Share

บทที่ 4 (04)

last update publish date: 2026-04-07 16:25:38

“โธ่ คุณไฉ...”

          เพียงแค่เธอโผล่หน้าไปหาเขาที่เพนต์เฮาส์ก็ถูกไล่ตะเพิดออกมาทันที แต่เธอถอยไม่ได้เมื่อมีหน้าที่ต้องทำ

          “แพรซื้อขนมมาให้ด้วยค่ะ” หญิงสาววางขนมของโปรดของฉัตรฐาไว้บนโต๊ะทำงาน 

          “ไม่กิน” คนที่วันนั้นต้องระงับอารมณ์อยู่ตามลำพังเกือบชั่วโมงมองตาเขียว ก่อนจะปัดขนมถุงนั้นให้พ้นโต๊ะทำงาน เขาไม่มีทางญาติดีกับแพรไหมง่ายๆ แน่

          “นี่ค่ะ”

          แพรไหมไม่ได้หยิบถุงขนมขึ้นมา แต่เลือกจะยื่นแฟ้มเอกสารให้ฝ่ายชายแทน       

          “อะไร” ฉัตรฐาปรายตามอง ไม่ได้หยิบมาเปิดพิจารณา

          “ว่าที่เจ้าสาวนับร้อยของคุณไฉค่ะ เลือกได้เลย” หญิงสาวเปิดแฟ้มแล้วหยิบประวัติของคู่ดูตัวให้ฉัตรฐาได้เลือกสรร ซึ่งล้วนเป็นพวกลูกท่านหลานเธอตามที่ฉันทวัศระบุไว้

          ด้านฉัตรฐาได้ยินอย่างนั้นจึงหยิบประวัติขึ้นมาดู

          “ไม่ผ่าน”        

          “ไม่สวย”

          “ผอมไป”

          “คนนี้เคยได้แล้ว”

          ฉัตรฐาใช้เวลาดูอย่างเร็วไว ไม่เห็นมีคนไหนสวยเข้าตาเลยสักคน ขณะแพรไหมกลอกตาใส่ในความมากเรื่อง ทว่าในจังหวะถัดมากลับกดยิ้มเย็น และมันมาพร้อมกับคำตวาดก้อง

          “เธอกำลังคิดทำห่าอะไร” ชายหนุ่มชะงักไปทั้งตัว เมื่อพลิกดูประวัติแผ่นที่สิบแล้วพบว่าแพรไหมกำลังวุ่นวายกับคนที่ไม่ควรยุ่ง ดวงตาดุกร้าวจ้องมองอย่างเอาเรื่อง

          หญิงสาวแสยะยิ้มไม่ตอบคำถามแล้วบิดปากมองภาพผู้หญิงคนนั้นที่ถูกส่งต่อมาจากผู้หวังดี ก่อนจะถูกคว้าข้อมือดึงถลาเข้าไปใกล้คนกรุ่นโกรธ

          “เจ็บนะคะ”      

          “เจ็บสิดี จะได้รู้ว่าไม่ควรจุ้น อย่าคิดแม้แต่จะยุ่ง ถ้ายังไม่อยากตาย”

          แพรไหมพยายามบิดข้อมือออก นับเป็นครั้งแรกที่ฉัตรฐาขู่เธอรุนแรงแบบนี้

          “คนนี้สินะคะที่คุณไฉเอาแพรไปเป็นตัวแทนของเธอ” หญิงสาวก็แค่อยากพิสูจน์ให้ได้คำตอบที่แน่ชัด

          “ทำไม่ได้หรือไง ฉันเสียเงินกับเธอไปตั้งเท่าไร แค่เป็นตัวแทนไม่ถึงขั้นตายหรอกมั้ง” ฉัตรฐายอมคลายฝ่ามือแล้วเปลี่ยนไปเป็นกอดอกอย่างเป็นต่อ แม้จะยังไม่รู้ว่าเจ้าตัวไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน

