INICIAR SESIÓN“...”
ภาพตรงหน้าที่เว่ยหลางได้เห็น หาใช่ลานกว้างเงียบเหงาเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา
แสงยามสายทอดเคลียปลายผมดำขลับของจ้าวเฟิ่งอี้ ผู้ยืนงงงันอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสับสน มือเล็กงุ่นง่านหยิบปลายเชือกผูกเอวขึ้นมาพลิกไปมาเหมือนกำลังไขปริศนาซับซ้อน ทั้งที่มันก็เป็นเพียงเชือกเส้นเดียว
“ฮึ่ย… โลกนี้ไม่มีเสื้อยืดหรือไงเนี่ย อยากจะบ้าจริง ๆ”
ริมฝีปากเล็กบ่นงึมงำเสียงแผ่ว มือซ้ายดึง มือขวาผูก แต่พอเผลอปล่อยก็หลุดออกหมด
ก่อนจะออกจากเรือน เสี่ยวผิงก็แสดงวิธีผูกให้ดูหลายตลบ ทว่าเพราะอี้กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาไกลไม่ทันระวังตัว เชือกที่เคยผูกไว้แน่นมันจึงหลุดลุ่ยไปเสียหมด ครั้นต้องลองผูกใหม่เองอีกครั้ง มันกลับยิ่งพันกันจนกลายเป็นปมใหญ่ ราวกับตั้งใจจะท้าทายความอดทนของเขาโดยเฉพาะ
เกย์น้อยไทยแลนด์อยากจะเดินโทง ๆ ปล่อยเสื้อผ้าให้หลุด ๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด!
“…”
ร่างเล็กยืนงงงันกลางลานกว้าง ไม่ได้สังเกตแม้แต่น้อยว่าจ้าวเว่ยหลางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าได้สักพักแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองนั้นอยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกัน แต่ภาพความแตกต่าง กลับชัดเจนเกินกว่าคำใดจะบรรยาย
คนหนึ่งสวมใส่อาภรณ์ชั้นสูง ตัดกับอีกคนหนึ่งในชุดผ้าป่านมอซอสีดำซีด ราวกับเส้นแบ่งระหว่างสวรรค์และโลกมนุษย์ ตอกย้ำว่าพวกเขายืนอยู่บนเส้นขนาน ไม่อาจบรรจบกันได้
ทั้งที่เป็นลูกหลานสกุลจ้าวเหมือนกัน แต่ชะตากลับกำหนดให้ต่างกันมากเหลือเกิน
“เดี๋ยวก็ปล่อยมันหลุดซะหรอก!”
“มีธุระอันใดกับข้า?”
“อ๊ะ!”
เสียงบ่นงึมงำยังไม่ทันจบดีก็ถูกกลบด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นที่ดังขึ้นจากเบื้องหน้า เป็นเว่ยหลางที่เอ่ยทักขึ้นมาก่อน เสียงนั้นนิ่งสนิท ปราศจากแววอารมณ์ใด ๆ ราวกับสายลมเหมันต์ฤดูที่พัดผ่าน
พ่อตัวร้ายน้อยมาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย! ไม่เห็นได้ยินเสียงเท้าเลย!
อี้สะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาหงส์คู่งามที่ยังเต็มไปด้วยความตื่นตะหนก เงยหน้ามองคนมาใหม่ตรงหน้า พลันเผยรอยยิ้มเจื่อน ๆ ที่ไม่รู้เลยว่ามันยิ่งดูประหลาดในสายตาของเว่ยหลางเข้าไปใหญ่
“ห-หวัดดี…” ร่างอ้อนแอ้นเอ่ยคำตะกุกตะกักหมายจะกลบเกลื่อน
อี้ไม่แน่ใจเลยว่าเว่ยหลางมายืนอยู่ตรงนั้นได้นานแค่ไหนแล้วและเขาจะเผลอได้ยินตนหลุดบ่นด้วยศัพท์ยุคปัจจุบันไปจนความแตกแล้วหรือเปล่า
“ข้าหมายถึง สวัสดี น่ะ…”
บรรยากาศรอบข้างพลันนิ่งสงัดในชั่วพริบตา ท่าทางเงอะงะไม่สมกับเป็นคุณชายยิ่งมีแต่จะทำให้เว่ยหลางนึกแปลกใจดวงตาคมลึกของเขาเพียงจับจ้องอย่างเงียบงัน ราวกับกำลังนึกแคลงใจว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใครกันแน่
แน่ล่ะว่าอี้มาที่นี่ก็เพราะเหตุผลเดียว…
เพื่อเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องด้วยการทำดีกับเว่ยหลางไงล่ะ!
