Share

บทที่ 5

last update publish date: 2026-07-21 15:32:12

คุณชายน้อย…”

ภายในดินแดนที่มีเพียงความมืดมิดปกคลุมกว้างไกลหลายหมื่นลี้ มวลอากาศเย็นยะเยือกและหนาวชื้นซึมเข้าถึงแกนกระดูกใต้เนื้อหนังมังสา เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางห้วงแห่งความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งสรรพสิ่ง เคล้าแรงสะเทือนของความวิตกและหวาดกลัวจับจิต

คุณชายน้อย!

เสียงนั้นดังขึ้นไร้ทิศทางที่แน่ชัด คล้ายดังขึ้นมาจากทั้งสวรรค์และใต้เบื้องล่างในเวลาเดียวกัน เสียงนั้นดังพุ่งผ่านเข้ามาในสำนึกของอี้ที่กำลังล่องลอยไร้สิ่งยึดเหนี่ยว ก่อนที่สติที่คล้ายจะขาดช่วง พลันเชื่อมประสานกลับเข้าด้วยกันอีกครั้ง

เฮือก!

ทันใดนั้นราวกับวิญญาณถูกฉุดกลับจากดินแดนมรณะ แสงวาบขาวเจิดแล่นผ่านสำนึกคิด พร้อมลมหายใจเฮือกใหญ่ที่พลันถูกสูดเข้าอกบางอย่างร้อนรน

“ม-ไม่! ไม่!”

ร่างผอมบางสะดุ้งเฮือก สีหน้าแตกตื่น หัวใจทั้งสี่ห้องเต้นกระหน่ำหนัก สัมผัสคล้ายค้อนหนักที่ทุบเข้ากับผนังทรวงอกจนร้าว ฝ่ามือขาวซีดทั้งสองสั่นผวา ไม่ต่างจากใบไผ่ต้องลมกระโชก

อี้หอบหายใจโครมคราม พร้อมหยาดน้ำตาที่ร่วงพรากโดยไม่รู้ตัว ความจริงที่คิดว่าตนได้ตายไปแล้วยังคงรัดแน่นในอก บีบคั้นจนลมหายใจติดขัด

“อึก...”

แต่เมื่อความคิดในหัวเริ่มสงบลง สมองกลับรับรู้ขึ้นมาได้ว่าความรู้สึกเจ็บปวดที่ควรจะมีจากการถูกรถชนกลับไม่มีแม้แต่นิดเดียว

ดวงตาทรงลูกท้อกระพริบตาถี่อย่างร้อนรน มือขาวเรียวยกขึ้นแตะหน้าอกตน ราวต้องการยืนยันว่ากระดูกซี่โครงยังไม่แหลกเหลวจากแรงกระแทกของรถคันนั้นที่พุ่งเข้ามาใส่เต็ม ๆ

ชั่วจังหวะหนึ่งที่สติยังงุ่นง่าน เขาก็เริ่มรับรู้ถึงสิ่งรอบข้าง อี้ได้ยินเสียงน้ำรินไหลอยู่ไม่ไกลนัก ระคนเสียงผู้คนที่แตกตื่นอื้ออึงจากรอบข้าง ทว่าเมื่อเริ่มมองไปรอบตัว ภาพทั้งหมดจากที่พร่าเลือนกลับค่อย ๆ คมชัดขึ้น

อี้ไม่ได้อยู่บนถนน…

ไม่ได้เผชิญหน้ากับรถที่กำลังพุ่งเข้าชน…

ไม่ได้อยู่ในห้องฉุกเฉินหรือโลงศพ…

“...”

นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรเนี่ย

เพราะเขากลับนั่งตัวเปียกชุ่มอยู่ริมธารน้ำใส!

หยดน้ำไหลรินจากปลายผมยาวสีขลับเข้มลงตกกระทบแอ่งหิน เสียงลมหายใจที่ยังไม่เป็นจังหวะดีดังกระหน่ำในอก ขณะที่อี้ค่อย ๆ มองไปรอบตัวอย่างระมัดระวัง

ก่อนจะต้องชะงักไปเมื่อได้เห็นว่าตอนนี้ตนถูกรายล้อมด้วยผู้คนจำนวนหนึ่ง แต่ทุกคนอยู่ในอาภรณ์จีนโบราณ ไม่ใช่ชุดที่เห็นได้บ่อยในโลกปัจจุบันของเขาอย่างแน่นอน

ที่นี่…ที่ไหนเนี่ย? ฝัน? แล้วทำไมทุกอย่างมันถึงเหมือนจริงขนาดนี้?

