Teilen

บทที่ 2

เด็กดีตระกูลหลี
เมื่อเห็นสีหน้าของเขา หลีปั้นเมิ่งก็รู้ทันทีว่าเขาจำไม่ได้จริง ๆ

จงเซ่าเหนียนเม้มริมฝีปากบาง

เมื่อลองนับดูดี ๆ เขาใช้ชีวิตร่วมกับเธอมานานถึงห้าปีแล้ว

จงเซ่าเหนียนไม่ได้รู้สึกว่าเวลาห้าปีนี้ยาวนานหรือทรมานใจ

กลับรู้สึกว่ามันผ่านไปเร็วมากเสียด้วยซ้ำ

เร็วเสียจนเขาใจลอยไปชั่วขณะ

นี่มันผ่านไปห้าปีแล้วจริง ๆ เหรอ

หลีปั้นเมิ่งยิ้มบาง ๆ "ถือว่าฉลองให้พวกเรา ที่วันนี้ตัดสินใจจบชีวิตคู่ที่บั่นทอนกันมาห้าปีก็แล้วกัน"

ในขณะที่ยิ้มอยู่นั้น นัยน์ตาของเธอก็เริ่มมีประกายหยาดน้ำตา

เธอหยิบเค้กที่เตรียมไว้ตั้งนานแล้วออกมา

เป็นเค้กที่เธอทำด้วยตัวเอง

ตั้งแต่ตัวแป้ง ครีม ไปจนถึงผลไม้ ทั้งหมดเธอทำเพียงลำพังทุกขั้นตอน

หน้าเค้กถูกตกแต่งด้วยมะม่วงวางเรียงรายจนเต็มชั้น

หลีปั้นเมิ่งแพ้มะม่วง

แค่กินเข้าไปคำเดียวร้อนในก็จะขึ้นเต็มปาก

แค่สัมผัสผื่นแดงก็จะขึ้นเต็มมือ

แต่จงเซ่าเหนียนชอบกินมะม่วงมาก

เขาเคยเห็นตอนเธอแพ้มะม่วง แต่กลับไม่เคยเก็บมาใส่ใจ หรืออาจจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

เพราะวันต่อมา บนโต๊ะอาหารก็ยังมีมะม่วงวางอยู่เหมือนเดิม

วันนี้หลีปั้นเมิ่งสวมถุงมือในห้องครัว ใช้มีดค่อยๆ ปอกเปลือกและหั่นมะม่วงด้วยความรักทั้งหมดที่เธอมี

เธอจินตนาการและเฝ้ารอว่าตอนที่ยกเค้กนี้มาให้ แววตาของจงเซ่าเหนียนจะอบอุ่นเหมือนธารน้ำแข็งที่ละลาย

แต่น่าเสียดาย... มันเป็นเพียงการคิดไปเองข้างเดียวอย่างเพ้อเจ้อของเธอ

หลีปั้นเมิ่งตัดเค้กชิ้นเล็ก ๆ ยื่นให้เขา

ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น

เมื่อจงเซ่าเหนียนเห็นชื่อที่โทรเข้ามา สีหน้าของเขาก็อ่อนโยนลงในทันที

"ว่าไง อาเหยียน"

"ฉันถึงสนามบินแล้วนะเซ่าเหนียน" เสียงใส ๆ ของฟู่อวี๋เหยียนดังมาจากโทรศัพท์ "นายจะมารับฉันไหม"

"ถ้านายไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ ฉันนั่งแท็กซี่กลับเองได้"

จงเซ่าเหนียนเลิกคิ้ว "ไฟลท์บินพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ"

"ฉันเลื่อนตั๋วแล้ว... ฉันอยากเจอนายเร็ว ๆ ไง รอไม่ไหวแม้แต่วันเดียว"

จงเซ่าเหนียนเผยรอยยิ้ม ตอบด้วยเสียงทุ้มมีเสน่ห์ "ฉันจะรีบไปสนามบินเดี๋ยวนี้"

พอวางสาย เขาก็หมุนตัวเดินจากไปทันที

หลีปั้นเมิ่งยังคงถือจานเค้กที่ตัดไว้ค้างอยู่ในท่าเดิม

"...กินสักคำเถอะ" เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นและเอ่ยออกมาอย่างใจเย็น

