ม่านหมอกไฟลอยล่องยามสนธยา ลมแผ่วพัดพากลิ่นไหม้แสบฉุนพร้อมขี้เถ้าหม่นเทาลอยละล่องคล้ายหิมะสีนิล เปลวเพลิงยังคงพิโรธมอดไหม้ ราวไฟจากขุมนรกที่จองจำวิญญาณนับร้อย แผดเสียงร้องสะท้อนก้องไปทั่วแคว้นจวนสกุลจ้าวที่เคยโอ่อ่าดุจวังสวรรค์ บัดนี้กลับเหลือเพียงซากปรักหักพัง“อั่ก!”ท่ามกลางภาพความพินาศ ร่างอาบโลหิตของข้ารับใช้ชายผู้หนึ่งที่กำลังกึ่งคลานกึ่งล้ม จมปลักอยู่บนพื้นแห้งกรัง ลมหายใจเจียนจะสิ้นลง แววตาขุ่นมัวด้วยความผวา ทั่วสรรพางค์กายเต็มไปด้วยด้วยบาดแผลจากคมดาบ ลึกเสียจนเนื้อหนังแดงฉาน สีขาวซีดของกระดูกบางท่อนโผล่ออกมาอย่างน่าสยดสยอง“แฮ่ก... แฮ่ก...”ลมหอบหายใจแผ่วสั้นสะท้อนความเจ็บปวดทรมาน รอยฟันยาวบนต้นขายังคงฉีกกว้างไม่สมาน การเคลื่อนขยับกายเพียงเล็กน้อยก็ประหนึ่งคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมลานกว้างที่ครั้งหนึ่งเคยงดงาม บัดนี้รายล้อมไปด้วยซากศพของข้ารับใช้จำนวนมาก แต่ละร่างล้วนบิดเบี้ยวในท่วงท่าที่ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะได้เห็น ผิวหนังไหม้เกรียม ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วปั่ก!เสียงไม้คานเรือนพังครืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ชายผู้นั้นพยายามเอื้อมมือที่สั่นระริก หวังยึดซากเสาเรือนที่ล้มลงเพ
Last Updated : 2026-07-21 Read more