยกขาวลูบไล้ไปตามหน้าท้องเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยมัดกล้ามเพราะออกกำลังกายและฝึกวรยุทธ์ทุกวัน

“ไท่จื่อเฟย หยุดมือก่อนพ่ะย่ะค่ะ” หยงอิ่งจงพยายามจับมือเล็กนั้นไม่ให้ลูบไล้ลงไปต่ำกว่านี้

“ข้าบอกเจ้าเยี่ยงไร ยามเมื่ออยู่กันตามลำพังให้เรียกเสี่ยวหลิน เจ้ากับข้าหาใช่คนอื่นไกล เป็นคนที่ใกล้กันแนบชิดยิ่งกว่าผู้ใด” ไท่จื่อเฟยเอ่ยเสียงหวานหยด

“ข้าอยากพัก เสี่ยวหลินเจ้าอยู่นิ่ง ๆ ก่อนได้หรือไม่” หากไม่เรียกขานตามที่พระนางสั่ง ดูท่าแล้วมือนั่นคงไม่หยุดเป็นแน่

หลังจากกลับมาจากจวนสกุลหมิ่ง ภาพร่างหมิ่งหุ้ยที่เต็มไปด้วยเลือดยังคงติดตา เสียงกรีดร้องของนางยังคงติดหู แต่เมื่อกลับมาถึงตำหนักบูรพา ไท่จื่อเฟยกลับลากเขาขึ้นเตียง แรงราคะ แรงเสน่หา วัวเคยค้าม้าเคยขี่กันอยู่ทุกคืนวัน เขาจึงมิอาจยับยั้งชั่งใจเอาไว้ได้ สุดท้ายก็จบลงที่เตียงเฉกเช่นทุกครั้งที่อยู่กันตามลำพัง

เหตุใดหมิ่งหุ้ยจึงมิยอมรับสารภาพ อย่างน้อย ๆ นางก็จะยังรอดชีวิต ไม่ว่าร่างกายสภาพใดเขาก็จะยังคงเลี้ยงดูนางเอาไว้ แต่พอเมื่อนึกย้อนกลับไปให้ถี่ถ้วนแล้ว

“ตัวเจ้าอยู่กับข้าแล้วใจเจ้าอยู่ที่ใดเล่าอิ่งจง”

“ข้าไม่เข้าใจ เหตุใดหมิ่งหุ้ยถึงคิดทำการอุกอาจเยี่ยงนี้ นางจะวางยาเจ้าไปเพื่ออะไร”

“นางคงริษยาข้าที่ได้ครอบครองเจ้า”

“หมิ่งหุ้ยไม่มีทางรู้เรื่องของข้ากับเจ้า” หยงอิ่งจงก้มหน้ามองร่างเปลือยเปล่าที่นอนแนบชิดเขาอยู่ เขาและไท่จื่อเฟยลอบคบชู้กันตั้งแต่ที่พระนางแต่งเข้าตำหนักองค์ชายหยางเชาเยว่ เดิมเขาเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ แต่พอพระนางแต่งเข้ามา เขาจึงได้มาดูแลอารักขาพระนางด้วย ด้วยความใกล้ชิด ชายหญิงมิควรใกล้ชิดกัน คำโบราณนั้นไม่ผิดนัก แรกเริ่มเขาสงสารพระนางที่อยู่ในวัยแรกแย้ม แต่กลับต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับเด็กน้อยที่อายุเพียงไม่กี่ปี

เพราะฮองเฮาต้องการให้อำนาจตระกูลซ่งอยู่ในมือโอรสพระองค์เดียวของพระนาง จึงบังคับหลานสาวอย่างซ่งอี้หลินแต่งกับโอรสของตน ด้วยความใกล้ชิดกัน จากสงสารไม่รู้ที่เมื่อใดกลายเป็นความใคร่ เขาและอี้หลินสมสู่กันราวกับสัตว์เดรัจฉาน หลังจากเสร็จกิจกับอี้หลินเขาก็รู้สึกผิดกับหมิ่งหุ้ยทุกครั้ง ไม่ว่าจะหลับนอนกับอี้หลินกี่ครั้ง ใจเขาก็ยังรักเพียงหมิ่งหุ้ยผู้เดียว ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอี้หลินก็เพียงร่างกายเท่านั้น แต่ใครจะไปคาดคิดได้ว่าหมิ่งหุ้ยที่วัน ๆ ช่วยบิดามารดาทำการค้าจะล่วงรู้เรื่องภายในวังหลังได้ เพราะขนาดไท่จื่อที่นอนพักอยู่ห้องบรรทมถัดไปยังไม่เคยระแคะระคาย

