บททั้งหมดของ คุณหนูทิ้งอดีต ผัวใหม่โคตรปัง: บทที่ 1 - บทที่ 10

30

บทที่ 1

ซูหว่านอี้กำโทรศัพท์ในมือแน่นจนเรียวนิ้วซีดขาวเพราะออกแรงมากเกินไปในที่สุดสายโทรศัพท์ที่เธอเฝ้ารอมานานถึงห้าปีก็ดังขึ้น... เป็นสายจากผู้ช่วยจ้าว คนสนิทที่คุณปู่ไว้วางใจที่สุด:“คุณหนูใหญ่ครับ การแต่งงานระหว่างคุณหนูกับคุณชายลู่ ได้ผ่านระยะเวลาทดสอบห้าปีที่ท่านประธานกำหนดไว้เรียบร้อยแล้วครับ ”“ท่านประธานมีคำสั่ง อนุญาตให้คุณหนูพาสามีกลับบ้านได้ และจะดำเนินการโอนทรัพย์สินทั้งหมดในชื่อของท่านมาเป็นชื่อของคุณหนูล่วงหน้า ไม่ทราบว่าคุณหนูสะดวกเมื่อไหร่ครับ?”“จริงเหรอ?!” ซูหว่านอี้ไม่อาจเก็บซ่อนความยินดีที่เอ่อล้นอยู่ในใจได้ เสียงที่เปล่งออกมาติดสั่นเล็กน้อย “ดีจังเลย ผู้ช่วยจ้าว!วันนี้เลย ฉันจะเข้าไปตอนนี้เลย!”หลังจากวางสาย เธอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก ดีจริง ๆ !ในที่สุดคุณปู่ก็ยอมให้อภัยเธอ ที่เมื่อห้าปีก่อนเลือกเส้นทางชีวิตคู่ด้วยตัวเองโดยไม่สนใจความคิดเห็นของท่าน ยอมละทิ้งหน้าที่ในการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล รวมถึงสละตำแหน่งผู้สืบทอดเพื่อแต่งงานกับลู่อี้ด้วยนั่นพิสูจน์แล้วว่า... เธอไม่ได้มองคนผิดจริง ๆลู่อี้คือคนที่คู่ควรกับทุกสิ่งที่เธอเคยยอ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2

รถยนต์ค่อย ๆ เคลื่อนมาจอดหน้าตึกสำนักงานใหญ่ของบริษัทลู่ซื่อทันทีที่ซูหว่านอี้ก้าวลงจากรถ ก็เห็นพนักงานส่งของคนหนึ่งกำลังอุ้มช่อกุหลาบแดงขนาดใหญ่รีบร้อนเดินเข้าไปด้านในทั้งกระดาษห่อและการ์ดอวยพรแบบนั้น เธอคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี เพราะนั่นคือร้านดอกไม้ระดับไฮเอนด์ร้านโปรดที่ลู่อี้สั่งเป็นประจำหัวใจของซูหว่านอี้พลันกระตุกวูบ ก่อนจะกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัวเธอรีบสาวเท้าตามพนักงานคนนั้นเข้าไปในลิฟต์ พลางเหลือบไปเห็นข้อความบนการ์ด “สุขสันต์วันเกิดครับชิงชิง--จากสามี” หัวใจเธอเจ็บปวดราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงที่แท้ วันนี้ไม่ใช่แค่วันครบรอบแต่งงานห้าปีของเธอกับลู่อี้ แต่ยังเป็นวันเกิดของเหยียนชิงชิงด้วยคำว่า "ทำงานล่วงเวลา" ที่เขาอ้างมาตลอด แท้จริงก็เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อแอบจัดงานวันเกิดให้ภรรยาตัวจริงของตัวเองที่บริษัทซูหว่านอี้กำหมัดแน่นจนปลายนิ้วเริ่มซีดขาว ทันทีที่ก้าวพ้นประตูลิฟต์ เสียงผู้ชายที่แสนคุ้นหูก็ดังเข้าไปในโสตประสาทเป็นลู่อี้...กับฉินเฟิงเพื่อนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งหุ้นส่วนบริษัท“อาเฟิง” น้ำเสียงทุ้มต่ำของลู่อี้ยังคงอ่อนโยนเช่นเคย “วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานห้า
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3

