INICIAR SESIÓNฉัตรฐามองไปยังแพรไหม แต่ไม่ได้ตอบใดๆ
“ว่าแต่เกลจะกลับมาที่นี่บ้างไหม” จิรัฐถามต่อ เพราะรู้สึกคิดถึงไม่น้อย
“กลับ” ฉัตรฐาตอบสั้นๆ
“เมื่อไหร่…” จิรัฐตาวาว
“แพรมาแล้วค่ะ” ฉัตรฐายังไม่ทันได้ตอบก็ต้องหันไปสนใจคนที่ส่งเสียงมาก่อนตัว แพรไหมทิ้งตัวลงนั่งตรงพื้นที่ว่างข้างๆ เธอเห็นตั้งแต่อยู่บนเวทีแล้วว่าเขาอยู่ที่นี่
“ไม่ได้เรียก” ชายหนุ่มบอกหน้านิ่ง
“เผื่อได้ทิป” แพรไหมทำหน้าอ้อน แล้วหันไปพนมมือขึ้นไหว้เพื่อนทั้งสองของชายหนุ่ม “สวัสดีค่ะคุณมัฆ คุณจี...”
“ครับ” จิรัฐยิ้มรับ “ขยันจังครับ ผมเห็นคุณทำงานไม่พักเลย”
“แพรมีเรื่องต้องใช้เงินน่ะค่ะ” แพรไหมยิ้มเขินๆ ที่เธอทำงานหนักเหมือนคนหิวเงินที่ได้เท่าไรก็ไม่พอ
“มาทำงานให้ผมสิ คุณแพรจะมีกินมีใช้ไปทั้งชาติ” จิรัฐว่าพร้อมเหลือบตามองเพื่อนที่ทำแค่เลิกคิ้วมอง
“แล้วก็โดนตามตบด้วยใช่ไหมคะ” แพรไหมส่งยิ้มหวานๆ กลับไป สายตามองไปยังผู้หญิงข้างกายจิรัฐที่กำลังมองเธอเขม็ง แม้จะเคยเจอหน้ากันมาสองสามหนแล้ว
“หนูขอโทษค่ะ” เมื่อถูกสายตาตำหนิจากคนข้างกาย หญิงสาวจึงก้มหน้าลงขอโทษ แม้ใจจะไม่อยากทำ
“แพรขอบายค่ะ แพรขี้ขลาด” แพรไหมไม่อยากไปตบตีกับใครทั้งนั้น
“แต่ผมได้ข่าวว่าคุณแพรเพิ่งไปอาละวาดมา” หนนี้เป็นมัฆวานที่เอ่ยขึ้น เขาได้ยินข่าวลือหนาหูเมื่อไม่กี่วันก่อน แล้วหันไปมองฉัตรฐา
“แหม แต่แพรไม่ได้ทำไปเพราะหึงนี่ค่ะ แพรแค่กลัวคุณไฉทิ้งงาน เดี๋ยวแพรจะชวดค่าตัวไปด้วย” แพรไหมว่า แล้วเห็นคนของจิรัฐยังคงมองค้อนเธอตาแทบถลน จึงหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมายื่นไปเบื้องหน้า
“คุณจีเอาไอดีไลน์มาให้แพรไว้ก่อนก็ได้ค่ะ” ที่ผ่านมาเธอยอมอ่อนให้เด็กนี่มาตลอด ถูกมองแบบจิกกัดก็ไม่เคยสน แต่ใช่ว่าจะต้องยอมเสมอไป หากเธอได้ไปทำงานให้จิรัฐเมื่อไหร่จะเขี่ยอีกฝ่ายทิ้งคนแรกเลย
จิรัฐไม่ได้ยื่นสมาร์ตโฟนให้ เขาไม่คิดแย่งคนของเพื่อน เพียงแค่อยากรู้คำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ แต่จากท่าทีไม่เดือดร้อนทำให้เดาได้ว่าตำแหน่งในใจยังเป็นคนเดิม
“มึงอย่าหาเรื่องปวดหัวกับตกนรกเลย” ฉัตรฐาบอกเสียงหนัก รู้ว่าเพื่อนรับมือกับแพรไหมไม่ได้แน่ แถมเงินเดือนของเจ้าตัวก็ไม่ใช่น้อยๆ
“แพรพาคุณไฉขึ้นสวรรค์ต่างหาก” แพรไหมฟังแล้วหัวเราะ เอียงใบหน้าไปซบกับอกกว้าง มือบางซุกซนไล่ต่ำลงไปอยู่แถวขอบกางเกงยีนส์ของคนปากดี อยากให้เขาทบทวนดูว่าที่ครางไม่หยุดปากนั่นนรกหรือสวรรค์
