Alle Kapitel von (5P) ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายจงลู่ชิงพร้อมระบบ (เล่ม1): Kapitel 31 – Kapitel 40

46 Kapitel

-29- แข่งความมั่งคั่ง

ท้องฟ้าเหนือวังหลวงถูกฉาบด้วยสีทองอร่ามจากโคมไฟนับหมื่นดวงที่ประดับประดาเพื่อรับรองขบวนจากแดนประจิม จงลู่ชิงก้าวลงจากรถม้าในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มปักดิ้นเงินเป็นรูปมังกรทะยานฟ้า ท่วงท่าสง่างามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจทว่าสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือบนไหล่ระหงของนางมีเสี่ยวเฮยเกาะอยู่อย่างสงบนิ่ง ดวงตาสีแดงทับทิมของมันกวาดมองไปทั่วราวกับองครักษ์ผู้พิทักษ์"ไปกันเถอะหนุ่มๆ วันนี้เรามีแขกที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ" หลินอันยิ้มกริ่มพลางเดินนำสี่สวามีที่แต่งกายเต็มยศก้าวเข้าสู่ท้องพระโรงมหาปราสาทในงานเลี้ยงรับรอง บรรยากาศดูเหมือนจะชื่นมื่น แต่ภายใต้รอยยิ้มนั้นกลับคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความขัดแย้ง องค์ชายเซียวประทับอยู่เยื้องกับจงลู่ชิง เขาสวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูสะอาดตาแต่แววตากลับแพรวพราวด้วยเล่ห์เหลี่ยม"องค์หญิงใหญ่... สุราดอกท้อป่าจากแดนประจิมของข้า รสชาติเลิศล้ำยิ่งนัก หากได้ดื่มจากมือของข้า... รสชาติคงจะยิ่งตราตรึง" เซียวอวี่ฮว๋างเอ่ยพลางลุกขึ้นถือจอกสุราทองคำเดินตรงมาหาหลินอัน เขานั่งลงข้างกายชิดจนไหล่เกือบเกยกัน พลางยื่นจอกสุรามาที่ริมฝีปากของนาง"เชิญพะยะค่ะ... ให้ข้าได้ปรนนิบัติท่าน"เคร้ง!ยั
Mehr lesen

- 30 -เรียกชื่อพวกเรา

ห้องบรรทมกว้างขวางของตำหนักกลิ่นกำยานกุหลาบป่าที่ผสมผสานกับกลิ่นอายพลังปราณของยอดบุรุษทั้งสี่อบอวลไปทั่วชั้นบรรยากาศ แสงเทียนไหวระริกตามแรงลมที่พัดผ่านม่านไหมบางเบา จงลู่ชิงนั่งอยู่กึ่งกลางเตียงหยกมหึมาที่ปูทับด้วยขนสัตว์นุ่มละเอียด นางอยู่ในชุดคลุมผ้าไหมสีแดงเพลิงที่หมิ่นเหม่จะหลุดจากไหล่เนียนทุกลมหายใจเข้าออกเบื้องหน้าของนางคือสี่สวามีที่บัดนี้เปลือยท่อนบนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลังและความปรารถนาที่กักขังไว้ไม่มิด"คืนนี้... พวกท่านดูดุร้ายกว่าปกติแฮะ" หลินอันหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาซุกซนกวาดมองไปที่แผงอกกว้างของเหยียนจวิ้น ลาดไหล่สง่างามของเฟิงอี้ ผิวพรรณนวลเนียนของหลีหาน และเงาร่างที่แฝงไปด้วยอันตรายของมั่วอิ่ง"ก็ใครเล่า... ที่ไปท้าทายโทสะและความหึงหวงของพวกข้ากลางงานเลี้ยง"เหยียนจวิ้นเอ่ยเสียงพร่า เขาเป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นมาบนเตียงหยก เข่าแกร่งกดทับลงบนฟูกนุ่มพลางรวบเอวบางของหลินอันเข้าหาตัว"เจ้าเปย์อัญมณีให้คนทั้งโลกเห็นได้... แต่คืนนี้ เจ้าต้อง 'เปย์' ร่างกายและวิญญาณให้พวกข้าเพียงสี่คนเท่านั้น"เหยียนจวิ้นจู่โจมด้วยจุมพิตที่หนักหน่วงดุดันประดุจแม่ทัพบุกตะ
Mehr lesen

