LOGINกระทั่งถึงลานจอดรถในคอมโด ไวน์ดับเครื่องก่อนลงรถ เดินไปเคาะกระจกเก๋งขาวที่จอดเทียบข้างๆ ก๊อกๆ! เบาๆสองที ไม่นานหน้าต่างสีทึบก็ลดลงเผยให้เห็นโฉมหน้าคนขับ
"ลงมา" เขาชะโงกหน้าเข้าไปในตัวรถอย่างไม่เกรงกลัว กระดิกนิ้วทำหน้าเหมือนจะหาเรื่อง
คนขับลงจากรถด้วยท่าทางเหลอหลา หน้าแดง ตาปรือ ต้อยๆมายืนตรงหน้าเหมือนหมารอรับคำสั่ง ดูก็รู้ว่าเมาหนักมาก
"ตามมาทำไมครับ?" ไวน์เปิดประเด็น ไม่รู้จะได้ปูดหรือได้เปรียบ
"เป็นห่วง" ร่างสูงตรงหน้าตอบกลับสั้นๆ
ก่อนหน้าบอกพลาดจูบ ตอนนี้บอกเป็นห่วง สักพักบอกคิดถึง สุดท้ายพรุ่งนี้ ข้ออ้างก็คือ'เมา' ตบท้ายด้วยคำขอโทษ จะเล่นกับใจของเขาไปถึงไหนกัน!
จับปล้ำแล้วบอกพลาดไปเลยดีไหม?
ไวน์ก็ได้แค่คิดเขาไม่กล้าหรอก ก็โดนผลักไสขนาดนัั้นหนิ "เห็นแล้วหนิครับว่าผมไม่เป็นไร เพราะงั้นไสหัวไปได้แล้วครับ"
"งั้น..เจอ..กั..นนะ"
"ไม่เจอจะดีมากเลยครับ" ใจไม่อยากให้กลับหรอก แต่ให้ทำไงอะ ปากมันไปไวกว่าสมอง สุดท้ายเลยได้แต่มองแผ่นหลังกว้างของคิิมหันต์หายเข้าไปในรถตาละห้อย
ไม่นานเก๋งขาวก็เคลื่อนตัวผ่านไวน์ไป แม่งเอ๊ย! คงเป็นเสียงสบถผ่านสีหน้าของเขาตอนนี้ สามปีไม่เคยพลาดท่า แต่มาตกม้าตายเพราะเมาเนี่ยนะ! เขาอยากเอาหัวโขกกำแพงแล้วสลบไป ให้มันเป็นเพียงความฝัน
ไวน์เดินตึงตังขึ้นบันได มาถึงหน้าห้องก็รีบเปิดประตู สไลด์เท้าจนถึงปลายเตียง ก่อนล้มตัวลงนอนอย่างคนหมดแรง พร้อมหัวใจเต้นรัว ตึกตักๆๆ ไม่รู้เป็นเพราะคิมหันต์หรือความเหนื่อยล้ากันแน่
"ไม่อยากรู้สึกแบบนี้เลยจริงๆ"
ความเหนื่อยเริ่มกลืนกินตัวตนจนเจ้าของห้องเริ่มอ่อนเพลีย และผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น
เช้าวันใหม่...
ไวน์ตื่นนอนทำกิจวัตรประจำวันเหมือนทุกวัน ลุกจากเตียงบิดขี้เกียจเดินไปอาบน้ำ แล้วกลับมาแต่งตัวเพียงแต่วันนี้เขาขับรถไปยังถนนอีกสาย
ซึ่งนั่นก็คือบ้านของผู้เป็นแม่ ห่างจากคอนโดที่อาศัยราวครึ่งชั่วโมง วันนี้จึงตื่นเช้ากว่าปกติเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้เขารู้สึกคิดถึงแม่ขึ้นมา เหมือนได้ย้อนกลับไปเจ็บอีกครั้ง
วันนี้มันเจ็บปวดมากจริงๆ...
