تسجيل الدخولอย่างน้อยเธอก็ยอมให้ผมนั่งอยู่ในห้องครัวพื้นที่เดียวกันสองต่อสอง มองเธอทำขนมได้ แค่ต้องนั่งสงบปากสงบคำคนเดียวเงียบๆ ไม่ส่งเสียงรบกวนการทำงานของเธอ เพราะต่อให้พูดอะไรถามอะไรออกไปก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา
ผมเองก็ไม่อยากเร่งรัดสร้างความรู้สึกอึดอัดให้เธอมีมากขึ้น จนทุกอย่างเลวร้ายไปมากกว่านี้ เพียงแค่มีโอกาสกลับมาอยู่ใกล้ๆ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ มองหน้าสวยหวานของเธออีกครั้งก็ดีมากแล้วสำหรับผม "เฮียล้างให้" "จิ๊" แต่จะให้นั่งเฉยๆ ไปตลอด โดยไม่ทำคะแนนบวกให้ตัวเองเลย ก็คงจะมีแต่เสียกับเสีย ไม่ใช่นิสัยของนักธุรกิจอย่างผมเท่าไหร่ ส่วนเรื่องหัวใจ คนที่คะแนนติดลบล้านอย่างผม จะห้าคะแนนหรือสิบคะแนนก็มีค่ามาก เพราะงั้นทันทีที่เห็นเธอเริ่มทยอยเก็บอุปกรณ์ทำขนมไปล้าง ผมจึงรีบพุ่งตัวลุกจากเก้าอี้เข้าไปยืนซ้อนคนแสนงอนทางด้านหลังแล้วแย่งฟองน้ำในมือเล็กมาถือไว้ ช่วยเปิดน้ำล้างความมันจากเนยและครีมออกจากอุปกรณ์ทุกชิ้นจนสะอาด ก่อนจะถือวิสาสะ จับมือเล็กของคนหน้างอเหมือนปลาทูที่เพิ่งทำขนมเสร็จมาล้างน้ำเปล่าให้ เป็นอีกหนึ่งบริการที่ผมหวังว่าเธอจะเพิ่มคะแนนให้ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างที่คิดเท่าไหร่ "เฮียไปส่งนะ" "ไม่ต้อง" "..." คนที่ไม่ได้ขับรถมาเองวันนี้นั่งเรียกรถผ่านแอพลิเคชั่นอยู่นานหลายนาที มีผมยืนกอดอกพิงพนังสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล พอให้รู้ว่าเวลานี้ไม่มีไรเดอร์คนไหนรับงานจากเธอ เป็นโอกาสให้ผมได้มีช่องทางทำคะแนนเพิ่มอีกครั้ง แต่กลับโดนตอบปฏิเสธมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เย็นชาเสียจนผมเริ่มรู้สึกน้อยใจขึ้นมานิดหน่อย น้อยใจจนอยากจะกัดปากเชิดๆ นั่นให้ยอมพูดจาหวานหูกับผมบ้าง...ได้แต่คิด ยืนรอคนดื้อจนเวลาล่วงเลยมาเกือบห้าทุ่มเธอก็ยังคงใจแข็งไม่ยอมปริปากยอมรับข้อเสนอจากผมไม่เอ่ยปากขอให้ผมไปส่ง ส่วนตริติณพี่ชายของเธอ เป็นผมที่ขอเวลาทำคะแนนเพื่อให้ได้เธอคืนมาภายในหนึ่งสัปดาห์นับจากวันที่เรานั่งเปิดอกคุยกันอย่างลูกผู้ชายกว่าสองชั่วโมง เลยไม่ได้มารับอย่างที่ควรจะเป็น ในเมื่อเวลามีน้อย ทุกวินาทีที่มีจึงไม่สามารถทิ้งไปได้ "ว้าย!" "กอดคอเฮียดีดี เดี๋ยวตก" "ไม่กอด" "ว้าย!" ขายาวก้าวเพียงสองก้าวก็สามารถช้อนตัวคนที่ตามง้อในท่าเจ้าสาวได้อย่างง่ายดาย ทำคนตัวเล็กตกใจดิ้นขลุกขลิกไปมาไม่ยอมแม้แต่จะใช้สองแขนคล้องคอแกร่งยึดเกาะไว้ เป็นอย่างที่พี่ชายเธอบอก "มินิน ใจแข็งมากกว่าที่คุณคิด" ผมจึงแกล้งทำเป็นคลายมือออกเล็กน้อยทำท่าเหมือนอุ้มร่างบางไม่ไหวให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะตกจากที่สูง ทำเธอถึงกับตกใจรีบยกสองแขนมากอดคอผมไว้แน่น ถลึงตามองดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนผมแกล้ง ป่านนี้... คะแนนผมติดลบสิบล้านไปแล้วมั้ง