Teilen

บทที่ 5

เด็กดีตระกูลหลี
คุณนายเฒ่าจงนอนอยู่บนเตียงคนไข้ กำลังให้น้ำเกลือและสวมหน้ากากออกซิเจน

เมื่อได้ยินเสียงความเคลื่อนไหว ท่านก็ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หนูปั้นเมิ่งมาใช่ไหม ใช่ไหมลูก"

"คุณย่าคะ" หลีปั้นเมิ่งรีบตรงไปที่ข้างเตียงแล้วกุมมือท่านไว้ "หนูเองค่ะ หนูมาเยี่ยมคุณย่าแล้วนะคะ"

ดวงตาที่พร่ามัวของคุณย่าค่อย ๆ แจ่มใสขึ้น ท่านมองมาที่หลีปั้นเมิ่งแล้วยิ้มให้อย่างเมตตา

"ได้เห็นหน้าเธอ ย่าก็สบายใจขึ้นเยอะ"

"คุณย่าคะ หนูอยู่ตรงนี้เสมอนะ ถ้าคุณย่าอยากเจอ หนูจะรีบมาหาทันทีเลย"

หลีปั้นเมิ่งตอบรับ "คุณย่าต้องดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ จะได้มีอายุยืนหมื่นปี"

"ย่าคนนี้น่ะ ขอแค่ได้อยู่จนถึงวันที่เธอคลอดลูก ได้อุ้มเหลนตัวน้อย ย่าก็ตายตาหลับแล้ว"

แพขนตาของหลีปั้นเมิ่งสั่นไหวเล็กน้อย

"แต่งมาห้าปีแล้ว ควรจะมีข่าวเรื่องท้องบ้างแล้วนะ" คุณนายเฒ่าจงหันไปมองจงเซ่าเหนียน "เจ้าเด็กแสบ แกว่าจริงไหม"

จงเซ่าเหนียนไม่พูดอะไรสักคำ

"ฉันถามแกอยู่นะ! แก... แค่ก ๆ ๆ ๆ ๆ..."

คุณนายเฒ่าจงเริ่มไอหนักจนใบหน้าแดงก่ำ

หลีปั้นเมิ่งรีบช่วยลูบหลังผ่อนลมหายใจให้เธอ

สถานการณ์แบบนี้ ยังต้องพูดความจริงอยู่อีกไหม

ถ้าคุณย่ารู้ว่าทั้งคู่ไปเดินเรื่องหย่ากันมาแล้ว และกำลังรอแค่ระยะเวลา

ไตร่ตรองเพื่อแยกทางกัน ท่านจะโกรธจนต้องกลับเข้าห้องฉุกเฉินไปอีกรอบหรือเปล่า

ในขณะที่หลีปั้นเมิ่งกำลังคิดอยู่นั้น จู่ ๆ หัวไหล่ของเธอก็รู้สึกอุ่นวาบ

กลิ่นหอมจาง ๆ ของมินต์ที่คุ้นเคยโชยเข้าจมูก

มือของจงเซ่าเหนียนเอื้อมมาโอบไหล่เธอไว้ แล้วออกแรงรั้งเบา ๆ ให้เธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเขา

"ช่วงนี้ผมกับเมิ่งเมิ่งกำลังเตรียมตัวมีน้องกันครับ" จงเซ่าเหนียนว่า "ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เร็ว ๆ นี้คงมีข่าวดีครับ"

คุณนายเฒ่าจงเหมือนได้รับยาดี ใบหน้าที่ซีดขาวและดูชรากลับดูเปล่งปลั่งขึ้นมาทันที "จริงเหรอ"

"จริงครับ" จงเซ่าเหนียนยิ้มมุมปาก เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากเฉียดผ่านใบหูหลีปั้นเมิ่ง "ถ้าคุณย่าไม่เชื่อ ถามเมิ่งเมิ่งดูก็ได้ครับ"

คุณนายเฒ่าจงหัวเราะจนตาหยีเป็นขีดเดียว

"สิบกว่าปีก่อน ย่าก็รู้แล้วว่าพวกเธอเป็นเนื้อคู่กัน ถึงได้หมั้นหมายไว้แต่เนิ่น ๆ ไง เห็นไหมล่ะ ย่านี่ตาถึงจริง ๆ"