ขับมาจนถึงหน้าบ้าน หลังเล็ก ชั้นเดียว สีขาว ภายนอกดูอบอุ่นไม่ต่างจากภายใน เป็นความอบอุ่นปนความเจ็บปวด เขาก้าวขาเข้าไปในบ้านด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้ฝืนอะไรมากเพราะเห็นเจ้าลูกชายตัวจ้อยวิ่งหน้าตั้งมาหา "โลมา" ไม่ทันไรก็ห้าขวบแล้ว
เด็กชายตัวน้อยวิ่งแจ้นมากอดอย่างเบิกบาน
"ป่ะป๊าไม่มาด้วยเหรอฮะ" เด็กน้อยเอียงคอถามอย่างสงสัยขณะเงยหน้ามองผู้ให้กำเนิด ซึ่งเขาเรียกแทนว่าป่ะปิ๊
"ช่วงนี้ป่ะป๊างานยุ่งมาก ไว้ปิ๊จะพามานะครับ" ไวน์ลูบหัวลูกชายอย่างรักใคร่ ไม่มีใครรู้ถึงความสัมพันธ์ที่แตกหักนอกจากตัวพวกเขาเอง
ไวน์เลือกปกปิดและเก็บความเจ็บปวดนี้เอาไว้ทั้งหมด
"อ้าว! มาทำไมไม่โทรบอก แม่จะได้เตรียมน้ำพริกไว้ให้" คนเป็นแม่พอเห็นลูกชายก็ดีใจหน้าบานรีบตรงเข้ามาทักทาย
เธอเป็นหญิงสูงวัยอายุหกสิบห้าปี ส่วนไวน์ปีนี้จะสามสิบเอ็ด ดูจากผมเผ้ายุ่งเหยิงก็รู้ว่าเธอกำลังวุ่นวายอยู่กับหลานชายและกับข้าวในครัว
"พูดอย่างกับว่าโทรมาแล้วแม่จะเตรียมทันงั้นแหละ" ไวน์เองก็หยอดคนเป็นแม่อย่างขำขัน
เธอตีไหล่เจ้าลูกชายเพราะไปไม่ถูก แปะ!
สองแม่ลูกหัวเราะคิกคัักหยอกกันสักพัก ไวน์ก็ย่อตัวอุ้มลูกชาย "วันนี้เดี๋ยวป่ะปิ๊จะไปส่งโลมาที่โรงเรียนเอง"
"เย้!" หนูน้อยดีใจ เพราะกว่าป่ะปิ๊กับป่ะป๊าจะมาหาแต่ละทีก็นานจนเขาเบื่อ ถึงคุณยายจะเล่านิทานให้ฟังบ่อยๆแต่พอเห็นป่ะปิ๊แล้วโลมาก็ชื่นใจ
เพราะว่าบ้านกับคอนโดห่างกันครึ่งชั่วโมง แต่บ้านกับที่ทำงานห่างกันเกือบชั่วโมง เขาจึงไม่ค่อยได้มาบ่อยมากนัก เหตุผลหลักไม่ใช้ระยะทางแต่เป็นเวลา
เขาทำงาน ทำงาน แล้วก็ทำงาน คิดถึงลูกแต่บางครั้งก็ปฏิเสธหัวหน้าไม่ได้ อย่างเมื่อวานก็ไปกินเลี้ยง วันนี้ไม่รู้จะเลิกเร็วหรือเปล่า
"เมื่อไหร่ป่ะป๊าจะมาฮะ"
คงเป็นคำถามที่เขาไม่อยากตอบที่สุด แต่เพราะดวงตากลมใสช่างไร้เดียงสา บ่งบอกความรู้สึกนึกคิดได้ชัดเจน ชัดจนบาดลึกในใจของเขา
"เดี๋ยวปิ๊จะพามาหาแน่นอน"
"สัญญานะ" เด็กน้อยยื่นนิ้วก้อยให้เกี่ยว
"สัญญาเลย" ไวน์เกี่ยวกลับ
เด็กคงคิดถึงพ่อ ให้ทำไงได้เขาคงต้องลากคอ'สารเลว'กลับมาให้ลูกเห็นหน้าบ้างเสียแล้วสิ
"มากินข้าวก่อนสิลูก โลมาเองก็ด้วย หนูต้องกินเยอะๆนะ วันนี้บอกมีเต้นที่โรงเรียนไม่ใช่เหรอ?"
