Share

บทที่ 7

last update publish date: 2026-07-23 22:59:09

ลมบ่ายเอื่อยพัดลอดบานหน้าต่างไม้ฉลุแกะลายสลักวิจิตร กลิ่นดอกเหมยฮวาหอมอ่อนพลันลอยผ่านตามเข้ามาเยือน เงาไผ่ยาวทอดทาบเป็นลายเส้นพลิ้วไหวบนพื้นภายในเรือนตงฝู หรืออีกชื่อที่บ่าวไพร่ย่อมรู้กันดีนั่นคือเรือนพักส่วนตัวของคุณชายน้อยจ้าวเฟิ่งอี้

“เฮ้อ…”

ร่างเล็กในอาภรณ์สีอ่อนทอดกายนิ่งอยู่บนตั่งไม้หอมลายเมฆมงคล คางมนวางเท้าเหนือหลังมืออย่างเหนื่อยหน่ายใจ ดวงตาทรงลูกท้อสีขลับเข้มเหม่อล่องลอยอยู่กลางห้วงความคิด

เฮงซวยชะมัดนี่ฉันต้องอยู่ในร่างของจ้าวเฟิ่งอี้ไปจนตายไม่มีทางกลับไปจริง ๆ หรือ?

จ้าวเฟิ่งอี้ หรือก็คือ อี้ ที่ตระหนักได้แล้วว่าหลังเหตุการณ์รถพุ่งชนนั้น ด้วยเหตุผลลึกลับบางประการ เขากลับทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครประกอบที่ไร้ค่า อย่างคุณชายเกอน้อยจ้าวเฟิ่งอี้ผู้มีนิสัยย่ำแย่…

พร้อมจุดจบที่ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนนั่นคือจะต้องถูกเว่ยหลางในวัยผู้ใหญ่ล้างแค้นจนสิ้นชีพ!

“สุดจะเริ่ดเลยคุณแม่!” อี้พูดกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงประชดประชัน ริมฝีปากบางยิ้มเหยเก “ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ยังต้องมาอยู่ในร่างนี้ที่จุดจบก็ต้องตายซ้ำสองอีก แถมอนาถกว่าเดิมหลายเท่า”

เสียงบ่นพึมพำแผ่วเบาแต่กลับหนักอึ้ง สะท้อนก้องในห้องนอนกว้างเงียบสงัด นัยน์ตาสีขลับเข้มหลุบมองฝ่ามือที่ตามหลักคือของตนเองแล้ว ตอนนี้มีแผลถลอกเล็กน้อยเป็นแนวยาวปรากฏชัด รอยแดงจาง ๆ นั้นเหมือนตราประทับ เป็นของที่ระลึกจากวินาทีโกลาหลที่เขาเผลอตัวกระโจนเข้าไปปกป้องเว่ยหลางเอาไว้

“คุณชาย เจ็บที่บ่าวทำหรือเจ้าคะ?”

เสี่ยวผิงที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ข้างตั่ง ได้ยินเสียงเสียงบ่นพึมพำที่นางฟังไม่เข้าใจ นิ้วมือที่กำลังแตะผ้าชุบน้ำลงบนฝ่ามือของอี้จึงชะงักค้าง ถามออกไปด้วยความกังวล

“ม-ไม่หรอก ทำต่อเถอะ…” ริมฝีปากสวยตอบพร่าเบา เพิ่งตระหนักได้ว่าตนคงเผลอทำให้อีกฝ่ายตกใจจึงรีบเอ่ยแก้

เสี่ยวผิงเพียงโน้มศีรษะรับคำ ก่อนจะกลับมาแตะลงบนผิวหนังด้วยความระมัดระวัง

ไม่รู้จะเรียกว่าโชคชะตาเข้าข้างหรือเย้ยหยันดี แต่อย่างน้อยอี้ก็ได้อยู่ในร่างของจ้าวเฟิ่งอี้ที่ยังไม่ถึงวัยสิบห้าปีดี กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ…

