หลีฮวาถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางยกมือขึ้นตบหน้าอกเบา ๆ โชคดีเหลือเกินที่ไม่มีใครพบเห็นนางมิกล้าประมาท รีบเงยหน้าขึ้นแล้วแนบหูเข้ากับช่องโหว่ของบานหน้าต่างเจียงโย่วหนิงทอดถอนใจ เอ่ยเสียงแผ่วเบา “ในจวนนี้ ท่านแม่ก็มิได้โปรดปรานข้าแต่แรกอยู่แล้ว ยามนี้ท่านย่ากลับมาก็ยิ่งรังเกียจข้าหนักขึ้นไปอีก ตอนนี้ท่านย่าป่วยไข้ อารมณ์เสียอยู่ทุกวัน เกรงว่าอีกประเดี๋ยวตอนไปคารวะเช้าเย็น คงจะหาเรื่องระบายโทสะเอาที่ข้าแน่ ฟางเฟย ข้าควรทำเช่นไรดี?”เดิมทีนางเป็นคนอ่อนโยนหัวอ่อน น้ำเสียงที่ดูน่าสงสารและไร้ที่พึ่งเช่นนี้ ช่างไม่ต่างอันใดกับวาจาและการกระทำในยามปกติของนางเลยหลีฮวาจึงมิได้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยแม้แต่น้อยในใจของนางนั้น เจียงโย่วหนิงเป็นเพียงคนขี้ขลาดตาขาว หวาดกลัวไปเสียทุกเรื่อง และไร้ประโยชน์ที่สุดมาโดยตลอดนางดูแคลนเจียงโย่วหนิงจากก้นบึ้งของหัวใจ“บ่าวก็ไม่รู้เช่นกันเจ้าค่ะ” ฟางเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอว่า “เช่นนั้น คุณหนูก็แสร้งป่วยดีหรือไม่เจ้าคะ? หากท่านบอกว่าล้มป่วย ฮูหยินผู้เฒ่าก็คงมิให้ท่านไปแล้วกระมัง?”ถ้อยคำที่นางเอ่ยออกมายามนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่ปรึกษาหารือกับคุณหน
Ler mais