"ฮะ"
ไวน์วางลูกชายตัวน้อยลง ก่อนเจ้าตัวจะวิ่งแจ้นไปหาคุณยาย ทั้งสามคนกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาทีี่โต๊ะอาหารกลางบ้าน ทำให้ไวน์หวนคิดถึงวันวานอีกครั้ง
วันวานอันหวานชื่น เปร่งประกาย งดงามราวกับดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ แต่เวลาไม่อาจย้อนกลับไปเหมือนกับอดีตที่ไม่อาจแก้ไข ตอนนี้ซากุระได้โรยราเหลือเพียงกิ่งแห้งดุจใจช้ำๆของเขา
เขามองแม่ที่เริ่มชรา เห็นผมสีหม่นเกือบเต็มหัว สลับกับเจ้าตัวเล็กที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ใครจะไปคิดว่าตีนเท่าฝาหอยวันนั้น จะวิ่งวุ่นอย่างวันนี้ได้แล้ว จู่ๆก็รู้สึกใจหาย
เขาตักต้มจืดหมู ชิมรสมือแม่ ก่อนคลี่ยิ้ม รสชาติยังดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน นอกจากนั้นยังมีปลาทับทิมนึ่งของโปรดโลมากับข้าวสวยร้อนๆ เห็นแล้วอดใจไม่ไหวไวน์ตักข้าวเข้าปากคำใหญ่ ซดซุปไปด้วย กินปลาไปด้วย จนน้ำตาแทบไหล ไม่รู้กับข้าวอร่อยเกินไปหรือภูเขาลูกใหญ่ในอกกันแน่
ก็เพราะในบ้านเต็มไปด้วยความทรงจำของเขากับคิมหันต์ แต่ก็็เต็มไปด้วยความทรงจำของเขากับแม่และตัวเล็กเหมือนกัน กลับบ้านทีไร เขาถึงได้รู้สึกมีความสุขปนความเจ็บปวดราวกับปอดจะฉีกขนาดนี้ไง
ไวน์มองลูกชายที่เคี้ยวจนแก้มตุ่ยไม่ต่างจากตน 'โลมา' ชื่อนี้คิิมหันต์เป็นคนตั้งให้ เพราะเห็นไวน์ชอบโลมาตอนไปดูการแสดงโลมาด้วยกัน อุ้มท้องมาเกือบสิบเดือน หน้าดันเหมือนพ่อเปี๊ยบ
"พรุ่งนี้ป่ะปิ๊จะซื้อปลามาให้เยอะๆเลยดีมั้ย" เห็นลูกกินอร่อยเขาก็ปลื้ม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่รู้ตัว
ระหว่างที่ไวน์มองลูกชาย แม่เองก็มองเขาด้วยความห่วงใย เห็นลูกชายกินมุมมามเหมือนคนอดอยากก็อดห่วงไม่ได้
"ทำงานเป็นไงบ้างลูก" เธอเอ่ยถาม
"ก็ดีครับ" ไวน์พยักหน้าตอบ เพราะไม่อยากให้แม่เป็นห่วง
"แล้วลูกเขยล่ะเป็นยังไงบ้าง พักหลังแม่ไม่เห็นตามมาด้วยเลย มีอะไรกันหรือเปล่า"
เพียงชั่วครู่สีหน้าของเขาก็หม่นลง แต่เพราะไม่อยากให้แม่สงสัยในความสัมพันธ์จึงรีีบฝืนยิ้ม
"โถ่แม่! อย่างผมกับพี่คิมน่ะไม่มีอะไรหรอก แค่ช่วงนี้พี่เค้ายุ่งๆน่ะ ไว้ผมจะพามานะ"
เพราะยังไงก็พ่อของลูก โลมาเองก็คงคิดถึงพ่อเหมือนกัน เขารีบลุกขึ้น เพราะกลัวจะเก็บสีหน้าไม่อยู่ มันปวดร้าว ระบม ระทม หนักอกไปหมดจนไม่รู้จะทำยังไง
"อิ่มแล้ว เดี๋ยวผมไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะครับ"
