แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: เด็กดีตระกูลหลี
พอสังเกตเห็นสายตาของหลีปั้นเมิ่ง จงเซ่าเหนียนก็ก้มลงมองตัวเองแวบหนึ่ง

ไม่นานเขาก็เข้าใจแล้ว

คิ้วของเขาขมวดแน่นยิ่งขึ้น แสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมา

เมื่อไม่มีหลีปั้นเมิ่ง ชีวิตในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาของเขาเรียกได้ว่าค่อนข้างย่ำแย่

หลังจากเสร็จการประชุมออนไลน์ในห้องทำงานและกลับมาที่ห้องนอน มือถือของเขาก็แบตเตอรี่หมด

แต่ว่า สายชาร์จอยู่ไหนล่ะ?

เขาหาจนทั่วรอบหนึ่งแล้วก็ยังหาไม่เจอ

มื้อเช้าเขาต้องดื่มกาแฟหนึ่งแก้ว เป็นอเมริกาโน่เย็น เป็นแบบนี้มานานหลายปีแล้ว

แต่กาแฟที่สาวใช้ยกมาเสิร์ฟ รสชาติกลับไม่ใช่แบบที่เขาเคยดื่มเลยสักนิด

เปลี่ยนเมล็ดกาแฟก็แล้ว เปลี่ยนเครื่องชงกาแฟก็แล้ว จนสุดท้ายถึงขั้นจ้างบาริสต้าเฉพาะทางมาที่บ้าน แต่ก็ยังไม่ใช่รสชาติที่คุ้นเคย

เรื่องนี้ส่งผลให้จงเซ่าเหนียนรู้สึกเพลียได้ง่ายในเวลาทำงาน ไม่กระปรี้กระเปร่า

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการแต่งกายเลย

เมื่อก่อน หลีปั้นเมิ่งจะจับคู่เสื้อผ้าที่เขาต้องใส่ในวันรุ่งขึ้นไว้ให้ก่อนนอน รีดจนเรียบกริบ และแขวนไว้ข้างกระจกในห้องแต่งตัว

เนกไท กระดุมข้อมือ ถุงเท้า นาฬิกา หรือแม้แต่เข็มขัดและเครื่องประดับต่าง ๆ เธอก็จะเตรียมไว้ให้พร้อม

แต่ตอนนี้…

จงเซ่าเหนียนแทบจะหลับตาหยิบมาใส่มั่วซั่ว

หยิบได้ตัวไหนก็ใส่ตัวนั้น

ในตอนนี้ เขารู้สึกอายเล็กน้อยที่ถูกจับโป๊ะได้

การหลุดพ้นจากหลีปั้นเมิ่งคือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด และเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดแน่นอน

นี่มันก็แค่เรื่องเล็กน้อยจุกจิกไม่กี่เรื่องเท่านั้นเอง

ใช้เวลาอีกไม่นานหรอก เขาจะปรับตัวและเคยชินไปเอง ชีวิตก็จะกลับเข้าที่เข้าทางมากขึ้น

หน้าที่แค่นั้นของหลีปั้นเมิ่ง ใคร ๆ ก็ทำแทนได้ทั้งนั้น

ก็แค่แม่บ้านไม่ใช่หรือไง

ยังไม่ทันที่หลีปั้นเมิ่งจะทันได้อ้าปาก จงเซ่าเหนียนก็ชิงถามขึ้นก่อนว่า "เธอมองอะไร"

เธอชะงักไป

"เธอชอบจ้องหน้าอดีตสามีนักหรือไง" เขาถามต่อด้วยท่าทีคุกคาม "ปากบอกว่าไม่รัก แต่ดวงตาดูจะซื่อสัตย์กว่านะ"

หลีปั้นเมิ่งถอยหลังไปสามก้าวใหญ่

"ฉันแค่รู้สึกว่ารสนิยมนายแย่ไปหน่อย" เธอตอบ "แต่ก็นะ รสนิยมนายมันก็ไม่ได้ดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"

จงเซ่าเหนียนหน้าขรึมลง "หืม?"