หลีปั้นเมิ่งฝืนยิ้มตามเหมือนกัน "นั่นสิคะคุณย่า ถ้าไม่มีคุณย่า ก็คงไม่มีวาสนาสามีภรรยาของพวกเราหรอก"

"ฮ่าๆๆๆ ดี ดีมาก" คุณนายเฒ่าจงพยักหน้าอย่างพอใจ "ดูท่าที่คราวก่อนย่าบังคับให้พวกเธอเข้าหอ คงเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด เรื่องความรักเนี่ย บ่มเพาะตอนกลางคืนน่ะดีที่สุด ถึงแม้... วิธีการของย่าจะดูไม่ค่อยใสสะอาด แต่ถ้ามันได้ผลก็พอแล้ว!"

เนื่องจากอยู่ใกล้กันมาก หลีปั้นเมิ่งจึงได้ยินเสียงแค่นหัวเราะในลำคอที่แผ่วของจงเซ่าเหนียน

เขาปักใจเชื่อเสมอว่า ถึงคุณย่าจะเป็นคนวางยา แต่ความคิดทั้งหมดต้องมาจากหลีปั้นเมิ่งแน่นอน

เธอช่างเก่งเรื่องการชุบตัวให้ดูใสสะอาด แสร้งทำเป็นไร้เดียงสาไร้ความผิด

เมื่อก่อนหลีปั้นเมิ่งพยายามอธิบายแทบตาย เขาก็ไม่เชื่ออยู่ดี

ตอนนี้ เธอไม่อยากอธิบายอะไรอีกแล้ว

เขาจะคิดยังไงก็ช่างเขา

คุณนายเฒ่าจงนึกขึ้นได้อีกเรื่อง "อีกอย่างนะเซ่าเหนียน แม่คนที่ชื่อฟู่อวี๋เหยียนอะไรนั่น กลับมาที่เมืองเป่ยเฉิงแล้วเหรอ"

"...เหมือนจะใช่ครับ"

คราวนี้ถึงตาหลีปั้นเมิ่งแค่นหัวเราะบ้าง

ทำเป็นพูดว่าเหมือนจะใช่

ทั้งที่เขาเป็นคนไปรับที่สนามบินด้วยตัวเองแท้ ๆ ทั้งยังค้างคืนไม่ยอมกลับบ้านอีก

คืนนั้น ทั้งคู่คงจะเริงร่ากันทั้งคืนสินะ

หลีปั้นเมิ่งพยายามไม่คิดลึกไปกว่านั้น เธอหลุบตาลง

คุณนายเฒ่าจงกำชับเสียงเข้ม "แกต้องรักษาระยะห่างกับแม่นั่นนะ ตอนนี้แกเป็นผู้ชายที่มีเมียแล้ว ถึงจะบอกว่าเธอเคยช่วยชีวิตแกไว้ เป็นผู้มีพระคุณของตระกูลจงก็เถอะ แต่หลายปีมานี้ตระกูลเราก็ดูแลเธอไม่น้อยเลย ถือว่าทดแทนบุญคุณไปเกือบหมดแล้ว"

"แล้วก็อย่าคิดนอกลู่นอกทางเชียว เซ่าเหนียน ตราบใดที่ย่ายังมีลมหายใจ อย่าหวังว่าแม่นั่นจะได้เหยียบเข้าประตูบ้านตระกูลจง แกกับปั้นเมิ่งใช้ชีวิตคู่กันดี ๆ อย่าไปหลงกลมารยาจิ้งจอกของเธอเข้าล่ะ"

จงเซ่าเหนียนตอบรับ "อืม" หนึ่งคำ "ผมกับเธอไม่มีอะไรกันครับ"