ไวน์นอนกอดความเหงามาตลอดสามปี ทุกครั้งที่ลืมตาตื่น เขามักจะเห็นแต่เพียงความว่างเปล่า...วันแรกที่ไม่มีคิมหันต์ เขาสูดดมผ้าปูที่นอนเหมือนพวกโรคจิต เดือนต่อมาก็ไม่ยอมซักเพราะกลัวกลิ่นจางขนาดผ่านไปเป็นปี ยังดม...ดมที่ว่างข้างๆ อยู่อย่างนั้นแต่วันนี้...แสงแดดแยงตาไวท์ช็อกตัวหอมละมุน ปลุกร่างไร้สติให้ตื่นขึ้นจากภวังค์ความฝัน เปลือกตาค่อยๆเปิดขึ้นช้าๆ อย่างสะลึมสะลือไวน์ลืมตาตื่นบนเตียงอัันเปลี่ยวเหงาดั่งเช่นทุกวัน แต่สามเดือนมานี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ข้างเตียงที่เคยว่างเปล่าตอนนี้มีชายหนุ่มที่เฝ้าฝันตลอดสามปีมานอนด้วย "ฝันเหรอ?" เขาแทบไม่อยากเชื่อว่ามีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า 'ปาฏิหาริย์' คิมหันต์กลับมาแล้ว นอนข้างกัน กินข้าว อาบน้ำ ในห้องที่เคยใช้ร่วมกันเพียงแต่ผลข้างเคียงหลังจากผ่าตัด คือการสูญเสียความทรงจำบางส่วน คิมหันต์จำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นก้อนเนื้อในสมองและได้รับการผ่าตัด เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเลิกรากับไวน์ความทรงจำของเขาสตาร์ทจากครั้งแรกที่เดทด้วยกัน ซึ่งไวน์คิดว่ามันดีมาก ดีแล้วที่เขาจำไม่ได้ว่าเคยทอดทิ้งไวน์ให้โดดเดี่ยวขนาดไหน "มอนิ่ง" "ไม่ได้ฝันไปจริงๆด้วย" เสียงทุ้มต่ำชั
มอเตอร์ไซค์เสียหลักพลิกคว่ำ กระจกแตกกระจายเต็มถนน คนขับกับคนซ้อนหัวกระแทกพื้น ดีที่วันนี้สวมหมวกกันน็อคจึงไม่เป็นอะไรมาก เข่่าถลอกนิดหน่อยซะเมื่อไหร่!! "ไอ้ไวน์! เลือด!" ชินตกใจ เขาไม่ได้บาดเจ็บหนัก ล้มแบบเก็บคองอเข่าหัวเลยกระแทกพื้นเบาๆระหว่างม้วนตัวแต่ไวน์ไม่ใช่ เขาพยุงตัวเองลุกอย่างทุลักทุเลเพราะหัวกระแทกหนัก เลือดไหลลงมาอาบหน้า ก่อนถอดหมวกกันน็อคเพราะรู้สึกอึดอัด "อา..." คนขัับกุมขมับปวดหัวจี๊ด มองชาวบ้านที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน มุงกันเต็ม"มานั่งตรงนี้ก่อนครับ" และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่รถกู้ภัยมาจอดรอ เจ้าหน้าที่หนุ่มประคับประคองไวน์ไปนั่งบนรถ โดยมีชินจังตามไปติดๆ"ไปส่งผมโรงบาลทีครับ" เขาวิงวอนร้องขอ น้ำตาคลอเบ้า เพราะรถตัวเองเยินจนไปต่อไม่ได้แล้ว"ครับ!!" สิ้นเสียงรถกู้ภัยเปิดหวอดังตลอดทาง ไวน์นั่งกุมขมับปวดหัวคล้ายจะวูบ แต่เขากำลังอดทน อยากเจอหน้าคิมหันต์ จากนั้นจะสลบก็็ช่างแม่ง!"มึงโอเคนะไวน์" ชินจังถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง"อืม..." ไวน์พยักหน้าเบาๆ ความจริงเขาแทบไม่ได้ยินเสียงของเพื่อนตัวเองด้วยซ้ำ เพราะในหูอื้ออึง สมองวูบไหลไร้เรี่ยวแรง ขนาดทรงตัวนั่งยังลำบากเมื