"ไปถูกใจยัยฟู่อวี๋เหยียนนั่นได้ รสนิยมนายจะดีสักแค่ไหนเชียว"

สีหน้าของเขาเคร่งเครียดจนคล้ำเขียวแล้ว

ส่วนหลีปั้นเมิ่งก็หมุนตัวเดินจากไป

"ไม่ต้องห่วง ฉันเองก็ไม่อยากให้คุณย่าต้องโกรธจนเสียสุขภาพ" เธอโบกมือ "บทภรรยาที่รักกันดีฉันถนัด เพราะก็แสดงมาตั้งห้าปีแล้ว แต่นายน่ะไปฝึกการแสดงมาให้ดีเถอะ อย่าให้คุณย่าดูออกก็แล้วกัน"

หลีปั้นเมิ่งรู้สึกอารมณ์ดีมาก

ที่แท้หลังจากไม่รักและปล่อยวางได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว ความรู้สึกมันเป็นแบบนี้นี่เอง

ต้องรักษาความรู้สึกนี้ไว้ให้ได้

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ถ้าจงเซ่าเหนียนทำกับเธอแบบนี้หรือพูดจาแย่ ๆ ใส่ อย่างน้อยหลีปั้นเมิ่งคงต้องฟุ้งซ่านอยู่นานจนเกือบซึมเศร้า ต้องแอบไปนั่งร้องไห้

กลางดึกแล้ว

แต่ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ มีเพียงคำเดียวที่จะนิยามได้

สะใจ

จงเซ่าเหนียนมองตามแผ่นหลังที่งดงามนั้นเดินจากไป พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย

หลีปั้นเมิ่งยังมีตัวตนแบบไหนที่เขาไม่รู้จักและไม่เคยเห็นอีกบ้างนะ

ความว่านอนสอนง่ายก็คือเธอ

ความปากคอเราะร้ายก็คือเธอ

คนที่รักจริงเจ็บจริงแต่ก็ตัดใจได้อย่างเด็ดขาดก็คือเธอ

ตอนที่หลีปั้นเมิ่งยังวนเวียนอยู่ข้างกาย เขาไม่แม้แต่จะชายตามองเธอตรง ๆ ด้วยซ้ำ

เขารู้สึกแค่ว่าเธอน่ารำคาญ

แต่วันนี้ตอนที่เธอผลักประตูห้องผู้ป่วยเข้ามาด้วยอาการหอบเหนื่อย จงเซ่าเหนียนกลับตระหนักได้ถึงความงามของเธอขึ้นมากะทันหัน

บุคลิกดูสดใสอ่อนโยน แต่เครื่องหน้ากลับงดงามคมชัด ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใส

หลีปั้นเมิ่งเหมือนจะเป็นดาวมหาวิทยาลัยมาก่อน จงเซ่าเหนียนพอจะจำได้ราง ๆ

เป็นความงามที่ดูสะอาดตา บริสุทธิ์ราวกับรักแรก

การแต่งหน้าดูจะกลายเป็นเรื่องส่วนเกินบนใบหน้าของเธอไปเลย

ภายในรถ

"กลับบริษัท" จงเซ่าเหนียนเอ่ยสั่งสั้น ๆ

"ครับ" คนขับเอ่ยรับ

เขาหยิบเอกสารขึ้นมาเตรียมตรวจทาน แต่แล้วก็ชะงักไป

เพราะมีกลิ่นของหนังโชยมา ไม่ใช่กลิ่นหอมของมะลิที่เขาคุ้นเคย

จงเซ่าเหนียนเป็นคนรักความสะอาดมาก

รถของเขาต้องสะอาดหมดจด และไม่อนุญาตให้คนแปลกหน้าขึ้นมานั่งเด็ดขาด

"กลิ่นอะไรน่ะ" จงเซ่าเหนียนถามเสียงเย็น "หืม?"