เมื่อเห็นเช่นนั้นสีหน้าของเหยียนชิงชิงก็พลันตึงเครียดขึ้น เธอรุดหน้าเข้ามาโดยไม่รู้ตัว “นั่นมัน…”“ใช่แล้ว!คุณพูดถูกแล้วล่ะ!” ลู่อี้เดินปรี่เข้ามาหยุดอยู่ข้างซูหว่านอี้ แล้ววางช่อดอกไม้กับกล่องของขวัญลงบนมือของเธอ “คุณเอาของขวัญกลับไปก่อนนะ เดี๋ยวผมตามไป โอเคไหมครับ?”เหยียนชิงชิงตั้งใจจะพูดอะไรต่อ แต่กลับถูกลู่อี้ส่งสายตาห้ามไว้เสียก่อนท่าทีร้อนรนของลู่อี้ชัดเจนเสียจนไม่ต้องเดาก็รู้ว่า เขาอยากให้เธอรีบไปจากที่นี่เร็ว ๆ ฝ่ามือที่ซ่อนอยู่ใต้ชายแขนเสื้อของซูหว่านอี้ค่อย ๆ กำแน่น เธอมองใบหน้าของลู่อี้ราวกับอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกจะกล้ำกลืนมันลงไป เพียงขานรับเบา ๆ “อืม รีบกลับมาล่ะ”เมื่อเดินพ้นประตูบริษัท น้ำตาที่ซูหว่านอี้พยายามกลั้นไว้ก็ทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก หยดน้ำสีใสหยดลงบนหลังมือร้อนผ่าว แต่กลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอสูดหายใจลึก พยายามปรับอารมณ์ให้เข้าที่เข้าทาง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาผู้ช่วยจ้าว:“ผู้ช่วยจ้าวคะ แจ้งบริษัทอี้ไห่ให้ระงับความร่วมมือกับบริษัทลู่ซื่อไว้ชั่วคราว แต่อย่าเพิ่งให้คำตอบที่ชัดเจน ทำให้พวกเขาคาดหวังต
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4

“???”ซูหว่านอี้ปรือตา ก่อนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงง เห็นเพียงชายหนุ่มหน้าตาดีในชุดสูทยืนอยู่ตรงหน้า ส่วนชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา มีรูปร่างสูงโปร่ง เสื้อสูทพาดอยู่บนบ่ากว้าง ร่างสูงสวมหมวกปีกกว้างบดบังใบหน้าจนเห็นไม่ชัด แต่กลับให้ความรู้สึกน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก ดูท่า......คงไม่ใช่คนธรรมดาซูหว่านอี้กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตอนแรกคิดว่าตัวเองนั่งหลบมุมอยู่ แต่ที่ไหนได้เธอกลับนั่งอยู่ตรงหน้าทางเข้าลานจอดรถ“ขอโทษค่ะ ฉัน......”ซูหว่านอี้รีบเอ่ยขอโทษตามสัญชาตญาณ พลางลุกขึ้นเตรียมหลบทางให้ แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกหน้ามืดแข้งขาอ่อนแรงจนร่างกายเซถลาไปข้างหลัง อ้อมแขนแข็งแกร่งของใครบางคนรีบโอบรับเธอไว้ทันทีซูหว่านอี้พยายามลืมตาแต่เปลือกตากลับหนักอึ้ง อาการวิงเวียนศีรษะรุนแรงฉุดรั้งให้เธอค่อย ๆ ดำดิ่งสู่ความมืดมิด “ คุณผู้ชายครับ ทำไมเธอถึงหมดสติไปล่ะครับ?นี่......”“นายพาเธอไปส่งโรงพยาบาลแล้วกัน”ร่างสูงกำลังจะส่งตัวเธอให้กับผู้ช่วยของตน ทันใดนั้นเอง กระแสลมก็พัดผ่านจนเส้นผมที่ปรกอยู่บนหน้าเธอปลิวออก ดวงหน้าสวยไร้ที่ติปรากฏขึ้นตรงหน้าร่างสูงจ้องมองใบหน้าของเธอราวกับตกอยู่ใน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5