ผมพาตัวเองและเธอเดินมาที่รถสปอร์ตคันโปรดที่ทั้งชีวิตไม่เคยให้ใครมานั่งข้างๆ ว่าที่เมียคนแรก แต่ผมเลือกที่จะพาเธอมานั่งซ้อนบนตักแกร่งหลังพวงมาลัยด้วยกันแทนจนอะไรอะไรที่มันหลับไหลมานานตื่นตัวจนรู้สึกปวดหนึบไปหมด ผมมันก็เสือตัวหนึ่ง ที่กำลังตะล่อมให้แมวสีขาวตัวน้อยที่เฝ้าคอยมานานเผลอเข้าถ้ำเสือสักวัน และอาจเป็นเพราะเธอกลัวว่าถ้าขัดขืนจะทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเลยยอมนั่งตัวแข็งทื่อให้ผมโอบเอวเอาไว้โดยไม่ขัดขืน ทำผมแอบขำคนที่อยากจะหนี แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้ต้องนั่งเป็นตุ๊กตานุ่มนิ่มให้ผมกอดจนถึงลานจอดรถคอนโดหรูของเธอ "เฮียหิวน้ำ" "ร้านสะดวกซื้ออยู่ตรงนั้น" "ใจดำจัง" "..." "พรุ่งนี้เฮียมารับนะ" "ไม่...อื้อ" ผมไม่ปล่อยให้เธอพูดปฏิเสธคำที่ได้ยินมาตลอดทั้งวัน ประคองใบหน้าง้ำงอของคนบนตักให้หันมารับจูบร้อนๆ ขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มหวังปิดปากเชิดๆ ไม่ให้พูดจาเย็นชาให้ได้ยินอีก ก่อนจะงับริมฝีปากหวานออกเล็กน้อยให้พอแทรกลิ้นเข้าไปเกี่ยวพันลิ้นเล็กตักตวงชิมความหวานของเจ้าของร้านขนมได้สะดวก อยากรู้ว่าจะหวานเหมือนกับขนมที่เธอชอบทำหรือเปล่า ถึงแม้ว่าจะเคยลองแอบชิมมาบ้างครั้งสองครั้ง แต่ครั้งนี้มันแฝงไปด้วยความโหยหา ความคิดถึง และแอบน้อยใจ น้อยใจที่เธอเอาแต่ผลักไสกัน น้อยใจที่รอยยิ้มหวานๆ มีให้ทุกคนยกเว้นผม จะว่าผมเอาแต่ใจ ผมยอมรับ "อื้อ" จุ๊บ กว่าที่ผมจะยอมปล่อยริมฝีปากหวานๆ ให้เป็นอิสระก็ตอนที่ได้ยินเสียงเล็กประท้วงในลำคอเพื่อขออากาศหายใจ เลยจำใจต้องถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่่งทั้งที่อยากจะไล่เลียชิมความหวานนั้นต่ออีกหน่อย แต่ด้วยรู้ตัวเองว่า ถ้าต่อตอนนี้...คงไม่จบง่ายๆ แน่ เพราะอะไรอะไรของผมที่เธอนั่งทับอยู่มันรอระเบิดออกมาทุกเมื่อ เมื่อเธอพร้อม... จึงได้แต่แตะหน้าผากกว้างไว้ตรงหน้าผากมน มองสบตากลมโตให้เธอเห็นถึงความจริงใจที่ผมมี วนนิ้วหยาบกระด้างบนแก้มนุ่มๆ ไปมา ปล่อยให้ลมหายใจของเราสองคนรดรินให้ชินกลิ่นของกันและกัน "ให้โอกาสเฮียได้มั้ย" "..." "ให้เฮียได้แนะนำตัวกับมินินอีกครั้ง" "..." "ได้มั้ย" "เพื่ออะไร" จุ๊บ "อยากได้เป็นเมีย" "นี่!" จุ๊บ "หึ ได้มั้ยครับ" เหตุผลของผมที่ตอบเธอ ทำตากลมโตมองตาเขียว ดูน่ารักน่ามันเขี้ยวมากกว่าน่ากลัวที่เธออยากให้เป็น ถ้าตอนนี้เธอบีบคอผมได้ คงจะทำผมมั่นใจ แต่ติดตรงที่สองมือเล็กของเธอโดนมือใหญ่รวบเอาไว้ เปิดโอกาสให้ผมได้ชิมริมฝีปากตรงหน้าได้ไม่รู้เบื่อ จนอยากลักพาตัวเธอกลับเพนเฮ้าส์ซะตอนนี้ จุ๊บ "ขอคำตอบครับคุณว่าที่เมีย" "เดี๋ยวเถอะ!" จุ๊บ "คำตอบ" "เอ๊ะ!" จุ๊บ "สะ สามเดือน" สามเดือน คือเวลาที่เธอให้โอกาสผมในการเข้ามาทำความรู้จักกับเธอใหม่ นับหนึ่งอีกครั้ง ถึงมันจะนานจนผมแอบแย้งเธออยู่ในใจ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้รับโอกาสนั้น สามเดือนก็สามเดือน ค่อยหาโอกาสยื่นอุทธรณ์ลดโทษทีหลังก็ไม่สาย เตรียมตัวรับวิธียื่นอุทธรณ์ของเฮียได้เลยครับน้องมินิน "ฉันขึ้นห้องได้รึยัง" "เฮียขึ้นไปด้วยได้มั้ย" "ได้คืบจะเอาศอกงี้?" "อยากเอาเมีย แต่...