“เป็นไม่ได้ หมิ่งหุ้ยไม่มีทางรู้เรื่องนี้” หยงอิ่งจงยังคงคิดว่าคนรักของตนไม่มีทางรู้เรื่องต่ำช้าที่เขาทำลับหลังนางได้ เพราะตลอดเวลาผ่านมาเขาแนบชิดอี้หลินเพียงยามอยู่กับตามลำพังเท่านั้น หากอยู่นอกห้องบรรทม

เขาไม่เคยเข้าใกล้พระนางเกินกว่าที่องครักษ์พึงกระทำ อีกทั้งยามที่พบหมิ่งหุ้ยในวันหยุด นางยังคงยิ้มแย้มให้เขาเสมอ ไม่มีทีท่าว่าจะขุ่นเคืองใจ และเฝ้ารอวันที่จะได้เข้าพิธีหมั้นหมายกับเขาอย่างใจจดจ่อ

“วัน ๆ เจ้าก็อยู่กับข้า เป็นทั้งองครักษ์ส่วนพระองค์ของไท่จื่อและองครักษ์ส่วนตัวให้ข้า แน่นอนนางย่อมริษยาเพราะข้าแย่งชิงเวลาของเจ้ามาจากนาง ไม่มีสตรีใดทนเห็นคนรักอยู่ใกล้ชิดสตรีนางอื่นได้หรอก ตัวข้าเองก็เช่นกัน ไม่เพราะนางรู้เรื่องของข้ากับเจ้าหรอกหรือ นางถึงได้คิดทำเลวทรามต่ำช้าลอบวางยาเชื้อพระวงค์ ยืมมือมารดาที่รักบุตรสาวให้หาซื้อยาพิษไร้กลิ่นไร้สีให้ หากไม่เพราะเจ้าชิมสุราจอกนั้นแทนข้า ข้าที่ไร้ซึ่งวรยุทธ์คงสิ้นใจเพียงกลืนสุรานั่นอึกเดียว ดูเอาเถิดอิ่งจง คนรักของเจ้านางเป็นสตรีเช่นไร ใบหน้างดงามนั้นยิ้มแย้มแต่ลับหลังช่างอำมหิตนัก”

“เฮ้อ” ร่างหนาถอนหายใจหนัก

“เอาเถอะ อย่าไปคิดถึงนางเลย อย่างไรนางกับตระกูลของนางก็ได้รับโทษอย่างสาสมแล้วกับสิ่งที่ทำกับข้า เจ้าอย่าได้คิดถึงนางอีกเลย คิดถึงเพียงข้าผู้เดียวก็พอแล้ว ข้าผู้นี้ให้เจ้าได้ทุกอย่าง ตำแหน่ง อำนาจ ขอเพียงเจ้าอยู่เคียงข้างกายมิจากไปไหน ไม่ว่าเจ้าอยากได้สิ่งใด เสี่ยวหลินผู้นี้จะหาให้เจ้าเอง ยอดรัก” นางขานเรียกยอดรักเสียงหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า

คุณหนูตระกูลใหญ่ ตั้งแต่ลืมตาดูโลก มีป้าเป็นถึงแม่แผ่นดิน เกิดมาก็ถูกวางฐานะเอาไว้หมดแล้วว่าต้องแต่งกับเชื้อพระวงค์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งเพื่อดึงอำนาจฝ่ายฮองเฮาเอาไว้ และคานอำนาจฝ่ายตรงข้าม สตรีที่เกิดมาในตระกูลใหญ่ทุกคนเป็นเช่นนี้หมด นางมิต่างจากคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้อื่น หากจะต่างก็คือนางต้องแต่งกับหลานของตน ทารกน้อยที่นางเคยอุ้มตอนถูกห่อด้วยผ้า ก้าวเดินแรกของหยางเชาเยว่ก็เป็นนางที่ประคองเดิน ผู้ใดจะคิดเล่าว่านางต้องมาเป็นภรรยาของคนที่นางเลี้ยงมากับมือ

