เจ้านายสายฟ้าแลบ의 모든 챕터: 챕터 521 - 챕터 530

654 챕터

บทที่ 521

เจินอวิ๋นร้องไห้หนักกว่าเดิม“ตอนนี้หน้าที่การงานของเจินเจินกำลังไปได้สวย แล้วทำไมคุณปู่ต้องบีบบังคับให้เธอแต่งงานออกไปด้วยล่ะคะ?”“เธอไม่เข้าใจหรอก! ทั้งหมดนี้มันก็แค่เรื่องสกปรกโสโครกในตระกูลฮั่วทั้งนั้นแหละ!”เจินอวิ๋นถ่มน้ำลาย ก่อนจะเค้นเสียงพูดด้วยความเคียดแค้น “เขาก็เอาแต่รู้สึกฝังใจว่าตัวเองติดค้างครอบครัวของลูกรองอยู่ร่ำไป อะไร ๆ ก็ประเคนให้ทางนั้นจนหมด แล้วลูกของฉันไม่ใช่สายเลือดของเขาหรือไง? เอาแต่ตราหน้าว่าฮั่วเยวียนถูกคุณหญิงย่าตามใจจนเสียคน ในสายตาของตาแก่นั่น ก็มีแค่ลูกรองคนเดียวเท่านั้นแหละที่เป็นลูกรัก!”“ที่เจินเจินทุ่มเททำงานแทบตายขนาดนี้ ไม่ใช่เพราะอยากพิสูจน์ตัวเองหรอกเหรอ? แต่ตาแก่นั่นพอเห็นเข้า แทนที่จะชื่นชมกลับมีแต่ความเดือดดาลระแวงแคลงใจ กลัวว่าเจินเจินจะหอบสมบัติของตระกูลฮั่วแต่งงานออกไปแล้วตกเป็นของคนอื่น คิดจะบีบให้ลูกสาวฉันแต่งงานออกไปตัวเปล่าเล่าเปลือยงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!” สวี่เพียวเพียวไม่รู้ถึงตื้นลึกหนาบาง หรือคุ้นเคยกับนิสัยใจคอของผู้อาวุโสฮั่วมากเท่ากับเจินอวิ๋น นั่นเป็นเพราะมีฮั่วจี้เซินคอยปกป้องเธอและเหลียนฮว่าอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้า
더 보기

บทที่ 522

เมื่อสวี่เพียวเพียวเบนสายตากลับมา ภาพของฮั่วจี้เซินยืนนิ่งอยู่ตรงโถงทางเข้าก็ปรากฏแก่สายตาหัวใจของเธอแอบไหววูบด้วยความตกใจ “อาเซิน? กลับมาถึงแล้วทำไมไม่เข้ามาข้างในล่ะ” “เพิ่งมาถึงน่ะ เห็นพวกคุณกำลังคุยกันอยู่เลยไม่อยากเข้ามาขัดจังหวะ” ขณะที่ฮั่วจี้เซินก้าวเท้าข้ามประตูเข้ามาในบ้าน ป้าจวีก็พาลูกมือคนรับใช้เดินกลับเข้ามาพอดี ในตะกร้ามีผลไม้สดใหม่สองสามผล ซึ่งเธอตั้งใจจะนำไปผ่านความร้อนให้อุ่นก่อนจะนำไปให้สวี่เพียวเพียวทาน สวี่เพียวเพียวเห็นดังนั้นจึงรีบร้องทัก “ป้าจวีคะ ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกค่ะ เอามาให้ฉันกินเลยก็ได้” “ไม่ได้หรอกค่ะ คุณนายเพิ่งจะบำรุงร่างกายหลังแท้งแท้ ๆ จะทานของเย็น ๆ เข้าไปได้อย่างไรกัน รอสักครู่นะคะ รอป้าสักสองสามนาที” ป้าจวีเดินหายเข้าไปในห้องครัว เธอจัดแจงยกสำรับอาหารค่ำของฮั่วจี้เซินออกมาเตรียมไว้ให้เรียบร้อย ก่อนจะหันกลับไปจัดการกับผลไม้ต่อ ฮั่วจี้เซินกวักมือเรียก “มานี่สิ” เจินอวิ๋นเห็นดังนั้นจึงสะกิดต้นแขนสวี่เพียวเพียวเบา ๆ “ฉันขอตัวไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะ เดี๋ยวเจินเจินมาเห็นเข้าจะซักไซ้เอา” สวี่เพียวเพียวพยักหน้ารับคำ เมื่อครู่ถึงแม้เสียงของเจ
더 보기