คุณนายเฒ่าจงพยักหน้า บ่นจุกจิกต่ออีกพักหนึ่ง ก่อนจะทานยาแล้วผล็อยหลับไป

หน้าห้องผู้ป่วย

จงเซ่าเหนียนและหลีปั้นเมิ่งยืนเผชิญหน้ากัน

เคยเป็นสามีภรรยากัน แต่ตอนนี้กลับดูห่างเหินกันถึงขีดสุด

"หัวใจของคุณย่ามีปัญหา รับเรื่องสะเทือนใจไม่ได้" จงเซ่าเหนียนกล่าว

"เรื่องที่เราหย่ากัน ห้ามให้ท่านรู้ตอนนี้เด็ดขาด"

"นายกะจะปิดบังไปถึงเมื่อไร"

"ดูสถานการณ์ก่อน"

หลีปั้นเมิ่งกะพริบตา "ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ"

เขาขมวดคิ้วอย่างรำคาญใจ "นี่เธอกำลังสอนฉันอยู่เหรอ"

"จงเซ่าเหนียน ทำไมฉันต้องยอมนายอยู่ฝ่ายเดียวตลอดล่ะ" เธอถามกลับ "นายอยากได้อะไร ฉันต้องให้ความร่วมมือแบบไม่มีเงื่อนไขเลยงั้นสิ นายชี้ไปทางตะวันออก ฉันก็ห้ามไปทางตะวันตกงั้นเหรอ"

"ระหว่างเรา มันก็เป็นแบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ" เขาเริ่มหมดความอดทนยิ่งกว่าเดิม

ตั้งแต่เริ่มรู้จักกันจนถึงตอนนี้

นับ ๆ ดูแล้วก็นานถึงสิบเจ็ดปี

ตอนที่รู้จักกับเขา เธออายุแค่สิบขวบ

ตอนนี้ เธออายุยี่สิบเจ็ดปีแล้ว

ส่วนจงเซ่าเหนียนก็อยู่ในวัยสามสิบปีที่ต้องสร้างตัวอย่างมั่นคง

สิบเจ็ดปีที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้มาตลอด ทำไมวันนี้หลีปั้นเมิ่งถึงคิดจะขัดขืนขึ้นมาล่ะ

จงเซ่าเหนียนย่อมรู้สึกไม่ชินอยู่แล้ว

หลีปั้นเมิ่งยิ้มอย่างขมขื่น "ใช่ เป็นแบบนี้มาตลอด แล้วมันแปลว่าถูกต้องหรือไงล่ะ จงเซ่าเหนียน ฉันเป็นคนนะ เป็นคนที่มีชีวิต มีเลือดเนื้อ มีจิตวิญญาณ ไม่ใช่หุ่นเชิดของนาย"

"แล้วทำไมเมื่อก่อนเธอไม่เห็นพูดแบบนี้ล่ะ"

"เพราะเมื่อก่อนฉันรักนายไง" เธอตอบ "แต่ตอนนี้ ฉันไม่ได้รักนายแล้ว"

เธอต้องการเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง

ไม่ใช่คุณนายจงที่ต้องคอยหมุนรอบตัวจงเซ่าเหนียนอีกต่อไป

เธอคือ หลีปั้นเมิ่ง

ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจของจงเซ่าเหนียนอย่างรวดเร็ว

เธอบอกว่า ไม่ได้รักเขาแล้ว

แล้วมันยังไงล่ะ?

เขาไม่ได้สนใจความรักของเธออยู่แล้ว

จงเซ่าเหนียนข่มความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นลงไป แล้วกล่าวเสียงเข้ม "ไม่ว่าเธอจะรักหรือไม่รักฉัน เธอก็ต้องฟังฉัน หลีปั้นเมิ่ง"

"แล้วถ้าฉันจะไม่ฟังล่ะ"

"เหอะ" เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่ใส่ใจ พลางช้อนคางเธอขึ้น "จะสู้กับฉัน เธอประเมินตัวเองสูงไปหน่อยนะ"

"หมายความว่ายังไง"

"เรื่องที่เธอแอบไปยุ่งอยู่พักนี้ ฉันรู้หมดทุกอย่างแหละ" จงเซ่าเหนียนเลิกคิ้ว

"แค่ฉันพูดคำเดียว ทั้งเป่ยเฉิงก็ไม่มีใครกล้าทำธุรกิจกับเธอแล้ว เชื่อไหมล่ะ?"