“คุณชายน้อย! จ้าวเฟิ่งอี้! ท่านตอบข้าทีเถิด!”

ด้านขวาของเขาในเวลานี้ ปรากฏเด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ในสภาพเปียกปอนทั้งตัวไม่ต่างกันเท่าใด

มือทั้งสองนั้นประคองแขนเรียวของอี้ไว้แน่น ท่าทางลนลาน เสียงของเขาแตกพร่า ทั้งร้อนรน ทั้งสั่นเครือ คล้ายใจของเด็กคนนั้นกำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ

จ้าวเฟิ่งอี้?

เด็กนี่กำลังเรียกฉันว่าจ้าวเฟิ่งอี้เนี่ยนะ?

ใต้อกบางร่วงวูบเหมือนถูกผลักลงเหวน้ำลึก ชื่อ ๆ นั้นดังซ้ำในหัวอย่างชัดแจ้งยิ่งกว่าสิ่งใด ความคุ้น ความเหลือเชื่อ ความคิดที่ยังสบสน พุ่งประเดประดังจากทุกทิศทาง

แต่ก่อนที่อี้จะทันได้ตั้งคำถามกับเด็กหนุ่มตรงหน้า เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็รีบเร่งกรูกันเข้ามาอย่างแตกตื่น

“คุณชายน้อย! ท่านฟื้นแล้ว!”

ข้ารับใช้หญิงคนหนึ่งพุ่งเข้ามาคุกเข่าข้างเขา ร่างท่อนบนเอนเข้ามาโอบเขาไว้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ชุดของนางปลิวไสวเพราะความเร่งรีบ

มือหยาบกร้านของหญิงผู้นั้นลูบไปตามเนื้อตัวของอี้อย่างร้อนรน คล้ายกำลังหาจุดบุบสลาย ก่อนจะตวัดสายตาไปยังเด็กผู้ชายที่อยู่ด้านข้างของอี้อย่างโมโห

“เจ้า!” นางตวาดเสียงดัง รีบเข้ามาบดบังตัวของอี้ไว้ ก่อนจะผลักร่างเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านข้างให้ห่างออกไปอย่างรุนแรงจนร่างเล็กเซไถลแทบจะล้ม ก่อนจะรีบปรี่เข้าไปประชิด ง้างมือขึ้น

เพี๊ยะ!

“...!”

อี้เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าหญิงตรงหน้าเข้าฟาดตบเด็กหนุ่มจนหน้าหัน เสียงฝ่ามือฟาดดังสะท้อนก้องไปทั่วลำธารน้ำจนผู้คนรอบข้างหยุดชะงักไปตามกัน

เว่ยหลาง! เจ้าเด็กสารเลว! เจ้าคิดจะทำให้คุณชายน้อยจมน้ำตายงั้นหรือ!?”

หญิงคนนั้นแผดเสียงตะโกนขึ้นด้วยความโกรธจัด สายตาหนักแน่น ชี้หน้าเด็กชายคนนั้นที่ถูกเรียกว่าเว่ยหลาง ในขณะที่เสียงซุบซิบรอบข้างเริ่มดังขึ้นจากนั้น

อี้ได้แต่นั่งแน่นิ่ง ประมวลผลเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความสับสนขั้นสุด

ทำไมถึงมีคนเรียกฉันว่าเฟิ่งอี้

แถมยังมีเด็กชื่อเว่ยหลางอยู่ข้าง ๆ

จ้าวเว่ยหลางใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตาแดงก่ำ นั่งนิ่งไม่ยอมโต้ตอบใด ๆ สายตาจ้องมองไปยังร่างของอี้ผู้ที่เพิ่งฟื้นขึ้นมา ที่บัดนี้ก็ได้แต่นั่งนิ่งด้วยความมึนงงในสถานการณ์เช่นกัน

เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าสองชื่อนั้น

มันเป็นตัวละครในนิยายที่ฉันอ่านอยู่นี่!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 12