ฝีเท้าของจงเซ่าเหนียนไม่ได้หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก "ฉันทำเองกับมือเลยนะ"

"ไม่มีเวลาแล้ว" จงเซ่าเหนียนตอบอย่างเย็นชา

เขาต้องรีบไปรับฟู่อวี๋เหยียน

ไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว

หลีปั้นเมิ่งกัดริมฝีปาก "จงเซ่าเหนียน ถ้าไปเจอหน้าฟู่อวี๋เหยียนช้าสักวินาที นายจะตายหรือไง"

คำพูดประชดประชันแบบนี้ได้ผลเสมอ

จงเซ่าเหนียนหันกลับมามองเธอทันทีด้วยสายตาคมกริบดุจใบมีด

เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเดินย้อนกลับมา คว้าจานเค้กในมือเธอแล้วคว่ำมันลงบนเค้กทั้งก้อนอย่างแรง

เค้กเละหมดแล้ว

พังพินาศทุกอย่าง

ตัวอักษรที่เขียนว่า 'สุขสันต์วันครบรอบแต่งงาน 5 ปี' หายวับไม่เหลือร่องรอย

จงเซ่าเหนียนยังไม่หายแค้น เขาเตะเค้กนั้นจนกระเด็นคว่ำไปอีกทาง

ปัง

ประตูถูกปิดลง

จงเซ่าเหนียนเดินไปไกลแล้ว

หลีปั้นเมิ่งหลุบตาลง มองดูความเละเทะบนพื้น

มันเหมือนกับชีวิตและชีวิตคู่ของเธอเลย

เธออยากถามจงเซ่าเหนียนมาตลอดว่า เขาไม่เคยรักเธอเลยสักนิดเลยเหรอ

แต่เธอเขากลัวว่าคำตอบของเขา จะกลายเป็นฝันร้ายไปตลอดชีวิตของเธอ

แต่ทั้งที่ในปีนั้น เขาเคยบอกกับเธออย่างจริงใจแล้วแท้ ๆ

"ต่อไปเธอจะมีฉัน"

คำสั้น ๆ ไม่กี่คำนี้ กลายเป็นความเชื่อมั่นเพียงหนึ่งเดียวของเธอตลอดมา

หลีปั้นเมิ่งในวัยสิบขวบ ต้องสูญเสียพ่อแม่ไปตลอดกาล

พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะเดินทางไปทำงาน และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

กิจการของตระกูลหลีจึงตกไปอยู่ในความดูแลของลุงรอง

ฉากหน้าบอกว่าช่วยดูแล แต่ความจริงคือการยึดสมบัติไปเป็นของตัวเองอย่างหน้าด้าน

ในงานศพ หลีปั้นเมิ่งสวมชุดไว้ทุกข์ ขณะดูรูปหน้าศพ เธอร้องไห้จนชาชินไปหมดแล้ว

หลีซวี่ฮั่ว พี่ชายแท้ ๆ ยืนอยู่ข้างกายเธอ เขาสูงกว่าเธอครึ่งศีรษะ แต่เขาก็อายุเพียงสิบสามสิบสี่ปีเท่านั้น

จงเซ่าเหนียนปรากฏตัวขึ้นในตอนนั้นเอง

เขาอายุเท่ากับหลีซวี่ฮั่ว และยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกันด้วย

เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งเดินตามผู้ใหญ่ในตระกูลจงมาร่วมงานศพ

คุณนายเฒ่าจงปลอบใจคุณย่าตระกูลหลีว่าขอให้ตัดใจและเข้มแข็งเข้าไว้

ทั้งสองท่านเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่สมัยสาว ๆ ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นไม่เคยเปลี่ยน

คุณย่าหลีที่สูญเสียลูกชายคนโตและสะใภ้ไป ดูแก่ชราลงไปเป็นสิบปีในพริบตา

"พวกเขาจากไปแบบนี้ ทิ้งลูกไว้สองคน เมิ่งเมิ่งเพิ่งจะสิบขวบ " คุณย่าหลีทอดถอนใจ "ต่อไปจะอยู่ยังไง"