บทที่ 523

อันที่จริงเขากะจะปฏิเสธไปแล้วแท้ ๆ แต่ในเมื่อเป็นของที่เธอลงมือตักป้อนให้ด้วยตัวเอง มันย่อมไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ฮั่วจี้เซินแอบคำนวณเวลาที่ต้องวิ่งบนลู่วิ่งเพิ่มให้ตัวเองอีกครึ่งชั่วโมงในใจเงียบ ๆ สวี่เพียวเพียวแอบยิ้มล้อเลียน ฮั่วจี้เซินคนนี้ต่อให้ภารกิจจะรัดตัวแค่ไหน เขาก็ต้องเจียดเวลาไปออกกำลังกายฟิตหุ่นอยู่เสมอ โดยให้เหตุผลว่าต้องรักษาความฟิตเฟิร์มของร่างกายเพื่อมัดใจสวี่เพียวเพียวได้ตลอดไป ในเมื่อผลประโยชน์ทั้งหมดล้วนตกมาอยู่ที่เธอ สวี่เพียวเพียวจึงทำได้เพียงส่งเสียงเชียร์ให้เขาอยู่ข้าง ๆ เท่านั้น ทางด้านฮั่วสวินเจิน หลังจากจัดการปิดเครื่องโปรเจกเตอร์ร่วมกับเหลียนฮว่าเรียบร้อยแล้ว ก็เดินตรงเข้ามาหา “พี่สะใภ้ เมื่อกี้พี่คุยอะไรกับคุณแม่เหรอ?” อันที่จริงเธอได้ยินเสียงสะอื้นไห้นั่นแหละ แต่ที่ไม่ได้เดินเข้ามาซักไซ้ไล่เลียงตั้งแต่แรก เพราะรู้ดีว่าเจินอวิ๋นคงมีเรื่องบางอย่างที่อยากจะระบายและพูดคุยกับสวี่เพียวเพียวเป็นการส่วนตัว ฮั่วสวินเจินลอบลดระดับเสียงให้แผ่วเบาลง “ถ้าคุณแม่พูดเรื่องอะไรที่ทำให้พี่ต้องลำบากใจ พี่ปฏิเสธไปได้เลยนะ ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด” สวี่เพียวเพียวถึงกับ
더 보기

บทที่ 524

คำพูดของซาลวี่เอินเปรียบเสมือนค้อน ฝ่ามือของซูเหวินเฉียงที่ถือโทรศัพท์ค้างอยู่ถึงกับสั่นระริก จนไม่มีเวลามานั่งนึกโกรธเคืองที่ซาลวี่เอินแสดงท่าทีเย็นชาและไร้มารยาทใส่เขา เขาตวาดก้องเสียงดังลั่น “ตระกูลฮั่วจะมาเล่นงานแกด้วยเหตุอะไรกัน? แกไปก่อเรื่องงามไส้อะไรไว้ ถึงได้กล้าไปกระตุกหนวดเสือตระกูลฮั่วเข้า?” หยาดเหงื่อเย็นเยียบผุดซึมจนเปียกชุ่มเสื้อไปทั่วแผ่นหลังของซูอัน ทั้งที่เป็นช่วงย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิที่มวลอากาศควรจะเริ่มอบอุ่นขึ้นแท้ ๆ แต่ซูอันกลับรู้สึกหนาวเหน็บเสียดแทงลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ หรือจะเป็นเรื่องชั่วช้าที่เขาเคยทำไว้ก่อนหน้านี้ แล้วถูกฮั่วจี้เซินจับได้งั้นหรือ? ไม่ ไม่มีทาง หากฮั่วจี้เซินล่วงรู้เรื่องที่เขาคิดจะลงมือกับภรรยาของเขาจริง ๆ มีหรือที่คนอำมหิตเช่นนั้นจะใช้วิธีการที่นิ่มนวลและประนีประนอมถึงเพียงนี้ การปล่อยให้บริษัทของเขาค่อย ๆ ทยอยล้มละลายไปทีละวันเช่นนี้ มันไม่ต่างอะไรกับการต้มกบในน้ำอุ่นให้ตายใจ หรือการแล่เนื้อเถือหนังทีละชิ้นเพื่อทรมานให้ตายทั้งเป็น คนใจคอโหดเหี้ยมอย่างฮั่วจี้เซิน จะมีวิธีการที่ปรานีและใจเย็นขนาดนี้เชียวหรือ? ซูอันพยายามขุด
더 보기