    ณ เรือนตงฝู“ส-แสบ พี่เสี่ยวผิง...”“ขออภัยเจ้าค่ะ แต่หากไม่ใส่ผงสมาน แผลอาจปริได้อีก”ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพราะความแสบจากฤทธิ์ของยาสมุนไพรที่ถูกแต้มลงบนแผลกลางฝ่ามือ ใบหน้ากระจ่างหมดจด ดุจหยกสลักพลันนิ่วเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดชิดเว่ยหลาง เจ้าเด็กคนนั้น…ตอนที่เว่ยหลางเผลอสะบัดแขนแรงเกินไปจนเขาเสียหลักล้มลงไปกับพื้น อี้จำได้ดีว่าสายตาคู่นั้นที่มองมายังตน ไม่ได้ฉายแววสะใจหรือความเกลียดชัง หากแต่เป็นความรู้สึกผิดที่ซ่อนเร้นอยู่แม้จะเพียงน้อยนิด แต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้อี้รับรู้ว่าระหว่างตนและตัวร้ายหนุ่ม…กำลังมีบางสิ่งเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆถึงในท้ายที่สุด เว่ยหลางจะเลือกหันหลังกลับ ก้าวเดินออกไป ปกปิดความรู้สึกไว้ใต้ภาพลักษณ์เฉยชาเช่นนั้นเหมือนเคย แต่อี้เข้าใจมันดี ไม่ได้เก็บมาโกรธเคืองเพราะตัวร้ายอย่างจ้าวเว่ยหลาง ในตอนนี้ก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเหมือนกันเขาถูกกระทำและถูกรังแกอย่างโหดร้ายมาตลอดทั้งชีวิต การที่จะไว้ใจใครสักคน โดยเฉพาะจ้าวเฟิ่งอี้ที่เคยกลั่นแกล้งเขามาก่อน มันย่อมเป็นเรื่องที่ยาก ยากเสียยิ่งกว่าการต้องปีนขึ้นสู่ยอดเขาไท่ซาน[1]เสียอีก แววตาที่ฉายความรู้สึกผิดออกมาเพียงเสี้ย

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 11

    แฮ่ก แฮ่กเสียงหอบแผ่วเบาหลุดออกมาจากใบหน้าคมเกินวัย เหงื่อเม็ดเล็กก็ไหลซึมอยู่ตามแนวขมับ เว่ยหลางกำลังงุ่นง่านกับการจัดเรียงฟืนที่เพิ่งตัดมาใหม่ ๆ ลงตะกร้าหวาย แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาไปมองร่างบางของคนที่มีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องซึ่งเอาแต่ยืนยิ้มโง่งมอยู่เช่นนั้นตั้งแต่เช้าตรู่“…”สามสี่วันเห็นจะได้แล้ว นับตั้งแต่เกิดเหตุวุ่นวายที่ริมธารน้ำขึ้นเว่ยหลางไม่รู้แน่ชัดว่าคุณชายผู้นี้เป็นอันใดขึ้นมา ถึงได้ทำตัวผิดแปลกไปจากเดิมมากนัก ศีรษะของคุณชายน้อยผู้นี้อาจกระทบกระเทือนจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว ถึงได้คอยตามติดเขาไปทุกหนแห่ง ไม่ว่าเว่ยหลางจะไปตักน้ำ ขนฟืน หรือแม้แต่อยู่ที่เรือนพักกับมารดาจ้าวเฟิ่งอี้ก็จะปรากฏตัวอยู่ในสายตาเสมอ คอยยืนส่งยิ้มให้อย่างโง่งมเหมือนคนสติไม่ดีเอาแต่ตามเขาต้อย ๆ ประพฤติตัวเหมือนคนไม่มีพิษภัย ไม่พูดไม่จาว่าต้องการอะไรจากเขากันแน่ บางครั้งก็พยายามจะเข้ามาช่วยขอทำงานหนัก ๆ จนบ่าวคนอื่น ๆ ที่เห็นเข้า รวมถึงเสี่ยวผิงที่คอยแอบตามอยู่ห่าง ๆ ต่างก็ตกใจจนรีบเข้ามาห้าม กลายเป็นความโกลาหลย่อม ๆ ทุกครั้งไปยังไม่นับพฤติกรรมหน้ามึนที่เปลี่ยนมาเรียกเขาว่าพี่ชายอย่างหน้าตา