"หา? ท่านประธานจง มีเหรอครับ? ผมไม่ได้กลิ่นเลย..." คนขับตอบอย่างลนลานพลางตรวจดูไปรอบ ๆ แล้วไม่นานก็พบต้นตอของปัญหา "สงสัยน้ำหอมปรับอากาศจะหมดแล้วครับ"

"ก็หามาเติมซะสิ"

คนขับตอบตะกุกตะกัก "เอ่อ...ประธานครับ น้ำหอมพวกนี้คุณนายเป็นคนเตรียมไว้ให้ครับ ผม... ผมไม่ทราบว่าต้องไปซื้อที่ไหนครับ"

จงเซ่าเหนียนฟาดเอกสารลงบนเบาะดังปัง พลางคลึงหัวคิ้ว

หลีปั้นเมิ่ง หลีปั้นเมิ่งอีกแล้ว

ตัวเธอไม่อยู่แล้ว แต่ทำไมถึงยังทิ้งร่องรอยการใช้ชีวิตไว้มากขนาดนี้!

"ก็หาแบบเดียวกันสิ ไปถามตามเคาน์เตอร์ทีละร้าน มันจะไม่เจอเชียวเหรอ"

ลูกกระเดือกของจงเซ่าเหนียนขยับขึ้นลง "แค่น้ำหอมปรับอากาศในรถ ต้องรอให้หลีปั้นเมิ่งเป็นคนซื้อให้คนเดียวหรือไง?"

"ท่านประธานครับ เหมือนว่าคุณนายจะทำเองกับมือน่ะครับ"

จงเซ่าเหนียนถึงกับพูดไม่ออก

......

เพราะมัวแต่ไปเยี่ยมคุณนายเฒ่าจงจนเสียเวลาไปเป็นชั่วโมง กว่าหลีปั้นเมิ่งจะไปถึงบริษัทของประธานซุนก็เที่ยงพอดี

"ขอโทษค่ะ ฉันมาช้า ต้องขออภัยจริง ๆ" หลีปั้นเมิ่งยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อย่างสุภาพ "ไม่ทราบว่าประธานซุนพอจะมีเวลาว่างไหมคะ"

พนักงานต้อนรับมองเธอ "คุณมาที่นี่ห้าครั้งแล้วนะคะ ฉันก็รายงานไปทั้งห้าครั้ง แต่ประธานซุนไม่อยากพบคุณ คุณอย่ามาตามตื๊ออีกเลยค่ะ"

"ฉันมีเรื่องสำคัญมากจะคุยกับประธานซุนค่ะ หวังว่าเขาจะให้โอกาสฉันสักครั้ง จะได้คุยเรื่องร่วมงานกัน"

"ประธานซุนเขาร่วมงานแต่กับบริษัทใหญ่ ๆ ในเป่ยเฉิงเท่านั้นค่ะ วัดเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครรู้จักอย่างคุณ ประธานซุนเขาไม่มองหรอก"

หลีปั้นเมิ่งพยายามจะพูดต่อ แต่พนักงานเริ่มไล่เธอแล้ว "นี่คุณ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องเหรอคะ สงสัยต้องให้รปภ. จำหน้าคุณไว้ แล้วกันคุณไว้นอกประตูซะเลย... ไปได้แล้วค่ะ รีบไปเถอะ"

หลีปั้นเมิ่งยังไม่ยอมแพ้

เธอถอยหลังพลางพยายามยื่นซองเอกสารในมือให้พนักงานต้อนรับ

"นี่คือแผนความร่วมมือของฉันค่ะ รบกวนช่วยส่งให้ประธานซุนดูหน่อยนะคะ บางทีเขาอาจจะสนใจ..."

พนักงานปัดมือ "ประธานซุนไม่มีเวลาดูหรอก! ไป ๆ ๆ!"

ซองเอกสารหล่นลงพื้น กระดาษข้างในกระจายออกมา

ทั้งหมดนี้คือผลงานที่หลีปั้นเมิ่งอดหลับอดนอนทำขึ้นมาด้วยความตั้งใจ

ขณะที่เธอก้มลงเก็บ หางตาก็เหลือบไปเห็นประตูลิฟต์เปิดออก

ประธานซุนเดินออกมาจากข้างในพอดี

หลีปั้นเมิ่งตาเป็นประกายทันที

เธอรีบคว้าซองเอกสาร มุดรอดใต้วงแขนของพนักงานต้อนรับแล้วพุ่งตรงไปหาประธานซุนทันที

"สวัสดีค่ะประธานซุน" หลีปั้นเมิ่งยืนประจันหน้ากับเขา "ฉันคือหลีปั้นเมิ่งค่ะ หลายวันนี้พยายามจะพบคุณมาโดยตลอด นี่คือนามบัตรและแผนงานของฉันค่ะ รบกวนคุณลองอ่านดูนะคะ ฉันมั่นใจว่าคุณจะต้องพอใจแน่นอน"