          “ไม่ตายค่ะ เห็นแพรร้องไห้ไหมล่ะคะ แต่ถ้าคุณไฉไม่กล้าบอกความในใจกับเธอ ก็เอาเบอร์มาสิ แพรจะทำให้” เธอพร้อมจะเป็นแม่สื่อให้ ทั้งสองจะได้มาฉลองวันเกิดด้วยกันในปีหน้า แต่นอกจากรูปถ่ายที่ถูกส่งมาแล้ว เธอก็ไม่รู้อะไรอีกเลยและไม่คิดหาข้อมูล รู้เท่านี้ก็พอแล้ว

          “ไม่อยากมีบ้านอยู่แล้วสินะ ทุบทิ้งเลยดีไหม” ที่ผ่านมาเขาคงใจดีกับแพรไหมมากเกินไป เจ้าตัวถึงคิดว่ามีสิทธิ์มายุ่งกับเรื่องส่วนตัวได้

          “อย่ายุ่งกับบ้านแพร” แพรไหมสั่นหน้าห้ามดวงตาดุเข้ม เธอไม่ยอมแน่หากเขาทำเช่นนั้น

          “เธอยุ่งกับคนของฉันเมื่อไหร่ เธอจะได้ซากปูนกลับไปแน่” ถ้าไม่อยากให้เขาทำแบบนั้น แพรไหมควรเจียมตัวได้แล้ว

          “ค่ะ แต่คุณไฉต้องเลือกสักคน” เธอให้สัญญา ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เธอยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น          

          “เธอไง...” กรอบหน้าคมเข้มเผยยิ้มร้าย เขามีตัวเลือกใกล้ตัวอยู่แล้ว พลันเอื้อมมือไปรวบเอวคอดเข้ามาไว้ในวงแขน พลันกระซิบถามข้างหูสะอาด

          “จะเอาค่าจ้างเท่าไร รถ บ้าน ฉันก็ให้ได้”

          “ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวแพรตัดใจไม่ได้”

          แพรไหมส่ายหน้าหวือ ขืนตัวหนีให้พ้นอกที่เคยอุ่น ต่อให้มีเงินทองมากองมากมายขนาดไหน เธอก็ขอเลือกหนทางที่จะทำให้หัวใจไม่ต้องปวดหนึบอีก         

          “เธอก็ไม่ควรเอาใจมาลงเล่นตั้งแต่แรก” เรื่องนี้จะมาโทษกันไม่ได้ คนผิดคือคนที่เผลอเอาใจมาผูกพันเอง

          “น้อมรับความผิดค่ะ”

          แพรไหมก้มศีรษะลงขอโทษอย่างสุดซึ้ง นับจากนี้ไปจะไม่มีอีกแล้ว

          “คนนี้” ฉัตรฐาหยิบประวัติขึ้นมาหนึ่งแผ่นแบบส่งๆ และยื่นให้แม่สื่อ

          “เดี๋ยวแพรขอนัดหมายให้ค่ะ”    

          หญิงสาวจะรีบทำการขอนัดดูตัวเป็นการด่วน คนนี้ก็น่าจะถูกใจทางด้านฉันทวัศเช่นกัน เพราะมาจากตระกูลผู้ลากมากดี แถมยังเป็นคนใหญ่คนโต

          “อีกสามวันไปดูที่ที่เชียงรายให้ด้วย แล้วก็แวะไปเอาสร้อยจากคุณสุนี จะเอาไอ้ปาล์มหรือไอ้อ้นติดไปด้วยก็ได้”        

          ฉัตรฐาสั่งพร้อมอนุญาตให้แพรไหมพาลูกน้องเขาไปเป็นเพื่อนด้วยได้ ในเรื่องสร้อยนั้นเป็นสร้อยเก่าที่เขาและมัฆวานตามหามานาน ตอนนี้เจ้าของต้องการส่งต่อมันแล้ว

          “ค่ะ”

          แพรไหมรับคำสั่ง ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (03)