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 10

    “ท่านกำลังทำอะไร?!”เว่ยหลางขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจปนหงุดหงิด ร่างเล็กตรงหน้านี้กำลังทำให้เขาเสียเวลาในการไปทำงานแลกข้าว และเขาก็หิวเต็มทน“ข้า...ข้าจะทำแผลให้ท่านไงเล่า! ทำไมต้องตกใจถึงเพียงนั้นด้วย?!”“…”ฟี่บ!ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เว่ยหลางกลับสะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแข็งกระด้าง ดุดันจนอี้สะดุ้งไปกับการตอบสนองที่รุนแรงเกินคาดนั้น“แผลน่ะปล่อยทิ้งไว้คงไม่ดี ข้าทำแผลให้ดีมั้-”“ข้าไม่บังอาจรบกวนคุณชาย” ร่างสูงรีบตัดบทปฏิเสธไปทันที ไม่แม้แต่จะรอฟังจนจบประโยค ตั้งกำแพงสูงกั้นระหว่างตนและคู่สนทนาอย่างชัดเจนท่าทีเฉยชานั้นทำเอาคนตัวเล็กต้องเผลอจิ๊ปากเบา ๆ อย่างนึกขัดใจ“นี่ ข้ารู้ว่าก่อนหน้านี้ ข้าอาจจะทำไม่ดีกับท่านไว้มาก...” เสียงหวานเอ่ย ติดแววฉุนเล็กน้อย “แต่หลังจากนี้... เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะนะ”คำพูดนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของอี้ด้วยความจริงใจ ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง ใบหน้าคมคายของเว่ยหลางกลับยับย่นมากกว่าเก่า ราวกับสิ่งที่พึ่งจะได้ยินนั้นมันเป็นเรื่องที่น่าขบขันที่สุดที่ได้ยินมาตลอดชีวิตของเขา“เพื่อน เอ่อ สหายน่ะ ท่านรู้จักใช่ไหม? คนที่จะดีต่อกัน ช่วยเหลือกันแ

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 9

    “...”ภาพตรงหน้าที่เว่ยหลางได้เห็น หาใช่ลานกว้างเงียบเหงาเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา แสงยามสายทอดเคลียปลายผมดำขลับของจ้าวเฟิ่งอี้ ผู้ยืนงงงันอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสับสน มือเล็กงุ่นง่านหยิบปลายเชือกผูกเอวขึ้นมาพลิกไปมาเหมือนกำลังไขปริศนาซับซ้อน ทั้งที่มันก็เป็นเพียงเชือกเส้นเดียว“ฮึ่ย… โลกนี้ไม่มีเสื้อยืดหรือไงเนี่ย อยากจะบ้าจริง ๆ”ริมฝีปากเล็กบ่นงึมงำเสียงแผ่ว มือซ้ายดึง มือขวาผูก แต่พอเผลอปล่อยก็หลุดออกหมดก่อนจะออกจากเรือน เสี่ยวผิงก็แสดงวิธีผูกให้ดูหลายตลบ ทว่าเพราะอี้กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาไกลไม่ทันระวังตัว เชือกที่เคยผูกไว้แน่นมันจึงหลุดลุ่ยไปเสียหมด ครั้นต้องลองผูกใหม่เองอีกครั้ง มันกลับยิ่งพันกันจนกลายเป็นปมใหญ่ ราวกับตั้งใจจะท้าทายความอดทนของเขาโดยเฉพาะเกย์น้อยไทยแลนด์อยากจะเดินโทง ๆ ปล่อยเสื้อผ้าให้หลุด ๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด!“…”ร่างเล็กยืนงงงันกลางลานกว้าง ไม่ได้สังเกตแม้แต่น้อยว่าจ้าวเว่ยหลางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าได้สักพักแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองนั้นอยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกัน แต่ภาพความแตกต่าง กลับชัดเจนเกินกว่าคำใดจะบรรยายคนหนึ่งสวมใส่อาภรณ์ชั้นสูง