ประธานซุนอายุราวสี่สิบต้น ๆ รูปร่างค่อนข้างเตี้ยและผอม แต่ดวงตากลับเป็นประกายบ่งบอกถึงความเจ้าเล่ห์และชาญฉลาด

"หลีหงไปหาพนักงานสวย ๆ แบบนี้มาจากไหนนะ" ประธานซุนกวาดตามองหลีปั้นเมิ่งตั้งแต่หัวจดเท้า "เขาทำงานไม่ได้เรื่อง แต่สายตาเรื่องผู้หญิงนี่ถือว่าที่หนึ่งเลย"

หลีปั้นเมิ่งถูกมองจนรู้สึกอึดอัดมาก

แต่เธอก็ยังแข็งใจพูดต่อ "ตอนนี้ประธานหลีตั้งใจจะเริ่มงานใหม่อย่างจริงจังแล้ว ประธานซุนช่วยให้โอกาสเราหน่อยนะคะ"

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ผมให้โอกาสคุณก็ได้" ประธานซุนหัวเราะ "คืนนี้มีงานเลี้ยง มีแต่คนใหญ่คนโตมาทั้งนั้น เดี๋ยวผมจะพาคุณไปด้วย พวกนั้นน่ะเก่งกว่าผมเยอะ ลองไปคุยกับพวกเขาดู จะสำเร็จหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณแล้วล่ะ"

หลีปั้นเมิ่งตอบตกลง "ตกลงค่ะ ขอบคุณมากนะคะประธานซุน"

ประธานซุนมองเธออีกหลายครั้งด้วยสายตาหื่นกาม

หลีปั้นเมิ่งยกซองเอกสารขึ้นมากอดไว้แนบอกเพื่อบังสายตา พลางฝืนยิ้มออกมาเล็กน้อย

เธอต้องเตรียมตัวให้ดีหน่อยแล้ว พยายามให้คืนนี้มีประธานบริษัทสักคนถูกใจแผนงานของเธอให้ได้ และยอมตกลงร่วมลงทุนด้วย

ทุกอย่างยากเสมอในช่วงเริ่มต้น

เมื่อก้าวแรกผ่านพ้นไปได้ ก้าวต่อ ๆ ไปก็จะง่ายขึ้นเยอะ

หลีปั้นเมิ่งเพิ่งจะเดินออกมาจากบริษัทแห่งนั้น แต่กลับได้รับโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาล

"ฮัลโหล ใช่คุณหลีปั้นเมิ่งใช่ไหมครับ"

"ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าจากที่ไหนคะ"

"ผมติดต่อจากแผนกสูตินรีเวชครับ ใบยินยอมรับการผ่าตัดของคุณเซ็นชื่อเรียบร้อยหรือยังครับ" อีกฝ่ายกล่าว "ยิ่งผ่าตัดเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป ตัวอ่อนจะค่อย ๆ โตขึ้น แบบนั้นจะส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณมากขึ้นนะครับ"
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 30