ฉัตรฐาปัดมือนุ่มทิ้งพร้อมถลึงตาใส่คนที่กำลังเล่นไม่รู้เรื่อง แต่ไม่ถึงเสี้ยวนาทีแพรไหมก็ยื่นมือมายุ่มย่ามใหม่ เจ้าตัวไม่เคยสะกดคำว่าแพ้เป็นเลย
“ไม่จริงเหรอคะ” แพรไหมอยากฟังคำตอบ ดวงตากลมโตวาววับ
“แพร” คนที่กำลังถูกรุกหนักเค้นเสียงออกจากลำคอ แล้วจับมือนุ่มให้หยุดไล่ต่ำลงไปมากกว่าเดิม
“ไม่อยากขึ้นสวรรค์เหรอคะ” แพรไหมเปลี่ยนเป็นถูใบหน้ากับอกกว้างแทน เธอแพ้ได้ แต่ทำไมเธอต้องแพ้ด้วย ก่อนจะขยับตัวออกห่าง แล้วลุกพึ่บขึ้นเดินจากไปแบบดื้อๆ
“กูกลับละ” เพียงไม่ถึงนาทีฉัตรฐาก็ลุกตาม
“บ้านมึงไม่หายไปไหนหรอก” จิรัฐแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ ส่วนมัฆวานบิดปากใส่เพื่อนคล้ายรู้ทัน
“กูเงี่ยนไอ้สัด”
ฉัตรฐายกนิ้วกลางขึ้นให้เพื่อนทั้งสอง แล้วหายไปจากโต๊ะอย่างเร็วไว รีบเดินไปตีคู่กับแพรไหม พร้อมยกมือโอบเอวคอดดึงมาแนบชิดตัวพร้อมกระซิบข้างหูสะอาด
“เอาในรถ”
หญิงสาวยังไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ มองคนปากดีที่หนึ่งนิ่งๆ
“ทิปแสนห้า” ฉัตรฐาทุ่มให้สุดตัว
แพรไหมได้ยินข้อเสนอนั้นก็เบ้ปากใส่ ทว่าไม่ได้ปฏิเสธ เพราะอย่างไรมันก็ต้องเกิดขึ้นตามข้อตกลงอยู่แล้ว
บทพิเศษ 6 “งานไม่ใหญ่แน่นะวิ” คำถามนี้หลุดออกจากปากของจิรัฐทันทีที่มาถึงบ้านของแพรไหมที่เป็นสถานที่จัดงาน เขามองอย่างตกตะลึงนิดๆ พลันหันมองมัฆวานที่มาช่วยงานอยู่ก่อนแล้ว “เออ ไม่ใหญ่ แต่โคตรอลังการ” มัฆวานประชด แล้วมองดูทีมงานออร์แกไนซ์ที่กำลังเตรียมขึ้นโครงอุโมงค์ผ้าและดอกไม้ ไหนจะแบ็กดรอปด้านหน้าอีก ไม่เห็นเหมือนที่เพื่อนบอกไว้สักนิด ‘งานแต่งกูเล็กๆ ไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก พวกมึงไม่ต้องเตรียมตัวอะไรกันมากหรอก’ “นี่กูกลับไปสั่งตัดสูททันไหมวะ” จิรัฐว่า เขาก็หลงเชื่อมันว่าเป็นงานเล็กๆ อบอุ่น แต่ที่เห็นนี่แสนจะหรูหรา แค่ไม่ได้อยู่ในโรงแรมหรูเท่านั้น “น่าจะไม่ทัน” มัฆวานว่า เพราะอีกสองวันจะถึงวันงานแล้ว “ว่าแต่คุณลุงมาไหมวะ” จิรัฐอดถามไปถึงฉันทวัศไม่ได้ “ไม่มา และไม่ยินดี” มัฆวานส่ายหน้า ฉัตรฐาได้พาแพรไหมไปหาอีกฝ่ายเพื่อบอกถึงการตกลงปลงใจ แต่ฝ่ายนั้นไม่รับฟังและไม่ขอรับรู้ เพราะสุดท้ายยังกอดรัดทิฐิไว้แน่น และกลับไปให้ความสนใจกับการพยายามกลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม เขาอดคิดไม่ได้ว่า บทสรุปสุดท้ายของฉันทวัศค