ร่างบางนอนหวนคิดถึงสิ่งที่ต้องเผชิญในอนาคตอันใกล้และไกลมาทั้งคืนแล้ว หากไม่อาจหาทางกลับโลกเดิมได้ อย่างน้อยเขาก็ขอใช้ชีวิตจนแก่ตายไปอย่างสงบ ไม่ใช่ต้องจบชีวิตลงด้วยคมดาบอำมหิตของเมนตัวเองตามที่ถูกเขียนไว้
ถึงจะไม่ได้อยากมาตั้งแต่แรก แต่ยังไงซะตอนนี้มันก็ถือเป็นชีวิตของเขาแล้ว…
เขาต้องพยายามทำอะไรสักอย่างสิ!
“…!”
เว่ยหลางยืนอยู่นานจนมั่นใจว่าจะไม่ได้รับคำตอบใดจากเด็กหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งตอนนี้เอาแต่ยิ้มเจื่อน ๆ สุดท้ายเรียวขายาวก็สาวเท้าลงจากเรือนไม้ ก้าวตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าคนตัวเล็กในระยะห่างเพียงหนึ่งช่วงแขน
ทำอะไรของเขาเนี่ย…
“หากคุณชายมาเพื่อจะกลั่นแกล้งข้า ก็จงรีบทำมันเสีย”
ร่างอ้อนแอ้นพลันชะงัก ช้อนสายตาขึ้นมองอย่างนึกประหลาดใจ ดวงตาหงส์คู่งามสะท้อนแสงแดดยามสายวูบหนึ่ง
“ข้ายังต้องไปทำงานแลกข้าวต่อ” จ้าวเว่ยหลางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ถ้อยคำตรงไปตรงมานั้นบาดลึกกลางใจของคนตัวเล็ก คำพูดนั้นสะท้อนความจริงอันโหดร้ายว่าชีวิตของตัวละครเว่ยหลางถูกกำหนดให้ต่ำต้อยจนต้องแลกแรงกายกับอาหารเพียงหนึ่งมื้อให้พออยู่รอดไปวัน ๆ ไม่พ้นต้องถูกคนรอบข้างดูหมิ่นรังแกให้ชีวิตรันทดเข้าไปอีก
“ข้า...ข้าไม่ได้จะมารังแกท่าน”
“เช่นนั้นแล้วมีเรื่องอะไร?”
บรรยากาศระหว่างทั้งสองนั้นคล้ายเส้นด้ายที่ถูกดึงจนตึง คนถูกถามได้แต่ปั้นรอยยิ้มเจื่อน ๆ
อี้ไม่รู้ว่าควรจะตอบเขาไปอย่างไรดี จะบอกความจริงว่ามาที่นี่เพื่อจะเปลี่ยนชะตากรรมไม่ให้โดนเจ้าตัวที่จะกลายเป็นตัวร้าย ฆ่าทิ้งอย่างอนาถก็คงไม่ได้
“ค-คือ…”
ในขณะที่เสียงอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ หลุดจากริมฝีปากสวย นัยน์ตากลมใสพลันสะดุดกับรอยแผลสดบนหน้าผากของคนตรงหน้า ซึ่งน่าจะเป็นฝีมือมารดาของตัวร้ายที่คลุ้มคลั่งเป็นบางเวลา ตามที่อี้อ่านเจอในนิยาย
ความคิดบางอย่างก็ผุดขึ้นมาอย่างฉับพลัน อี้ไม่รอช้า ตัดสินใจคว้าจับมือใหญ่เอาไว้ ดึงเด็กหนุ่มร่างสูงเข้ามาใกล้ในทันที
หมับ!
มือเล็กที่สั่นน้อย ๆ โอบรั้งฝ่ามือหยาบกร้านของผู้มีศักดิ์เป็นญาติผู้พี่ไว้แน่น ความต่างระหว่างสองฐานันดรประสานกันในวินาทีเดียว
ร่างกำยำชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมลึกที่เคยนิ่งสงบ กลับไหววูบ ไม่ต่างจากอี้เองที่ใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก
อี้ไม่รู้ว่าการกระทำนี้จะถูกจ้าวเว่ยหลางตีความว่ายังไง…
แต่หากจะเปลี่ยนชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้ก็ต้องเริ่มจากการยื่นมือออกไปแบบนี้แหละ!
