กษัตริย์ฝรั่งเศสพระองค์ใดทรงสนับสนุนศิลปะยุคบารอก?

2026-02-11 14:12:17
142
Partager
Quiz sur ton caractère ABO
Fais ce test rapide pour savoir si tu es Alpha, Bêta ou Oméga.
Odorat
Personnalité
Mode d’amour idéal
Désir secret
Ton côté obscur
Commencer le test

4 Réponses

Leah
Leah
ที่ปรึกษา คนงาน
ในยุคทองของศิลปะบารอกในฝรั่งเศส นึกถึงกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 ขึ้นมาเป็นชื่อแรกเสมอ เพราะการสนับสนุนของพระองค์ไม่ใช่แค่ให้เงิน แต่เป็นการสร้างระบบทั้งศิลป์ให้ทำงานเพื่อพระราชอำนาจ

การผลักดันงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในของพระราชวังเป็นภาพชัดเจนที่สุด เช่นการยกระดับศิลปะจิตรกรรมและการออกแบบภูมิทัศน์ให้เข้ากับภาพลักษณ์ของราชบัลลังก์ งานของช่างฝีมือสำคัญๆ ถูกดึงมาไว้รอบตัวพระองค์เพื่อสร้างสไตล์แบบราชสำนักที่เด่นชัด

สิ่งที่ผมชอบก็คือความกล้าที่จะผสมศิลป์หลายแขนงเข้าด้วยกัน — จิตรกรรม ประติมากรรม ดนตรี และภูมิสถาปัตยกรรม กลายเป็นฉากหลังสำหรับอำนาจของรัฐและพิธีกรรมสังคม ผลงานจากยุคนี้ยังคงส่งอิทธิพลต่อการออกแบบและรสนิยมของยุโรปมาจนปัจจุบัน
2026-02-12 02:17:39
4
Jack
Jack
นักวิเคราะห์ ดีไซเนอร์
ภาพจำเกี่ยวกับโบสถ์และพระราชวังบารอกมักโยงกับกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 อย่างไม่มีข้อกังขา เพราะพระองค์ให้การสนับสนุนทั้งจิตรกร ประติมากร สถาปนิก และนักดนตรี การตัดสินใจลงทุนในงานศิลป์ขนาดใหญ่ทั้งในระดับอาคารและพิธีกรรมทางศาสนาช่วยผลักดันสไตล์บารอกให้เป็นภาษางานศิลป์ของราชสำนัก ผลลัพธ์คือภาพลักษณ์ของราชอำนาจที่ชัดเจนและยาวนาน — สิ่งที่ยังดึงดูดความสนใจของคนรุ่นหลังได้ไม่เสื่อมคลาย
2026-02-13 09:50:18
7
Theo
Theo
นักแชร์ ช่างตัดผม
มุมมองด้านการเมืองทำให้เห็นบทบาทของกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 ในฐานะผู้สนับสนุนศิลปะบารอกอย่างชัดเจน เพราะพระองค์ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือสร้างอำนาจและภาพลักษณ์ ลักษณะงานที่ได้รับการส่งเสริมมักจะเป็นงานยิ่งใหญ่ที่นำเสนอความโอ่อ่าและความมั่งคั่งของรัฐ การตั้งสถาบันและการอุปถัมภ์ศิลปินทำให้ศิลปะถูกจัดระบบเพื่อสื่อสารความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ มากกว่าจะเป็นการสนับสนุนแบบกระจัดกระจายเหมือนในยุคก่อนหน้า ความเข้มงวดและการคัดเลือกงานจึงสะท้อนถึงความตั้งใจเชิงนโยบายในการสร้างภาพของกษัตริย์เอง ซึ่งทำให้ยุคหลุยส์ที่ 14 กลายเป็นสัญลักษณ์ของการรวมศูนย์ทางวัฒนธรรมและอำนาจรัฐผ่านศิลปะ
2026-02-15 09:55:10
9
Jade
Jade
นักรีวิว นักเรียน
ภาพวาดและรูปปั้นจากยุคนั้นยังทำให้ฉันหยุดมองได้ทุกครั้ง เพราะความละเอียดและสเกลที่ศิลปินเลือกใช้เพื่อสื่ออารมณ์ยิ่งใหญ่ ส่วนตัวแล้วฉันมองว่ากษัตริย์หลุยส์ที่ 14 เป็นผู้ผลักดันให้เกิดการผสมผสานระหว่างสไตล์คลาสสิกและความโอ่อราตามแบบบารอก จิตรกรและประติมากรหลายคนได้รับอำนาจและทรัพยากรในการสร้างงานขนาดใหญ่ องค์ประกอบสถาปัตยกรรมก็ถูกออกแบบให้กลายเป็นฉากเวทีที่ขับเน้นความยิ่งใหญ่ของผู้ปกครอง ความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับอำนาจกลางแบบนี้ทำให้ผลงานมีทั้งความปราณีตและความตั้งใจสื่อสารทางการเมืองไปพร้อมกัน ซึ่งทำให้ผลงานยุคนี้ดูมีชีวิตและมีจุดมุ่งหมายทั้งในแง่ความสวยงามและการสื่อสารสังคม
2026-02-15 16:08:38
6
Toutes les réponses
Scanner le code pour télécharger l'application

Livres associés

Autres questions liées

กษัตริย์ฝรั่งเศสพระองค์ใดเป็นต้นราชวงศ์บูร์บง?