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นเป็นวันที่มืดมนสำหรับคนที่นอนแทบไม่ได้เลย เพราะหัวใจมีแต่ความเจ็บปวด มันทิ่มแทงเธอทั้งยามหายใจเข้าและออก แพรไหมขยับตัวลุกจากเตียงมานั่งกอดเข่าแล้วโยกตัวไปมาคล้ายหมดอาลัยตายอยาก ความเข้มแข็งที่เคยมีสูญสลาย น้ำตาขังคลอหน่วยตา หญิงสาวเหม่อมองไปรอบบ้านพร้อมคิดถึงบิดามารดาจับใจ พลันกอดตัวเองแน่นกว่าเดิม เพราะรู้สึกเหน็บหนาว แล้วคิดหาวิธีทำให้ตัวเองหายไปจากความเจ็บปวดนี้ แพรไหมนิ่งไปหลายนาทีกว่าจะค่อยๆ ขยับตัวอย่างเชื่องช้าลุกไปอาบน้ำ หลังคิดวิธีออกแล้ว หลังจากแต่งตัวง่ายๆ เสร็จก็ตรงไปที่รถของตัวเอง แล้วขับตรงไปยังสถานที่หนึ่ง ดวงหน้ายังเต็มไปด้วยร่องรอยคราบน้ำตา รถเคลื่อนที่ไปได้ราวครึ่งชั่วโมงก็หยุดสนิท เท้าเรียวเล็กก้าวลงไปยืนอยู่หน้าของสิ่งหนึ่งที่หน้าร้านขายอุปกรณ์ “ไปยืนมองจ้องอะไรกันวะ...” ขณะในรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ห่างไปคนหลังพวงมาลัยเกิดคำถาม หัวคิ้วขมวดยุ่ง โดยเขาขับตามมาตั้งแต่บ้านของหญิงสาวแล้ว มือเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดจมูก รู้สึกเหมือนตัวเองจะมีน้ำมูก แต่สายตายังมองตรงไปยังเจ้าของร่างระหง

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13 (02)

    “ฮือ” แพรไหมร้องไห้โฮออกมา อีกไม่ถึงสิบก้าวก็จะถึงป้ายรถเมล์โดยสารแล้ว แต่เธอพาตัวเองไปไม่ถึง เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจตาย หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าลงกับเข่าของตัวเอง คุดคู้อยู่กลางสายฝน ฟังเสียงฝนสลับกับเสียงรถยนต์ที่ขับผ่านไปมา ความรู้สึกตอนนี้ไม่มีอะไรมาบรรยายได้ ก่อนจะต้องเงยหน้าขึ้นมา หลังได้กลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นบุหรี่ลอยมาเตะจมูก คล้ายมีคนยืนสูบอยู่ใกล้ๆ เมื่อไล่สายตาไปมองก็พบกับคนคนหนึ่ง คนที่ตั้งคำถามกับเธอ “ให้ช่วยอีกปะ” ใครคนนั้นไม่พ้นฉัตรฐาที่กำลังอัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควันออกมา ดวงหน้าคมคายก้มลงมองลูกนกที่ถูกฝนกระหน่ำ จนปีกน่าจะบินไม่ไหวอีกต่อไป “ไปให้ไกล เหม็นบุหรี่” แพรไหมเค้นเสียงบอก แค่เรื่องที่เจอวันนี้เธอก็เหนื่อยจนอยากหยุดหายใจแล้ว ฉัตรฐายังมารังควานกันอีก แล้วไม่รู้ว่าเขาบ้าหรือเปล่าที่มายืนสูบบุหรี่กลางสายฝน ฉัตรฐาบิดปากใส่ ยังคงยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แพรไหม ก่อนเสียงฟ้าจะคำรามก้องทำให้ทั้งเขาและหญิงสาวสะดุ้งโหยง แพรไหมก้มหน้าลง เพราะเธอไม่มีแรงจะขยับตัวลุก หากนอนลงได้คงทำไปแล้ว พลันเงยหน