คุณนายเฒ่าจงมองหลีปั้นเมิ่ง ประเมินอยู่ครู่หนึ่งก่อนบอกว่า "เอาอย่างนี้ไหม ให้หมั้นหมายกับเซ่าเหนียนไว้ เติบโตมาด้วยกัน รู้ตื้นลึกหนาบาง เป็นวาสนาที่ดีนะ"

การแต่งงานจึงถูกกำหนดมาขึ้นตั้งแต่วันนั้น

และจงเซ่าเหนียนในตอนนั้น ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร

ก่อนจะลากลับ เขาได้ยื่นลูกอมรสมะม่วงให้หลีปั้นเมิ่งหนึ่งเม็ด

"ไม่มีพ่อแม่แล้ว แต่ต่อไปเธอยังมีฉันนะ"

รูปร่างสูงโปร่ง สายตาใสซื่อ เด็กชายที่เริ่มเผยเค้าความหล่อเหลา ได้สั่นคลอนหัวใจของเธอเข้าอย่างจัง

เธอเชื่อเขา และเชื่ออย่างหมดใจจริง ๆ

จนกระทั่งฟู่อวี๋เหยียนปรากฏตัวขึ้น

แรกเริ่มเดิมที ฟู่อวี๋เหยียนเป็นเด็กสาวที่ดูธรรมดามาก เงียบขรึม ใส่แว่นกรอบดำ เป็นพวกเด็กเรียนวัน ๆ อ่านแต่หนังสือ

เธอทำตัวเรียบง่ายจนหลีปั้นเมิ่งไม่เคยสังเกตเห็นเลยด้วยซ้ำ

ทว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่ ได้เปลี่ยนทุกอย่างไปโดยสิ้นเชิง

ห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาเกิดเพลิงไหม้ขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

จงเซ่าเหนียนที่กำลังเลือกของอยู่ข้างในคนเดียวถูกขังอยู่ท่ามกลางกองเพลิง

เป็นฟู่อวี๋เหยียนที่พุ่งเข้าไปช่วยเขาออกมาโดยไม่ห่วงชีวิตตัวเอง

เธอยื้อชีวิตของจงเซ่าเหนียนกลับมาจากเงื้อมมือมัจจุราชได้สำเร็จ แต่ตัวเธอกลับสำลักควันจนปอดเสียหาย กลายเป็นโรคเรื้อรัง และเสียงก็ไม่สดใสเหมือนเดิมอีกต่อไป กลายเป็นคนเสียงแหบ

นับแต่นั้นมา จงเซ่าเหนียนและฟู่อวี๋เหยียนก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น

เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัย ทั้งสองตระกูลจึงหารือเรื่องการทำตามสัญญาหมั้นหมาย

จงเซ่าเหนียนไปหาหลีปั้นเมิ่ง

เขาต้องการถอนหมั้น

เขาต้องการแต่งงานกับฟู่อวี๋เหยียน

แต่หลีปั้นเมิ่งไม่ยินยอม

ตอนที่เกิดไฟไหม้ครั้งนั้น บังเอิญว่าเธอไม่อยู่ที่โรงเรียนพอดี

ถ้าเธออยู่ตรงนั้นด้วย เธอก็พร้อมจะเสี่ยงชีวิตพุ่งเข้าไปช่วยจงเซ่าเหนียนเหมือนกัน

สุดท้ายจงเซ่าเหนียนจึงจำใจต้องแต่งงานกับเธอ

ในขณะเดียวกัน เขาก็ส่งฟู่อวี๋เหยียนไปต่างประเทศ

จนป่านนี้เวลาผ่านไปห้าปีแล้ว หลีปั้นเมิ่งไม่เพียงแต่ไม่ได้ความรักจากเขา แต่ยังทำให้เขาเกลียดเธอมากขึ้นทุกวัน

หลีปั้นเมิ่งย่อตัวลง ใช้มือเปล่าหยิบเศษเค้กที่เละเทะขึ้นมายัดใส่ปากคำแล้วคำเล่า

เค้กนั้นรสชาติหวาน

แต่น้ำตานั้นกลับเค็ม

คืนนั้น จงเซ่าเหนียนไม่ได้กลับมาที่บ้าน

หลีปั้นเมิ่งเริ่มนั่งร่างหนังสือสัญญาหย่าอยู่ที่โต๊ะ

เธอนั่งอยู่แบบนั้นทั้งคืน แต่กลับเขียนไม่ออกแม้แต่คำเดียว

สิ่งที่เธอต้องการมาโดยตลอด ไม่ใช่เงินทองเลยสักนิด

ส่วนสิ่งที่เธอต้องการมากที่สุด บางทีอาจจะไม่มีวันได้มันมาครอบครองแล้วก็ได้

......