-31 - คนของข้า

เหนือลานประลองหลวงในเช้าวันนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความรื่นเริงเหมือนงานเลี้ยงเมื่อคืน แต่มันกลับปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกแห่งสงครามและความตายจงลู่ชิงก้าวเข้าสู่ปะรำพิธีด้วยท่วงท่าที่เปลี่ยนไป รัศมีพลังสายฟ้าในร่างของนางดูเข้มข้นและทรงพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผลจากการผสานพันธะราคะกับสี่สวามีเมื่อคืนทำให้นางดูเปล่งปลั่งและเปี่ยมไปด้วยอำนาจนางสวมชุดเกราะเบาสีม่วง ตัดกับชายกระโปรงผ้าไหมพลิ้วไหวสีเงินและปักลายสายฟ้า ที่ขาดไม่ได้คือเสี่ยวเฮยนกน้อยขนดำขลับดุจเหล็กกล้าที่เกาะนิ่งอยู่บนไหล่ซ้ายของนางไม่ห่าง ดวงตาสีแดงของมันวาวโรจน์จ้องมองไปที่เบื้องล่างอย่างระแวดระวังเซียวอวี่ยืนรออยู่กึ่งกลางลานประลอง ในชุดศึกสีขาวขลิบทองดูสง่างามทว่าเยือกเย็น แต่ทันทีที่จงลู่ชิงเดินเข้ามาใกล้พอที่เขาจะสังเกตเห็นรายละเอียดบนผิวกาย แววตาขององค์ชายแห่งแดนประจิมก็พลันเปลี่ยนไปจากความลุ่มหลงกลายเป็นความบ้าคลั่งที่ซอกคอขาวผ่องของจงลู่ชิง ปรากฏรอยกุหลาบสีแดงเข้มหลายจุดที่จงใจประทับไว้โดยสี่สวามีเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ รอยเหล่านั้นเด่นชัดเสียจนผ้าไหมคอสูงไม่อาจปกปิดได้มิด"จง... ลู่... ชิง!" เซียวอวี่คำรามลอดไรฟัน ร่างกาย
Mehr lesen

- 32/1 -ทางรักษาแค่ทางเดียว

ตำหนักบรรทมขององค์หญิงใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยความสุขสราญ บัดนี้กลับเงียบเชียบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดของบุรุษทั้งสี่ที่นอนเรียงรายอยู่บนเตียงหยกขนาดยักษ์จงลู่ชิงนั่งกุมมือเหยียนจวิ้นที่บัดนี้ผิวพรรณซีดเซียวประดุจขี้เถ้า แผลจากไอเย็นเยือกแข็งของเซียวอวี่ยังคงแผ่กระจายไอสีดำออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่นักหลอมโอสถที่เก่งที่สุดในวังหลวงก็ทำได้เพียงประคองอาการ"ทูลองค์หญิงใหญ่... กระหม่อมจนปัญญาจริงๆ พะยะค่ะ" ท่านหมอหลวงเฒ่าเอ่ยพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก"ปราณน้ำแข็งของแดนประจิมช่างโหดร้ายนัก มันไม่ได้เพียงทำลายเนื้อหนัง แต่พยายามจะแช่แข็งเส้นชีพจรปราณจากภายใน หากปล่อยไว้เช่นนี้ไม่เกินรุ่งสาง... เส้นชีพจรของพวกเขาทั้งสี่จะแตกสลาย และดวงวิญญาณจะมอดดับไปตลอดกาล""ไม่มีวิธีเลยหรือท่านหมอ!?" หลินอันตวาดเสียงสั่น นางหันไปมองหลีหานที่นอนนิ่งราวกับตุ๊กตาแก้วที่ร้าวระแหง และมั่วอิ่งกับเฟิงอี้ที่ลมหายใจแผ่วเบาจนน่าใจหาย"มีทางเดียวพะยะค่ะ..." หมอหลวงอึกอัก"ต้องใช้พลังรักษาธาตุพฤกษาขั้นสูงสุดที่สามารถแทรกซึมไปตามเส้นชีพจรเพื่อสลายไอเย็นนี้ ซึ่งในอาณาจักรเรา... มีเพียงคนเดียวที่มีพลังนี้ในระดับท
Mehr lesen