กลับมาถึงห้องนอนที่คฤหาสน์จิ่งหยวน ซูหว่านอี้รู้สึกหนาวเหน็บราวกับความเย็นซึมลึกเข้าไปถึงกระดูก จนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ เธอพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่มี เอื้อมมืออันสั่นเทาไขกุญแจลิ้นชักที่ถูกปิดผนึกมานานจนฝุ่นจับ เมื่อลิ้นชักถูกเปิดออก “ความทรงจำ” ที่อัดแน่นอยู่ด้านในก็ปรากฏออกมา:หินกรวดรูปหัวใจโปสการ์ดรูปหอไอเฟลสีซีด แผ่นเสียงไวนิลของวงเดอะบีเทิลส์ สร้อยเงินที่ลู่อี้เคยนั่งขัดเงาอย่างงุ่มง่ามเมื่อหลายปีก่อน... แล้วก็จดหมายหนึ่งปึกที่ถูกผูกด้วยริบบิ้น จดหมายพวกนั้นคือ “จดหมายรัก” ที่เขาเคยเขียนให้เธอทุกชิ้นล้วนเป็นเหมือน “ของแทนใจ” ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยทะนุถนอมราวกับสมบัติล้ำค่าแต่ภาพเหตุการณ์ที่เธอได้เห็นกับตาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ความทรงจำเหล่านี้ไร้ค่าและจอมปลอมไม่ต่างอะไรจากหนังตลกฉากใหญ่ไม่มีอะไรจริงเลยสักอย่างตลอดห้าปีที่ผ่านมา ไม่มีอะไรจริงเลยแล้วเธอจะยังเก็บขยะเหล่านี้ไว้หลอกตัวเองอีกเพื่ออะไร?เธอกวาดสิ่งของทุกชิ้นในลิ้นชักลงถังขยะด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ราวกับโลกทั้งใบหมุนเคว้งอยู่ตรงหน้า ข้างขมับปวดตุบ ๆ ราวกับศีรษะจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เธอทิ้งกายล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6

ลู่อี้หลบสายตาของเธอ น้ำเสียงอ่อนลงอีกครั้ง:“เด็กจะไปเข้าใจอะไรล่ะ? ก็พูดไปตามประสานั่นแหละ คุณอย่าเก็บเอามาใส่ใจเลย จะไปถือสาเด็กทำไม......”การที่เขาเข้าข้างอีอีในทุกถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยออกมา ไม่ต่างอะไรจากฝ่ามือที่ฟาดลงบนใบหน้าของซูหว่านอี้อย่างแรงไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ที่เธอปิดหูปิดตามองข้ามความลำเอียงนั่น แต่ตอนนี้ เธออยากตบหน้าตัวเองเหลือเกินที่เพิ่งมารู้ตัวเอาป่านนี้ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา ราวกับเสียงถอนหายใจ:“ลู่อี้ คุณช่วยบอกฉันมาตามตรงเถอะ......คุณยังรักฉันอยู่ใช่ไหม?”หัวใจของลู่อี้พลันกระตุกวูบ เขารีบดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน คางเกยอยู่บนศีรษะทุยของเธอ:“รักสิ!หว่านอี้ คุณคิดฟุ้งซ่านอะไรอีกแล้ว? ผมจะไม่รักคุณได้ยังไง? ผมรักคุณมาตลอด ไม่มีวันไหนที่ผมไม่รักคุณเลย”ซูหว่านอี้ถูกเขากอดแน่นอยู่ในอ้อมอกจนกลิ่นกายคุ้นเคยลอยอบอวลอยู่ตรงปลายจมูก แต่ความรู้สึกคลื่นไส้กลับตีขึ้นมาอย่างรุนแรง เธอกำลังจะสลัดพันธนาการน่าสะอิดสะเอียนของเขาออก แต่ในตอนนั้นเอง น้ำเสียงอ่อนโยนปนร้อนใจของเหยียนชิงชิงก็ดังขึ้นที่หน้าประตู:“ประธานลู่คะ! รบกวนคุณออกมาสักครู่ได้ไหมคะ? อีอีร้
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7