อะ โอ้ย!" สองนิ้วเล็กบิดเนื้อตรงหน้าท้องแกร่งเต็มแรง ถึงจะเป็นการหยิกผ่านเสื้อ แต่ก็พอให้รู้สึกเจ็บจนผมต้องนิ่วหน้า ยังไม่ได้เป็นเมียก็ดุขนาดนี้! แต่ผมจะปล่อยให้เธอได้ใจไปก่อน มีโอกาสเอาคืนเมื่อไหร่ สัญญากับตัวเองไว้เลยว่าผมจะทบต้นทบดอกให้สมกับที่เฝ้าอดทนมาแน่! #ก็ไม่คิดว่าเค้าจะง้อกันจนใจย้วยขนาดนี้ #รออ่านคอมเมนท์น้าาาปึก! "ไม่มีฤกษ์""..."เสียงแก้วกาแฟวางกระทบลงบนโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่นที่บ้านใหญ่ของมินิน กว่าสองชั่วโมงแล้วที่ผมนั่งตัวตรงต่อหน้าป๊าและมามี๊ของเธอ ไม่แม้แต่จะขยับตัวหรือลุกไปเข้าห้องห้องน้ำ เพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสมาแนะนำตัวต่อหน้าผู้ใหญ่ และเป็นผู้ใหญ่ของผู้หญิงคนแรกในชีวิต บรรยากาศตอนแนะนำตัวในหนึ่งชั่วโมง มีบ้างที่อาจดูอึมครึมรู้สึกหายใจไม่ค่อยสะดวก แต่สุดท้ายผมก็นำเสนอตัวเองได้ดีจนพอจะได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ บนใบหน้าของมามี๊มินินบ้าง ไม่แปลกใจว่ารอยยิ้มสวยหวานของมินินได้มาจากใคร และก็ไม่แปลกใจว่าตริติณหน้านิ่งเหมือนใครแล้วผมก็ทำให้เมฆฝนเคลื่อนตัวมาปกคลุมทั่วห้องนั่งเล่นอีกครั้ง เพราะความใจร้อนของผมเอง ใจร้อนผลีผลามพูดถึงเรื่องขอแต่งงานกับเธอไปตามความคิด ไอ้ผมมันก็มาเฟียเก่าคิดอะไรก็พูดไปอย่างนั้น อยากได้ลูกสาวเขาก็ขอกับคุณพ่อตาตรงๆ เพราะสำหรับผมการแสดงความจริงใจด้วยใจจริงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และหวังเพียงคุณพ่อตาและคุณแม่ยายจะเห็นในความจริงใจของลูกเขยคนนี้"วันเดียวกับตริติณก็ได้ครับ ผมพร้อม""ไม่สะดวก""ถ้างั้น...""ห้าปีมาว่ากันใหม่ รอได้ก็รอ รอไม่ได้ก
"ตริติณอะ ทำมาตรฐานไว้สูงมากเลยนะ""คืออะไร""ก็ตริติณขอน้องโฟแต่งงานซีนใหญ่ขนาดนั้น แล้วมินินจะทำยังไงละ""ไม่ต้องทำยังไง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นอีกวันที่ตริติณมานั่งเล่นที่ร้านรอเวลาไปรับน้องโฟที่ไปทำสปาผิวเข้าคอร์สเจ้าสาวร้านข้างๆ ร้านฉันนี่แหละ และบังเอิญมาเจอคู่ปรับที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันอย่างคนหน้ามึนผู้ที่ทำตัวว่างงานทุกคน ฉันก็เลยต้องพาตัวเองมานั่งคั่นกลางระหว่างเสือกับสิงโตที่ดูท่าทางแล้วไม่มีทางยอมให้กันง่ายๆนึกภาพไม่ออกเลย ตอนที่บอกว่าเคยคุยธุรกิจด้วยกันมาเขาคุยกันยังไง ไม่น่าจะงัดกันไปกันมาแบบนี้หรอกใช่ไหม"อันนี้ปลอบใจกันถูกมั้ย""ตริติณพูดจริง ไม่ต้องแต่ง""..."เป็นฉันเองแหละ ที่ไม่น่าเริ่มบทสนทนาเรื่องแต่งงานตามที่ตัวเองรู้สึก เพราะทำเอาคนที่ถามฉันทุกวันนั่งหน้าหงิกคิ้วขมวดผูกเป็นปมแน่นมองตริติณตาขวางเหมือนใกล้จะทนไม่ไหวเต็มที"กวนตีนเก่ง""เห็นมีแต่ลูกพี่ลูกน้องผู้หญิง ที่โชว์รูมก็มีแต่สาวๆ""โชว์รูมมึงไม่มีผู้หญิงงั้นซิ""โชว์รูมกูไม่เหมือนโชว์รูมมึง""กู...""สวัสดีค่ะพี่มินิน พี่ภูผา""จ๊ะน้องโฟ"นั่งหันซ้ายมองขวาฟังผู้ชายตัวใหญ่สองคนเอาแต่เถียงกันอย่างไม่มีใครยอ