    จงเฉิงเจ๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย "พี่ครับ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ พี่ไม่ได้ข่าวบ้างเลยเหรอ"จงเซ่าเหนียนเผยสีหน้าปกติ ตอบกลับว่า "เธออยากทำอะไรก็ปล่อยเธอไป ฉันไม่ก้าวก่าย"เรื่องหย่าร้าง ยังให้คนในตระกูลจงรู้ตอนนี้ไม่ได้เพื่อไม่ให้มีใครหลุดปากพูดต่อหน้าคุณย่าร่างกายของท่านตอนนี้ ยังทนรับอารมณ์โกรธไม่ไหวแม้จงเซ่าเหนียนกับจงเฉิงเจ๋อจะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ความจริงแล้วมีการติดต่อกันส่วนตัวค่อนข้างน้อยตรงกันข้าม จงเฉิงเจ๋อจะสนิทสนมกับเผยไหวเซิงมากกว่ามักจะนัดเจอกันอยู่บ่อยครั้ง"ประเด็นคือ…" จงเฉิงเจ๋อหยั่งเชิง "เผยไหวเซิงคอยช่วยเหลือพี่สะใภ้มาตลอด ออกแรงไปไม่น้อยเลย ในหอศิลป์ก็เห็นเขาป้วนเปี้ยนอยู่บ่อย ๆ"ปากกาหมึกซึมในมือของจงเซ่าเหนียนค่อย ๆ ถูกกำแน่นขึ้นเมื่อเห็นเขาไม่พูดอะไร จงเฉิงเจ๋อจึงพูดต่อ "พี่ครับ พี่ก็รู้ว่าผมกับเผยไหวเซิงสนิทกัน เลยพอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง เขาช่วยพี่สะใภ้ติดต่อจิตรกรดัง ๆ ให้มาช่วยโปรโมตหอศิลป์เพื่อสร้างชื่อเสียง วิ่งเต้นหาเส้นสายไปทั่ว เขาดูจะ...ใส่ใจเกินไปหน่อยนะ""แต่ผมก็พูดอะไรมากไม่ได้ เขาเป็นเพื่อนผม ส่วนพี่สะใภ้ก็เป็นภรรยาพี่ ผมอยู่ตรงกลางมัน

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 29

    เขาไม่อยากให้เงินตกไปอยู่ในมือของหลานชายหลานสาวแม้แต่บาทเดียว เพราะในอนาคตตั้งใจจะเก็บไว้ให้หลีชิงเสวี่ยลูกสาวคนเดียวหลีปั้นเมิ่งคนนี้ เจ้าเล่ห์กว่าหลีซวี่ฮั่วมากนักคอยขุดหลุมพรางให้เขาทุกที่ และก็คอยหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเองไว้ทุกทางเช่นกันตอนที่หลีปั้นเมิ่งเดินออกจากบ้านเดิมตระกูลหลี รอยยิ้มของเธอดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์ดีสุด ๆหลีหงยืนอยู่ที่หน้าต่างห้องโถง มองตามหลังเงาร่างของเธอที่เดินจากไปไม่นึกเลยว่า จิ้งจอกเฒ่าอายุรุ่นราวคราวห้าสิบกว่าอย่างเขา จะมาเสียท่าโดนหลีปั้นเมิ่งวางแผนตลบหลังเข้าให้เป็นเพราะเขาประมาทและประเมินคู่ต่อสู้ต่ำเกินไปไม่เป็นไร นี่มันแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นต่อจากนี้ มาดูกันว่าคลื่นลูกใหม่จะพัดแรงกว่าคลื่นลูกเก่า หรือขิงจะยังเผ็ดกว่าเพราะความแก่หลังจากหลีปั้นเมิ่งได้รับ 'เงินลงทุน' ตามที่หลีหงเรียก เธอก็รีบไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาหนึ่งคันทันทีทั้งยังเป็นรุ่นที่ถูกที่สุด คันเล็ก ๆ สั้น ๆ ราคาประมาณหนึ่งแสนห้าหมื่นบาทเท่านั้นที่เขาเรียกกันทั่วไปว่ารถ 'หัวปลาพริกสับ' ไม่มีรถ ก็ไปไหนมาไหนลำบากเมื่อมีรถขับแล้ว หลีปั้นเมิ่งก็เริ่มตระเวนเลือกสถาน