อีกทั้งใจของนางก็ไม่หลงเหลือให้ผู้ใดได้อีก หยงอิ่งจง องครักษ์หนุ่มอนาคตไกล สอบจอหงวนบู้ได้ตั้งแต่อายุเพียงสิบห้า ได้รับเลือกให้ดูแลองค์ชายหยางเชาเยว่มาตั้งแต่ยังเล็ก และเขาอยู่ในสายตาของนางตลอด นางใช้ความอ่อนแอของสตรีเพศล่อลวงจนเขาติดบ่วง พลาดมีความสัมพันธ์ทางกายกับนาง มีหนึ่งครั้งย่อมมีครั้งต่อไปเรื่อย ๆ น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ไฟที่นางเติมเชื้อเข้าไปทุกคืน ไม่มีวันใดที่เขาไม่หลงใหลไปกับความเย้ายวนของร่างกายนาง

แต่แล้ว จู่ ๆ เขาก็บอกว่ากำลังจะเข้าพิธีหมั้นหมายกับเหมยเขียวม้าไม้ไผ่ของตน แล้วนางเล่า จะยังอยู่ในสายตาเขาหรือไม่ หากเขาได้ลิ้มชิมรสสวาทจากร่างสตรีผู้อื่น และสตรีผู้นั้นคือคนที่เขารัก

นางไม่ยอมเป็นเช่นนั้น นางยอมทำตามคำสั่งบิดาแต่งงานกับหยางเชาเยว่แล้ว และในตอนนี้นางเป็นถึงไท่จื่อเฟย อีกไม่ช้าก็จะได้เป็นฮองเฮา เป็นแม่ของแผ่นดินคนต่อไป จะให้นางแบ่งบุรุษที่นางรักกับสตรีต่ำศักดิ์กว่า นางมิอาจทนได้หรอก

ไท่จื่อเฟยใช้อำนาจที่มีในวังหลัง ใช้องครักษ์เงาของฮองเฮาทำงานส่วนตัว วางแผนว่าเป็นหมิ่งหุ้ย คนรักของหยงอิ่งจงวางยานาง แต่หากจะลงโทษหมิ่งหุ้ยผู้เดียวย่อมไม่ใช่แผนการที่ดีหนัก ตัดไฟต้องตัดตั้งแต่ต้นลม

เมื่อคิดจะฆ่าแล้วต้องฆ่าให้หมด ตีงูอย่าตีให้เพียงหลังหักเพราะมันจะแว้งกัดเอาได้ ต้องตีให้ตาย

ไม่คิดว่าหยงอิ่งจงจะรักสตรีต่ำต้อยผู้นั้น ขนาดเป็นเขาที่ดื่มสุราพิษแทนนางจนล้มป่วยอาการหนักอยู่หลายวัน ดีหมอหลวงที่นางเตรียมการและยาถอนพิษเอาไว้อยู่ไม่ได้ไกล กระนั้นเขาก็วิงวอนร้องของชีวิตให้หมิ่งหุ้ย

ดี ดี

ซ่งอี้หลินเห็นว่าต่อให้ฆ่าหมิ่งหุ้ยผู้นั้นทิ้ง ใจของหยงอิ่งจงก็ยังคงคะนึงหานาง อี้หลินจึงแสร้งวางเงื่อนไขให้หมิ่งหุ้ยรับสารภาพ แล้วนางจะปล่อยหมิ่งหุ้ยไป ไม่นึกว่าหยงอิ่งจงก็ยังคิดจะเอาสตรีต้องโทษผู้นั้นมาไว้ในจวนของเขา แต่งงานเป็นฮูหยินไม่ได้ก็ยังคิดจะรับเป็นอนุ

“คิดถูกแล้ว ที่ให้อิ่งจงเป็นคนลงมือ”

“ใช่เพคะ องครักษ์หยงต้องรู้สึกผิดที่สังหารคนรักของตนด้วยมือเขาเอง มีแต่ความรู้สึกผิด ไม่มีทางกลับไปรักได้อีก ไท่จื่อเฟยฉลาดเหนือสตรีใดในแคว้นเพคะ” นางกำนัลคนสนิทที่ติดตามอี้หลินตั้งแต่เป็นเพียงคุณหนูจนกระทั่งแต่งเข้าวังบูรพา เอ่ยชื่นชมความฉลาดหลักแหลมของเจ้านายตนเอง สองมือขัดถูตามเนื้อนวลอย่างเบามือ

