หมอเทวดาทะลุมิติ มาอุ้มท้องให้แม่ทัพไร้ทายาท의 모든 챕터: 챕터 321 - 챕터 330

461 챕터

บทที่ 321

“เปลี่ยนเป็นพ่อหรือ?”ทันทีที่นางเอ่ยประโยคนี้ออกมา ผู้คนโดยรอบต่างตกตะลึงจนนิ่งค้างไปทันที“ดียิ่งนัก ชิงอี๋ตั้งครรภ์แล้ว”ฮูหยินผู้เฒ่าโม่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ได้ยินดังนั้น ก็ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น“ชิงอี๋ เจ้า... เจ้าตั้งครรภ์แล้วหรือ?”โม่จิ่นอี้เองก็ตั้งสติได้เร็วไม่แพ้กัน เขาอุ้มโจวชิงอี๋ขึ้นด้วยความดีใจแล้วหมุนตัวไปหลายรอบ“รีบปล่อยข้าลง ข้าจะเวียนหัวตายเพราะท่านหมุนนี่แหละ”โจวชิงอี๋มีอาการแพ้ท้องอ่อน ๆ อยู่แล้ว พอถูกเขาหมุนแบบนี้ ก็พลันรู้สึกอยากจะอาเจียนขึ้นมาทันที“ได้ ๆ ไม่หมุน ข้าไม่หมุนแล้ว”โม่จิ่นอี้ได้ยินดังนั้นก็รีบวางนางลง“น้องหญิง มา นั่งตรงนี้”เขาพาโจวชิงอี๋ไปนั่งข้าง ๆ มู่หนิง ก่อนจะกล่าวอย่างมั่นใจว่า “น้องเจ็ด! รบกวนเจ้าช่วยตรวจพี่สะใภ้ห้าหน่อย ว่าตั้งครรภ์จริงหรือไม่”แม้ภรรยาจะบอกว่าตั้งครรภ์แล้ว แต่เพื่อความแน่ใจ ตรวจดูสักหน่อยย่อมดีกว่า“พี่ห้าไม่ต้องร้อนใจ ข้าจะช่วยตรวจพี่สะใภ้ห้าให้เดี๋ยวนี้”มู่หนิงขยับเข้าไปใกล้โจวชิงอี๋“น้องเจ็ด รบกวนเจ้าแล้ว”โจวชิงอี๋ยื่นข้อมือออกมาพลางกล่าวอย่างเกรงใจ“พี่สะใภ้ห้า ท่านจะเกรงใจข้าไปไย”มู่หนิงว
더 보기

บทที่ 322

“โม่จิ่นยวนจะไปแดนตะวันตกไม่ได้ เพราะเส้นทางจากเมืองไถโจวไปสู่แดนตะวันตกนั้น มีช่วงหนึ่งที่เป็นภูเขาสูง ที่นั่นมีหิมะปกคลุมตลอดปี และมักเกิดหิมะถล่มอยู่บ่อยครั้ง หากมีมนุษย์ขี่ม้าผ่านบริเวณนั้น จะต้องเจอกับหิมะถล่มอย่างแน่นอน”หิมะถล่ม?มู่หนิงเป็นคนยุคปัจจุบัน ย่อมเข้าใจเรื่องแบบนี้ดีที่สุดหากเป็นจริงดังในจดหมายว่า ม้าเร็วที่โม่จิ่นยวนและพรรคพวกขี่ไป เพียงแค่ผ่านภูเขาหิมะ แล้วเสียงสะท้อนจากกีบม้าดังเกินไป ความเป็นไปได้ที่จะเจอกับหิมะถล่มแทบจะเลี่ยงไม่ได้เมื่อคิดได้ดังนี้ มู่หนิงจึงถามซวนหยวนเฉินด้วยความสงสัย “เสี่ยวเฉิน! รู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนส่งจดหมายให้เจ้า?”ที่สำคัญที่สุดคือ คนลึกลับผู้อยู่เบื้องหลัง รู้ได้อย่างไรว่าโม่จิ่นยวนจะไปตามหาพี่สี่ที่แดนตะวันตก แถมยังคำนวณเวลาได้อย่างแม่นยำอีกด้วยซวนหยวนเฉินส่ายหน้า “ไม่รู้สิ คนผู้นั้นวานให้ชาวบ้านคนหนึ่งนำจดหมายมาส่งที่จวนของข้า ข้าเคยถามชาวบ้านคนนั้นแล้วว่าใครฝากมา แต่เขาก็บอกว่าไม่รู้ บอกแค่ว่าเป็นผู้ชายคนหนึ่ง”“ผู้ชาย?”มู่หนิงมองดูตัวอักษรบนจดหมาย แล้วส่ายหน้า “ดูจากลายมือแล้ว คนเขียนจดหมายไม่มีทางเป็นผู้ชาย แต่น่าจะเป็น
더 보기