บทที่ 525

ไม่กี่นาทีต่อมา หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งก็หิ้วข้าวของพะรุงพะรังเดินตรงเข้ามา ทันใดนั้น กลิ่นหอมกรุ่นของซุปไก่ตุ๋นยาจีนก็โชยฟุ้งไปทั่วบริเวณ น้ำมันไก่สีเหลืองทองลอยฟ่องอยู่เหนือผิวซุป ภาพเบื้องหน้าทำเอาคนมองขอบตาร้อนผ่าวและตื้นตันขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ปลายสายข้างหูของเธอกลับมีเพียงกระแสเสียงด่าทอแช่งชักไม่จบไม่สิ้นตอนที่เดินออกจากบ้านเธอมัวแต่หน้ามืดตาลาย เสื้อผ้าด้านในที่สวมใส่ยามนี้จึงยังคงเป็นชุดนอน ซูหว่านก้มหน้าลงมองสภาพอันแสนอนาถาของตัวเองมุมปากบางยกยิ้มหยัน นึกอยากจะหัวเราะเยาะให้ความสมเพชนี้ทว่าก็ต้องชะงักไป“ก็เพราะว่าเขาเป็นคนโง่เง่าดักดานอย่างไรล่ะ และพวกคุณนั่นแหละ คือต้นตอที่คอยโอบอุ้มฟูมฟักไอ้คนโง่เง่าแบบนั้นขึ้นมา หากซูอันไม่อยากให้บริษัทต้องล้มละลาย จะไปตายแล้วเกิดใหม่ไหมล่ะ? ได้นะคะ บังคับให้เขาคลานมาอ้อนวอนขอร้องฉันสิ”ซูหว่านจ้องมองไปยังนิ้วหัวแม่มือของตัวเองที่เพิ่งจะแกะผ้าก๊อซออก เล็บที่เพิ่งจะงอกเงยขึ้นมาใหม่ทั้งบางและนิ่มเกินกว่าจะใช้งานสิ่งใดได้สะดวกแต่มันก็คือเล็บที่เพิ่งจะงอกเงยขึ้นมาใหม่ซูหว่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “บางทีฉันอาจจะยอมสวมบทบาทคนใจบุ
더 보기

บทที่ 526

สวี่เพียวเพียวไม่มีทางเชื่อคำลวงนั้นในเมื่อฮั่วจี้เซินรู้เรื่องดวงชะตาของซาลวี่เอิน มีหรือที่ซินแสจะไม่ตรวจดวงชะตาแถมพ่วงในส่วนของเขาไปด้วยทว่าทำไมทีเรื่องของตัวเองกลับทำเป็นอึกอักไม่ยอมเอ่ยปากสวี่เพียวเพียวเขย่าแขนเสื้อเขาเบา ๆ “แล้วซินแสทักว่าอะไรเกี่ยวกับดวงของนายบ้างล่ะ?”“ลืมไปแล้ว”“เฮ้อ ฮว่าฮว่า คุณพ่อของหนูความจำไม่ค่อยดีเลย เดี๋ยวพวกเราแวะซื้ออาหารเสริมบำรุงสมองมาให้คุณพ่อทานกันดีกว่านะ”เหลียนฮว่าที่นั่งฟังอยู่เงยขึ้นมองด้วยความงุนงง “คุณพ่อความจำดีออกนะคะ วันก่อนเนื้อเรื่องการ์ตูนที่ดูด้วยกัน คุณพ่อนึกจำได้หมดทุกอย่างเลย”จะมีก็แต่ตัวเธอเองนั่นแหละที่จำไม่ได้สวี่เพียวเพียวแกล้งทอดน้ำเสียงยาวอ่อย “อ๋อออ ที่แท้คุณพ่อก็จงใจปิดบังกันนี่เอง”ฮั่วจี้เซินเผยรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก ก่อนจะปรายสายตามามองสวี่เพียวเพียววูบหนึ่ง“ซินแสบอกว่าดวงของฉัน เส้นทางขรุขระมีอุปสรรคในหน้าที่การงาน วัยเด็กต้องพบพานความยากลำบาก พี่น้องทรยศหักหลังและหวาดระแวงไร้ความปรองดอง จะมีก็เพียงแค่บุพการีรักใคร่เอ็นดู และชีวิตคู่จะราบรื่น”ในตอนนั้น ซินแสคนดังกล่าวได้เอ่ยคำทำนายทิ้งท้ายเอาไว้ว่า ย
더 보기