ณ เรือนตงฝู“ส-แสบ พี่เสี่ยวผิง...”“ขออภัยเจ้าค่ะ แต่หากไม่ใส่ผงสมาน แผลอาจปริได้อีก”ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพราะความแสบจากฤทธิ์ของยาสมุนไพรที่ถูกแต้มลงบนแผลกลางฝ่ามือ ใบหน้ากระจ่างหมดจด ดุจหยกสลักพลันนิ่วเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดชิดเว่ยหลาง เจ้าเด็กคนนั้น…ตอนที่เว่ยหลางเผลอสะบัดแขนแรงเกินไปจนเขาเสียหลักล้มลงไปกับพื้น อี้จำได้ดีว่าสายตาคู่นั้นที่มองมายังตน ไม่ได้ฉายแววสะใจหรือความเกลียดชัง หากแต่เป็นความรู้สึกผิดที่ซ่อนเร้นอยู่แม้จะเพียงน้อยนิด แต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้อี้รับรู้ว่าระหว่างตนและตัวร้ายหนุ่ม…กำลังมีบางสิ่งเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆถึงในท้ายที่สุด เว่ยหลางจะเลือกหันหลังกลับ ก้าวเดินออกไป ปกปิดความรู้สึกไว้ใต้ภาพลักษณ์เฉยชาเช่นนั้นเหมือนเคย แต่อี้เข้าใจมันดี ไม่ได้เก็บมาโกรธเคืองเพราะตัวร้ายอย่างจ้าวเว่ยหลาง ในตอนนี้ก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเหมือนกันเขาถูกกระทำและถูกรังแกอย่างโหดร้ายมาตลอดทั้งชีวิต การที่จะไว้ใจใครสักคน โดยเฉพาะจ้าวเฟิ่งอี้ที่เคยกลั่นแกล้งเขามาก่อน มันย่อมเป็นเรื่องที่ยาก ยากเสียยิ่งกว่าการต้องปีนขึ้นสู่ยอดเขาไท่ซาน[1]เสียอีก แววตาที่ฉายความรู้สึกผิดออกมาเพียงเสี้ย
แฮ่ก แฮ่กเสียงหอบแผ่วเบาหลุดออกมาจากใบหน้าคมเกินวัย เหงื่อเม็ดเล็กก็ไหลซึมอยู่ตามแนวขมับ เว่ยหลางกำลังงุ่นง่านกับการจัดเรียงฟืนที่เพิ่งตัดมาใหม่ ๆ ลงตะกร้าหวาย แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาไปมองร่างบางของคนที่มีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องซึ่งเอาแต่ยืนยิ้มโง่งมอยู่เช่นนั้นตั้งแต่เช้าตรู่“…”สามสี่วันเห็นจะได้แล้ว นับตั้งแต่เกิดเหตุวุ่นวายที่ริมธารน้ำขึ้นเว่ยหลางไม่รู้แน่ชัดว่าคุณชายผู้นี้เป็นอันใดขึ้นมา ถึงได้ทำตัวผิดแปลกไปจากเดิมมากนัก ศีรษะของคุณชายน้อยผู้นี้อาจกระทบกระเทือนจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว ถึงได้คอยตามติดเขาไปทุกหนแห่ง ไม่ว่าเว่ยหลางจะไปตักน้ำ ขนฟืน หรือแม้แต่อยู่ที่เรือนพักกับมารดาจ้าวเฟิ่งอี้ก็จะปรากฏตัวอยู่ในสายตาเสมอ คอยยืนส่งยิ้มให้อย่างโง่งมเหมือนคนสติไม่ดีเอาแต่ตามเขาต้อย ๆ ประพฤติตัวเหมือนคนไม่มีพิษภัย ไม่พูดไม่จาว่าต้องการอะไรจากเขากันแน่ บางครั้งก็พยายามจะเข้ามาช่วยขอทำงานหนัก ๆ จนบ่าวคนอื่น ๆ ที่เห็นเข้า รวมถึงเสี่ยวผิงที่คอยแอบตามอยู่ห่าง ๆ ต่างก็ตกใจจนรีบเข้ามาห้าม กลายเป็นความโกลาหลย่อม ๆ ทุกครั้งไปยังไม่นับพฤติกรรมหน้ามึนที่เปลี่ยนมาเรียกเขาว่าพี่ชายอย่างหน้าตา