บทที่ 323

“รับทราบ ไม่มีปัญหา”เหมิงเหมิงรับคำ ก็รีบใช้พลังงานของตนติดต่อโม่จิ่นยวนที่กำลังเดินทางอยู่“หนิงหนิง เหมิงเหมิงบอกว่าเจ้ามีเรื่องด่วนตามหาข้า มีเรื่องอันใดหรือ?”โม่จิ่นยวนรีบหยุดการเดินทาง แล้วส่งกระแสจิตเข้ามาในมิติ เพื่อติดต่อกับมู่หนิงทันทีมู่หนิงบอกข่าวที่นางได้รับให้เขารู้โม่จิ่นยวนได้ยินดังนั้น ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวลไป ข้าออกรบต่างแดนมานานหลายปี เรื่องพวกนี้ข้ามีประสบการณ์มากพอสมควร”มู่หนิงยังคงไม่วางใจ จึงกำชับไปอีกรอบ “เอาเป็นว่าระมัดระวังตัวให้มาก ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ท่านกับเจ๋ออวี่พาคนในสำนักอ้อมไปเส้นทางอื่น ขอแค่ปลอดภัย ต่อให้ต้องเดินทางไกลกว่าเดิมหน่อยก็ไม่เป็นไร”“เส้นทางไปแดนตะวันตกทางนี้มีเพียงเส้นเดียว หากเปลี่ยนไปทางอื่น ก็ต้องย้อนกลับไปที่แคว้นต้าโจว แล้วผ่านทางหนานเจียงของต้าโจวล่องเรือลงไป ข้ามแม่น้ำยาวแล้วค่อยเลียบขึ้นไปทางเหนือ ถ้าทำเช่นนั้น อย่างน้อยต้องใช้เวลาครึ่งปีขึ้นไป”โม่จิ่นยวนไม่อยากเสียเวลา อีกอย่างเขามีประสบการณ์เกี่ยวกับเส้นทางหิมะอยู่บ้าง จึงไม่มีอะไรน่ากังวล“เอาเถอะ สรุปว่าพวกท่านต้องระวังความปลอดภัย และอี
더 보기

บทที่ 324

“น้องเจ็ด! เหตุใดเจ้าถึงสงสัยว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือของแม่นางเชียนเชียน?”พี่สะใภ้สามเฉินจือหลานถามมู่หนิงด้วยสีหน้าจริงจังจากความเข้าใจที่นางมีต่อมู่หนิง น้องเจ็ดไม่ใช่คนที่จะไปสงสัยใครโดยไร้เหตุผลในเมื่อนางสงสัยหลี่เชียนเชียน แสดงว่าในใจนางต้องมีเบาะแสอะไรบางอย่างมู่หนิงในตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด จึงไม่อาจปักใจเชื่ออะไรได้ ได้แต่อธิบายว่า “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ น่าจะเป็นสัญชาตญาณในใจกระมัง”“ข้าเชื่อสัญชาตญาณของน้องเจ็ด ในเมื่อเป็นเช่นนั้น น้องหกเจ้าก็ไปเป็นเพื่อนน้องเจ็ดลองไปหาแม่นางเชียนเชียนดูอีกทีเถอะ”เฉินจือหลานต้องเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน จึงไม่สะดวกไปเป็นเพื่อนมู่หนิงหาหลี่เชียนเชียนบวกกับนางไม่ค่อยสนิทกับหลี่เชียนเชียน เรื่องเปิดโรงย้อมผ้าก็เป็นน้องหกที่ช่วยวิ่งเต้น ดังนั้นน้องหกจึงเหมาะที่จะไปกับน้องเจ็ดมากกว่า“เจ้าค่ะ”มู่อวิ๋นชิงพยักหน้ารับนางกับเฉินจือหลานและพวกพี่สะใภ้คนอื่น ๆ ต่างรู้ดีว่ามู่หนิงจะไม่สงสัยใครส่งเดชเมื่อน้องเจ็ดตั้งข้อสงสัยในตัวใคร แสดงว่าคนคนนั้นต้องมีปัญหาจริง ๆมู่หนิงครุ่นคิดอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ส่ายหน้า “ช่างเถอะ ตอนนี้เรายั
더 보기