เขาย้อนมาในช่วงเวลาเจ็ดปีก่อนโศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้น

เว่ยหลางในตอนนี้ก็ยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มวัยใกล้เคียงกัน จากคำบอกเล่าของเสี่ยวผิง เขาอายุมากกว่าเฟิ่งอี้สองถึงสามปีเห็นจะได้ และยังไม่ได้กลายเป็นแม่ทัพปีศาจที่ถูกความมืดครอบงำและลงมือสังหารทุกชีวิตในสกุลจ้าว

ตอนนี้เว่ยหลางเป็นเพียงเด็กน่าสงสารที่ไร้เดียงสา

ทว่าโชคชะตาที่ถูกเขียนไว้ในนิยายก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ท้ายที่สุดแล้ว เว่ยหลางจะต้องกลายเป็นตัวร้ายอยู่ดี แถมอี้ยังเหลืออีกครึ่งเล่มที่ยังอ่านไม่ถึง ทำให้เขาไม่รู้เรื่องราวที่เหลือเลยสักนิด

ไม่เก๋เลย! ทำไมไม่เหมือนคนอื่นในนิยายที่ทะลุมิติไปแล้วรู้ทุกเรื่อง อยู่แบบสบายใจเฉิบ

และแม้ใบหน้าของตัวร้ายอย่างเว่ยหลางในเวลานี้จะดูเงียบสงบอาจเพราะยังเยาว์วัยจึงไม่แสดงพิษสงใด ๆ ออกมาก็จริง แต่ในดวงตาคู่นั้นเขาเห็นประกายของบางอย่าง

ประกายของความเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่ในความมืด รอวันก่อตัวเป็นพายุในภายภาคหน้า

หากเขาไม่เปลี่ยนเส้นเรื่อง ปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามเดิม จ้าวเฟิ่งอี้ก็จะตายด้วยมือเว่ยหลางอย่างเลี่ยงไม่ได้

ตัวร้ายอย่างเว่ยหลางในนิยาย เป็นปีศาจที่ถูกความเจ็บปวดทำให้จิตใจบิดเบี้ยว แต่เว่ยหลางในตอนนี้เขายังไม่ถูกทำให้แตกสลาย ยังเป็นเพียงเด็กน่าสงสารคนหนึ่งที่ถูกสังคมโบยตี

บางที…

บางทีเขาอาจจะเปลี่ยนตอนจบของนิยายเรื่องนี้ได้ ถ้าเขาช่วยให้เว่ยหลางไม่ต้องกลายเป็นปีศาจ

เขาอาจจะรอดได้จริง ๆ ใช่ไหม?

“…”

ความหวังที่จะได้หาทางกลับไปยังโลกใบเดิมของอี้ดับสิ้นไปแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ได้ลองพยายามด้วยซ้ำ

ตามเนื้อเรื่องในนิยาย ที่นี่คือยุคจีนโบราณ โลกที่ไร้ไฟฟ้า ไร้อินเตอร์เน็ตและเต็มไปด้วยค่านิยมที่ผูกติดกับเหล่าเทพ มารและชะตากรรม หากเขาเอ่ยปากบอกใครว่ามาจากอนาคตหลายร้อยปีข้างหน้าและขอวิธีกลับไป มีหวังได้ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นวิญญาณร้าย จับไปประหาร ตายแหงแก๋อีกรอบก่อนโตแน่นอน

ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่จึงมีแค่การใช้ชีวิตในฐานะของจ้าวเฟิ่งอี้ให้ได้ และหาทางหนีตายจากตอนจบที่ถูกเขียนไว้แล้ว

นี่แค่นึกก็เสียวสันหลังวาบแล้ว! จะให้ทำใจรอโดนหมอนั่นเอาเชือกลากคอแบบในนิยายได้ไงเนี่ย?!

แล้วโลกไหนไม่ส่ง ดันส่งทะลุมิติเข้ามาในโลกนิยายที่ยังอ่านไม่จบด้วยซ้ำอีก ตัวช่วยแบบระบบเทพหรือวัตถุเจ๋ง ๆ ก็ไม่มี

เฮงซวย เฮงซวย เฮงซวย!