เวลาผ่านไปเร็วเหมือนความฝัน เพราะเข้าสู่เดือนที่สิบเอ็ดแล้วที่ฉันมีเขาเข้ามาในชีวิต เป็นสิบเอ็ดเดือนที่เขาทำให้ฉันรู้จักครบทุกรสชาติเหมือนรู้จักกันมาหลายปีเลยก็ว่าได้ ถามว่าฉันให้อภัยเขาหรือยัง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ลองเอาเหตุผลของเขามาคิดทบทวนดูแล้ว เป็นฉันก็คงทำไม่ต่างกัน ใครจะอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นอันตรายกันละ และถ้าถามถึงเรื่องสถานะระหว่างฉันกับเขายังคงไม่มีคำเรียกที่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะฉันอยากมั่นใจอีกหน่อยว่าเขาจะไม่ล้อเล่นกับใจฉันอีก ที่สำคัญอยากจะดัดนิสัยคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาด้วย มีอย่างที่ไหนกันหาช่างมาเปลี่ยนประตูห้องพักให้ฉัน เป็นประตูอย่างดีและแพงมากก็จริง แต่รหัสเปิดประตูเป็นวันเกิดของเขาโดยไม่ถามความสมัครใจจากเจ้าของห้องอย่างฉันเลยสักนิด"พี่มินิน อินขอไปซื้อข้าวกลางวันก่อนนะคะ""จ๊ะ เผื่อพี่กล่องนึงนะเอาเหมือนน้องอิน""ได้เลยค่ะ"ฉันแอบมองตามหลังน้องอินเดินออกไปขึ้นรถของใครบางคนจนลับตา เป็นอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้วที่น้องอินมีคนมาคอยรับคอยส่งอย่างนี้ ใช่ว่าฉันจะไม่รู้จักเขาคนนั้นนะ แต่เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสองคนและน้องอินโตพอที่จะเรียนรู้ด้วยตั
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกเจ็บแปลบที่อก พยายามกลืนอารมณ์ร้อนรุ่มทั้งหมดลงไป ดวงตาคมจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา แสงไฟในห้องสาดกระทบใบหน้าหวานที่ผมคิดถึงทุกคืน แต่ในแววตาคู่นั้นไม่มีความอ่อนโยนเหมือนก่อน มีเพียงความแข็งกร้าวและระยะห่างที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง "ตอบเฮีย พามันขึ้นมาทำอะไรบนห้อง" "ทำอะไรก็ได้ ฉันโตแล้ว""มินิน" "...""โอเค เฮียยอม" "นี่ อย่าเข้ามาใกล้นะ" ใบหน้าบึ้งตึงทำใจแกร่งปวดหนึบอย่างที่ไม่เคยเป็น จนผมต้องยกสองมือขึ้นยอมจำนนอย่างยอมแพ้ ค่อยๆ ก้าวขาขยับเข้าไปใกล้อยากรวบตัวเธอมากอด แต่เธอกลับถอยหนีพยายามพองขนเหมือนเม่นน้อยที่พร้อมจะทำร้ายกัน จนผมต้องถอนหายใจระบายความอัดอั้นที่มีให้น้อยลง"เฮียไม่ได้อยากหายไป" "และไม่ได้รู้สึกรำคาญตามที่พูด" เสียงทุ้มต่ำลงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจอธิบายอย่างใจเย็น แม้รู้ว่าเธอคงไม่เชื่อคำพูดของผมง่ายๆ"ถ้าเฮียไม่พูดแบบนั้น...""มาอธิบายอะไรตอนนี้" ขายาวก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าวจนแทบชิด ครั้งนี้ เธอไม่ขยับถอยหนี ให้เห็นดวงตาคู่กลมแดงก่ำได้ชัดเจนถามกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่แฝงไปด้วยความน้อยใจและโกรธ จนผมร้อนรนแทบทำอะไรไม่ถ