“ท่านกำลังทำอะไร?!”เว่ยหลางขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจปนหงุดหงิด ร่างเล็กตรงหน้านี้กำลังทำให้เขาเสียเวลาในการไปทำงานแลกข้าว และเขาก็หิวเต็มทน“ข้า...ข้าจะทำแผลให้ท่านไงเล่า! ทำไมต้องตกใจถึงเพียงนั้นด้วย?!”“…”ฟี่บ!ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เว่ยหลางกลับสะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแข็งกระด้าง ดุดันจนอี้สะดุ้งไปกับการตอบสนองที่รุนแรงเกินคาดนั้น“แผลน่ะปล่อยทิ้งไว้คงไม่ดี ข้าทำแผลให้ดีมั้-”“ข้าไม่บังอาจรบกวนคุณชาย” ร่างสูงรีบตัดบทปฏิเสธไปทันที ไม่แม้แต่จะรอฟังจนจบประโยค ตั้งกำแพงสูงกั้นระหว่างตนและคู่สนทนาอย่างชัดเจนท่าทีเฉยชานั้นทำเอาคนตัวเล็กต้องเผลอจิ๊ปากเบา ๆ อย่างนึกขัดใจ“นี่ ข้ารู้ว่าก่อนหน้านี้ ข้าอาจจะทำไม่ดีกับท่านไว้มาก...” เสียงหวานเอ่ย ติดแววฉุนเล็กน้อย “แต่หลังจากนี้... เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะนะ”คำพูดนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของอี้ด้วยความจริงใจ ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง ใบหน้าคมคายของเว่ยหลางกลับยับย่นมากกว่าเก่า ราวกับสิ่งที่พึ่งจะได้ยินนั้นมันเป็นเรื่องที่น่าขบขันที่สุดที่ได้ยินมาตลอดชีวิตของเขา“เพื่อน เอ่อ สหายน่ะ ท่านรู้จักใช่ไหม? คนที่จะดีต่อกัน ช่วยเหลือกันแ
“...”ภาพตรงหน้าที่เว่ยหลางได้เห็น หาใช่ลานกว้างเงียบเหงาเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา แสงยามสายทอดเคลียปลายผมดำขลับของจ้าวเฟิ่งอี้ ผู้ยืนงงงันอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสับสน มือเล็กงุ่นง่านหยิบปลายเชือกผูกเอวขึ้นมาพลิกไปมาเหมือนกำลังไขปริศนาซับซ้อน ทั้งที่มันก็เป็นเพียงเชือกเส้นเดียว“ฮึ่ย… โลกนี้ไม่มีเสื้อยืดหรือไงเนี่ย อยากจะบ้าจริง ๆ”ริมฝีปากเล็กบ่นงึมงำเสียงแผ่ว มือซ้ายดึง มือขวาผูก แต่พอเผลอปล่อยก็หลุดออกหมดก่อนจะออกจากเรือน เสี่ยวผิงก็แสดงวิธีผูกให้ดูหลายตลบ ทว่าเพราะอี้กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาไกลไม่ทันระวังตัว เชือกที่เคยผูกไว้แน่นมันจึงหลุดลุ่ยไปเสียหมด ครั้นต้องลองผูกใหม่เองอีกครั้ง มันกลับยิ่งพันกันจนกลายเป็นปมใหญ่ ราวกับตั้งใจจะท้าทายความอดทนของเขาโดยเฉพาะเกย์น้อยไทยแลนด์อยากจะเดินโทง ๆ ปล่อยเสื้อผ้าให้หลุด ๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด!“…”ร่างเล็กยืนงงงันกลางลานกว้าง ไม่ได้สังเกตแม้แต่น้อยว่าจ้าวเว่ยหลางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าได้สักพักแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองนั้นอยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกัน แต่ภาพความแตกต่าง กลับชัดเจนเกินกว่าคำใดจะบรรยายคนหนึ่งสวมใส่อาภรณ์ชั้นสูง