หลีปั้นเมิ่งถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์

เธอเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอหลับคาโต๊ะไป

ท้องฟ้าสว่างจ้าแล้ว

"...ฮัลโหล"

"อีกครึ่งชั่วโมง เจอกันที่สำนักงานเขต... เอาหนังสือสัญญาหย่าของเธอมาด้วย" จงเซ่าเหนียนกล่าว

หลีปั้นเมิ่งกะพริบตา มองดูแผ่นกระดาษที่ยังว่างเปล่า แล้วตอบรับ "อืม" เบา ๆ

"ห้ามบอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด" จงเซ่าเหนียนย้ำอีก

เขากลัวว่าหลีปั้นเมิ่งจะไปฟ้องคุณนายเฒ่าจง

เพราะถ้าคุณย่าเข้ามาแทรกแซง การหย่าครั้งนี้คงไม่มีทางสำเร็จแน่

"นายไม่ต้องห่วง" หลีปั้นเมิ่งกล่าว"ครั้งนี้ ครั้งหน้า และไม่ว่าครั้งไหน ๆ ฉันจะไม่ยุ่งกับนายอีก"

จงเซ่าเหนียนเงียบไปครู่หนึ่ง "ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ"

ตราบใดที่ยังไม่ได้หนังสือสัญญาหย่ามาไว้ในมือ เขาก็ยังกังวลว่าหลีปั้นเมิ่งจะเปลี่ยนใจและทำแผนเขาพัง

เขาทำให้อาเหยียนต้องรอมาห้าปีแล้ว จะปล่อยให้รอต่อไปอีกไม่ได้

หลีปั้นเมิ่งดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือสัญญาหย่าจากอินเทอร์เน็ตมาแก้ไขเล็กน้อย แล้วพิมพ์ออกมาเซ็นชื่อตัวเองลงไป

ขณะยืนเปลี่ยนรองเท้าตรงโถงทางเข้า พ่อบ้านก็ถามเธอว่า "คุณนายครับ จะไปไหนแต่เช้าครับ"

หลังจากแต่งงานกับจงเซ่าเหนียน หลีปั้นเมิ่งก็กลายเป็นแม่บ้านเต็มตัว

เธอทิ้งหน้าที่การงานและอนาคต ใช้ชีวิตหมุนรอบตัวจงเซ่าเหนียนเพียงอย่างเดียว ชีวิตเรียบง่ายและธรรมดาสุด ๆ ถ้าไม่อยู่บ้านก็อยู่จงซื่อกรุ๊ป บางทีก็อยู่คุยเล่นเป็นเพื่อนผู้ใหญ่ตระกูลจงกับตระกูลหลี

เธอเกือบลืมไปแล้วว่าครั้งหนึ่งเธอก็เคยเป็นนักศึกษาดีเด่นของ 'มหาวิทยาลัยหัวชิง' และเป็นตัวแทนนักศึกษาขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในวันจบการศึกษา

ห้าปีที่ทุ่มเทดูแลเหย้าเรือน สิ่งที่ได้กลับมาคือความรังเกียจเหยียดหยามจากเขา

"ฉันจะไปบอกลาตัวเองในอดีตน่ะค่ะ" หลีปั้นเมิ่งยิ้มเศร้า

เธอไม่อยากรักแล้วจริง ๆ

เธอควรจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองสักครั้ง
Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 30

