All Chapters of ลิขิตรัก ไสยมนตรา: Chapter 1 - Chapter 10

12 Chapters

บทที่ 1: สายลมแห่งอดีต

เปลวแดดสุดท้ายของวันอาบไล้เรือนยอดของต้นจามจุรีจนเป็นสีทองแดง ก่อนจะสาดกระทบพื้นอิฐตัวหนอนเบื้องล่างเป็นเงาทอดยาวบิดเบี้ยว กลุ่มนักศึกษาที่เพิ่งเลิกเรียนทยอยออกจากตัวอาคาร เสียงพูดคุยจ้อกแจ้ก เสียงหัวเราะสดใส และเสียงรองเท้าที่เสียดสีกับพื้นคอนกรีตดังผสมปนเปกันไปหมดจนแทบจับใจความไม่ได้กันต์ธีร์ยังคงนั่งนิ่งบนม้านั่งหินอ่อนตัวเดิมใต้ร่มไม้ใหญ่ เขาปล่อยให้ความวุ่นวายโกลาหลของโลกรอบกายไหลผ่านไปเหมือนภาพยนตร์ที่ถูกเร่งความเร็ว สายตาคมกริบคู่เดิมยังคงกวาดมองไปในหมู่มวลชนอย่างไม่ลดละ ไม่ใช่การมองหาอย่างไร้จุดหมาย แต่เป็นการสอดส่ายสายตาของผู้รอคอยที่รู้แน่ชัดว่าตนกำลังมองหาสิ่งใดมันเป็นกิจวัตรของเขามาเกือบสองปีเต็มแล้ว.... การเฝ้ารอคอยโดยปราศจากหลักฐานที่เป็นรูปธรรมใดๆ นอกเสียจากความทรงจำอันแจ่มชัดที่ฝังลึกอยู่ในดวงจิตเขาวางตำราปรัชญาตะวันออกเล่มหนาเตอะลงข้างตัว ปลายนิ้วขวาไล้ขอบแหวนหยกเนื้อดีสีเขียวเข้มบนนิ้วชี้ข้างซ้ายอย่างเชื่องช้าเป็นวงกลม สัมผัสเย็นเฉียบของเนื้อหินช่วยรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจายให้กลับมาจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังค้นหาได้ดียิ่งขึ้น พลังงานชีวิตนับร้อยนับพันสายไหลเวียนปะป
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more

บทที่ 2: กล่องไม้ผนึกมนตรา

หยาดเหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นตามไรผมและขมับของพิมพิลา ก่อนจะไหลซึมลงอาบใบหน้าเนียนใสที่กำลังแดงก่ำด้วยไอร้อนของเดือนเมษายน ปฏิทินตั้งโต๊ะลายการ์ตูนถูกขีดทับด้วยปากกาสีแดงสดจนถึงวันที่สิบเอ็ดแล้ว หมายความว่าเส้นตายในการชำระค่าลงทะเบียนเรียนใกล้เข้ามาทุกขณะ บิลค่าเช่าห้องและค่าสาธารณูปโภคที่วางซ้อนกันอยู่มุมโต๊ะก็ทำหน้าที่ตอกย้ำสถานการณ์ทางการเงินอันฝืดเคืองของเธอได้เป็นอย่างดีหญิงสาวถอนหายใจยาว ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามขอบกำไลเงินเก่าคร่ำบนข้อมือซ้ายอย่างเผลอไผล สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะดูจะช่วยให้ใจที่ร้อนรุ่มของเธอสงบลงได้บ้าง.... มันเป็นของขวัญจากธาม รุ่นพี่ที่คณะที่แสนดีกับเธอเสมอมา เขาบอกว่ามันเป็นเครื่องรางนำโชค แต่ดูเหมือนว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โชคจะไม่เคยโคจรเข้ามาใกล้เธอเลยแม้แต่น้อยพิมพิลาลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้เก่าที่เริ่มส่งเสียงออดแอดเต็มที สองเท้าก้าวไปหยุดยืนอยู่กลางห้องเช่าขนาดกะทัดรัดที่เธออาศัยอยู่มาตั้งแต่เด็กกับยาย บัดนี้มันเหลือเพียงเธอคนเดียวตามลำพัง สายตากวาดมองไปรอบห้องที่แทบไม่มีของมีค่าอะไรหลงเหลืออยู่ หนังสือเรียนกองโตถูกนำไปขายเป็นของเก่าแล้ว เสื้อผ้าสวยๆ บางตัวก็ถ
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more