- 32/2 -ทางรักษาแค่ทางเดียว

จงลู่ชิงยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของทหารองครักษ์นับร้อยที่มารดาส่งมาอารักขาอย่างแน่นหนา ทว่าความอุ่นใจนั้นกลับเบาบางดุจสายหมอก เมื่อเบื้องหน้าของนางคือจงอวี่ที่กำลังนั่งอยู่บนขอบเตียงหยก นิ้วเรียวงามของนางกรีดกรายวางลงบนแผงอกของเหยียนจวิ้นด้วยท่วงท่าที่ดูแช่มช้อยทว่าน่าขนลุก"ใจเย็นๆ สิเพคะพี่หญิง... พลังรักษาของข้าต้องใช้สมาธิสูง หากท่านกดดันข้าเช่นนี้ แล้วข้าเผลอเดินปราณผิดที่... สวามีของท่านอาจจะธาตุไฟเข้าแทรกเอาได้นะเพคะ" จงอวี่เอ่ยเสียงหวานหยดย้อย แต่ดวงตากลับฉายแววผู้ชนะหลินอันกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ นางพยายามเรียกใช้ระบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่หน้าจอสีแดงที่ค้างอยู่ในหัวยังคงแสดงตัวเลขการอัปเดตที่เดินช้าประดุจเต่าคลาน 'บ้าเอ๊ย! อีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะใช้งานได้... ขอให้รอดไปให้ถึงตอนนั้นเถอะ'จงอวี่เริ่มร่ายมนต์รักษา ปราณสีเขียวมรกตที่ดูมีชีวิตชีวาแผ่ออกมาจากฝ่ามือของนางเข้าสู่ร่างของเหยียนจวิ้นและคนอื่นๆ ในสายตาของหมอหลวงและทหารรอบข้าง มันดูเหมือนการช่วยเหลือที่เปี่ยมไปด้วยเมตตา ทว่าหลินอันกลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ... ผิวพรรณของสวามีทั้งสี่ไม่ได้กลับมามีเลือดฝาด แต่กลับเริ่มเปลี่ย
Mehr lesen

- 32/3 -ทางรักษาแค่ทางเดียว

ท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มกัดกินสติสัมปชัญญะของจงลู่ชิง เสียงหัวเราะเยาะของจงอวี่และจ้านเก้อดูเหมือนจะแผ่วเบาไกลออกไปทุกที ร่างกายของนางที่ถูกกดให้คุกเข่าลงกับพื้นนั้นหนักอึ้งประดุจถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น ความสิ้นหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในอกเมื่อมองเห็นเงาร่างของสี่สวามีที่แน่นิ่งไปบนเตียงหยกและในวินาทีที่ดวงตาของนางกำลังจะปิดสนิท แสงสีทองสว่างวาบก็ระเบิดขึ้นในห้วงความคิดที่ว่างเปล่า พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ที่คุ้นเคยซึ่งดังขึ้นประดุจระฆังช่วยชีวิต![ติ๊ง! SYSTEM RECOVERY COMPLETE (100%) ][ระบบกลับมาใช้งานได้ตามปกติ!][สถานการณ์วิกฤต: ตรวจพบระดับพลังชีวิตของโฮสต์และสวามีอยู่ในขั้นอันตราย][ทางเลือกจำกัด (เลือกได้เพียงหนึ่งอย่าง) :]กู้คืนสถานะโฮสต์: รักษาบาดแผลและเติมพลังสายฟ้าให้เต็มพิกัดเพื่อเอาตัวรอด (ราคา 50,000,000 เหรียญทอง)เยียวยาแก่นปราณสวามี: สลายพิษรากไม้และไอเย็นเพื่อรักษาชีวิตสวามีทั้งสี่ (ราคา 50,000,000 เหรียญทอง)'เลือก... เลือกสวามี...'หลินอันตอบกลับในใจโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้เพียงเสี้ยววินาที แม้ร่างกายของนางจะถูกทำร้าย หรือศักดิ์ศรีจะถูกเหยียบย่ำ แต่นางไม
Mehr lesen