    จงเฉิงเจ๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "พี่ครับ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ พี่ไม่ได้ข่าวบ้างเลยเหรอ"จงเซ่าเหนียนเผยสีหน้าปกติ ตอบกลับว่า "เธออยากทำอะไรก็ปล่อยเธอไป ฉันไม่ก้าวก่าย"เรื่องหย่าร้าง ยังให้คนในตระกูลจงรู้ตอนนี้ไม่ได้เพื่อไม่ให้มีใครหลุดปากพูดต่อหน้าคุณย่าร่างกายของท่านตอนนี้ ยังทนรับอารมณ์โกรธไม่ไหวแม้จงเซ่าเหนียนกับจงเฉิงเจ๋อจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ความจริงแล้วมีการติดต่อกันส่วนตัวค่อนข้างน้อยตรงกันข้าม จงเฉิงเจ๋อจะสนิทสนมกับเผยไหวเซิงมากกว่ามักจะนัดเจอกันอยู่บ่อยครั้ง"ประเด็นคือ…" จงเฉิงเจ๋อหยั่งเชิง "เผยไหวเซิงคอยช่วยเหลือพี่สะใภ้มาตลอด ออกแรงไปไม่น้อยเลย ในหอศิลป์ก็เห็นเขาป้วนเปี้ยนอยู่บ่อย ๆ"ปากกาหมึกซึมในมือของจงเซ่าเหนียนค่อย ๆ ถูกกำแน่นขึ้นเมื่อเห็นเขาไม่พูดอะไร จงเฉิงเจ๋อจึงพูดต่อ "พี่ครับ พี่ก็รู้ว่าผมกับเผยไหวเซิงสนิทกัน เลยพอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง เขาช่วยพี่สะใภ้ติดต่อจิตรกรดัง ๆ ให้มาช่วยโปรโมตหอศิลป์เพื่อสร้างชื่อเสียง วิ่งเต้นหาเส้นสายไปทั่ว เขาดูจะ...ใส่ใจเกินไปหน่อยนะ""แต่ผมก็พูดอะไรมากไม่ได้ เขาเป็นเพื่อนผม ส่วนพี่สะใภ้ก็เป็นภรรยาพี่ ผมอยู่ตรงกลางมัน

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 29

    เขาไม่อยากให้เงินตกไปอยู่ในมือของหลานชายหลานสาวแม้แต่บาทเดียว เพราะในอนาคตตั้งใจจะเก็บไว้ให้หลีชิงเสวี่ยลูกสาวคนเดียวหลีปั้นเมิ่งคนนี้ เจ้าเล่ห์กว่าหลีซวี่ฮั่วมากนักคอยขุดหลุมพรางให้เขาทุกที่ และก็คอยหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองไว้ทุกทางเช่นกันตอนที่หลีปั้นเมิ่งเดินออกจากบ้านเดิมตระกูลหลี รอยยิ้มของเธอดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์ดีสุด ๆหลีหงยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องโถง มองตามหลังเงาร่างของเธอที่เดินจากไปไม่นึกเลยว่า จิ้งจอกเฒ่าอายุรุ่นราวคราวห้าสิบกว่าอย่างเขา จะมาเสียท่าโดนหลีปั้นเมิ่งวางแผนตลบหลังเข้าให้เป็นเพราะเขาประมาทและประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไปไม่เป็นไร นี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นต่อจากนี้ มาดูกันว่าคลื่นลูกใหม่จะพัดแรงกว่าคลื่นลูกเก่า หรือขิงจะยังเผ็ดกว่าเพราะความแก่หลังจากหลีปั้นเมิ่งได้รับ 'เงินลงทุน' ตามที่หลีหงเรียก เธอก็รีบไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาหนึ่งคันทันทีทั้งยังเป็นรุ่นที่ถูกที่สุด คันเล็ก ๆ สั้น ๆ ราคาประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทเท่านั้นที่เขาเรียกกันทั่วไปว่ารถ 'หัวปลาพริกสับ' ไม่มีรถ ก็ไปไหนมาไหนลำบากเมื่อมีรถขับแล้ว หลีปั้นเมิ่งก็เริ่มตระเวนเลือกสถาน