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 13

    บทที่ 13 แพรไหมนิ่งเงียบไปหลายนาที หัวใจเจ็บจนแทบทนไม่ไหว พลางมองหน้าคนที่เธอรักทั้งสองแล้วหลับตาลง ขณะคู่ป้าหลานบีบมือของแพรไหมอยู่ตลอด เพราะอยากให้เจ้าตัวยินยอมตกลง เฝ้ามองความหวังของพวกเธอด้วยสายตาเว้าวอนและโน้มน้าว ก่อนทั้งสองจะยิ้มร่า “โอนเงินเข้าบัญชีพิ้งค์ได้เลยค่ะ” แพรไหมมองตรงไปยังศิวัฒน์ “พี่แพร” พิพรรษพรสวมกอดพี่สาวแน่น โล่งใจไปได้มาก ส่วนพรรณรวีถอนหายใจยาว ทว่าไม่ถึงเสี้ยววินาทีกลับถูกผลักให้ตกจากสวรรค์ชั้นฟ้า “แต่พิ้งค์ต้องขายตัวเอง” แพรไหมพูดให้ครบใจความ แล้วสะบัดตัวให้น้องสาวคลายอ้อมกอดออก ดวงตาแข็งกระด้าง ไร้ความอ่อนโยน “พี่แพร” พิพรรษพรหน้าชา เมื่อพี่สาวจะให้เธอทำสิ่งที่น่าขยะแขยง “ทำไม ขายไม่ได้เหรอ” แพรไหมตั้งคำถามเสียงหยัน เธอเจ็บไปทั้งใจจนมันชาแทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว โชคดีที่มันยังเต้นได้อยู่ “พิ้งค์จะทำแบบนั้นได้ยังไง ถ้าทำพิ้งค์จะเอาหน้าไปไว้ไหน” พิพรรษพรตาลุกวาวและเริ่มโวยวายดังลั่น “ก็เอาไว้บนคอเหมือนเดิม แต่ต้องเอาตัวไปอยู่บนเตียงของคนอื่น” แพรไหมพูดอย่างหมดเยื่อใย ไม่มี

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (06)

    “เรื่องนี้กูไม่รู้ คุณทีเจเป็นคนนัดร้านนี้” ฉัตรฐารีบปฏิเสธ เขาไม่บ้าถึงขั้นนั้นหรอก “เออ กูค่อยสบายใจหน่อย แต่ดีที่อย่างน้อยเขาก็มีครอบครัว ไม่ได้อยู่ลำพังแล้วยังต้องต่อสู้กับมึง” “ถ้าคนของมึงหักหลังไปยุ่งกับศัตรู มึงจะปล่อยไว้รึไง” ฉัตรฐาตั้งคำถาม คิดว่าเป็นมัฆวานก็คงไม่ปล่อยไว้เช่นกัน “ไม่อะ แต่คงฆ่าทิ้งไปแล้ว” มัฆวานมองลึกเข้าไปในดวงตาของเพื่อนอย่างทิ้งนัยสำคัญ ฉัตรฐาทำเป็นไม่ได้ยินและหันไปสนใจกับลูกค้ารายใหญ่อย่างทีเจที่เดินตรงเข้ามาหา ก่อนทั้งสามจะขึ้นลิฟต์ไปยังห้องอาหารชื่อดังเพื่อพูดคุยงานกัน ด้านพิพรรษพรเมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารก็ได้บอกชื่อที่จองไว้กับพนักงาน จากนั้นก็ถูกพาไปยังห้องส่วนตัวซึ่งจัดโต๊ะไว้รองรับสำหรับสี่ที่ แพรไหมมองไปรอบๆ แล้วหันไปมองน้องสาวกับคนเป็นป้า “แพรดีใจนะคะที่พวกเราได้มากินข้าวด้วยกัน” แม้ทุกอย่างอาจจะไม่ได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ได้กลับมากินข้าวพร้อมหน้ากันสักครั้งหนึ่งก็ยังดี “พี่แพรสั่งได้เต็มที่เลยนะคะ” พิพรรษพรบอกอย่างเอาใจ “ได้เลยจ้ะ” แพร

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (05)