บทที่ 3: กำไลอาถรรพ์

ฝุ่นละอองในอากาศลอยวนอย่างเชื่องช้าในลำแสงยามบ่ายที่ส่องผ่านช่องเล็กๆ ของหลังคาสังกะสีเก่าคร่ำคร่า เกือบสัปดาห์แล้วที่กล่องไม้สักใบนั้นยังคงตั้งนิ่งอยู่กลางห้อง ไม่ผิดไปจากตำแหน่งเดิมในวันที่ผนึกของมันถูกทำลายลงด้วยปรากฏการณ์ประหลาด พิมพิลาทำได้เพียงเดินเลี่ยงมันไปมาในห้องเช่าแคบๆ ของตัวเอง สัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาทุกครั้งที่เฉียดเข้าไปใกล้เกินไป ในใจของเธอนั้นส่วนหนึ่งกรีดร้องให้โยนมันทิ้งไปให้ไกลที่สุด แต่อีกส่วนที่ถูกบีบคั้นด้วยใบแจ้งหนี้ค่าลงทะเบียนเรียนฉบับสุดท้ายที่วางอยู่บนโต๊ะ กลับกระซิบซ้ำๆ ว่าทางรอดของเธออาจนอนสงบนิ่งอยู่ภายในนั้นความเงียบในห้องหนักอึ้งจนน่าอึดอัด มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาบนฝาผนังที่เดินไปเรื่อยๆ ราวกับกำลังนับถอยหลังสู่เส้นตายของชีวิต หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของไม้เก่าปะปนกับกลิ่นฝุ่นคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก เธอตัดสินใจแล้ว ความกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็นไม่อาจน่าสะพรึงเท่าความจริงอันโหดร้ายที่ว่าเธออาจจะต้องหยุดเรียนสองเข่าของเธอทรุดลงบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบตรงหน้ากล่องปริศนา ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อยื่นออกไปสัมผัสผิวไม้ที่สากระคาย ล
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more

บทที่ 4: รอยยิ้มลวงตา

ไอแดดสุดท้ายของยามเย็นสาดกระทบพื้นลานจอดรถคอนกรีตจนร้อนระอุ เงาของอาคารคณะทอดยาวบิดเบี้ยวราวกับแขนของอสูรกายที่พยายามจะเอื้อมคว้าทุกสรรพเสียงให้จมดิ่ง เสียงจอแจของเหล่านักศึกษาที่ทยอยกันกลับบ้านเริ่มบางตาลงแล้ว เหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของพิมพิลาที่ยืนพิงเสาปูนเย็นเฉียบอยู่เพียงลำพังผ่านมาเกือบสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่วันที่เธอพยายามอย่างบ้าคลั่งที่จะถอดกำไลทองวงนั้นออกจากข้อมือ รอยขีดข่วนจากเล็บของตัวเองจางลงจนเหลือเพียงรอยแดงเรื่อ แต่โซ่ตรวนสีทองอร่ามยังคงพันธนาการข้อมือซ้ายของเธอไว้ไม่ต่างจากเดิม ความหวาดผวาในวันแรกค่อยๆ ถูกกัดกร่อนด้วยความจำยอม เธอพยายามซ่อนมันไว้ใต้แขนเสื้อคาร์ดิแกนตัวยาว แต่สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะที่แนบเนื้ออยู่ตลอดเวลาก็ทำหน้าที่ตอกย้ำถึงความผิดปกติที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางเข้าลานจอดรถ รถเก๋งซีดานสีดำสนิทแล่นเข้ามาจอดในช่องประจำ ห่างจากจุดที่เธอยืนอยู่ไม่มากนัก ร่างสูงโปร่งของธามก้าวลงจากรถพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนกับกางเกงสแล็คสีเข้ม ดูสะอาดสะอ้านและน่าไว้วางใจเหมือนเช่นทุกครั้ง“น้อง
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more