เชื่อสิ

เธอเชื่ออยู่แล้ว

จงเซ่าเหนียนเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่ใคร ๆ ในเป่ยเฉิงก็อยากประจบเอาใจ ใครจะกล้าไปขัดใจเขาได้ง่าย ๆ ล่ะ

ที่จริงแล้ว เพื่อสุขภาพของคุณนายเฒ่าจง หลีปั้นเมิ่งย่อมไม่คิดจะพูดเรื่องหย่าออกไปอยู่แล้ว

แต่เธอแค่ไม่ชอบท่าทางเย่อหยิ่งสูงส่ง ชอบออกคำสั่งบงการชีวิตของจงเซ่าเหนียนแบบนี้

เธอเชื่อฟังคำพูดของเขามานานหลายปีเกินไป

เธอต้องการขัดขืน เธอต้องการเป็นอิสระ

หลีปั้นเมิ่งกัดฟัน "ถ้านายปิดทางทำกินฉัน ฉันก็จะไปอาละวาดที่บ้านตระกูลจง ไปอาละวาดที่จงซื่อกรุ๊ปด้วย คนเท้าเปล่าไม่กลัวคนสวมรองเท้าหรอก

มาดูกันว่าสุดท้ายนายจะอับอายกว่า หรือฉันจะจนตรอกกว่ากัน"

จงเซ่าเหนียนเตือนเสียงต่ำ "หลีปั้นเมิ่ง อย่ารนหาที่ตาย"

ผู้หญิงที่เคยว่านอนสอนง่ายมาตลอด จู่ๆ ก็กลายเป็นกุหลาบที่มีหนามแหลมคม

เขาไม่ชินเลยสักนิด

เธอไปมีด้านที่ดุร้ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน

ความรู้สึกที่สูญเสียการควบคุมและบงการไม่ได้แบบนี้ จงเซ่าเหนียนไม่ชอบเลย

หลีปั้นเมิ่งปัดมือเขาออกอย่างแรง แล้วสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นการจับคู่สีที่ดูประหลาดตา

หลีปั้นเมิ่งเพ่งมองดูอย่างละเอียด

แล้วก็พบว่าสีเชิ้ตกับลายเนกไทของจงเซ่าเหนียนนั้นดูเข้ากันไม่ได้เลย

เขาใส่เชิ้ตสีเทา ซึ่งควรจะจับคู่กับเนกไทโทนสีเดียวกันหรือสีเข้ม แต่วันนี้

เขากลับผูกเนกไทสีฟ้าอ่อนมา

ส่วนเสื้อคลุมตัวนอก เขาก็สวมเป็นสูทสีดำ

หลีปั้นเมิ่งขมวดคิ้วมุ่น

ใครเป็นคนจัดชุดให้เขากัน?

พอไม่มีเธอแล้ว เขาถึงกับแต่งตัวมั่วซั่วขนาดนี้เลยเหรอ

ต้องทราบไว้ว่าหลายปีมานี้ ทั้งเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้าที่หลับที่นอนของจงเซ่าเหนียน หลีปั้นเมิ่งเป็นคนลงมือจัดการให้ด้วยตัวเองทั้งหมด

และเธอเพิ่งจะจากเขามา...ได้แค่ไม่กี่วันเองนะ?
Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 30