“เท่านี้ในสายตาของอิ่งจง ข้าก็เป็นสตรีที่ใจกว้างราวกับแม่น้ำ ฮ่า ๆ”

ซ่งอี้หลินเอ่ยชมตนเอง พลางหัวเราะเมื่อนึกถึงใบหน้าของหมิ่งหุ้ยที่รู้ว่าบุรุษที่นางรักลงมือหักหลังตนเอง อี้หลินรู้ดีว่าหมิ่งหุ้ยไม่มีทางรับผิดแน่นอน ก็แน่สิ อีกฝ่ายไม่ได้เป็นผู้วางแผน เป็นนางต่างหากที่ลงทุนลงแรงไปทั้งหมด แล้วหมิ่งหุ้ยจะรับสารภาพได้เยี่ยงใด อี้หลินเพียงหวังอยากเป็นคนดีในสายตาของหยงอิ่งจง จึงสั่งให้หยงอิ่งจงเป็นคนลงมือด้วยตนเอง ช่วงเวลาที่เขารักษาพิษอยู่ กรมวังก็ตรวจสอบคดีภายใต้การกำกับของนางจนเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่คิดจะใช้บุรุษร่วมสตรีใด ความตายเท่านั้นที่หมิ่งหุ้ยสมควรได้รับ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่33

    บทที่ 33ตำหนักบูรพาในวันนี้ไม่เหมือนวันเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของตำหนักก็ยิ่งไม่เหมือนเดิม“ไท่จื่อ ฮองเฮาส่งเทียบของคุณหนูตระกูลต่าง ๆ มาให้อีกแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ” ไท่จื่อที่เคยถูกหลอกเมื่อก่อน ตอนนี้โตเป็นชายหนุ่มร่างกำยำ เขาฝึกยุทธ์เหมือนเสด็จอาของเขา และยังคิดทำอะไรหลาย ๆ อย่างเหมือนเสด็จอาของตนด้วยที่เห็นกันชัด ๆ ก็คงเป็นเรื่องพระชายา เพราะครั้งหนึ่งเคยได้แต่งไปกับคนที่มีนิสัยเช่นซ่งอี้หลิน จึงทำให้มีปัญหาเรื่องความไว้ใจสตรีหากพูดคุยแล้วพึงใจแต่ดันไปทำอะไรให้พระองค์ตะขิดตะขวงใจแม้เพียงนิด ความพึงพอใจที่ผ่านมาอาจจะกลายเป็นศูนย์ไปเลยก็เป็นได้“แต่ว่า...”“เจ้าไม่ต้องมาพูดม

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่32

    บทที่ 32ในทุก ๆ ปี ท่านอ๋องหยางซวี่เหวินและพระชายาร่วมถึงบรรดาพระโอรสและพระธิดาจะเสด็จมาเมืองหลวงเป็นประจำทุกปีนั่นก็เพราะพระชายาจะพาหลาน ๆ มาเคารพสุสานบรรพชนและก็ไม่ลืมที่จะแวะเข้าไปเยี่ยมเยียนฮ่องเต้และฮองเฮา รวมถึงองค์รัชทายาทที่ยามนี้โตเป็นชายหนุ่มแล้ว“ทำไมที่นี่ถึงไม่มีคนอยู่หรือเสด็จแม่” พระโอรสคนที่สี่ซึ่งเป็นเด็กอยากรู้อยากเห็นเอ่ยถามขึ้นเมื่อเขาได้มาที่นี่เป็นปีที่สองแล้ว ตอนนี้เจ้าตัวอายุได้ สี่ชันษาจึงกำลังพูดมากพอสมควร“เสด็จแม่ลูกอธิบายน้องเองพ่ะย่ะค่ะ” ทั้ง ๆ ที่หมิ่งหุ้ยอยากจะเลี้ยงพระโอรสและพระธิดาทุกคนอย่างคนธรรมดาสามัญแต่เพราะศักดินาที่มี อย่างไรหนึ่งในทั้งหมดนี่ก็ต้องดูแลที่ดินและชาวบ้านแถว ๆ นั้น จึงทำให้สุดท้ายทุกคนจึงเป็นท่านหญิงและท่านชายที่น่าเคาร