4 Réponses2026-02-11 05:00:20
มุมมองส่วนตัวของฉันคือเรื่องราวของราชวงศ์บูร์บงเริ่มต้นขึ้นจริงจังเมื่อราชบัลลังก์ตกไปอยู่ในมือของ 'เฮนรีที่ 4' แห่งฝรั่งเศส คนที่กลายเป็นกษัตริย์ในปี 1589 นี้เดิมเป็นกษัตริย์แห่งนาวาร์ ที่ผ่านมาเขาถูกมองว่าเป็นตัวแทนของสายเลือดบูร์บงและเมื่อขึ้นครองราชย์ก็ถือเป็นการสิ้นสุดของราชวงศ์วาโลอิสและการเริ่มต้นบทใหม่ของประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส ผมชอบคิดถึงเฮนรีที่ 4 ในฐานะนักประนีประนอม: เขาเปลี่ยนศาสนาเพื่อรวมชาติและออกพระราชกฤษฎีกาใหญ่ เช่น 'พระราชกฤษฎีกานานต์' ที่ให้ความคุ้มครองแก่ชาวโปรเตสแตนต์ การกระทำเหล่านั้นไม่ได้ทำให้เขามีชื่อเสียงเพียงแค่ในเชิงอำนาจ แต่ยังทำให้ราชวงศ์บูร์บงกลายเป็นฐานอำนาจที่ยืดหยุ่นและยาวนาน ข้อนี้ทำให้เขาเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนของบูร์บงในฐานะราชวงศ์ผู้ปกครองฝรั่งเศส

กษัตริย์ฝรั่งเศสคนไหนทรงสร้างพระราชวังแวร์ซาย?

4 Réponses2026-02-11 01:53:12
พระราชวังแวร์ซายไม่ได้เกิดขึ้นจากการวางแผนครั้งเดียว แต่เป็นผลจากการขยายและแต่งเติมที่ยาวนาน ซึ่งผมมักจะเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังเวลาพูดถึงสถาปัตยกรรมยุโรป ความจริงแล้วต้นกำเนิดมาจากกระท่อมล่าสัตว์เล็ก ๆ ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 แต่คนที่ทำให้มันกลายเป็นพระราชวังอันยิ่งใหญ่คือพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 พระองค์เริ่มขยายและประดับตกแต่งอย่างหรูหรา มีการจ้างสถาปนิกและศิลปินชั้นแนวหน้า โครงการใหญ่ถูกออกแบบเพื่อสะท้อนอำนาจของราชาและความพิเศษของราชสำนัก ผมชอบคิดว่าการย้ายราชสำนักไปยังแวร์ซายในปี 1682 เป็นการประกาศว่าทุกอำนาจถูกอยู่ภายในวังแห่งนี้ ไม่ใช่แค่บ้าน แต่เป็นศูนย์กลางการปกครองและพิธีการ นั่นแหละทำให้แวร์ซายกลายเป็นสัญลักษณ์ของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และยังคงดึงดูดสายตาคนทั่วโลกมาจนทุกวันนี้

กษัตริย์ฝรั่งเศสองค์ใดถูกประหารในปี 1793?

3 Réponses2026-02-11 12:55:29
ฉันมองเหตุการณ์ปี 1793 เป็นฉากหนึ่งที่สะท้อนความตึงเครียดทางการเมืองและสังคมได้ชัดเจนมาก ในด้านข้อเท็จจริง กษัตริย์ฝรั่งเศสที่ถูกประหารในปีนั้นคือ หลุยส์ที่ 16 (Louis XVI) เขาถูกตัดสินโดยสภาคองแวงช์แห่งชาติ (National Convention) ในข้อหาทรยศและสมคบคิดกับศัตรูต่างชาติ การประหารเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มกราคม ค.ศ. 1793 ที่บริเวณซึ่งขณะนี้เรียกกันว่า Place de la Concorde เดิมชื่อ Place de la Révolution การตัดสินใจนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในบรรยากาศเรียบง่าย แต่เป็นผลจากความโกรธและความหวาดระแวงของผู้คนหลังจากเหตุการณ์หลายครั้ง เช่น การล้มเหลวของหนีออกจากประเทศ (Flight to Varennes) และความกดดันจากสงครามภายนอก การประหารหลุยส์ที่ 16 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะมันทำให้ราชอาณาจักรถูกโค่นล้มอย่างเปิดเผยและนำไปสู่การประกาศสาธารณรัฐฝรั่งเศส รวมทั้งเป็นฉนวนให้เกิดช่วงเวลาที่โหดร้ายอย่าง Reign of Terror ซึ่งมีการจับกุมและประหารชีวิตผู้ต้องสงสัยมากมาย เหตุการณ์นี้ยังทิ้งผลสะเทือนไปทั่วยุโรป ทั้งในแง่การเมืองและสัญลักษณ์ว่าราชบัลลังก์ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือการตรวจสอบของประชาชน สำหรับฉัน ภาพการประหารและบรรยากาศทางการเมืองในขณะนั้นเป็นทั้งบทเรียนและคำเตือนว่าสงครามทางความคิดสามารถเปลี่ยนรูปสังคมได้อย่างรวดเร็ว