ลู่อี้สูดหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความรู้สึกในใจไว้ ร่างสูงล้มตัวลงนอนข้างซูหว่านอี้“บริษัทเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็ยิ่งยุ่งขึ้นทุกวันจนแทบไม่มีเวลาอยู่กับคุณเลย หว่านอี้...” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่จงใจแสดงออกมา“ มีของขวัญที่อยากได้หรือเปล่า? จะเป็นอะไรก็ได้ ผมอยากชดเชยให้คุณทั้งหมดเลย”บ้าน รถ เครื่องเพชร กระเป๋า...... สิ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ชอบก็หนีไม่พ้นของพวกนี้ แต่ซูหว่านอี้เติบโตมาท่ามกลางความพรั่งพร้อม สิ่งเหล่านี้เธอมีครบทุกอย่างมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่เคยรู้สึกว่ามันมีค่าหรือโหยหามันเลยสิ่งที่เธอให้ความสำคัญมากที่สุด คือความซื่อสัตย์และความจริงใจของผู้ชายต่างหาก แต่ความจริงใจของลู่อี้ เห็นได้ชัดว่าโยนให้หมากินไปนานแล้ว“อืม......” ซูหว่านอี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ ฉันไม่มีอะไรที่อยากได้หรอก แต่ว่าตำแหน่งผู้แทนนิติบุคคลของบริษัท...... ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้คุณในวันครบรอบแต่งงานห้าปีของเรา ยังไงตำแหน่งนี้ก็ต้องคอยเซ็นเอกสารและจัดการเรื่องจุกจิกหลายอย่าง ฉันถือไว้เองก็ยุ่งยากเหมือนกัน”หัวใจของลู่อี้พลันหนักอึ้งรา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8

เสิ่นโยวหยางมองซูหว่านอี้อย่างไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเหตุผลที่เธอตัดสินใจทำแบบนี้ซูหว่านอี้ยังไม่ทันได้อธิบายอะไร ประตูร้านกาแฟก็ถูกเปิดออกเสียก่อน——ผู้มาใหม่คือลู่อี้ที่เดินโอบเหยียนชิงชิงเข้ามาพร้อมกับฉินเฟิง สายตาของเสิ่นโยวหยางพลันหยุดอยู่ที่มือของลู่อี้ซึ่งพาดอยู่บนไหล่ของเหยียนชิงชิงและหน้าท้องที่นูนเด่นของอีกฝ่าย เธอกดเสียงต่ำลงอย่างไม่อยากเชื่อ:“หมายความว่า ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่น......นอกใจเธอ?”ซูหว่านอี้ยกกาแฟตรงหน้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว “อืม ฉันเองก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี้ อันที่จริงพวกเขา......”เหยียนชิงชิง:“ที่รัก ฉันเมื่อยขาจังค่ะ”ลู่อี้:“ครับ เดี๋ยวผมนวดให้นะ”เหยียนชิงชิง:“ที่รัก ฉันอยากดื่มน้ำผลไม้”ลู่อี้:“ครับ ผมป้อนนะ”ฉินเฟิง:“ให้ตายเถอะ พวกนายอย่ามาพลอดรักกันต่อหน้าคนโสดแบบฉันได้ไหม ขอร้องล่ะ พอเถอะครับพี่สะใภ้”......บทสนทนาชวนบาดหูนั่นดังแทรกคำพูดของซูหว่านอี้จนเธอหยุดชะงัก ดวงหน้าสวยหันไปมองต้นเสียง ก่อนที่รอยยิ้มตรงมุมปากจะแข็งค้างไปทันทีสายตาของเสิ่นโยวหยางจับจ้องสามคนนั้นไม่วางตา ใบหน้าดำคล้ำด้วยความโกรธ “พระเจ้า พวกคนไร้ยางอาย! หมายความว่าเขา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9