บทที่ 325

“ไม่ได้นะ เจ้ายังมีลูกเล็กอีกสองคน”พี่สะใภ้ใหญ่และพี่สะใภ้รองได้ยินว่ามู่หนิงจะไปด้วย ก็ปฏิเสธทันทีจริง ๆ แล้วพวกนางเป็นห่วงความปลอดภัยของมู่หนิงมากกว่ามู่หนิงหันไปมองคนในครอบครัว แล้วยิ้มกล่าวว่า “ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ข้าไม่อยู่ ที่บ้านก็ยังมีท่านแม่ พี่สะใภ้สาม พี่สะใภ้สี่ พี่สะใภ้ห้า พี่สะใภ้หก รวมถึงพี่ห้าและศูนย์ศูนย์เจ็ดอยู่ด้วย อีกอย่างข้าจะทิ้งนมผงไว้สองกระป๋อง กับน้ำพุวิญญาณไว้อย่างเพียงพอ เด็กสองคนไม่หิวแน่นอน”มีศูนย์ศูนย์เจ็ดอยู่ ต่อให้เป็นตอนกลางคืน โม่ซีเหยียนก็ไม่ร้องงอแงโม่ซีเย่ยิ่งแล้วใหญ่ เขาไม่เคยร้องไห้โวยวายมาแต่ไหนแต่ไร เป็นเด็กดีราวกับเทวดาตัวน้อยฮูหยินผู้เฒ่าโม่กล่าวเสริม “แต่เจ้ายังเปิดร้านอยู่นะ ถ้าเจ้าไป แล้วกิจการร้านหม้อไฟกับหอชุนหม่านจะทำอย่างไร? วัตถุดิบในร้านล้วนเอาออกมาจากในมิติ ถ้าเปลี่ยนวัตถุดิบ รสชาติเปลี่ยนไป ลูกค้าต้องมีปัญหาแน่”“เรื่องนี้ปัญหาไม่ใหญ่ ตอนนี้เป็นฤดูหนาว ผักไม่เสียง่าย ส่วนเนื้อสัตว์ไม่ต้องพูดถึง ก็ไปซื้อจากท้องตลาดทั่วไปเหมือนที่เคยทำ ผักนอกจากผักใบเขียวที่เก็บได้ไม่กี่วัน พวกมันฝรั่ง ผักกาดขาว หัวหอม มันเทศ พริก พวกนี้
더 보기

บทที่ 326

หลี่เชียนเชียนกอดพับผ้าไว้ในมือ เนื้อผ้าเนียนนุ่มลื่น ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของชั้นดีเมื่อนางเห็นหยางซูหว่านและฟางเหวิน ก็ชะงักไปเห็นได้ชัด แต่ไม่นานก็ยิ้มแล้วเดินเข้าไปทักทายทั้งสอง “พี่สะใภ้ใหญ่หยาง พี่สะใภ้รองฟาง บังเอิญจังเลยเจ้าค่ะ เจอพวกท่านที่นี่ด้วย”“แม่นางเชียนเชียนกำลังจะไปส่งของให้ลูกค้าหรือ?”หยางซูหว่านและฟางเหวิน เห็นนางกระตือรือร้นเช่นนี้ ก็ยิ้มตอบกลับไป“ใช่เจ้าค่ะ อีกไม่กี่วันจะเป็นวันเกิดนายท่านสวี่ ก่อนหน้านี้เขาเอาผ้ามาให้ข้าช่วยย้อม นี่พอย้อมเสร็จ ก็รีบเอาไปส่งให้ เขาจะได้เอาไปตัดชุดทัน ไม่เสียฤกษ์วันเกิด”หลี่เชียนเชียนตอบกลับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานเมื่อสายตาของนางมองไปที่มู่หนิง ก็อดตะลึงไม่ได้“คุณชายท่านนี้คือ...?”ช่างเป็นคุณชายที่หล่อเหลายิ่งนัก รูปโฉมไม่แพ้พี่ใหญ่โม่เลยคนผู้นี้เป็นใครกัน?หลังจากเปิดโรงย้อมผ้า เพราะมีความสัมพันธ์กับตระกูลโม่ บวกกับตระกูลหลี่ของนางมีเทคนิคการย้อมผ้าชั้นเลิศ ทำให้ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ เหล่าเศรษฐีและคุณชายในเมืองไถโจว ต่อให้นางยังเจอไม่ครบ ก็น่าจะเคยเห็นหน้าค่าตามาแล้วแปดส่วนประเด็นคือ คนที่ชาวเมืองไถโจวพูดถึงรูปร่า
더 보기