    จงเฉิงเจ๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "พี่ครับ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ พี่ไม่ได้ข่าวบ้างเลยเหรอ"จงเซ่าเหนียนเผยสีหน้าปกติ ตอบกลับว่า "เธออยากทำอะไรก็ปล่อยเธอไป ฉันไม่ก้าวก่าย"เรื่องหย่าร้าง ยังให้คนในตระกูลจงรู้ตอนนี้ไม่ได้เพื่อไม่ให้มีใครหลุดปากพูดต่อหน้าคุณย่าร่างกายของท่านตอนนี้ ยังทนรับอารมณ์โกรธไม่ไหวแม้จงเซ่าเหนียนกับจงเฉิงเจ๋อจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ความจริงแล้วมีการติดต่อกันส่วนตัวค่อนข้างน้อยตรงกันข้าม จงเฉิงเจ๋อจะสนิทสนมกับเผยไหวเซิงมากกว่ามักจะนัดเจอกันอยู่บ่อยครั้ง"ประเด็นคือ…" จงเฉิงเจ๋อหยั่งเชิง "เผยไหวเซิงคอยช่วยเหลือพี่สะใภ้มาตลอด ออกแรงไปไม่น้อยเลย ในหอศิลป์ก็เห็นเขาป้วนเปี้ยนอยู่บ่อย ๆ"ปากกาหมึกซึมในมือของจงเซ่าเหนียนค่อย ๆ ถูกกำแน่นขึ้นเมื่อเห็นเขาไม่พูดอะไร จงเฉิงเจ๋อจึงพูดต่อ "พี่ครับ พี่ก็รู้ว่าผมกับเผยไหวเซิงสนิทกัน เลยพอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง เขาช่วยพี่สะใภ้ติดต่อจิตรกรดัง ๆ ให้มาช่วยโปรโมตหอศิลป์เพื่อสร้างชื่อเสียง วิ่งเต้นหาเส้นสายไปทั่ว เขาดูจะ...ใส่ใจเกินไปหน่อยนะ""แต่ผมก็พูดอะไรมากไม่ได้ เขาเป็นเพื่อนผม ส่วนพี่สะใภ้ก็เป็นภรรยาพี่ ผมอยู่ตรงกลางมัน

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 29

    เขาไม่อยากให้เงินตกไปอยู่ในมือของหลานชายหลานสาวแม้แต่บาทเดียว เพราะในอนาคตตั้งใจจะเก็บไว้ให้หลีชิงเสวี่ยลูกสาวคนเดียวหลีปั้นเมิ่งคนนี้ เจ้าเล่ห์กว่าหลีซวี่ฮั่วมากนักคอยขุดหลุมพรางให้เขาทุกที่ และก็คอยหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองไว้ทุกทางเช่นกันตอนที่หลีปั้นเมิ่งเดินออกจากบ้านเดิมตระกูลหลี รอยยิ้มของเธอดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์ดีสุด ๆหลีหงยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องโถง มองตามหลังเงาร่างของเธอที่เดินจากไปไม่นึกเลยว่า จิ้งจอกเฒ่าอายุรุ่นราวคราวห้าสิบกว่าอย่างเขา จะมาเสียท่าโดนหลีปั้นเมิ่งวางแผนตลบหลังเข้าให้เป็นเพราะเขาประมาทและประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไปไม่เป็นไร นี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นต่อจากนี้ มาดูกันว่าคลื่นลูกใหม่จะพัดแรงกว่าคลื่นลูกเก่า หรือขิงจะยังเผ็ดกว่าเพราะความแก่หลังจากหลีปั้นเมิ่งได้รับ 'เงินลงทุน' ตามที่หลีหงเรียก เธอก็รีบไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาหนึ่งคันทันทีทั้งยังเป็นรุ่นที่ถูกที่สุด คันเล็ก ๆ สั้น ๆ ราคาประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทเท่านั้นที่เขาเรียกกันทั่วไปว่ารถ 'หัวปลาพริกสับ' ไม่มีรถ ก็ไปไหนมาไหนลำบากเมื่อมีรถขับแล้ว หลีปั้นเมิ่งก็เริ่มตระเวนเลือกสถาน