อี้ไม่อยากตาย!

“คุณชาย… บ่าวทำแผลให้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”

เสียงของเสี่ยวผิงเอ่ยดังขึ้นแผ่ว เรียกอี้ให้สะดุ้งเล็กน้อย หลุดจากภวังค์ เขาหันไปสบกับดวงตาของเด็กสาวตรงหน้า

“เจ็บปวดตรงไหนอีกหรือไม่เจ้าคะ?”

ในตอนที่อยู่ริมธารน้ำ อี้ไม่รู้ว่าบ่าวหญิงผู้นี้เป็นใคร แต่ตอนนี้เขาจำได้แจ่มแจ้งแล้ว

ในนิยายเรื่องนี้ เธอคือเสี่ยวผิง บ่าวรับใช้คนสนิทของจ้าวเฟิ่งอี้ ผู้ติดตามเขามาตั้งแต่แรกเกิดจะเรียกว่าพี่เลี้ยงก็คงได้ คงจะประมาณแบบ…

แนนนี่ผิง!

หลังจากพ่อแม่แท้ ๆ ของจ้าวเฟิ่งอี้สิ้นบุญไป ตอนนั้นเขามีอายุเพียงแปดปี เสี่ยวผิงก็กลายเป็นบ่าวคนสนิทที่ไม่เคยห่างตัว คอยประคับประคองทั้งร่างกายและจิตใจของคุณชายน้อยให้เติบใหญ่มาได้ถึงทุกวันนี้

ในวันที่เว่ยหลางหวนกลับมาล้างแค้นสกุลจ้าว เสี่ยวผิงก็ยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้าง เธอเป็นดั่งกำแพงสุดท้ายที่ปกป้องเฟิ่งอี้ไว้ด้วยชีวิต แม้รู้ว่าแรงของตนไม่อาจหยุดยั้งชะตากรรมได้ แต่ก็ยังเลือกจะยืนอยู่ตรงนั้นจนลมหายใจสุดท้าย ก่อนจะสิ้นใจไปพร้อมกับความเศร้าโศกที่ต้องเห็นคุณชายน้อยของตนถูกลากออกไปต่อหน้าต่อตา

หากจะมีใครสักคนในโลกนิยายเรื่องนี้ที่รักคุณชายนิสัยเสียอย่างจ้าวเฟิ่งอี้ได้จริง ๆ

ก็คงเป็นเสี่ยวผิงนี่แหละ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 12

    ณ เรือนตงฝู“ส-แสบ พี่เสี่ยวผิง...”“ขออภัยเจ้าค่ะ แต่หากไม่ใส่ผงสมาน แผลอาจปริได้อีก”ริมฝีปากบางเม้มแน่นเพราะความแสบจากฤทธิ์ของยาสมุนไพรที่ถูกแต้มลงบนแผลกลางฝ่ามือ ใบหน้ากระจ่างหมดจด ดุจหยกสลักพลันนิ่วเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดชิดเว่ยหลาง เจ้าเด็กคนนั้น…ตอนที่เว่ยหลางเผลอสะบัดแขนแรงเกินไปจนเขาเสียหลักล้มลงไปกับพื้น อี้จำได้ดีว่าสายตาคู่นั้นที่มองมายังตน ไม่ได้ฉายแววสะใจหรือความเกลียดชัง หากแต่เป็นความรู้สึกผิดที่ซ่อนเร้นอยู่แม้จะเพียงน้อยนิด แต่ก็ชัดเจนพอที่จะทำให้อี้รับรู้ว่าระหว่างตนและตัวร้ายหนุ่ม…กำลังมีบางสิ่งเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆถึงในท้ายที่สุด เว่ยหลางจะเลือกหันหลังกลับ ก้าวเดินออกไป ปกปิดความรู้สึกไว้ใต้ภาพลักษณ์เฉยชาเช่นนั้นเหมือนเคย แต่อี้เข้าใจมันดี ไม่ได้เก็บมาโกรธเคืองเพราะตัวร้ายอย่างจ้าวเว่ยหลาง ในตอนนี้ก็ยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเหมือนกันเขาถูกกระทำและถูกรังแกอย่างโหดร้ายมาตลอดทั้งชีวิต การที่จะไว้ใจใครสักคน โดยเฉพาะจ้าวเฟิ่งอี้ที่เคยกลั่นแกล้งเขามาก่อน มันย่อมเป็นเรื่องที่ยาก ยากเสียยิ่งกว่าการต้องปีนขึ้นสู่ยอดเขาไท่ซาน[1]เสียอีก แววตาที่ฉายความรู้สึกผิดออกมาเพียงเสี้ย