เอี๊ยด...ด!เสียงล้อรถเสียดสีไปกับผิวถนนจนเกิดสะเก็ดไฟ บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคนที่ผมเป็นคนส่งข้อความไปนัดให้มาเจอหลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน ตริติณฝาแฝดของผู้หญิงที่ผมพูดร้ายกับเธอไปเมื่อหลายวันก่อน"มีอะไร" "มินินเป็นยังไงบ้าง" ทันทีที่รถสปอร์ตหรูสีดำด้านรุ่นล่าสุดมาจอดข้างๆ พร้อมกับเปิดกระจกลงมาเป็นการยืนยันว่าเขาคือคนที่ผมนัดเอาไว้ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายที่ฟังแล้วรู้สึกขัดหูไม่น้อย"ถามทำไม" "...""มีความสุขดี""กูไม่อยู่นาน ฝากมึง...""น้องกู กูดูแลอยู่แล้ว" "งั้นก็ดี" "ส่วนมึง ถ้ายังเคลียร์ตัวเองไม่ได้ ก็อย่ากลับไปวุ่นวายกับมินินอีก" ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่เมีย ผมคงได้ซัดหน้ากวนๆ นั่นสักทีให้หายหมันไส้ ไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่เคยคิดว่าเป็นผมที่อายุมากกว่า แต่ผมทำได้เพียงใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มระงับอารมณ์หงุดหงิดที่มีก็เท่านั้น เพราะรู้ตัวเองดีว่าเป็นรองพี่เมียมากจนคะแนนติดลบยากที่จะทำคะแนนบวกตีตื้นขึ้นมาได้ ยังไม่ทันได้ขอบคุณในน้ำใจที่ให้เลือดกับผมในวันนั้นไม่แม้จะเปิดโอกาสได้โต้กลับใดใด รถคันหรูก็ออกตัวไปไกลไม่ทันให้ผมได้เปิดปากพูด ไอ้
"ให้ติณอยู่เป็นเพื่อนมั้ย""แล้วน้องโฟละ" "อยู่บ้าน" "อื้ม" ฉันพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะโผลสวมกอดพี่ชายที่เดินมามาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ และเหมือนตริติณจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของฉันตอนนี้ที่เต็มไปด้วยความกลัวและกังวลไปหมดถึงได้ยกแขนขึ้นมาโอบกอดฉันไว้พร้อมกับลูบผมหนาเบาเบา ไม่มีคำพูดใดใดแต่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แฝดมีให้ฉันตลอดมา "อุ้ย! เจ็บรึเปล่า มินินขอโทษนะ" "ไม่" จนฉันลืมไปเลยว่าแขนของตริติณมีพลาสเตอร์ปิดเอาไว้เพราะเพิ่งผ่านการให้สิ่งสำคัญกับคนที่นอนนิ่งมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดอยู่ในห้องไอซียูเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ตริติณก็คือตริติณต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาหรอก ฉันเลยขยับตัวออกห่างเล็กน้อยก้มหน้ามาเป่าตรงรอยจุดเล็กๆ สีแดงหวังช่วยให้ความเจ็บลดลงบ้าง ถึงจะรู้ว่าอาจจะช่วยไม่ได้เลยก็ตาม อย่างน้อยฉันก็อยากตอบแทนความใจดีของตริติณที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้"ไม่กลัว?" "ไม่" ถ้าเดาไม่ผิด ตริติณคงหมายถึงตัวตนที่เขาเป็นและความอันตรายที่อยู่รอบทุกทิศทุกทางเหมือนอย่างวันนี้ แต่แล้วยังไงหล่ะ ในเมื่อฉันเลือกเปิดใจให้เขาแล้ว เรียนวิชาป้องกันตัวหรือการจับปืนฉ







![โฉมงามร้อนราคะ [BDSM] + [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)