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 28

    ไม่นาน หลีหงก็ปรับอารมณ์ให้คงที่ได้เขารู้อยู่แล้วว่าถ้าหลีปั้นเมิ่งไม่มีธุระคงไม่มาหาถึงที่นี่แน่หลานสาวคนนี้ของเขา ดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าหลานชายคนนั้นตั้งเยอะน่าเสียดายที่เป็นผู้หญิง แถมยังมีพันธะสัญญาหมั้นหมายติดตัวคงจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มากนักหลีหงกระแอมไอสองครั้งแล้วใช้ข้ออ้างแบบเดิม ปั้นเมิ่งเอ๊ย หลานเป็นผู้หญิงจะไปเข้าใจเรื่องบริหารบริษัทได้ยังไง อีกอย่าง งานเลี้ยงรับรองที่ต้องดื่มเหล้าเมายาน่ะ หลานดื่มไหวเหรอ ไม่จำเป็นต้องไปลำบากขนาดนั้นหรอก ปรนนิบัติท่านประธานจงให้ดี นั่นน่ะดีกว่าอะไรทั้งหมดแล้ว""ผู้หญิงแล้วยังไงคะ ผู้หญิงจะพึ่งพาผู้ชายไปตลอดได้ที่ไหน" หลีปั้นเมิ่งยิ้มตาหยี "อีกอย่าง ชิงเสวี่ยก็เป็นผู้หญิง อาเองก็มีลูกสาวแค่คนเดียว อนาคตก็ต้องให้เธอรับช่วงต่ออยู่ดี"หลีหงมีลูกสาวเพียงคนเดียว ชื่อว่าหลีชิงเสวี่ยเธอไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ ช่วงนี้เพิ่งเรียนจบ อีกไม่นานคงจะกลับประเทศแล้วทันทีที่หลีชิงเสวี่ยกลับมา หลีหงย่อมต้องฟูมฟักสั่งสอนเธออย่างดีแน่นอนถึงตอนนั้นก็คงไม่มีที่ยืนสำหรับหลีซวี่ฮั่วและหลีปั้นเมิ่งอีกต่อไป"เฮ้อ ชิงเสวี่ยไม่ได้ว

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 27

    เมื่อส่องดูกับแสงแดด รอยร้าวนั้นยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้นแต่ว่าการที่ยังรักษาเอาไว้ได้ก็นับว่าเป็นโชคดีในความโชคร้ายแล้วหลีปั้นเมิ่งจ่ายเงินและกล่าวขอบคุณ ก่อนจะกลับไปยังวิลล่าตระกูลหลีเป็นอย่างที่คิดไว้ หลีซวี่ฮั่วที่ปกติจะเอาแต่นอนอาบแดดบนโซฟาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้วหลีปั้นเมิ่งถอนหายใจ เดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังบ้านเดิมตระกูลหลีพ่อบ้านของบ้านเก่าชะงักไปเมื่อเห็นเธอ "คุณ... คุณปั้นเมิ่งมาแล้วเหรอครับ"ปกติแล้ว หลีปั้นเมิ่งจะแวะมาเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้นเวลาปกติ เธอแทบจะไม่เหยียบเข้ามาที่นี่เลยสักก้าวเดียวเธอและครอบครัวของหลีหงผู้เป็นอารอง มีความสัมพันธ์แบบหน้าชื่นอกตรมอย่างชัดเจนเนื่องจากคุณนายเฒ่าหลียังมีชีวิตอยู่ คนในตระกูลหลีจึงตกลงใจที่จะแสดงละครให้ดูรักใคร่กลมเกลียวกันไว้ เพื่อไม่ให้คนแก่ต้องเสียใจหลีหงยึดครองทรัพย์สิน บริษัทและสินทรัพย์ของพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่เสียชีวิตไป หลายปีมานี้เขาก็คอยเฝ้าระวังไม่ให้หลีซวี่ฮั่วและหลีปั้นเมิ่งกลับมามีอำนาจ คอยกดหัวทั้งทางตรงและทางอ้อมส่วนหลีซวี่ฮั่วก็เป็นคนไม่ได้ความจริง ๆหลีปั้นเมิ่งก็เป็นคนคลั่งรัก หลายปีมานี้มัว