บทที่ 5: วิกฤตครอบครัว

จานข้าวสวยที่พร่องไปไม่ถึงครึ่งถูกผลักออกไปด้านข้างอย่างแรง เสียงจานเซรามิกขูดกับผิวโต๊ะไม้เก่าจนเกิดเสียงแหลมบาดหู ก่อนจะหยุดกึกที่ขอบโต๊ะอย่างหมิ่นเหม่ พรศรีผู้เป็นแม่สะดุ้งสุดตัว ขณะที่สมชายผู้เป็นพ่อทำได้เพียงวางช้อนลงช้าๆ สายตาทั้งสองคู่จับจ้องไปยังลูกสาวคนเดียวที่นั่งหน้าตึงอยู่ฝั่งตรงข้ามหลายวันแล้ว…. นับจากวันที่พิมพิลาเริ่มมีพฤติกรรมแปลกไปบรรยากาศอุ่นใจในบ้านเช่าหลังเล็กที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่มองไม่เห็น มันหนักอึ้งราวกับมวลอากาศถูกสูบออกไปจนหายใจไม่ทั่วท้อง เหลือทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่กัดกินความรู้สึกของทุกคนในครอบครัว“พิม.... อิ่มแล้วเหรอลูก”พรศรีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด แต่ความกังวลที่ซ่อนไม่มิดก็ยังสั่นไหวอยู่ในม่านตาพิมพิลาไม่ตอบสนองต่อคำถามนั้น หญิงสาวลุกพรวดจากเก้าอี้ ดวงตาที่เคยสดใสเป็นประกายบัดนี้แข็งกร้าวและฉายแววขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา เธอหันหลังให้พ่อกับแม่ ก้าวเท้าหนักๆ ราวกับจะกระทืบพื้นไม้ให้ยุบลงไป ตรงไปยังห้องนอนของตัวเองโดยไม่เอ่ยคำขอตัวใดๆ เสื้อแขนยาวสีทึบที่เธอสวมใส่ตลอดหลายวันที่ผ่
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more

บทที่ 6: พานพบอย่างเป็นทางการ

รถยุโรปสีเข้มเคลื่อนตัวไปตามซอยแคบที่ขนาบข้างด้วยบ้านไม้สองชั้นทรงเก่า ก่อนจะหยุดลงหน้าบ้านเช่าหลังหนึ่งซึ่งดูทรุดโทรมกว่าหลังอื่นเป็นพิเศษ สีที่เคยทาผนังไม้ไว้ลอกร่อนเป็นแผ่น เผยให้เห็นเนื้อไม้สีซีดจางที่ถูกแดดเลียฝนสาดมานานหลายปี กันต์ธีร์ดับเครื่องยนต์ ความเงียบเข้าครอบคลุมภายในรถทันที มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเขากับลุงชุ่มที่นั่งอยู่ข้างกัน“ดูท่าจะหนักเอาการนะครับ คุณกันต์”ลุงชุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ ทำลายความเงียบ สายตาจับจ้องไปยังตัวบ้านผ่านกระจกหน้ารถ ในน้ำเสียงนั้นเจือความกังวลอย่างเห็นได้ชัด“หนักกว่าที่คิดไว้เยอะเลยล่ะ”กันต์ธีร์ตอบกลับ เสียงเรียบขรึม ดวงตาคมกริบของเขากวาดสำรวจไปทั่วบริเวณบ้าน ไม่ได้มองแค่ตัวบ้าน แต่รวมถึงพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็นซึ่งแผ่ปกคลุมอยู่รอบๆ ราวกับหมอกควันสีดำจางๆ ที่เกาะกินทุกอณูอากาศ บิดเบือนแม้กระทั่งแสงแดดยามบ่ายให้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตาเมื่อวานนี้เขาได้รับโทรศัพท์จากชายที่ชื่อสมชาย เสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังในปลายสายยังคงก้องอยู่ในหูของเขา‘ช่วยลูกสาวผมด้วย.....ได้โปรด.....’ เขาให้คำแนะนำเบื้องต้นเพื่อประคองสถานการณ์ไปก่อน และนั
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more