- 33/1 -เทือกเขาเร้นลับ

กลางเศษซากของความล่มสลาย แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างซึ่งแตกกระจายไม่อาจขับไล่ไอเย็นที่หลงเหลือจากเหตุการณ์กบฏเมื่อคืนได้ เหยียนจวิ้นลืมตาขึ้นมาเป็นคนแรก ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความเจ็บปวดอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นมวลพลังอบอุ่นมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในแก่นปราณ มันบริสุทธิ์และคุ้นเคยเสียจนหัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ"จงลู่ชิง..." เขาร้องเรียก นัยน์ตาคมกวาดมองไปรอบเตียงหยกที่ว่างเปล่า ความว่างเปล่าที่รัดรึงหัวใจจนหายใจไม่ออกไม่นานนักเฟิงอี้ที่ตามมาด้วยมั่วอิ่งและหลีหานก็เริ่มรู้สึกตัว ทันทีที่สติกลับคืนมา ทั้งสี่ต่างมองหน้ากันด้วยความตระหนก พวกเขายังจำสัมผัสสุดท้ายของรากไม้สังหารที่รัดรึงวิญญาณได้ดี แต่บัดนี้มันกลับหายไปสิ้นซาก เหลือเพียงพลังปราณที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม"นางอยู่ที่ไหน!" มั่วอิ่งเค้นเสียงถาม องครักษ์หญิงที่รอดชีวิตคลานเข้ามาหมอบแทบเท้า ร่างกายของนางสั่นเทาด้วยความสะเทือนใจ"ทูลท่านสวามี... เมื่อคืนนี้องค์หญิงทรง... ทรงสละโอกาสที่จะรักษาพระองค์เอง ทรงใช้เหรียญทองและพลังทั้งหมดที่มีเยียวยาแก่นปราณของพวกท่านจนหมดสิ้นเพคะ" นางกำนัลสะอื้นฮัก"ในยามที่นางสิ้นสติและไร้ทางสู้
Mehr lesen

- 33/2 -เทือกเขาเร้นลับ

สายฝนกระหน่ำซัดลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงฝีเท้าอาชาศึกสี่ตัวหวดกรงเล็บเหล็กลงบนพื้นดินโคลนดังกึกก้องไปทั่วป่าอาถรรพ์ที่ตั้งอยู่ชายขอบเทือกเขาเร้นลับ เหยียนจวิ้น, เฟิงอี้, หลีหาน และมั่วอิ่ง ควบม้าทะยานฝ่าความมืดมิดโดยมีเพียงแสงสว่างเลือนรางจากปราณอัคคีของเหยียนจวิ้นที่จุดประกายบนปลายดาบเพื่อนำทาง"เฟิงอี้! ตราประทับเลือดนั่นยังบอกทิศทางได้อยู่หรือไม่!" เหยียนจวิ้นตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้อง เฟิงอี้ที่กุมมือข้างหนึ่งไว้ที่หน้าอกเพื่อประคองสมาธิขมวดคิ้วแน่น"ทิศทางน่ะยังบอกได้... แต่บรรยากาศรอบตัวเรามันเริ่มประหลาดขึ้นทุกที เหยียนจวิ้น ระวัง! ป่าแห่งนี้ไม่ใช่ป่าธรรมดาเสียแล้ว!"ทันทีที่สิ้นคำของเฟิงอี้ หมอกควันสีดำสนิทที่เย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งก็พวยพุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน มันไม่ได้พุ่งเข้าโจมตีเพื่อปลิดชีวิต แต่กลับม้วนตัวพันธนาการรอบขาม้าและบดบังทัศนวิสัยจนมองไม่เห็นแม้แต่หางม้าของคนที่อยู่ข้างหน้า"บ้าเอ๊ย! มองไม่เห็นอะไรเลย!" หลีหานพยายามใช้ปราณวารีพัดพาหมอกออกไป แต่หมอกเหล่านั้นกลับแยกตัวและรวมตัวกันใหม่ราวกับมีชีวิตเงามืดเหล่านั้นเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างลวงตา บ้างก็เห็นเป็นภาพของจงอวี
Mehr lesen