    “ทำไมล่ะ...” แพรไหมแปลกใจ เพราะหลังจากวันนั้นน้องก็ส่งข้อความมาเร่งเร้าให้เธอรีบทำตามที่บอก “พิ้งค์...พิ้งค์ขอโทษ” พิพรรษพรอึกอักอยู่เกือบนาทีกว่าจะเอ่ยออกมาได้ แล้วบอกต่อด้วยเสียงอ่อยๆ “พิ้งค์ไม่ควรโทษพี่คนเดียว พี่แพรไม่โกรธพิ้งค์ได้ไหม...พิ้งค์สำนึกผิดแล้ว” “อื้อ...ไม่โกรธแล้ว” แพรไหมเงียบไปก่อนครางตอบ ในเมื่อน้องสาวรู้สึกผิดแล้วเธอก็ไม่อยากตั้งแง่ ตอนนี้น้องสาวคงจะมองเห็นถึงสิ่งที่เธอพยายามทำให้มาตลอดแล้ว “งั้นพรุ่งนี้ไปกินข้าวกันนะคะ พิ้งค์จะชวนคุณป้าไปด้วย” พิพรรษพรเอ่ยปากชวน “ได้สิ” เธอไม่ปฏิเสธ เพราะอย่างไรก็พี่น้องกัน แต่สำหรับเรื่องการเงินของคนเป็นป้า เธอยังยืนยันคำเดิมว่าจะไม่ให้ความช่วยเหลืออีกแล้ว “ไว้พิ้งค์ไปรับนะ แต่งตัวสวยๆ นะ พิ้งค์อยากไปกินอาหารที่โรงแรม” พิพรรษพรดีใจที่พี่สาวตกลง เธอจะรับหน้าที่ในการจองโต๊ะเอง “ได้เลย พี่จะรอนะ” แพรไหมมีดวงตาที่กระจ่างใสขึ้น ส่วนเรื่องบ้านเธอยังจะไปตามนัด เพราะบ้านหลังนี้อย่างไรก็ต้องเป็นของน้องสาว เธอเองก็ควรมีที่ที่เป็นของตัวเอง แล้วเวลาที่แพรไหมเฝ้ารอ

  • ไม่เคยคิดรัก   บทที่ 12 (04)

    “อย่าสำคัญตัวผิด ฉันพาเกลมาทำบุญต่างหาก” ฉัตรฐาอยากจะหัวเราะเย้ยใส่แพรไหมที่คิดไปว่าเขามาที่นี่เพราะเจ้าตัว แล้วเค้นเสียงถามกลับไป “ยังไม่เลิกชอบคิดเข้าข้างตัวเองอีกเหรอ เธอไม่ได้สำคัญกับฉันเลยสักนิด” “แล้วที่ผ่านมามาด้วยทำไมทุกปี” เธอนึกสงสัยขึ้นมา เรื่องวันเกิดพอเข้าใจแล้ว แต่เรื่องที่เขาอุตส่าห์ตื่นเช้ามาทำบุญด้วยกันตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาทำไปเพื่ออะไร ฉัตรฐาไหวไหล่ เขาไม่จำเป็นต้องมานั่งตอบคำถาม “อ้อ หรือว่าอยากจะทำบุญให้คนที่ตายไป เผื่อความละอายในใจจะลดลงบ้าง แต่ดีใจด้วยนะคะ ที่สุดท้ายก็ได้ผล เธอคนนั้นให้อภัยเรื่องพี่ชายที่จมน้ำตายได้แล้ว ทำบุญวัดนี้ได้สมดังใจหวังจริงๆ” แพรไหมคาดเดาเองเมื่อไม่ได้คำตอบ “แพรไหม” ฉัตรฐาตาลุกวาวเมื่อแพรไหมกำลังล้ำเส้น ไม่รู้ว่าเธอไปรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร แต่เจ้าตัวไม่มีสิทธิ์พูดเรื่องของเขา หญิงสาวไหวไหล่บ้าง ทำไมเธอต้องยอม ในเมื่ออย่างไรเขาก็ตามรังแกกันอยู่ดี ยิ่งยอมอ่อนฉัตรฐาจะยิ่งได้ใจ คิดแล้วแพรไหมก็เดินเชิดหน้าอย่างถือดีผ่านหน้าคนชังไป ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยอีกแล้ว ทว่าจังหวะนั้นร่างบางกลับเซถอยห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status