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 11

    แฮ่ก แฮ่กเสียงหอบแผ่วเบาหลุดออกมาจากใบหน้าคมเกินวัย เหงื่อเม็ดเล็กก็ไหลซึมอยู่ตามแนวขมับ เว่ยหลางกำลังงุ่นง่านกับการจัดเรียงฟืนที่เพิ่งตัดมาใหม่ ๆ ลงตะกร้าหวาย แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบสายตาไปมองร่างบางของคนที่มีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องซึ่งเอาแต่ยืนยิ้มโง่งมอยู่เช่นนั้นตั้งแต่เช้าตรู่“…”สามสี่วันเห็นจะได้แล้ว นับตั้งแต่เกิดเหตุวุ่นวายที่ริมธารน้ำขึ้นเว่ยหลางไม่รู้แน่ชัดว่าคุณชายผู้นี้เป็นอันใดขึ้นมา ถึงได้ทำตัวผิดแปลกไปจากเดิมมากนัก ศีรษะของคุณชายน้อยผู้นี้อาจกระทบกระเทือนจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว ถึงได้คอยตามติดเขาไปทุกหนแห่ง ไม่ว่าเว่ยหลางจะไปตักน้ำ ขนฟืน หรือแม้แต่อยู่ที่เรือนพักกับมารดาจ้าวเฟิ่งอี้ก็จะปรากฏตัวอยู่ในสายตาเสมอ คอยยืนส่งยิ้มให้อย่างโง่งมเหมือนคนสติไม่ดีเอาแต่ตามเขาต้อย ๆ ประพฤติตัวเหมือนคนไม่มีพิษภัย ไม่พูดไม่จาว่าต้องการอะไรจากเขากันแน่ บางครั้งก็พยายามจะเข้ามาช่วยขอทำงานหนัก ๆ จนบ่าวคนอื่น ๆ ที่เห็นเข้า รวมถึงเสี่ยวผิงที่คอยแอบตามอยู่ห่าง ๆ ต่างก็ตกใจจนรีบเข้ามาห้าม กลายเป็นความโกลาหลย่อม ๆ ทุกครั้งไปยังไม่นับพฤติกรรมหน้ามึนที่เปลี่ยนมาเรียกเขาว่าพี่ชายอย่างหน้าตา