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่31

    บทที่ 31“เป็นข่าวดีพ่ะย่ะค่ะ พระชายาของท่านอ๋องทรงพระครรภ์แล้ว” หลังจากเงียบเชียบนานนับปี ในที่สุดก็มีข่าวดีจากทั้งสอง“ท่านอ๋องเป็นอะไรเพคะ” หยางซวี่เหวินได้ฟังก็ตื้นตันจนร้องไห้ เรื่องนี้ทำให้มู่เฉิงที่เป็นราชองครักษ์ข้างกายตกใจมากจนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเย้า “กระหม่อมคงต้องนำเรื่องนี้ไปบอกกับทุกคนแล้ว”หยางซวี่เหวินคิดว่ามู่เฉิงหมายถึงเรื่องข่าวการตั้งครรภ์ แต่เปล่า เจ้าตัวกลับส่งข่าวให้ทุกคนว่าเขาร้องไห้เพราะรู้ว่าพระชายาของตนตั้งครรภ์ “มู่เฉิงหากไม่ใช่เจ้าข้าจะสั่งโบยให้ดู” แม้จะโดนขู่เช่นนั้นแต่มู่เฉิงก็มิได้สะทกสะท้าน นั่นก็เพราะยามนี้ท่านอ๋องทรงประชวร“ทรงรักษาพระวรกายเถอะพ่ะย่ะค่ะ หายแล้วค่อยม

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่30

    บทที่ 30หลังจากงานมงคลหมิ่งหุ้ยก็ได้เข้าไปยกน้ำชาให้กับฮ่องเต้ ในวังเพราะเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของทั้งสองจากไปแล้ว พี่ชายอย่างฮ่องเต้จึงถือเป็นผู้อาวุโสของตระกูลหมิ่งหุ้ยแต่งเข้าตระกูลหยางก็ต้องเคารพบรรพบุรุษ“อภัยให้กับอี้หลินด้วยนะหุ้ยเอ๋อร์” เสียงของฮองเฮาเอ่ยกับน้องสะใภ้ของตน“ข้าเองก็อโหสิกรรมให้นางแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องราวถึงได้” ฮ่องเต้หันไปประคองฮองเฮาเอาไว้“เรื่องมันแล้วไปแล้ว จะรื้อฟื้นก็คงจะทำไม่ได้ เจ้าอย่าได้เสียใจไปเลย แม้จะมีความสูญเสียแต่ก็มีเรื่องดี ๆ อย่างการที่เจ้าทั้งสองได้มาเจอกัน คนเป็นพี่อย่างข้าเห็นแล้วก็รู้สึกสบายใจที่ซวี่เหวินจะมีคนรักสักที เจ้ารู้ไหมหุ้ยเอ๋อร์ เขาไม่เคยมีคนรักมาก่อน&rd

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่29

    บทที่ 29“ในเมื่อเรื่องราวเป็นเช่นนี้แล้ว เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป” หยางซวี่เหวินเอ่ยเช่นนั้นออกไปเพราะเขารู้ว่านางไม่ได้มีใจให้เขาจึงอยากให้นางเป็นอิสระ แม้ภายในใจต้องเจ็บปวดที่วันข้างหน้าจะไร้หมิ่งหุ้ยเคียงข้าง แต่ก็อยากให้นางเป็นผู้เลือก“อย่างที่หม่อมฉันบอกคงกลับไปหาท่านพ่อและเมาเมา อยู่กับพวกเขาทำให้หม่อมฉันสงบใจไม่คิดเรื่องครอบครัวที่จากไปได้บ้าง” หยางซวี่เหวินอยากเอ่ยถามว่าเช่นนั้นไปอยู่กับข้าดีหรือไม่แต่ก็ไม่กล้า แม้จะอยากปล่อยนางไปแต่อีกใจก็อยากเก็บนางเอาไว้ข้างกายทางด้านหมิ่งหุ้ยที่เห็นบุรุษตรงหน้าไม่ได้พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ใด ๆ ก็คิดว่าเขาคงมองเรื่องระหว่างเขากับนางว่าเป็นไปไม่ได้ “บางทีนี่อาจจะเป็นบาปกรรมของหม่อมฉันด้วยที่ทำให้ต้องเดียวดายตลอดไป” นา