บทที่ 327

“...”หลี่เชียนเชียนถูกรังสีของนางกดดันจนอึ้งไปครู่ใหญ่ ผ่านไปพักหนึ่งถึงได้เรียกเสียงอ่อยว่า “พี่... พี่เหย่หลาง”“อืม!”มู่หนิงตอบรับเรียบ ๆ ในลำคอ แล้วไม่พูดอะไรอีกเรื่องที่นางแต่งชายนี้ จะไม่ปรากฏบ่อยนัก ดังนั้นจึงไม่คิดจะมีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับหลี่เชียนเชียนแม้จะเปลี่ยนการแต่งหน้า แต่รูปร่างของนางไม่ได้เปลี่ยน ขอแค่เป็นคนฉลาดหน่อย ก็ง่ายที่จะปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกันอีกอย่างหลังจากหลี่เชียนเชียนมาอยู่เมืองไถโจว ก็ให้ความรู้สึกแปลก ๆ กับนางตลอด แม้ช่วงนี้จะไม่ได้ทำอะไร เหมือนคนปกติ เหมือนเพื่อนปกติที่ไปมาหาสู่กัน แต่นางก็ยังรู้สึกแปลกความแปลกนี้อธิบายไม่ถูก อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายทำอะไรระมัดระวังตัวเกินไป จนถึงตอนนี้นางก็ยังจับพิรุธไม่ได้มู่หนิงเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดแล้ว จึงเร่งว่า “ท่านพี่ พี่หญิงเหวิน สายแล้ว พวกเราออกเดินทางกันเถอะ”คำเรียก ‘ท่านพี่’ กับ ‘พี่หญิงเหวิน’ ทำให้หยางซูหว่านและฟางเหวินชะงักไปครู่ใหญ่กว่าจะตั้งสติได้ว่ามู่หนิงกำลังเรียกพวกตน“ได้สิ”หยางซูหว่านและฟางเหวินพามู่หนิงเดินมุ่งหน้าไปทางสำนักคุ้มภัยตอนนั้นเอง หลี่เชียนเชียนก็ตะโกนเรียกพวกนางไว
더 보기

บทที่ 328

“เพคะ องค์รัชทายาท” อ้านเยว่หยิบจดหมาย ไม่รอช้า ขี่ม้าเร็วไล่ตามพวกมู่หนิงไปพวกมู่หนิงใช้รถเข็นและรถม้าเป็นหลัก ความเร็วย่อมช้ากว่าม้าเร็วมาก ดังนั้นไม่นาน อ้านเยว่ก็ตามทัน“พี่สะใภ้ใหญ่หยาง พี่สะใภ้ใหญ่ฟางมีจดหมายมาอีกฉบับ เชิญพวกท่านเปิดดู”อ้านเยว่ตามทัน ก็รีบส่งจดหมายให้ทั้งสองดูหยางซูหว่านและฟางเหวินเห็นดังนั้น ก็หันไปมองมู่หนิงโดยสัญชาตญาณมู่หนิงรับจดหมายมา อ่านจบก็พินิจดูอย่างละเอียด พบว่าเป็นตัวอักษรที่เพิ่งเขียนขึ้นเมื่อไม่นานนี้นั่นหมายความว่า ทุกการกระทำของพวกนาง อยู่ในการจับตามองของคนอื่นตลอดมู่หนิงยิ่งปักใจเชื่อว่าคนเบื้องหลังคือหลี่เชียนเชียน เพราะใต้หล้านี้หาได้มีความบังเอิญที่ประจวบเหมาะถึงเพียงนั้น... จังหวะช่างพอดีกับที่พวกนางออกมาพบหลี่เชียนเชียน และคล้อยหลังมาเพียงไม่นาน ก็ได้รับจดหมายฉบับนี้อีก“อ้านเยว่ เจ้ากลับไปบอกเสี่ยวเฉิน บอกว่าพวกเราไม่เป็นไร ให้เขาไม่ต้องห่วง อีกอย่าง ข้าจะรีบกลับไป”มู่หนิงบอกอ้านเยว่ แล้วเก็บจดหมายไว้การคุ้มกันสินค้าครั้งนี้ นางจะไปไม่นาน พอเจอโจรก็จัดการทันที แล้วกลับเข้าเมือง“เจ้าค่ะ”อ้านเยว่พยักหน้า มองดูพวกมู่หนิ
더 보기

