เช้าวันต่อมา บรรยากาศในท้องพระโรงเคร่งเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก กลิ่นกำยานที่เคยให้ความรู้สึกสงบกลับดูหนักอึ้ง เหล่าขุนนางยืนแบ่งฝ่ายกันชัดเจน แถวหน้าสุดคือหวงจื่อเยียนที่หายดีเป็นปกติ เขาสวมชุดขุนนางเต็มยศสีเข้ม ปักลายดิ้นทองที่แสดงถึงอำนาจเหนือใคร ใบหน้าคมสันเรียบเฉยดุจกำแพงหิน ทว่ารัศมีที่แผ่ออกมากลับข่มขวัญผู้คนได้มากกว่าเดิม"ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าการที่ใต้เท้าหวงสั่งโยกย้ายงบประมาณจากกรมพิธีการไปให้กรมอาญาโดยพลการ เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตพะย่ะค่ะ" ขุนนางฝ่ายฮองเฮาคนหนึ่งก้าวออกมาทูลด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าทว่าพยายามใจดีสู้เสือหวงจื่อเยียนไม่ได้หันไปมองคู่กรณีแม้แต่น้อย เขาเพียงแต่ปรายหางตาที่เย็นเยียบไปที่ขุนนางผู้นั้น "งบประมาณที่ว่าคือส่วนที่พวกท่านทำหายไประหว่างการจัดงานชมบุปผาใช่หรือไม่ ข้าเพียงแต่นำมันมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงคุกหลวงเพื่อรองรับคนโกง ที่อาจจะเพิ่มขึ้นในเร็ว ๆ นี้"คำพูดที่เฉียบคมและเลือดเย็นทำเอาทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ ขุนนางหลายคนหน้าซีดเผือด หวงจื่อเยียนยังคงวางท่าทีจองหอง ไม่แยแสหน้าไหนทั้งสิ้นบนราชบัลลังก์ฮ่องเต้ทรงประทับนิ่ง ทอดพระเนตรแผ่นหลังที่ตั
Read more