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 26

    ร้านเครื่องประดับพนักงานรับลูกปัดที่หลีปั้นเมิ่งยื่นให้มาดูอย่างละเอียด ก่อนจะส่ายหน้า "ขออภัยด้วยค่ะ ทางเราซ่อมให้ไม่ได้จริง ๆ"หลีปั้นเมิ่งกล่าวขอบคุณเสียงเบา เดินออกจากร้านแล้วเปลี่ยนไปอีกร้านหนึ่งไม่ว่าจะเป็นร้านขายทอง ขายเพชรหรือขายหยก เธอเดินเข้าออกร้านแล้วร้านเล่าจนสุดท้าย ช่างฝีมืออาวุโสคนหนึ่งดูแล้วบอกว่า "ผมจะลองติดกาวซ่อมดูให้ แต่ไม่รับประกันว่าจะสำเร็จนะ""ค่ะ รบกวนช่วยซ่อมให้เต็มที่ก็พอค่ะ"ถ้าไม่ซ่อมให้ดี อีกไม่นานลูกปัดเม็ดนี้คงจะแตกสลายไปทั้งหมดถึงตอนนั้นมันคงจะพังพินาศจนซ่อมไม่ได้อีกช่างอาวุโสหยิบเครื่องมือออกมาอย่างชำนาญ พลางถามขึ้นลอย ๆ "ดูแล้วมันก็ไม่ได้ราคาแพงอะไรนะ สำคัญกับคุณมากเลยเหรอครับ""เป็นของดูต่างหน้าของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ""โธ่เอ๋ย" ช่างชะงักมือ "งั้นถ้าผมซ่อมไม่..."หลีปั้นเมิ่งพูดแทรก "ไม่เป็นไรค่ะช่าง ฉันไม่ตำหนิคุณหรอกค่ะ ฉันเดินบนถนนสายนี้มาครึ่งชั่วโมงแล้ว มีแค่คุณคนเดียวที่ยอมรับงานนี้""ตกลง"ช่างอาวุโสสวมแว่นสายตายาว และเริ่มลงมือซ่อมแซมอย่างตั้งใจเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นกะทันหันหลีปั้นเมิ่งเหลือบมองแล้วกดรับ "ฮัลโหล พี่"

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 25

    ส่วนหลีปั้นเมิ่งได้เริ่มออกตามหาลูกปัดอีกครั้ง ในที่สุด เธอก็หันไปเจอมันที่ขอบมุมห้องแต่ว่า ลูกปัดนั้นแตกออกเสียแล้วมีรอยร้าวปรากฏให้เห็นเด่นชัดหลายจุด แค่แตะเบา ๆ ก็ดูเหมือนจะแตกสลายกลายเป็นเสี่ยง ๆหลีปั้นเมิ่งหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง วางไว้บนฝ่ามือโดยไม่กล้าออกแรงกดแม้แต่นิดเดียวหาเจอแล้ว แต่กลับมีรอยร้าวจะทำยังไงดีล่ะ จะซ่อมได้ไหมนะ ถ้าซ่อมไม่ได้...หัวใจของหลีปั้นเมิ่งปวดแปลบ เธอเงยหน้าขึ้นมองฟู่อวี๋เหยียนสายตาของเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ จนฟู่อวี๋เหยียนตกใจถอยไปอยู่ข้างกายจงเซ่าเหนียนสร้อยข้อมือนี่มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ สำคัญขนาดที่จงเซ่าเหนียนยอมยืนดูเธอโดนตบหน้าฉาดใหญ่ โดยไม่ยอมออกโรงปกป้องเธอเลยเนี่ยนะ!ฟู่อวี๋เหยียนเองก็ไม่กล้าถาม ได้แต่เอามือกุมแก้มก้มหน้าเงียบ ๆ ปล่อยให้ผมสยายลงมาบดบังใบหน้าเพื่อรักษาภาพลักษณ์ผู้ถูกกระทำต่อไป"อาเหยียนไม่ได้ตั้งใจ" จงเซ่าเหนียนกล่าว "แต่เธอกลับลงไม้ลงมืองั้นเหรอ" "ฉันจะตบเธอ นายจะทำไม เธอไม่ควรโดนเหรอ" หลีปั้นเมิ่งตอบสวนจงเซ่าเหนียนขมวดคิ้วมุ่น "ยัยผู้หญิงปากร้าย""ฉันแค่แค้นที่เมื่อกี้ตบเบาไป น่าจะตบให้ห

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status