บทที่ 7: พิธีล้างมนต์ดำ

เสียงกลอนไม้กระทบกับวงกบดังลั่น ปิดกั้นแสงสุดท้ายจากภายนอกจนหมดสิ้น สมชายถอนหายใจหนักหน่วง เช็ดเหงื่อที่ผุดซึมบนหน้าผากด้วยหลังมือที่สั่นเทา พรศรีผู้เป็นภรรยากอดอกตัวเองแน่น ยืนตัวลีบอยู่ข้างเสา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นจับจ้องไปยังภาพตรงหน้าห้องพระขนาดเล็กที่ดัดแปลงจากมุมหนึ่งของบ้านบัดนี้กลายเป็นศูนย์กลางของความตึงเครียด กลิ่นธูปเก่าผสมกับกลิ่นอับของไม้ที่สะสมมานานปีลอยอบอวลไปทั่ว อากาศภายในหนักอึ้งและเย็นเยียบลงอย่างประหลาดราวกับถูกสูบความร้อนออกไปจนหมดสิ้น แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวมาจากหลอดไฟนีออนกลมบนเพดานที่สาดแสงสีขาวซีดลงมา อาบไล้ทุกสิ่งให้ดูไร้ชีวิตชีวากันต์ธีร์คุกเข่าลงบนพื้นไม้กระดานที่ขัดจนขึ้นเงา เขาวางบาตรน้ำมนต์ดินเผาใบย่อมลงตรงหน้าอย่าง หยดน้ำที่เกาะอยู่รอบขอบบาตรสะท้อนแสงไฟวิบวับ ข้างกันนั้นมีมัดหญ้าคาและกลุ่มด้ายสายสิญจน์สีขาวบริสุทธิ์วางเตรียมไว้อย่างเป็นระเบียบ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเชื่องช้า สงบนิ่ง และมั่นคง สวนทางกับบรรยากาศกดดันที่แผ่คลุมไปทั่วทั้งบ้านราวกับพายุที่กำลังก่อตัวพิมพิลาถูกจับให้นั่งพิงเสากลางบ้าน ร่างของเธอดูอ่อนปวกเปียก แต่ดวงตากลับแข็งกร้าวแล
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more

บทที่ 8: ตื่นจากฝันร้าย

เปลือกตาที่หนักอึ้งราวกับมีแท่งตะกั่วถ่วงไว้ค่อยๆ ปรือเปิด แสงแดดยามสายที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างลายดอกไม้สาดกระทบม่านตาจนต้องหยีลงอีกครั้ง พิมพิลาขยับตัวช้าๆ ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั่วแผ่นหลังและต้นแขนราวกับถูกไฟลวก กลิ่นสมุนไพรจางที่ไม่คุ้นเคยผสมกับกลิ่นยาหม่องลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ทำให้ห้องนอนของเธอรู้สึกแปลกเปลี่ยนไปหญิงสาวใช้ข้อศอกยันตัวเองขึ้นนั่ง พลันต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่แล่นจี๊ดขึ้นมาตามผิวหนัง เธอก้มลงมองแขนตัวเองแล้วเบิกตากว้าง รอยแผลพุพองสีแดงน่ากลัวปรากฏเป็นปื้นยาวตั้งแต่ข้อมือจนเกือบถึงหัวไหล่ บางแห่งเริ่มแห้งตกสะเก็ด แต่บางแห่งยังคงดูช้ำเลือดช้ำหนอง ราวกับถูกประทับด้วยเหล็กร้อนจัด“ตื่นแล้วเหรอลูก”เสียงแหบพร่าของพรศรีดังขึ้นจากข้างเตียง ผู้เป็นแม่นั่งฟุบหลับอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ใบหน้าอิดโรย ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้มาหลายคืนติดต่อกัน ข้างกายมีชามข้าวต้มที่เย็นชืดวางอยู่บนโต๊ะหัวเตียง“แม่…..นี่มัน…..เกิดอะไรขึ้น??”พิมพิลาถามเสียงสั่น พยายามนึกย้อนถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ แต่ความทรงจำของเธอกลับขาดห้วงและสับสนวุ่นวายราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกตัดต่ออย่างป่าเถื่อนภาพสุดท้าย
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more