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 10

    “ท่านกำลังทำอะไร?!”เว่ยหลางขมวดคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจปนหงุดหงิด ร่างเล็กตรงหน้านี้กำลังทำให้เขาเสียเวลาในการไปทำงานแลกข้าว และเขาก็หิวเต็มทน“ข้า...ข้าจะทำแผลให้ท่านไงเล่า! ทำไมต้องตกใจถึงเพียงนั้นด้วย?!”“…”ฟี่บ!ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เว่ยหลางกลับสะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแข็งกระด้าง ดุดันจนอี้สะดุ้งไปกับการตอบสนองที่รุนแรงเกินคาดนั้น“แผลน่ะปล่อยทิ้งไว้คงไม่ดี ข้าทำแผลให้ดีมั้-”“ข้าไม่บังอาจรบกวนคุณชาย” ร่างสูงรีบตัดบทปฏิเสธไปทันที ไม่แม้แต่จะรอฟังจนจบประโยค ตั้งกำแพงสูงกั้นระหว่างตนและคู่สนทนาอย่างชัดเจนท่าทีเฉยชานั้นทำเอาคนตัวเล็กต้องเผลอจิ๊ปากเบา ๆ อย่างนึกขัดใจ“นี่ ข้ารู้ว่าก่อนหน้านี้ ข้าอาจจะทำไม่ดีกับท่านไว้มาก...” เสียงหวานเอ่ย ติดแววฉุนเล็กน้อย “แต่หลังจากนี้... เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะนะ”คำพูดนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของอี้ด้วยความจริงใจ ทว่าทันทีที่สิ้นเสียง ใบหน้าคมคายของเว่ยหลางกลับยับย่นมากกว่าเก่า ราวกับสิ่งที่พึ่งจะได้ยินนั้นมันเป็นเรื่องที่น่าขบขันที่สุดที่ได้ยินมาตลอดชีวิตของเขา“เพื่อน เอ่อ สหายน่ะ ท่านรู้จักใช่ไหม? คนที่จะดีต่อกัน ช่วยเหลือกันแ

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 9

    “...”ภาพตรงหน้าที่เว่ยหลางได้เห็น หาใช่ลานกว้างเงียบเหงาเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา แสงยามสายทอดเคลียปลายผมดำขลับของจ้าวเฟิ่งอี้ ผู้ยืนงงงันอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันแน่นด้วยความสับสน มือเล็กงุ่นง่านหยิบปลายเชือกผูกเอวขึ้นมาพลิกไปมาเหมือนกำลังไขปริศนาซับซ้อน ทั้งที่มันก็เป็นเพียงเชือกเส้นเดียว“ฮึ่ย… โลกนี้ไม่มีเสื้อยืดหรือไงเนี่ย อยากจะบ้าจริง ๆ”ริมฝีปากเล็กบ่นงึมงำเสียงแผ่ว มือซ้ายดึง มือขวาผูก แต่พอเผลอปล่อยก็หลุดออกหมดก่อนจะออกจากเรือน เสี่ยวผิงก็แสดงวิธีผูกให้ดูหลายตลบ ทว่าเพราะอี้กึ่งเดินกึ่งวิ่งมาไกลไม่ทันระวังตัว เชือกที่เคยผูกไว้แน่นมันจึงหลุดลุ่ยไปเสียหมด ครั้นต้องลองผูกใหม่เองอีกครั้ง มันกลับยิ่งพันกันจนกลายเป็นปมใหญ่ ราวกับตั้งใจจะท้าทายความอดทนของเขาโดยเฉพาะเกย์น้อยไทยแลนด์อยากจะเดินโทง ๆ ปล่อยเสื้อผ้าให้หลุด ๆ ไปซะให้รู้แล้วรู้รอด!“…”ร่างเล็กยืนงงงันกลางลานกว้าง ไม่ได้สังเกตแม้แต่น้อยว่าจ้าวเว่ยหลางหยุดยืนอยู่ตรงหน้าได้สักพักแล้ว เด็กหนุ่มทั้งสองนั้นอยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกัน แต่ภาพความแตกต่าง กลับชัดเจนเกินกว่าคำใดจะบรรยายคนหนึ่งสวมใส่อาภรณ์ชั้นสูง