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 8

    “ไม่เจ็บแล้ว ขอบใจพี่เสี่ยวผิงมาก”ประโยคสั้น ๆ แสนจะธรรมดา กลับกลายเป็นถ้อยคำที่พิเศษเกินกว่าที่นางจะรับได้เสี่ยวผิงชะงักไปในทันที นิ้วมือที่แตะผ้าชุบน้ำหยุดนิ่งกลางอากาศ ก่อนนางจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เผยแววตาที่ผละจากความตกใจไม่ทันปิดบัง“ข้า…ข้าพูดอะไรผิดไปหรือ?” อี้เลิกคิ้วถามเสียงแผ่วเมื่อเห็นเสี่ยวผิงก้มหน้าวูบหรือสำนวนการพูดฉันมันยังไม่กลมกลืนกับคนในโลกนี้ แต่นี่ก็พูดตามสำนวนในนิยายที่อ่านมาแล้วนะ! จีนโบราณสุด ๆ แล้วเนี่ย!ร่างของเด็กสาวพลันสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนเสี่ยวผิงจะรีบละล่ำละลักตอบกลับมาแทบไม่เป็นเสียง “ไม่เจ้าค่ะคุณชาย! เพียงแต่บ่าวไม่คุ้นชินที่คุณชายกล่าวขอบคุณ อีกทั้งอย่าได้เรียกบ่าวเช่นนั้นเลย!”โอ้ย ไอ้เด็กเกรียนเฟิ่งอี้!ตอนที่อ่านนิยายเขาก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าจ้าวเฟิ่งอี้มีนิสัยเอาแต่ใจ เย่อหยิ่ง ไร้น้ำใจและไม่เคยเห็นค่าผู้อื่น แต่ถึงขั้นที่บ่าวรับใช้คนสนิทอย่างเสี่ยวผิงนั้นไม่ได้เคยยินคำขอบคุณจากปากเจ้าเด็กเปรตนี่เลยสักครั้งมันก็เกินเยียวยาจริง ๆ“จากนี้ก็ค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยเอาเถอะนะพี่เสี่ยวผิง ถือเสียว่าเป็นคำสั่งของข้า”อี้กระตุกยิ้มเจื่อน ก่อนเอ่ยกลบเกลื่อนด้วยเส

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 7

    ลมบ่ายเอื่อยพัดลอดบานหน้าต่างไม้ฉลุแกะลายสลักวิจิตร กลิ่นดอกเหมยฮวาหอมอ่อนพลันลอยผ่านตามเข้ามาเยือน เงาไผ่ยาวทอดทาบเป็นลายเส้นพลิ้วไหวบนพื้นภายในเรือนตงฝู หรืออีกชื่อที่บ่าวไพร่ย่อมรู้กันดีนั่นคือเรือนพักส่วนตัวของคุณชายน้อยจ้าวเฟิ่งอี้“เฮ้อ…”ร่างเล็กในอาภรณ์สีอ่อนทอดกายนิ่งอยู่บนตั่งไม้หอมลายเมฆมงคล คางมนวางเท้าเหนือหลังมืออย่างเหนื่อยหน่ายใจ ดวงตาทรงลูกท้อสีขลับเข้มเหม่อล่องลอยอยู่กลางห้วงความคิดเฮงซวยชะมัด…นี่ฉันต้องอยู่ในร่างของจ้าวเฟิ่งอี้ไปจนตายไม่มีทางกลับไปจริง ๆ หรือ?จ้าวเฟิ่งอี้ หรือก็คือ อี้ ที่ตระหนักได้แล้วว่าหลังเหตุการณ์รถพุ่งชนนั้น ด้วยเหตุผลลึกลับบางประการ เขากลับทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครประกอบที่ไร้ค่า อย่างคุณชายเกอน้อยจ้าวเฟิ่งอี้ผู้มีนิสัยย่ำแย่…พร้อมจุดจบที่ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนนั่นคือจะต้องถูกเว่ยหลางในวัยผู้ใหญ่ล้างแค้นจนสิ้นชีพ!“สุดจะเริ่ดเลยคุณแม่!” อี้พูดกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงประชดประชัน ริมฝีปากบางยิ้มเหยเก “ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ยังต้องมาอยู่ในร่างนี้ที่จุดจบก็ต้องตายซ้ำสองอีก แถมอนาถกว่าเดิมหลายเท่า”เสียงบ่นพึมพำแผ่วเบาแต่กลับหนักอึ้ง สะท้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status