บทที่ 527

อวี๋ฮุ่ยถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง เธอสูบบุหรี่ในมือเข้าปอดอีกคำก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา พลางดับก้นบุหรี่แล้วเอื้อมมือไปโอบไหล่สวี่เพียวเพียวไว้หลวม ๆ “พูดดีขนาดนี้ ฉันจะตกหลุมรักเธอเข้าแล้วนะเนี่ย”สวี่เพียวเพียว “...”ที่แท้ไอ้อาการพูดจาขวานผ่าซากของฉินอวี่โยวเนี่ย มันได้กรรมพันธุ์สืบทอดมาจากอวี๋ฮุ่ยนี่เอง!-ทางด้านซาลวี่เอินมาถึงโรงพยาบาลแล้ว เขาเดินตามหาตามห้องตรวจอยู่หลายห้อง กว่าจะเจอตัวซูหว่านตอนนี้เธอหลับไปแล้วร่างบางนั่งพิงเก้าอี้พลางสัปหงกพับคออ่อนเป็นระยะ ในสายน้ำเกลือของเหลวหยดสุดท้ายได้ไหลเข้าสู่ร่างกายของเธอไปจนหมดแล้ว และเลือดเริ่มไหลย้อนกลับขึ้นมาตามสายซาลวี่เอินตาไวและมือไวรีบพุ่งเข้าไปเลื่อนปิดวาล์วล็อกสายทันทีจากนั้นก็ตะโกนเรียกพยาบาลให้มาช่วยดู พยาบาลจัดการดันเลือดย้อนกลับเข้าไปเบา ๆ ก่อนจะทำการถอนเข็มออก“ญาติช่วยกดรอยเข็มเอาไว้หน่อยนะคะ รอสักสองสามนาทีก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ”“ครับ”ซาลวี่เอินทรุดตัวลงนั่งลงข้างกาย พลางใช้นิ้วเรียวกดลงบนหลังมือของซูหว่านเพื่อช่วยห้ามเลือด ทว่าทันทีที่ได้สัมผัส เขากลับพบว่าฝ่ามือของเธอเย็นเฉียบราวกับก้อนน้ำแข็ง ยามที่กุมกระชั
더 보기

บทที่ 528

สำหรับฮั่วจี้เซินแล้ว การปล่อยให้กิจการของตระกูลซูเพียงแค่ล้มละลาย นับเป็นความเมตตาอย่างถึงที่สุดแล้วตัวเขาไม่ได้หวาดเกรงเลยว่าการกระทำนี้จะก่อความขุ่นเคืองให้คุณปู่ฮั่วหรือไม่เพียงทว่าชายชราผู้นั้นมีรากฐานขุมกำลังที่หยั่งรากลึกเกินไป ต่อให้ในยามนี้จะไม่ลงมาจับงานบริหารด้วยตนเองคอนเนกชันที่มีอยู่กลับยังคงแผ่ขยายกว้างขวางการคิดจะสั่นคลอนเก้าอี้ผู้นำของอีกฝ่ายย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็น ทว่าสิ่งที่ฮั่วจี้เซินปรารถนามันกลับเป็นมากกว่าแค่การสั่นคลอนชั่วครั้งชั่วคราวและสิ่งเดียวที่เขาเป็นกังวล มีเพียงแค่สวี่เพียวเพียวคนเดียวเท่านั้นฮั่วจี้เซินปรายสายตามองผ่านบานหน้าต่างเล็กตรงโถงทางเข้าออกไปด้านนอกตึกหลัก ท่ามกลางทิวป่าไผ่เขียวขจีเบื้องนอกนั้น มีหญิงสาวผู้หนึ่งกำลังช่วยเข็นรถเข็นของฮั่วเยวียน พลางพูดคุยหยอกล้อดูสนิทสนมฝ่ามือของฮั่วเยวียนลูบไล้หลังมือของหญิงสาวผู้นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าเธอกลับไม่ได้ชักมือหนี ตรงกันข้ามกลับส่งเสียงหัวเราะต่อกระซิกออดอ้อนออเซาะไม่ห่างกายทั้งคู่จะพากันลับหายเข้าไปในป่าไผ่ทว่าที่บริเวณด้านนอกป่าไผ่ตรงนั้น ฮั่วจี้จั๋วกลับกำลังยืนนิ่ง มือทั้งสองข้างกำ
더 보기

