ซูเม่ยยกยิ้มเย็นชาอย่างสาสมใจ สองเท้าก้าวเข้าหาอย่างอุกอาจไร้ปรานี นางจับเชยปลายคางมนของหวงลี่ฟางเอาไว้ด้วยกรงเล็บของมือซ้ายจนเกิดริ้วรอยขีดข่วน มีดสั้นในมือขวายกขึ้นจรดแก้มนวลเนียนช้าๆ สีหน้าลำพองใจยามยกยิ้มเลือดเย็นในจังหวะนั้นบ่าวชายคนหนึ่งพูดเสียงทุ้มพร่าว่า “นายหญิง สตรีผู้นี้งดงามนัก มิสู้...”แม้วาจายังไม่จบประโยค ทว่ากลับกินความนัยลึกซึ้งนัก ซูเม่ยพลันยิ้มเยื้อนตาพราว ตอบด้วยน้ำเสียงนึกสนุกว่า “ย่อมได้ ให้ข้าทำลายโฉมของนางก่อน พวกเจ้าค่อยบดขยี้นางซ้ำอีกที ดูสิ บุปผางามบอบช้ำปานนี้ ท่านประมุขยังจะเอานางอีกหรือไม่?”หวงลี่ฟางกัดฟันกรอด เบี่ยงใบหน้าออก ทว่ากลับไร้ผล“ไม่เอาน่า ไม่ดิ้น ประเดี๋ยวแผลเป็นจะขรุขระเกินไป ตกแต่งให้เรียบได้ยากนะ” ซูเม่ยกล่าวพลางหัวเราะเสียงเหยียดขณะค่อยๆ ลงแรงกรีดมีดลงไปตรงป่าไผ่อีกด้าน หลันฮวากลับมาพอดี ครั้นมองเห็นว่าหวงลี่ฟางกำลังถูกอนุคนโปรดของประมุขเสิ่นรังแก นางก็รีบทิ้งตำราฝึกยุทธ์ เร่งฝีเท้าเข้าไปช่วยทันทีทว่าพริบตานั้น คล้ายมีลมพายุหอบหนึ่งพัดผ่านนางไปเสี้ยวเวลาที่หวงลี่ฟางหายใจเข้ายังไม่ทันหายใจออก กลับพบว่าบ่าวชายทั้ง
Last Updated : 2026-01-03 Read more