“อื้อ” ไม่นานสองเสียงก็ครางออกมาแผ่วเบา ชั่วครู่หนึ่งเอวสอบก็เริ่มเคลื่อนขยับ กระแทกสวนลึกจนเกิดเสียงดัง หญิงสาวครางกระเส่า มือจับหัวไหล่หนาไว้แน่น ศีรษะโยกไหวตามแรงถาโถม ไม่นานร่างของเธอก็ถูกโอบขึ้นเหนือพื้น ขณะสะโพกแกร่งยังโยกไหวเร็วไว สองแขนนุ่มโอบรัดร่างหนาไว้แน่น ก่อนบั้นท้ายจะถูกมือหนาช้อนให้ขยับขึ้นลง “อ่า” ฉัตรฐารู้สึกชอบท่านี้เป็นบ้า ส่วนหญิงสาวซุกใบหน้าเข้ากับลำคอหนาพร้อมทั้งใช้ฟันขาวขบกัดเบาๆ กระตุ้นให้ร่างของเธอถูกโจนจ้วงหนักขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็ถูกพาเดินไปยังใต้ฝักบัว มือหนายื่นไปหมุนก๊อกให้สายน้ำเย็นฉ่ำร่วงหล่น ดับความร้อนที่กำลังแผดเผา แล้วก็ต้องใช้มือดันผนังห้องไว้ ฉัตรฐาดึงก้นสวยเข้าหาตัว มือออกแรงตีเบาๆ ก่อนจะกดสะโพกสวนล้วงลึก จากนั้นก็โน้มตัวไปด้านหน้า จับคางมนให้หันมารับจูบ แต่ไม่นานเท่าไรเขากลับถูกผลักอกให้ไปนอนลงกับพื้น แล้วร่างสวยก็มานั่งคร่อมทับ บดขยี้ก้นลงมาโยกไหว จนเขาต้องอ้าปากปล่อยเสียงคราง แล้วเกร็งไปทั้งตัว ก่อนจะผลัดกันรุกกันรับไปเรื่อยๆ ในค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนาน บทรั
“อื้อ” นาทีนั้นก็ได้ยินเสียงครางเบาๆ จากปากนุ่มเล็ก รอยยิ้มจึงเผยขึ้น เพราะเขารู้ว่าจุดไหนคือจุดอ่อนของหญิงสาว แล้วอดใจไม่ไหวยื่นใบหน้าไปงับปากสวยเบาๆ รสชาติและกลิ่นหอมที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจ แล้วถูไถปลายจมูกไปมากับจมูกโด่งสวย มือเริ่มลูบไล้ทรวงละมุนแล้วใช้ปลายนิ้วสะกิดยอดปทุมถัน แพรไหมสะดุ้งเบาๆ ห่อไหล่เข้านิดๆ ช้อนสายตาขึ้นมองคนที่ยิ้มชอบใจ แต่มีหรือเธอจะยอมแพ้ หญิงสาวยื่นมือไปทำตามแบบเดียวกับเขา แถมยังยื่นปากนุ่มเข้าไปกลืนกิน “แพร” เพียงเท่านั้นฉัตรฐาก็เสียงสั่น ความสุขซ่านเข้าโจมตีทันที แพรไหมยิ้มยั่ว ก่อนจะย้ายกลีบปากนุ่มไปยังยอดอกสีแดงอีกข้าง พลันใช้ฟันคมงับเบาๆ “อ่า” ฉัตรฐาปลดปล่อยเสียงครางออกมาอีกระลอก ใบหน้าบิดเบี้ยวเชิดสูง เขาขอยอมแพ้ตอนนี้ทันหรือเปล่า เมื่อร่างกายจวนจะคลั่ง แค่ถูกระตุ้นนิดๆ หน่อยๆ ก็แทบทนไม่ไหว จึงเชยดวงหน้าหวานขึ้นรับจูบเร่าร้อน ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน กระหวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็ก ลำตัวหนาขยับไปบดเบียดเสียดสีกับเนื้อนุ่ม แพรไหมเปิดปากรับอย