บทที่ 529

ทว่าในขณะเดียวกันเขาก็รู้แก่ใจดีว่า ฮั่วจี้เซินยอมถอยให้เท่าที่จะทำได้แล้วหากนึกถึงเรื่องราวของสวี่เพียวเพียวและเด็กน้อยคนนั้น การที่เขาไม่นึกคิดจะเอาคืนด้วยเลือด ก็นับว่าเป็นขีดจำกัดขั้นสูงสุดในฐานะลูกหลานคนหนึ่งแล้ว-หลายวันต่อมา ณ งานเลี้ยงอาหารค่ำสุดหรูหราที่จัดขึ้นโดยแบรนด์หรู บรรยากาศภายในงานอบอวลไปด้วยเสียงแก้วแชมเปญกระทบกันแผ่วเบาแม้จะบอกกล่าวว่าเป็นงานเลี้ยงดินเนอร์ ทว่าแท้จริงแล้วมันกลับเป็นพื้นที่ที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ใช้สำหรับนำเสนอสินค้าคอลเลกชันใหม่ และเครื่องประดับอัญมณีเลอค่าเสียมากกว่า บรรดาดารานักแสดงชื่อดังผู้รับหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ต่างก็ตบเท้าเข้าร่วมงานบนพรมแดงนับตั้งแต่แฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชันนฤมิตปีกครั้งก่อน บรรดาคุณหญิงคุณนายกระเป๋าหนักในแวดวงไฮโซต่างก็คุ้นหน้าคุ้นตากับสวี่เพียวเพียวกันเป็นอย่างดี พอเห็นเธอเดินเข้ามาในงานพร้อมกับฮั่วสวินเจินและซูหว่าน จึงพากันขยับกายเข้ามาเอ่ยปากทักทายอย่างสนิทสนมเยี่ยนชิวที่จับจองที่นั่งอยู่ตรงมุมโต๊ะตัวหนึ่งรีบโบกไม้โบกมือส่งสัญญาณมาทางกลุ่มของสวี่เพียวเพียว “เพียวเพียว ทางนี้”เมื่อสวี่เพียวเพียวสาวเท้าเดิน
더 보기

บทที่ 530

ต่งเอ๋อเหม่ยโดนสวี่เพียวเพียวตอกกลับจนจุกอกเธอจำต้องสงบปากสงบคำลงทว่าภายในใจกลับอัดอั้นเต็มตื้นอย่างหนักหน่วงผู้หญิงในตระกูลฮั่วช่างน่ารังเกียจเดียดฉันท์เหมือนกันหมดทุกคนไม่มีผิด!ซูเหย่าฉิงปรายสายตามองตรงไปยังซูหว่าน แววตาไหวระริกเล็กน้อย “พี่คะ ช่วงนี้พี่ไม่ยอมกลับบ้านเลย รู้ไหมคะว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงพี่มากเลยนะ คุณแม่คิดถึงพี่จนนอนไม่หลับเลยนะคะ”ซูเหย่าฉิงแอบกระหยิ่มใจซูหว่านเหลือบสายตามองเธอแวบหนึ่ง หลังจากอ่านความคิดเจตนาแอบแฝงของน้องสาวออก เธอพลันนึกคิดในใจว่า มุกตื้น ๆ ของซูเหย่าฉิงช่างไร้ชั้นเชิงจริง ๆ “ช่วงไม่กี่วันมานี้ฉันต้องนอนพักรักษากายให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาล พวกเธอไม่รู้เลยเหรอ?”กระแสเสียงของเธอนั้นช่างเรียบเฉย แม้ดวงหน้าจะขาวซีดเซียวจนเครื่องสำอางก็ยังไม่อาจปกปิดร่องรอยความอ่อนล้าใต้กรอบดวงตาลงได้ร่องรอยความอ่อนเพลียที่เด่นชัดถึงเพียงนี้ ขนาดเยี่ยนชิวยังมองออกจนต้องเอ่ยปากถามไถ่ว่าเธอไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า จะมีก็แต่คนที่เป็นครอบครัวแท้ ๆ ของเธอที่มองไม่เห็นเลยสักนิดเดียวต่งเอ๋อเหม่ยชะงักงันไปเล็กน้อย ทว่าปฏิกิริยาแรกกลับเป็นการก้มหน้าลงไปมองที่ห
더 보기
이전
1
...
5152535455
...
66
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status