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 8

    “ไม่เจ็บแล้ว ขอบใจพี่เสี่ยวผิงมาก”ประโยคสั้น ๆ แสนจะธรรมดา กลับกลายเป็นถ้อยคำที่พิเศษเกินกว่าที่นางจะรับได้เสี่ยวผิงชะงักไปในทันที นิ้วมือที่แตะผ้าชุบน้ำหยุดนิ่งกลางอากาศ ก่อนนางจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ เผยแววตาที่ผละจากความตกใจไม่ทันปิดบัง“ข้า…ข้าพูดอะไรผิดไปหรือ?” อี้เลิกคิ้วถามเสียงแผ่วเมื่อเห็นเสี่ยวผิงก้มหน้าวูบหรือสำนวนการพูดฉันมันยังไม่กลมกลืนกับคนในโลกนี้ แต่นี่ก็พูดตามสำนวนในนิยายที่อ่านมาแล้วนะ! จีนโบราณสุด ๆ แล้วเนี่ย!ร่างของเด็กสาวพลันสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนเสี่ยวผิงจะรีบละล่ำละลักตอบกลับมาแทบไม่เป็นเสียง “ไม่เจ้าค่ะคุณชาย! เพียงแต่บ่าวไม่คุ้นชินที่คุณชายกล่าวขอบคุณ อีกทั้งอย่าได้เรียกบ่าวเช่นนั้นเลย!”โอ้ย ไอ้เด็กเกรียนเฟิ่งอี้!ตอนที่อ่านนิยายเขาก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าจ้าวเฟิ่งอี้มีนิสัยเอาแต่ใจ เย่อหยิ่ง ไร้น้ำใจและไม่เคยเห็นค่าผู้อื่น แต่ถึงขั้นที่บ่าวรับใช้คนสนิทอย่างเสี่ยวผิงนั้นไม่ได้เคยยินคำขอบคุณจากปากเจ้าเด็กเปรตนี่เลยสักครั้งมันก็เกินเยียวยาจริง ๆ“จากนี้ก็ค่อย ๆ ทำความคุ้นเคยเอาเถอะนะพี่เสี่ยวผิง ถือเสียว่าเป็นคำสั่งของข้า”อี้กระตุกยิ้มเจื่อน ก่อนเอ่ยกลบเกลื่อนด้วยเส

  • พี่ชายตัวร้ายโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย!   บทที่ 7

    ลมบ่ายเอื่อยพัดลอดบานหน้าต่างไม้ฉลุแกะลายสลักวิจิตร กลิ่นดอกเหมยฮวาหอมอ่อนพลันลอยผ่านตามเข้ามาเยือน เงาไผ่ยาวทอดทาบเป็นลายเส้นพลิ้วไหวบนพื้นภายในเรือนตงฝู หรืออีกชื่อที่บ่าวไพร่ย่อมรู้กันดีนั่นคือเรือนพักส่วนตัวของคุณชายน้อยจ้าวเฟิ่งอี้“เฮ้อ…”ร่างเล็กในอาภรณ์สีอ่อนทอดกายนิ่งอยู่บนตั่งไม้หอมลายเมฆมงคล คางมนวางเท้าเหนือหลังมืออย่างเหนื่อยหน่ายใจ ดวงตาทรงลูกท้อสีขลับเข้มเหม่อล่องลอยอยู่กลางห้วงความคิดเฮงซวยชะมัด…นี่ฉันต้องอยู่ในร่างของจ้าวเฟิ่งอี้ไปจนตายไม่มีทางกลับไปจริง ๆ หรือ?จ้าวเฟิ่งอี้ หรือก็คือ อี้ ที่ตระหนักได้แล้วว่าหลังเหตุการณ์รถพุ่งชนนั้น ด้วยเหตุผลลึกลับบางประการ เขากลับทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครประกอบที่ไร้ค่า อย่างคุณชายเกอน้อยจ้าวเฟิ่งอี้ผู้มีนิสัยย่ำแย่…พร้อมจุดจบที่ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจนนั่นคือจะต้องถูกเว่ยหลางในวัยผู้ใหญ่ล้างแค้นจนสิ้นชีพ!“สุดจะเริ่ดเลยคุณแม่!” อี้พูดกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงประชดประชัน ริมฝีปากบางยิ้มเหยเก “ตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ยังต้องมาอยู่ในร่างนี้ที่จุดจบก็ต้องตายซ้ำสองอีก แถมอนาถกว่าเดิมหลายเท่า”เสียงบ่นพึมพำแผ่วเบาแต่กลับหนักอึ้ง สะท้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status