ซูหว่านอี้ขยายวิดีโอให้ใหญ่ขึ้น สายตาจับจ้องไปยังผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่างลู่อี้เธอร้องไห้จนสะอึกสะอื้น และเธอคือเคอเคอนางแบบตัวเล็กหน้าตาดีที่เสิ่นโยวหยางหามาพวกเขาอยู่ในคลับหรูแห่งหนึ่ง เสียงดนตรีดังก้องอึกทึก แต่เมื่อซูหว่านอี้เร่งเสียงจนสุดก็ยังได้ยินบทสนทนาของพวกเขาดังชัดเจน“ฮือ ๆ … ท่านประธานลู่… ฉันกลัว… เลขาของคุณดุมาก…” เคอเคอร้องไห้พลางขอร้องอ้อนวอน“เหยียนชิงชิง! ใจเย็นก่อน! ประธานเสิ่นยังอยู่ตรงนี้นะ! ปล่อยมือเดี๋ยวนี้!” ลู่อี้ตะโกนลั่นก่อนจะผลักเหยียนชิงชิงออกอย่างแรง“ลู่อี้ตอนนี้ฉันใจเย็นไม่ลงหรอก! ฉันใจเย็นไม่ลง! คุณนั่งดื่มกับยัยผู้หญิงคนนี้ต่อหน้าฉันทั้งคืน! แถมยัยนี่ยังบังอาจนั่งตักคุณอีก! คุณจะให้ฉันใจเย็นยังไง!”เหยียนชิงชิงสติแตกไปแล้ว เธอทั้งข่วนทั้งตะกุยอย่างไม่คิดชีวิต“พอได้แล้ว! หยุดสักที! ประธานลู่ดูแลคนของตัวเองให้ดีก่อนเถอะครับ แล้วค่อยมาคุยเรื่องความร่วมมือกับอี้ไห่!” ประธานเสิ่นหยัดตัวขึ้นด้วยความโมโห เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินออกไปทันที......คลิปวิดีโอตัดจบลงเพียงเท่านั้นซูหว่านอี้นอนมาสก์หน้าบนเตียงอย่างสบายอารมณ์ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยเธอเคา
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 10

ฟ้ายังไม่ทันสาง เสียงเด็กร้องไห้งอแงก็ดังลั่นไปทั่วคฤหาสน์ ทันทีที่ได้ยินเสียงร้องไห้ของอีอี ลู่อี้ก็ดีดตัวลุกจากเตียงราวกับเป็นระบบอัตโนมัติ ก่อนจะพุ่งตรงไปยังห้องของเหยียนชิงชิง แล้วอุ้มอีอีไว้ในอ้อมแขน “คุณพ่อ!” อีอีร้องไห้พลางโผเข้ากอดเขา “ คุณพ่อกับคุณแม่จะมีน้องชายแล้วใช่ไหมคะ?จะทิ้งอีอีแล้วใช่ไหมคะ?”“เด็กโง่” ลู่อี้ปลอบเสียงอ่อน “ใครพูดกับหนูแบบนั้น?”เหยียนชิงชิงเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของลู่อี้ไว้ ดวงตากลมโตแดงก่ำ เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ:“อาอี้ พี่หว่านอี้ไม่เห็นแก่ความรู้สึกของอีอีเลย ถึงกับเอาเรื่องที่ฉันท้องไปพูดกับเด็ก แล้วยังบอกอีกว่าพวกเราจะไม่เอาอีอีแล้ว... เธอใจร้ายเกินไปแล้ว...”ลู่อี้ขมวดคิ้วเข้าหากัน “หว่านอี้เป็นคนบอกเหรอ?”“อืม” เหยียนชิงชิงกัดฟันแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ:“สุนัขตัวนั้นกัดกระโปรงของอีอีจนขาด อีอีเลยโมโหตีมันไปสองสามที แต่พี่หว่านอี้กลับจงใจพูดแบบนั้นกับอีอี! ทำไมเธอถึงทำร้ายจิตใจอีอีได้ลงคอ?”“แม่ทูนหัวนิสัยไม่ดี!”อีอีซบหน้าลงบนอกของลู่อี้ แพขนตาเปียกชุ่มด้วยหยดน้ำสีใส:“คุณพ่อคะ แม่ทูนหัวบอกว่าจะรับเลี้ยงแค่
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
123
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status