บทที่ 9: ข้อเสนอของธาม

สัปดาห์กว่าแล้วที่พิมพิลาพยายามจะหมุนชีวิตกลับเข้าสู่แกนเดิม กลิ่นกาแฟคั่วอ่อนๆ และเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ในร้านกาแฟเจ้าประจำควรจะเป็นสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจได้เหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้มันกลับให้ความรู้สึกห่างเหินเธอนั่งอยู่ริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ในคาเฟ่หน้าคณะมนุษยศาสตร์ มองผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาบนทางเท้าด้วยสายตาเลื่อนลอย แขนเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีอ่อนถูกดึงลงมาปิดคลุมข้อมือจนมิดชิด แม้ว่าอากาศภายนอกจะค่อนข้างอบอ้าว สัมผัสของผ้าที่เสียดสีกับผิวหนังบริเวณที่เคยมีรอยไหม้ยังคงสร้างความรำคาญใจอยู่เป็นระยะ แม้ตอนนี้มันจะเริ่มตกสะเก็ดและดีขึ้นมากแล้วก็ตามความทรงจำจากคืนนั้นและหลักฐานที่จับต้องไม่ได้ในซองพลาสติกยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนเงาตามตัว เธอบอกใครไม่ได้ เล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเชื่อ แม้กระทั่งตัวเองก็ยังยากจะยอมรับ พ่อกับแม่ก็เปลี่ยนไป พวกท่านเงียบขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด บทสนทนาในบ้านมีน้อยลง มีเพียงสายตาห่วงใยที่คอยจับจ้องเธออยู่เสมอ ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปอีกครั้ง“พิม”เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปตามเสียง ธามยืนส่งยิ้มกว้างอยู่ข้
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more

บทที่ 10: เงามืดที่ตามติด

แสงไฟฟลูออเรสเซนต์บนเพดานสูงของตึกเรียนรวมสาดแสงสีขาวนวลลงมา อาบไล้พื้นกระเบื้องยางที่ขัดจนขึ้นเงาให้สะท้อนเป็นทางยาวเหยียด พิมพิลาเดินไปตามโถงทางเดินที่บัดนี้ว่างเปล่า เสียงส้นรองเท้าของเธอกระทบพื้นดังก้องกังวานในความเงียบ เป็นเสียงเดียวที่บ่งบอกว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในอาคารเก่าแก่หลังนี้ ยามโพล้เพล้ทำให้เงาของเสาและมุมห้องทอดยาวบิดเบี้ยว ดูคล้ายอสุรกายที่ซุ่มซ่อนรอคอยเหยื่อเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่เธอพยายามทำตัวให้ห่างจากธาม ข้อความและสายที่ไม่ได้รับถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีคำตอบ ปฏิกิริยาของร่างกายที่ต่อต้านเขารุนแรงในร้านกาแฟวันนั้นยังคงติดอยู่ในความรู้สึก มันเป็นสัญชาตญาณดิบที่เธอเองก็หาคำอธิบายไม่ได้ ยิ่งคิดถึงแววตาเย็นเยียบชั่ววูบของเขา ความรู้สึกไม่สบายใจก็ยิ่งเกาะกุมแน่นขึ้นหญิงสาวกระชับสายกระเป๋าสะพายให้เข้าที่ เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกนิด ห้องสมุดคณะปิดแล้ว เธอจึงต้องมานั่งทำงานต่อที่ห้องอ่านหนังสือรวมซึ่งเปิดถึงสามทุ่ม แต่ตอนนี้บรรยากาศรอบตัวมันช่างวังเวงเกินไป ความเหนื่อยล้าจากการเตรียมโปรเจกต์ตลอดทั้งบ่ายเริ่มส่งผลต่อจินตนาการ หางตาของเธอจับภาพเงาไหววูบที่ปลายสุดของทางเดิ
last updateLast Updated : 2026-09-17
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status