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 28

    ไม่นาน หลีหงก็ปรับอารมณ์ให้คงที่ได้เขารู้อยู่แล้วว่าถ้าหลีปั้นเมิ่งไม่มีธุระคงไม่มาหาถึงที่นี่แน่หลานสาวคนนี้ของเขา ดูเป็นผู้เป็นคนมากกว่าหลานชายคนนั้นตั้งเยอะน่าเสียดายที่เป็นผู้หญิง แถมยังมีพันธะสัญญาหมั้นหมายติดตัวคงจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มากนักหลีหงกระแอมไอสองครั้งแล้วใช้ข้ออ้างแบบเดิม ปั้นเมิ่งเอ๊ย หลานเป็นผู้หญิงจะไปเข้าใจเรื่องบริหารบริษัทได้ยังไง อีกอย่าง งานเลี้ยงรับรองที่ต้องดื่มเหล้าเมายาน่ะ หลานดื่มไหวเหรอ ไม่จำเป็นต้องไปลำบากขนาดนั้นหรอก ปรนนิบัติท่านประธานจงให้ดี นั่นน่ะดีกว่าอะไรทั้งหมดแล้ว""ผู้หญิงแล้วยังไงคะ ผู้หญิงจะพึ่งพาผู้ชายไปตลอดได้ที่ไหน" หลีปั้นเมิ่งยิ้มตาหยี "อีกอย่าง ชิงเสวี่ยก็เป็นผู้หญิง อาเองก็มีลูกสาวแค่คนเดียว อนาคตก็ต้องให้เธอรับช่วงต่ออยู่ดี"หลีหงมีลูกสาวเพียงคนเดียว ชื่อว่าหลีชิงเสวี่ยเธอไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ ช่วงนี้เพิ่งเรียนจบ อีกไม่นานคงจะกลับประเทศแล้วทันทีที่หลีชิงเสวี่ยกลับมา หลีหงย่อมต้องฟูมฟักสั่งสอนเธออย่างดีแน่นอนถึงตอนนั้นก็คงไม่มีที่ยืนสำหรับหลีซวี่ฮั่วและหลีปั้นเมิ่งอีกต่อไป"เฮ้อ ชิงเสวี่ยไม่ได้ว

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 27

    เมื่อส่องดูกับแสงแดด รอยร้าวนั้นยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้นแต่ว่าการที่ยังรักษาเอาไว้ได้ก็นับว่าเป็นโชคดีในความโชคร้ายแล้วหลีปั้นเมิ่งจ่ายเงินและกล่าวขอบคุณ ก่อนจะกลับไปยังวิลล่าตระกูลหลีเป็นอย่างที่คิดไว้ หลีซวี่ฮั่วที่ปกติจะเอาแต่นอนอาบแดดบนโซฟาได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยนานแล้วหลีปั้นเมิ่งถอนหายใจ เดินออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังบ้านเดิมตระกูลหลีพ่อบ้านของบ้านเก่าชะงักไปเมื่อเห็นเธอ "คุณ... คุณปั้นเมิ่งมาแล้วเหรอครับ"ปกติแล้ว หลีปั้นเมิ่งจะแวะมาเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้นเวลาปกติ เธอแทบจะไม่เหยียบเข้ามาที่นี่เลยสักก้าวเดียวเธอและครอบครัวของหลีหงผู้เป็นอารอง มีความสัมพันธ์แบบหน้าชื่นอกตรมอย่างชัดเจนเนื่องจากคุณนายเฒ่าหลียังมีชีวิตอยู่ คนในตระกูลหลีจึงตกลงใจที่จะแสดงละครให้ดูรักใคร่กลมเกลียวกันไว้ เพื่อไม่ให้คนแก่ต้องเสียใจหลีหงยึดครองทรัพย์สิน บริษัทและสินทรัพย์ของพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่เสียชีวิตไป หลายปีมานี้เขาก็คอยเฝ้าระวังไม่ให้หลีซวี่ฮั่วและหลีปั้นเมิ่งกลับมามีอำนาจ คอยกดหัวทั้งทางตรงและทางอ้อมส่วนหลีซวี่ฮั่วก็เป็นคนไม่ได้ความจริง ๆหลีปั้นเมิ่งก็เป็นคนคลั่งรัก หลายปีมานี้มัว