ขณะที่คิมหันต์นอนไร้สติอยู่ห้องผ่าตัด...ไวน์นอนจมกองน้ำตาบนเตียงกว้างอย่างโดดเดี่ยว เขากอดตัวเองเหมือนทุกวัน แต่ทำไมวัันนี้กลับไม่สามารถปลอบใจตัวเองว่า 'ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ผ่านไป เหมือนอย่างที่ผ่านมา' ได้เลยมันเจ็บเจียนตาย โหวงเหวงเคว้งคว้างราวกับว่าพรุ่งนี้คิมหันต์จะไม่อยู่อีกต่อไป ยิ่งคิดยิ่งร้องหนัก จนสะอึกไม่หยุด ฟูกนอนเปียกปอนไปด้วยน้ำตา ตั้งแต่ก้าวเข้าห้องมาก็ล้มตัวลงนอน หลับตาทีไรภาพคิมหันต์ก็ผุดขึ้นมาในหัวตลอด เพราะที่นี่ ห้องนี้ ที่ไวน์กำลังนอนเคยเป็นห้องที่มีคิมหันต์อยู่ทุกที่ ทุกมุมบ้านล้วนเต็มไปด้วยความทรงจำเก่าๆที่เคยใช้ร่วมกัน คบกันสิบปี เลิกแค่สามปี ใครจะลืมลง เขายังคงเก็บคิมหันต์คนเดิมไว้ในใจ เตียงกว้างที่เคยหลับนอน ตอนนั้นมันแคบและอบอุ่น ตอนนี้กลับหนาวถึงกระดูกดำ มันยากจริงๆนะ ยากมากจริงๆ...ไวน์ลงเตียง เดินไปเข้าห้องน้ำ กำลังจะก้าวข้ามประตูก็หยุดยิ้ม ตอนนั้นเขาเคยย่องเข้าไปเซอร์ไพรส์คิมหันต์ ทั้งตัวนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว...ก่อนจะร้องไห้อีกครั้ง "เจ็บจัง" แล้วฝืนตัวเองเดินไปจัดการธุระต่อ เขาส่องกระจก มองตาเศร้าบวมแดงของตัวเอง "มึงยังมีแม่ มีลูกอยู่ข้างหลังนะเว้ยไอ้
คนเราสามารถแตกสลายได้กี่ครั้งร้อยๆครั้งหรือนับไม่ถ้วนไวน์จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าเขาร้องไห้มาเท่าไหร่ เขาไม่เคยนับและไม่มีเหตุผลให้นับ อย่างตอนนี้เองก็ร้องครั้งนี้หนักจนรับไม่ไหวเมื่อรู้ความจริงผ่านเสียงของแพทย์หนุ่ม "คนไข้มีก้อนเนื้อในสมองครับ..."ใจดวงน้อยกระตุกวูบ เหม่อมองภาพเอกซเรย์สมองสีขาวดำบนจอคอม ระหว่างที่หมออธิบายถึงเปอร์เซ็นต์การผ่าตัด "หมอคิดว่าควรทำยังไงดีครับ...""การผ่าตัดเสี่ยงเสมอครับ แต่หากปล่อยไว้คนไข้จะเริ่มมีอาการหลอนและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย""งั้นผ่าเลยครับ"ไม่เป็นไร ถึงบทสุดท้ายคิมหันต์จะพูดไม่ได้ พิการติดเตียงเขาจะดูแลเอง แต่ขออย่างเดียว...ขอให้พี่คิมปลอดภัยไวน์เดินล่องลอยออกจากห้องฉุกเฉินอย่างไร้สติ มือสั่นเทา เข่าแทบทรุด น้ำตาแตกเป็นสายอย่างไร้เสียง เขาร้องไห้ตั้งแต่ก้าวขาออกจากโรงพยาบาล ก่่อนปล่อยโฮข้างถนนอย่างไม่อายใคร เสียงนั้นกรีดร้องอย่างเจ็บปวดแทบขาดใจโดยไม่รู้เลยว่ามีหนุ่มผมทองเดินตามหลังเงียบๆ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหนูในท่ออย่างธีร์ ที่เอาแต่เฝ้ามองคนที่ตัวเองชอบมาเป็นสิบๆปีอยู่อย่างไร้ตัวตน...ในมุมที่อีกคนไม่เคยเห็น หรือบางครั้งอาจเห