“พี่ไฉคะ” “ครับ” ชายหนุ่มขานรับพร้อมเหลือบตามอง “วันนี้อยู่ดูเน็ตฟลิกซ์ด้วยกันไหมคะ” หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดก่อนบอกออกไป หน้าแดงขึ้นชัดเจน แต่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว “ได้ครับ มีหนังเข้าใหม่เหรอครับ” ฉัตรฐาพยักหน้าหงึกหงักแล้วถามไปหน้าซื่อ “ก็ประมาณนั้นค่ะ” คนต้องตอบแทบไปไม่ถูก ดวงตากลอกไปมาเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉัตรฐาจะไม่เข้าใจ แต่เธอก็เตรียมไว้อีกประโยค “แล้วเราต้มรามยอนกินกันด้วยดีไหมคะ” “เอาครับ เอา” ฉัตรฐาตอบกลับด้วยสีหน้าเช่นเดิม หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวๆ ออกมา สรุปแล้วฉัตรฐาไม่เข้าใจความหมายที่เธอชวน จนอยากจะส่งเสียงกรีดร้อง ทว่ารถแล่นมาไม่นานกลับชะลอและหยุดยังหน้าร้านสะดวกซื้อ “เดี๋ยวพี่มานะครับ...” “จะซื้ออะไรหรือคะ” “ซื้อถุงยางน่ะสิครับ” ฉัตรฐาเฉลย แล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม นั่นทำให้มีคนโวยวาย “โธ่ แพรก็คิดว่าไม่เข้าใจ” ที่แท้เธอถูกแกล้งนี่เอง “ระดับนี้แล้วจะไม่เข้าใจได้ไงครับ” เขาดีใจจนเนื้อเต้นและขยายโตแล้วเนี่ย แต่เก็บอาการไว้ก็เท่านั้น “เดี๋ยวก็อดหรอกค่ะ” แพรไ
“รีบๆ ไปเถอะ” ฉัตรฐาสะบัดนิ้วไล่ แล้วยกนิ้วกลางเหนือกว่านิ้วอื่นใส่อย่างอดไม่ได้เมื่อธาดายังกวนตีนไม่เลิกด้วยการส่งสายตาแช่งชักมา หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียวภายในบ้านก็หลงเหลือแค่เขา แพรไหม และเจ้าปลาหมึก แพรไหมส่งยิ้มไปขอบคุณคนที่พยายามใจเย็นและเข้าใจ รู้สึกว่าชายหนุ่มเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก เขาพยายามดูแลความรู้สึกของเธอเสมอ หัวใจมีคำถามขึ้นมาว่า ‘ถึงเวลาแล้วหรือเปล่า’ “คราวนี้แพรจะขายไข่ข้นเหมือนเดิมไหมครับ” ฉัตรฐาให้ความสนใจกับการออกบูทของหญิงสาว “เหมือนเดิมค่ะ แต่ว่าจะเอาของอย่างอื่นไปขายด้วยค่ะ” “อะไรเหรอครับ” ชายหนุ่มนึกอยากรู้ แพรไหมยกยิ้มกว้าง เพราะเป็นสิ่งที่คนตัวโตเคยลั่นวาจาไว้ ก่อนจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูสะอาด ทำให้คนฟังหัวเราะออกมา แล้วรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยเลยกับบทบาทใหม่ของตัวเอง “พี่ไฉพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” แพรไหมที่สวมผ้ากันเปื้อนและที่คลุมผมถามกับคนที่ยืนอยู่ข้างกันในบูทเล็กๆ ที่ได้มาจัดกลางห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านสักเท่าไร “พร้อมมากครับ” เขาพร้อมมาหลายวันแล้ว ทั้งหัดยิ้ม หั