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 26

    ร้านเครื่องประดับพนักงานรับลูกปัดที่หลีปั้นเมิ่งยื่นให้มาดูอย่างละเอียด ก่อนจะส่ายหน้า "ขออภัยด้วยค่ะ ทางเราซ่อมให้ไม่ได้จริง ๆ"หลีปั้นเมิ่งกล่าวขอบคุณเสียงเบา เดินออกจากร้านแล้วเปลี่ยนไปอีกร้านหนึ่งไม่ว่าจะเป็นร้านขายทอง ขายเพชรหรือขายหยก เธอเดินเข้าออกร้านแล้วร้านเล่าจนสุดท้าย ช่างฝีมืออาวุโสคนหนึ่งดูแล้วบอกว่า "ผมจะลองติดกาวซ่อมดูให้ แต่ไม่รับประกันว่าจะสำเร็จนะ""ค่ะ รบกวนช่วยซ่อมให้เต็มที่ก็พอค่ะ"ถ้าไม่ซ่อมให้ดี อีกไม่นานลูกปัดเม็ดนี้คงจะแตกสลายไปทั้งหมดถึงตอนนั้นมันคงจะพังพินาศจนซ่อมไม่ได้อีกช่างอาวุโสหยิบเครื่องมือออกมาอย่างชำนาญ พลางถามขึ้นลอย ๆ "ดูแล้วมันก็ไม่ได้ราคาแพงอะไรนะ สำคัญกับคุณมากเลยเหรอครับ""เป็นของดูต่างหน้าของคุณพ่อคุณแม่ค่ะ""โธ่เอ๋ย" ช่างชะงักมือ "งั้นถ้าผมซ่อมไม่..."หลีปั้นเมิ่งพูดแทรก "ไม่เป็นไรค่ะช่าง ฉันไม่ตำหนิคุณหรอกค่ะ ฉันเดินบนถนนสายนี้มาครึ่งชั่วโมงแล้ว มีแค่คุณคนเดียวที่ยอมรับงานนี้""ตกลง"ช่างอาวุโสสวมแว่นสายตายาว และเริ่มลงมือซ่อมแซมอย่างตั้งใจเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นกะทันหันหลีปั้นเมิ่งเหลือบมองแล้วกดรับ "ฮัลโหล พี่"

  • แอบท้องแล้วหย่า อดีตสามีเย็นชาตามง้อ   บทที่ 25

    ส่วนหลีปั้นเมิ่งได้เริ่มออกตามหาลูกปัดอีกครั้ง ในที่สุด เธอก็หันไปเจอมันที่ขอบมุมห้องแต่ว่า ลูกปัดนั้นแตกออกเสียแล้วมีรอยร้าวปรากฏให้เห็นเด่นชัดหลายจุด แค่แตะเบา ๆ ก็ดูเหมือนจะแตกสลายกลายเป็นเสี่ยง ๆหลีปั้นเมิ่งหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง วางไว้บนฝ่ามือโดยไม่กล้าออกแรงกดแม้แต่นิดเดียวหาเจอแล้ว แต่กลับมีรอยร้าวจะทำยังไงดีล่ะ จะซ่อมได้ไหมนะ ถ้าซ่อมไม่ได้...หัวใจของหลีปั้นเมิ่งปวดแปลบ เธอเงยหน้าขึ้นมองฟู่อวี๋เหยียนสายตาของเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ จนฟู่อวี๋เหยียนตกใจถอยไปอยู่ข้างกายจงเซ่าเหนียนสร้อยข้อมือนี่มันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ สำคัญขนาดที่จงเซ่าเหนียนยอมยืนดูเธอโดนตบหน้าฉาดใหญ่ โดยไม่ยอมออกโรงปกป้องเธอเลยเนี่ยนะ!ฟู่อวี๋เหยียนเองก็ไม่กล้าถาม ได้แต่เอามือกุมแก้มก้มหน้าเงียบ ๆ ปล่อยให้ผมสยายลงมาบดบังใบหน้าเพื่อรักษาภาพลักษณ์ผู้ถูกกระทำต่อไป"อาเหยียนไม่ได้ตั้งใจ" จงเซ่าเหนียนกล่าว "แต่เธอกลับลงไม้ลงมืองั้นเหรอ" "ฉันจะตบเธอ นายจะทำไม เธอไม่ควรโดนเหรอ" หลีปั้นเมิ่งตอบสวนจงเซ่าเหนียนขมวดคิ้วมุ่น "ยัยผู้หญิงปากร้าย""ฉันแค่แค้นที่เมื่อกี้ตบเบาไป น่าจะตบให้ห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status