'ที่คนไข้ปวดหัวเพราะมีก้อนเนื้อในสมองครับ'เป็นผลวินิจฉัยของหมอหลังจากที่คิมหันต์ไปโรงพยาบาล วันนั้นหมออธิบายรายละเอียดยาวเหยียดแต่เขากลับนั่งเหม่อ...จำได้เพียงบางท่อน อย่างการที่ก้อนเนื้อจะขยายใหญ่เรื่อยๆทับเส้นประสาทส่วนอื่น ทำให้เกิดภาพหลอน หูแว่ว หรือมากสุดก็ขาดอากาศหายใจแล้วเสียชีวิตลงในที่สุด'หกสิบ สี่สิบ' คือเปอร์เซ็นการผ่าตัด ตายมากกว่ารอด หมอบอกเขาว่าการผ่าตัดอาจมีผลข้างเคียงหากโดนเส้นประสาทโดยรอบ แถมตำแหน่งเนื้องอกยังอยู่ใกล้หลอดเลือดแดง ส่วนสำคัญที่ทำหน้าที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองอีก จึงมีเปอร์เซ็นต์ที่จะเสียชีวิตขณะผ่าตัดร่วมด้วย ถ้าจะผ่าแล้วเป็นภาระขนาดนั้นเลือกตายดีกว่าคิมหันต์คิด...และเตรียมใจมาตลอด ว่าอาจจะตายในอีกอาทิตย์ หรือมากสุดก็เดือนนึงเพราะทรมานกับการปวดหัวที่คิดไปเองว่าโหมงานหนักจนพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือไม่ก็คงฟังเสียงบ่นของไอ้เตชินมากเกินไป ที่ไหนได้... "หึ" แต่ก็ผ่านมาได้จนถึงตอนนี้...สามปีที่เลิกลา แต่เป็นหนึ่งปีที่ร่วมงานกันในฐานะหัวหน้าทีมA และหัวหน้าทีมB อย่างบังเอิญหรือไม่...อาจจะเป็นไวน์ที่ตั้งใจและตอนนี้ เวลานี้ ปัจจุบันนี้ แปดโมงสี่สิบ พวกเขายังอย
ประตูรถเก๋งขาวกระจกทึบถูกเปิด เผยให้เห็นเจ้าของรถที่ธีร์อยากจะซัดหน้าด้วยหมัดหนักๆ เขาก้าวเข้าไปด้านในก่อนปิดประตูดังปัง! อย่างฉุนเฉียว"ไวน์เป็นยังไงบ้าง" เจ้าของรถก็เอ่ยถามอย่างร้อนใจ ทันทีที่ธีร์หย่อนก้นลงนั่ง"ร้องไห้จนสลบไปแล้ว""สลบเลยเหรอ!! แล้วตอนนี้อยู่ไหน!!" ยิ่งทำให้คิมหันต์ร้อนใจหนักกว่าเดิม อดห่วงไม่ได้ สายตามันบอกว่ากำลังร้อนใจจนจะกลายเป็นบ้า"พาไปส่งบ้านเพื่อนแล้ว เห็นบอกว่าชื่อชินจัง""งั้นเหรอ..." ก่อนจิตใจของคิมหันต์จะค่อยๆสงบลงเมื่อรับรู้ว่าไวน์ปลอดภัย "ดีแล้ว""คุณทำแบบนี้ทำไม? ที่พูดเมื่อคืนหมายความว่ายังไง?" หลังจากพาคนเมาไร้สติอย่างไวน์ส่งคืนเจ้าของ ไวน์ก็ถูกลากตัวไปนอนในห้อง ส่วนธีร์ถูกดึงตัวมาคุยเป็นการส่วนตัวคิมหันต์บอกกับธีร์สั้นๆว่า'จากนี้ฝากดูแลไวน์ด้วยนะ' ก่อนถีบส่งเจ้าตัวออกจากห้องอย่างไร้เยื่อใย"ช่วยเป็นลมหายใจให้ไวน์แทนผมทีสิครับ" คิมหันต์ร้องขอ เขาไม่ได้เต็มใจแต่มันจำเป็น พอลองจินตนาการถึงวันที่ไวน์อยู่กับคนอื่นนอกจากตัวเองแล้วน้ำตาก็จะไหลออกมา "ถ้าเป็นคุณ ผมคงหมดห่วง""พูดเหมือนรู้จักผมงั้นแหละ""รู้สิครับ...ทำไมจะไม่รู้" ก็ทุกที่ ที่เขาชอบพาคนรักไ