“ไม่เจ็บแล้ว ขอบใจพี่เสี่ยวผิงมาก”ประโยคสั้น ๆ แสนจะธรรมดา กลับกลายเป็นถ้อยคำที่พิเศษเกินกว่าที่นางจะรับได้เสี่ยวผิงชะงักไปในทันที นิ้วมือที่แตะผ้าชุบน้ำหยุดนิ่งกลางอากาศ ก่อนนางจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เผยแววตาที่ผละจากความตกใจไม่ทันปิดบัง“ข้า…ข้าพูดอะไรผิดไปหรือ?” อี้เลิกคิ้วถามเสียงแผ่วเมื่อเห็นเสี่ยวผิงก้มหน้าวูบหรือสำนวนการพูดฉันมันยังไม่กลมกลืนกับคนในโลกนี้ แต่นี่ก็พูดตามสำนวนในนิยายที่อ่านมาแล้วนะ! จีนโบราณสุด ๆ แล้วเนี่ย!ร่างของเด็กสาวพลันสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนเสี่ยวผิงจะรีบละล่ำละลักตอบกลับมาแทบไม่เป็นเสียง “ไม่เจ้าค่ะคุณชาย! เพียงแต่บ่าวไม่คุ้นชินที่คุณชายกล่าวขอบคุณ อีกทั้งอย่าได้เรียกบ่าวเช่นนั้นเลย!”โอ้ย ไอ้เด็กเกรียนเฟิ่งอี้!ตอนที่อ่านนิยายเขาก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าจ้าวเฟิ่งอี้มีนิสัยเอาแต่ใจ เย่อหยิ่ง ไร้น้ำใจและไม่เคยเห็นค่าผู้อื่น แต่ถึงขั้นที่บ่าวรับใช้คนสนิทอย่างเสี่ยวผิงนั้นไม่ได้เคยยินคำขอบคุณจากปากเจ้าเด็กเปรตนี่เลยสักครั้งมันก็เกินเยียวยาจริง ๆ“จากนี้ก็ค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยเอาเถอะนะพี่เสี่ยวผิง ถือเสียว่าเป็นคำสั่งของข้า”อี้กระตุกยิ้มเจื่อน ก่อนเอ่ยกลบเกลื่อนด้วยเส
ลมบ่ายเอื่อยพัดลอดบานหน้าต่างไม้ฉลุแกะลายสลักวิจิตร กลิ่นดอกเหมยฮวาหอมอ่อนพลันลอยผ่านตามเข้ามาเยือน เงาไผ่ยาวทอดทาบเป็นลายเส้นพลิ้วไหวบนพื้นภายในเรือนตงฝู หรืออีกชื่อที่บ่าวไพร่ย่อมรู้กันดีนั่นคือเรือนพักส่วนตัวของคุณชายน้อยจ้าวเฟิ่งอี้“เฮ้อ…”ร่างเล็กในอาภรณ์สีอ่อนทอดกายนิ่งอยู่บนตั่งไม้หอมลายเมฆมงคล คางมนวางเท้าเหนือหลังมืออย่างเหนื่อยหน่ายใจ ดวงตาทรงลูกท้อสีขลับเข้มเหม่อล่องลอยอยู่กลางห้วงความคิดเฮงซวยชะมัด…นี่ฉันต้องอยู่ในร่างของจ้าวเฟิ่งอี้ไปจนตายไม่มีทางกลับไปจริง ๆ หรือ?จ้าวเฟิ่งอี้ หรือก็คือ อี้ ที่ตระหนักได้แล้วว่าหลังเหตุการณ์รถพุ่งชนนั้น ด้วยเหตุผลลึกลับบางประการ เขากลับทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครประกอบที่ไร้ค่า อย่างคุณชายเกอน้อยจ้าวเฟิ่งอี้ผู้มีนิสัยย่ำแย่…พร้อมจุดจบที่ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนนั่นคือจะต้องถูกเว่ยหลางในวัยผู้ใหญ่ล้างแค้นจนสิ้นชีพ!“สุดจะเริ่ดเลยคุณแม่!” อี้พูดกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงประชดประชัน ริมฝีปากบางยิ้มเหยเก “ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ยังต้องมาอยู่ในร่างนี้ที่จุดจบก็ต้องตายซ้ำสองอีก แถมอนาถกว่าเดิมหลายเท่า”เสียงบ่นพึมพำแผ่วเบาแต่กลับหนักอึ้ง สะท้
![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