“ผมมีมือวิเศษ” เขาใช้มือข้างถนัดให้เป็นประโยชน์ ที่ผ่านมาแม้ชื่นชอบเซ็กซ์ แต่ก็ไม่เคยนอกลู่นอกทางไปมองคนอื่น มีแต่แพรไหมคนเดียวมาตลอด ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หญิงสาวคิดว่าคงต้องเอาใจชายหนุ่มอีกหน่อย จึงเอนตัวไปพิงกับหัวไหล่หนา มือยกขึ้นเกาะแขน แล้วเอ่ยถ้อยคำไปอีก “พี่ไฉของแพรน่ารักที่หนึ่งเลยค่ะ” “แพร...” ชายหนุ่มถึงกับทำตาโต ดีใจที่หญิงสาวขยับประตูหัวใจกว้างขึ้นแล้ว “น้องแพรของพี่ก็ดีที่หนึ่งครับ” เขาหยอดคำหวานตอบกลับไปบ้าง แล้วดึงร่างเล็กเข้ามาในวงแขน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจากที่เคยปากดีใส่กัน ในวันนี้ทั้งเขาและหญิงสาวจะประนีประนอมถนอมใจกันได้ถึงขั้นนี้ คงเพราะความรักล้วนๆ ที่ทำให้พวกเขาอยากดีต่อกันมากขึ้น ร่วมสิบนาทีกว่าเขาจะขยับตัวออกห่าง เพราะถึงเวลาไปหาบิดาแล้ว มีของโปรดต้องนำไปให้ “พี่คงต้องกลับแล้วครับ” ฉัตรฐารีบแทนตัวเองด้วยสรรพนามใหม่ที่เฝ้ารอใช้มาตลอด “เดี๋ยวแพรเดินไปส่งค่ะ” หญิงสาวยิ้มเอ็นดู แล้วไปยืนส่งที่หน้ารถ เจ้าลูกชายตัวแสบก็มาด้วย ในจังหวะที่เท้าหนักจะก้าวขึ้นรถไป เธอก็หยุดเขาไว้ “พี
“อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เ
ด้านแพรไหมเมื่อก้าวเท้าขึ้นไปบนเวทีแล้ว เธอก็ปล่อยใจสนุกไปกับเสียงเพลงที่ตัวเองกำลังเล่น ซึ่งมีทั้งไทยและเทศ ผู้คนในผับต่างโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะ เพลงไหนฮิตจะเห็นทุกคนตะโกนส่งเสียงร้องออกมาร่วมด้วย เมื่อเสร็จงานแล้วหญิงสาวก็เดินไปรับค่าจ้างจากผู้ดูแลผับ ก่อนจะตรงดิ่งไปที่รถของตัวเอง
“ก็เห็นอยู่” ทุกวันนี้ฉัตรฐาไม่ได้ส่องกระจกก่อนออกจากห้องเลยหรืออย่างไร ว่าสภาพของตัวเองดูย่ำแย่ขนาดไหน ดีที่อย่างน้อยยังโกนหนวดเครา มัฆวานส่ายหน้าก่อนถามถึงสิ่งที่อยากรีเช็ก “ว่าแต่เรื่องจริง” “มึงยังสงสัยอะไรอีก” “ก็กูไม่คิดว่าคุณแพรจะไปกับไอ้ธาดา…” ตอนที่รับรู้เรื่องเขาตกตะลึ
“อย่ามาคิดโกงกัน ค่าฉีกสัญญามันต้องเหลือแค่เจ็ดแสน” เธออยู่กับเขามาสองปีกับอีกแปดเดือนกว่าแล้ว ฉะนั้นจำนวนเงินมันต้องลดหลั่นตาม “มันเป็นค่าดำเนินการที่ฉันต้องไปเคลียร์กับเจ้าหนี้ให้เธอไง ถ้าหามาไม่ได้ก็ไปเตรียมขนก้อนปูนได้เลย” ฉัตรฐาแจกแจง ในตอนนั้นเขาต้องไปเจรจากับเจ้าหนี้หลายราย กว่าจะเ