บทที่ 329

“น้องชาย เจ้าทำได้อย่างไร? โจรกลุ่มนี้เป็นหนามยอกอกในใจข้ามาตลอด ตั้งแต่พวกเขาตั้งกลุ่มมา ทำร้ายชาวบ้านไถโจวไปไม่รู้เท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอคนก่อน หรือตัวข้า ล้วนเคยพากำลังไปปราบ แต่ก็คว้าน้ำเหลว หัวหน้าของพวกมันไม่เพียงวรยุทธ์เก่งกาจ เล่ห์เหลี่ยมยังแพรวพราว ทุกครั้งที่บุก เราเป็นฝ่ายแพ้ตลอด แต่เจ้ากลับจับพวกมันมาได้หมดคนเดียว”นายอำเภออวี๋มองดูโจรยี่สิบกว่าคนที่ถูกมัดตราสัง แต่กลับไม่เห็นหัวหน้าโจร หัวใจก็กระตุกวูบทันที “แย่แล้ว หัวหน้าพวกมันไม่ได้อยู่ในนี้ เกรงว่าจะตามมาแก้แค้น คุณชายต้องระวังตัวนะ”มู่หนิงได้ยินดังนั้น ก็ถามด้วยความแปลกใจ “หัวหน้าโจรกลุ่มนี้ เก่งขนาดนั้นเชียวหรือ?”นายอำเภออวี๋พยักหน้าถี่รัวรากับตำกระเทียม “เก่งสิ ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำให้ข้าปวดหัวมาหลายปีขนาดนี้หรอก”“แต่เขาถูกข้าฆ่าตายไปแล้วนะ”มู่หนิงกลั้นขำ หากไม่ใช่เพราะเรื่องปลอมตัวเป็นชายไม่ควรเปิดเผย ถ้านายอำเภออวี๋รู้ว่านางเป็นคนฆ่าหัวหน้าโจร ไม่รู้จะตกใจขนาดไหน“ฆ่าแล้ว?”นายอำเภออวี๋ตกตะลึง“ใช่ ถูกข้าฆ่าตายแล้ว”มู่หนิงพยักหน้า แล้วกล่าวต่อ “แน่นอนว่า ในเรื่องนี้พี่สะใภ้ใหญ่หยางและพี่สะใภ้รองฟ
더 보기

บทที่ 330

นายอำเภออวี๋ฟังแล้ว ก็มองกลุ่มโจรด้วยความประหลาดใจความหวาดกลัวในแววตาของพวกเขา ไม่เหมือนแกล้งทำ“หึ~ ถ้าพวกเจ้าอยากเป็นคนดี ก็คงเป็นไปนานแล้ว ไม่ต้องรอถึงตอนนี้หรอก” นายอำเภออวี๋แค่นเสียงเย็น สั่งการว่า “ทหาร เอาพวกเขาไปขังคุกนักโทษประหารให้หมด อีกสามวันประหาร”สำหรับเขา จับโจรได้ก็ถือเป็นเรื่องดี ส่วนจะจับด้วยวิธีไหน น้องชายคนนั้นไม่อยากพูดมาก ย่อมมีเหตุผลของเขาเขาขอบคุณยังไม่ทันจะพอ จะไปโทษคุณชายที่จับโจรด้วยเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ได้อย่างไร“ท่านนายอำเภอ ไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วย”“พวกข้าผิดไปแล้ว ผิดไปจริง ๆ แล้ว”พวกโจรยังคงวิงวอนขอโอกาสกลับตัวกลับใจนายอำเภออวี๋ไม่ฟังเลยสักนิด รอจนคนพวกนี้ถูกจับเข้าคุกนักโทษประหารไปหมดแล้ว ถึงได้พาเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งมุ่งหน้าไปยังหุบเขาปี้ลั่วจริง ๆ แล้วเขาก็อยากรู้เหมือนกันว่า น้องชายผู้นั้น ใช้อาวุธแบบไหนสังหารหัวหน้าโจรเพราะถ้าทางการสามารถศึกษาวิธีสร้างออกมาได้ ต่อไปก็จะปกป้องชาวบ้านได้มากขึ้นมู่หนิงกลับถึงจวนตระกูลโม่ ฟ้าก็เกือบจะมืดแล้ว“ท่านแม่ พี่สะใภ้สาม พี่สะใภ้สี่ พี่ห้า พี่สะใภ้ห้า พี่สะใภ้หก อู๋เฉิน ข้ากลับมาแล้ว”มู่ห
더 보기
이전
1
...
3132333435
...
47
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status