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 28

    ไม่นาน หลีหงก็ปรับอารมณ์ให้คงที่ได้เขารู้อยู่แล้วว่าถ้าหลีปั้นเมิ่งไม่มีธุระคงไม่มาหาถึงที่นี่แน่หลานสาวคนนี้ของเขา ดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าหลานชายคนนั้นตั้งเยอะน่าเสียดายที่เป็นผู้หญิง แถมยังมีพันธะสัญญาหมั้นหมายติดตัวคงจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มากนักหลีหงกระแอมไอสองครั้งแล้วใช้ข้ออ้างแบบเดิม ปั้นเมิ่งเอ๊ย หลานเป็นผู้หญิงจะไปเข้าใจเรื่องบริหารบริษัทได้ยังไง อีกอย่าง งานเลี้ยงรับรองที่ต้องดื่มเหล้าเมายาน่ะ หลานดื่มไหวเหรอ ไม่จำเป็นต้องไปลำบากขนาดนั้นหรอก ปรนนิบัติท่านประธานจงให้ดี นั่นน่ะดีกว่าอะไรทั้งหมดแล้ว""ผู้หญิงแล้วยังไงคะ ผู้หญิงจะพึ่งพาผู้ชายไปตลอดได้ที่ไหน" หลีปั้นเมิ่งยิ้มตาหยี "อีกอย่าง ชิงเสวี่ยก็เป็นผู้หญิง อาเองก็มีลูกสาวแค่คนเดียว อนาคตก็ต้องให้เธอรับช่วงต่ออยู่ดี"หลีหงมีลูกสาวเพียงคนเดียว ชื่อว่าหลีชิงเสวี่ยเธอไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ ช่วงนี้เพิ่งเรียนจบ อีกไม่นานคงจะกลับประเทศแล้วทันทีที่หลีชิงเสวี่ยกลับมา หลีหงย่อมต้องฟูมฟักสั่งสอนเธออย่างดีแน่นอนถึงตอนนั้นก็คงไม่มีที่ยืนสำหรับหลีซวี่ฮั่วและหลีปั้นเมิ่งอีกต่อไป"เฮ้อ ชิงเสวี่ยไม่ได้ว

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 27

    เมื่อส่องดูกับแสงแดด รอยร้าวนั้นยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้นแต่ว่าการที่ยังรักษาเอาไว้ได้ก็นับว่าเป็นโชคดีในความโชคร้ายแล้วหลีปั้นเมิ่งจ่ายเงินและกล่าวขอบคุณ ก่อนจะกลับไปยังวิลล่าตระกูลหลีเป็นอย่างที่คิดไว้ หลีซวี่ฮั่วที่ปกติจะเอาแต่นอนอาบแดดบนโซฟาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้วหลีปั้นเมิ่งถอนหายใจ เดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังบ้านเดิมตระกูลหลีพ่อบ้านของบ้านเก่าชะงักไปเมื่อเห็นเธอ "คุณ... คุณปั้นเมิ่งมาแล้วเหรอครับ"ปกติแล้ว หลีปั้นเมิ่งจะแวะมาเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้นเวลาปกติ เธอแทบจะไม่เหยียบเข้ามาที่นี่เลยสักก้าวเดียวเธอและครอบครัวของหลีหงผู้เป็นอารอง มีความสัมพันธ์แบบหน้าชื่นอกตรมอย่างชัดเจนเนื่องจากคุณนายเฒ่าหลียังมีชีวิตอยู่ คนในตระกูลหลีจึงตกลงใจที่จะแสดงละครให้ดูรักใคร่กลมเกลียวกันไว้ เพื่อไม่ให้คนแก่ต้องเสียใจหลีหงยึดครองทรัพย์สิน บริษัทและสินทรัพย์ของพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่เสียชีวิตไป หลายปีมานี้เขาก็คอยเฝ้าระวังไม่ให้หลีซวี่ฮั่วและหลีปั้นเมิ่งกลับมามีอำนาจ คอยกดหัวทั้งทางตรงและทางอ้อมส่วนหลีซวี่ฮั่วก็เป็นคนไม่ได้ความจริง ๆหลีปั้นเมิ่งก็เป็นคนคลั่งรัก หลายปีมานี้มัว