- 34/1 - ความวุ่นวายในตำหนักอีกา

ท่ามกลางยอดเขาสูงเสียดฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอก ปรากฏพระราชวังสีดำทมิฬทรงโบราณที่ดูน่าเกรงขามประดุจหลุดออกมาจากตำนานปรัมปรา "ตำหนักอีกา" ตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเดี่ยว ล้อมรอบด้วยหน้าผาชันที่ไม่มีทางขึ้นหากเจ้าของบ้านไม่อนุญาตเหยียนจวิ้น, เฟิงอี้, หลีหาน และมั่วอิ่ง ก้าวเท้าข้ามธรณีประตูมหาปราสาทเข้ามาด้วยความระแวดระวัง พวกเขาแปลกใจนักที่ตลอดทางขึ้นเขาที่ควรจะมีกับดักนับหมื่นกลับราบรื่นอย่างประหลาด ราวกับว่าเจ้าบ้านกำลังเปิดประตูเชื้อเชิญให้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามาติดกับดักด้วยตัวเองภายในห้องโถงกว้างที่ปูด้วยหินโมราสีดำวาววับ แสงเทียนสีม่วงสลัวไหวระริกตามแรงลม เบื้องหน้าของพวกเขาคือบัลลังก์ไม้แกะสลักเป็นรูปปีกนกที่แผ่กว้าง และบนนั้น... ชายในชุดคลุมสีดำสนิทผู้สวมหน้ากากอีกาดำนั่งอยู่อย่างสงบนิ่ง ขาข้างหนึ่งไขว่ห้าง ท่วงท่าเต็มไปด้วยความโอหังและทรงอำนาจและสิ่งที่ทำให้สี่สวามีต้องชะงักคือ บนไหล่กว้างของชายลึกลับผู้นั้น เสี่ยวเฮยนกน้อยขนปุยสีดำสนิทของจงลู่ชิง เกาะอยู่อย่างคุ้นเคย มันไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือขัดขืน มิหนำซ้ำยังไซ้ขนตัวเองอย่างสบายใจ ราวกับว่าชายคนนี้คือเจ้าของอีกคน
Mehr lesen

- 34/2 - ความวุ่นวายในตำหนักอีกา

ตำหนักอีกาอันเงียบสงัดบรรยากาศที่ควรจะดูขรึมขลังกลับถูกทำลายลงด้วยเงาร่างตะคุ่มๆ สีร่างที่กำลังคลานเข่าเกาะขอบหน้าต่างและพุ่มไม้ประดับอย่างทุลักทุเลเหยียนจวิ้น, เฟิงอี้, หลีหาน และมั่วอิ่ง แม้จะได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับหน้ากากอีกาดำเมื่อตอนกลางวัน แต่สัญชาตญาณความหวงก้าง เอ้ย! ความห่วงใยในตัวสวามีที่มีต่อยอดดวงใจนั้นแรงกล้ายิ่งกว่าความเจ็บปวดใดๆ"ชู่ววว... เบาๆ หน่อยสิท่านเหยียนจวิ้น! เกราะท่านมันดัง เคร้งคร้าง จนอีกาทั้งเขาจะตื่นหมดแล้ว!" หลีหานกระซิบเสียงเขียวพลางดึงชายเสื้อเกราะของแม่ทัพหนุ่มไว้"ก็ข้าเป็นนักรบ! จะให้เดินย่องเหมือนแมวขโมยแบบมั่วอิ่งได้ยังไงล่ะ" เหยียนจวิ้นกระซิบตอบอย่างหัวเสีย พลางพยายามขยับตัวที่ใหญ่โตของเขาหลบหลังเสาต้นเล็กๆ ที่บังตัวเขาไม่มิดเลยแม้แต่นิดเดียว"แล้วเจ้าล่ะเฟิงอี้! จะถือพัดมาทำไมตอนนี้ มันเกะกะ!""พัดคือชีวิตของข้าเหยียนจวิ้น อีกอย่าง... ข้ากำลังใช้พลังปราณตรวจจับเวทมนตร์รอบตำหนักอยู่" เฟิงอี้ตอบหน้าตาย ทั้งที่จริงเขาแค่เอาพัดมาปิดหน้าเพื่อบังความอับอายที่ต้องมาทำอะไรลับๆ ล่อๆ แบบนี้เมื่อทั้งสี่แฝงกายมาถึงหน้าประตูห้องบรรทมชั้นในของจงลู่ชิงได้ส
Mehr lesen
ZURÜCK
12345
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status