เฉียวเนี่ยนรู้ดีว่าฉู่จืออี้ทำไปเพราะนึกปวดใจแทนตน ภายในใจพลันอุ่นซ่านขึ้นวูบหนึ่ง นางรีบรั้งตัวหนิงซวงให้ล้มตัวลงนอนพลางกล่าวว่า “พวกเราอาศัยจังหวะนี้ นอนเอาแรงกันสักงีบเถอะ!”“เจ้าค่ะ!” หนิงซวงพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะเอนกายลงนอนไปพร้อมกับเฉียวเนี่ยน เพียงไม่นานทั้งคู่ก็เข้าสู่ห้วงนิทรารัตติกาลลึกล้ำหนาทึบทว่าทารกในผ้าห่อตัวกลับหลับสนิทอย่างยิ่ง ฉู่จืออี้มือหนึ่งกุมบังเหียน อีกมือหนึ่งโอบอุ้มทารกไว้ในอ้อมอก ปลายจมูกได้กลิ่นน้ำนมหอมอ่อน ๆ ลอยมาจากผ้าห่อตัวเป็นระยะ...เฉียวเนี่ยนไม่รู้ว่าตนเองหลับไปนานเท่าใดรู้เพียงว่ายามตื่นขึ้นมานั้นรู้สึกปลอดโปร่งไปทั้งร่างหนิงซวงไม่ได้อยู่ข้างกายแล้ว รถม้าเองก็หยุดนิ่ง ดูเหมือนว่าทุกคนกำลังหยุดพักแรมนางก้าวลงจากรถม้า พลางบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบ รู้สึกว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันมลายหายไปสิ้นหลังจากการพักผ่อนครั้งนี้“คุณหนู!” เสียงของหนิงซวงดังขึ้น เฉียวเนี่ยนมองตามเสียงนั้นไป ก็เห็นหนิงซวง ฉู่จืออี้ และคนอื่น ๆ นั่งล้อมวงรับประทานอาหารกันอยู่นางรีบสาวเท้าเข้าไปนั่งลงข้างกายฉู่จืออี้ สายตาจับจ้องไปยังผ้าห่อตัวเล็ก ๆ ในอ้อมแขน
Mehr lesen