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 26

    ร้านเครื่องประดับพนักงานรับลูกปัดที่หลีปั้นเมิ่งยื่นให้มาดูอย่างละเอียด ก่อนจะส่ายหน้า "ขออภัยด้วยค่ะ ทางเราซ่อมให้ไม่ได้จริง ๆ"หลีปั้นเมิ่งกล่าวขอบคุณเสียงเบา เดินออกจากร้านแล้วเปลี่ยนไปอีกร้านหนึ่งไม่ว่าจะเป็นร้านขายทอง ขายเพชรหรือขายหยก เธอเดินเข้าออกร้านแล้วร้านเล่าจนสุดท้าย ช่างฝีมืออาวุโสคนหนึ่งดูแล้วบอกว่า "ผมจะลองติดกาวซ่อมดูให้ แต่ไม่รับประกันว่าจะสำเร็จนะ""ค่ะ รบกวนช่วยซ่อมให้เต็มที่ก็พอค่ะ"ถ้าไม่ซ่อมให้ดี อีกไม่นานลูกปัดเม็ดนี้คงจะแตกสลายไปทั้งหมดถึงตอนนั้นมันคงจะพังพินาศจนซ่อมไม่ได้อีกช่างอาวุโสหยิบเครื่องมือออกมาอย่างชำนาญ พลางถามขึ้นลอย ๆ "ดูแล้วมันก็ไม่ได้ราคาแพงอะไรนะ สำคัญกับคุณมากเลยเหรอครับ""เป็นของดูต่างหน้าของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ""โธ่เอ๋ย" ช่างชะงักมือ "งั้นถ้าผมซ่อมไม่..."หลีปั้นเมิ่งพูดแทรก "ไม่เป็นไรค่ะช่าง ฉันไม่ตำหนิคุณหรอกค่ะ ฉันเดินบนถนนสายนี้มาครึ่งชั่วโมงแล้ว มีแค่คุณคนเดียวที่ยอมรับงานนี้""ตกลง"ช่างอาวุโสสวมแว่นสายตายาว และเริ่มลงมือซ่อมแซมอย่างตั้งใจเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นกะทันหันหลีปั้นเมิ่งเหลือบมองแล้วกดรับ "ฮัลโหล พี่"

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 25

    ส่วนหลีปั้นเมิ่งได้เริ่มออกตามหาลูกปัดอีกครั้ง ในที่สุด เธอก็หันไปเจอมันที่ขอบมุมห้องแต่ว่า ลูกปัดนั้นแตกออกเสียแล้วมีรอยร้าวปรากฏให้เห็นเด่นชัดหลายจุด แค่แตะเบา ๆ ก็ดูเหมือนจะแตกสลายกลายเป็นเสี่ยง ๆหลีปั้นเมิ่งหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง วางไว้บนฝ่ามือโดยไม่กล้าออกแรงกดแม้แต่นิดเดียวหาเจอแล้ว แต่กลับมีรอยร้าวจะทำยังไงดีล่ะ จะซ่อมได้ไหมนะ ถ้าซ่อมไม่ได้...หัวใจของหลีปั้นเมิ่งปวดแปลบ เธอเงยหน้าขึ้นมองฟู่อวี๋เหยียนสายตาของเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ จนฟู่อวี๋เหยียนตกใจถอยไปอยู่ข้างกายจงเซ่าเหนียนสร้อยข้อมือนี่มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ สำคัญขนาดที่จงเซ่าเหนียนยอมยืนดูเธอโดนตบหน้าฉาดใหญ่ โดยไม่ยอมออกโรงปกป้องเธอเลยเนี่ยนะ!ฟู่อวี๋เหยียนเองก็ไม่กล้าถาม ได้แต่เอามือกุมแก้มก้มหน้าเงียบ ๆ ปล่อยให้ผมสยายลงมาบดบังใบหน้าเพื่อรักษาภาพลักษณ์ผู้ถูกกระทำต่อไป"อาเหยียนไม่ได้ตั้งใจ" จงเซ่าเหนียนกล่าว "แต่เธอกลับลงไม้ลงมืองั้นเหรอ" "ฉันจะตบเธอ นายจะทำไม เธอไม่ควรโดนเหรอ" หลีปั้นเมิ่งตอบสวนจงเซ่าเหนียนขมวดคิ้วมุ่น "ยัยผู้หญิงปากร้าย""ฉันแค่แค้นที่เมื่อกี้ตบเบาไป น่าจะตบให้ห

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status