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่28

    บทที่ 28กริ๊ก!เสียงตลับยาสีเงินใบเล็กเปิดออก นางพกมันซ่อนเอาไว้ในถุงหอม ตลับยาหล่นลงบนพื้นเมื่อนางเทของที่อยู่ในถุงหอมออกมา หมิ่งหุ้ยยกยิ้มเย็น นางบรรจงเปิดตลับยานั่น ภายในมีผงสีขาว นอกจากจะเก็บสมุนไพรมารักษาบาดแผลและหากเหลือจะให้ท่านพ่อจางหลงนำไปขายแล้ว สิ่งที่นางตามหาอีกอย่างคือ หญ้าเถา เดิมชาวบ้านจะนำมาบดหยาบแล้วจุ่มลงแม่น้ำเพื่อเบื่อปลา ทำให้ปลาในแม่น้ำหายใจไม่ออกและว่ายขึ้นเหนือน้ำ และแน่นอนว่าหากนำไปบดเป็นผงก็ยังสามารถใช้เบื่อหนูและสัตว์อื่น ๆ ได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งมนุษย์ นางผสมตลับหนึ่งไว้ช่วยชีวิตคน อีกตลับเอาไว้… วันนี้นางค่อย ๆ บรรจงเทผงสีขาวลงในปากของซ่งอี้หลินอย่างใจเย็น ทำราวกับกำลังดื่มด่ำชาเลิศรส ชานั่นมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ มันมีชื่อเรียกว่า การแก้แค้นอันหอมหวาน“นี่ใ

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่5

    บทที่ 5เมาเมาประะคองคุณหนูของตนปะปนฝูงชนที่กำลังเดินทางออกนอกประตูเมืองหลวง เนื่องจากใกล้เวลาปิดประตูแล้ว อีกทั้งผู้คนก็พลุกพล่านทำให้ทหารเวรยามหน้าประตูไม่สนใจขอทานสองคนที่เดินผ่านประตูออกน

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่4

    บทที่ 4“คุณหนู คุณหนูเจ้าคะ” เมาเมาเขย่าร่างเจ้านายของตนอยู่นาน นางปีนลงมาในหลุมมรณะอย่างไร้ความเกรงกลัว ก่อนมาถึงประตูจวนคุณหนูของนางนึกขึ้นได้ว่าลืมห่อผ้าที่จะตัดชุดใหม่ให้คุณชายหยงใส่หน้าหนาวที่จะถึงนี้ จึงวานให้นางกลับไปเอา เพราะคาดว่าคงหลงลืมวางเอาไว้ที่ร้านตัดชุด เมื่อเมาเมากลับมาพบว่าหน้า

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่2

    บทที่ 2เสียงแส้กระทบผิวหนังดังสนั่น เสียงกรีดร้องของสตรีดังออกมาจากจวนสกุลหมิ่ง ชาวบ้านแถวนั้นพากันมาชะเง้อมอง แต่ก็ต้องพากันเร่งเดินผ่าน เมื่อเห็นว่าหน้าประตูทางเข้าจวนมีทหารจากวังหลวงมายืนรักษาการอยู่ แม้จะอยากรู้แต่ก็ทำได้แค่คาดเดาไปต่าง ๆ นา ๆตาหงส์ปรายตาลงต่ำ มือขาวนวลยกชาขึ้นจิบอย่างสบายอาร

  • ไม่ว่าอย่างไร ก็มิอาจปล่อยวาง   บทที่1

    บทที่ 1ดวงตากลมโตนองไปด้วยหยาดน้ำตา นางเพ่งมองใบหน้าบุรุษที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผ่านม่านน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม“เจ้าจะยอมรับหรือไม่ว่าเจ้าวางยาพระชายา”“อึก” ดวงหน้าเปรอะเปื้อนเงยขึ้นตามแรงรั้งของฝ่ามือหนา หมิ่งหุ้ยเม้มปากแน่นราวกับจะบอกว่าไม่ว่าคนตรงหน้าจะใช้วิธีใดก็ไม่สามารถง้างปากให้นางรับสารภาพความผิ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status