กษัตริย์ฝรั่งเศสคนสุดท้ายก่อนสาธารณรัฐคือใคร?

4 Réponses2026-02-11 09:14:41
คนที่เป็นกษัตริย์คนสุดท้ายก่อนการสถาปนาสาธารณรัฐคือ 'ลุยส์-ฟิลิปป์' ซึ่งขึ้นครองราชย์หลังการปฏิวัติกรกฏาคมปี 1830 และครองราชย์จนถึงการปฏิวัติปี 1848 ฉันมักจะนึกถึงเขาในฐานะกษัตริย์ที่ต่างออกไปจากราชวงศ์ดั้งเดิม เพราะเขาเรียกตัวเองว่า 'ราชาแห่งชาวฝรั่งเศส' (roi des Français) แทนที่จะเป็นกษัตริย์เหนือดินแดนแบบเดิม ๆ ซึ่งสะท้อนถึงการอ้างสิทธิ์ต่อฐานสนับสนุนจากชนชั้นกลางและชนชั้นกลางที่กำลังเติบโตในสังคม การปกครองของเขามักถูกเรียกว่า 'ราชาธิปไตยกรกฎาคม' (July Monarchy) เป็นยุคที่มีทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางสังคมควบคู่กันไป สายตาของฉันมองว่าการสละราชย์ของเขาในปี 1848 และการลี้ภัยไปอังกฤษเป็นจุดสิ้นสุดของยุคกษัตริย์รุ่นเก่าในฝรั่งเศส ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นจะมีจักรพรรดิอย่าง 'นโปเลียนที่ 3' แต่คำว่า 'กษัตริย์' ในความหมายประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสก็ถือว่าจบลงที่เขา พอจะคิดถึงภาพเมืองปารีสที่เปลี่ยนแปลงและคลื่นการประท้วงที่ผลักดันให้สถาบันเดิมต้องถอยออกไปแล้ว ฉันมักจะรู้สึกทึ่งกับความเปลี่ยนแปลงรวดเร็วของการเมืองยุคนั้นมาก, และความเปราะบางของตำแหน่งอำนาจที่พึ่งพาการยอมรับจากประชาชน

กษัตริย์ฝรั่งเศสองค์ใดถูกขับไล่ในการปฏิวัติกรกฎาคม 1830?

4 Réponses2026-02-11 22:40:08
การลุกฮือในกรุงปารีสช่วงปลายเดือนกรกฎาคมปี 1830 ถูกเล่าให้ฟังด้วยภาพที่ทั้งครึกครื้นและโหดร้ายในเวลาเดียวกัน เหตุการณ์ที่คนส่วนมากเรียกกันว่า 'Trois Glorieuses' หรือสามวันที่รุ่งโรจน์คือฉากที่จุดชนวนให้ราชวงศ์บูร์บงที่กลับมานั่งบัลลังก์หลังยุคปฏิวัติสะดุดหยุดลง และชื่อของกษัตริย์ฝรั่งเศสที่ถูกขับไล่ออกไปก็คือชาร์ลส์ที่สิบ การประกาศออกกฎหมายเข้มงวดจำกัดเสรีภาพของสื่อและการยุบสภา ทำให้ผู้คนต้านทานจนสถานการณ์ลุกขึ้นเป็นการจลาจลเต็มรูปแบบ เหตุผลที่ฉันยังชอบเล่าถึงเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงเพราะมันเป็นเปลี่ยนผ่านทางการเมือง แต่เพราะผลลัพธ์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าของราชอาณาจักร ชาร์ลส์ที่สิบต้องสละราชบัลลังก์และจากไป ไม่นานต่อมาประชาธิปไตยเชิงรัฐธรรมนูญรูปแบบใหม่ก็ปรากฏขึ้นโดยมีหลุยส์-ฟิลิปขึ้นมาเป็นกษัตริย์แห่งชาวฝรั่งเศส ซึ่งสะท้อนการเปลี่ยนสมดุลอำนาจจากราชศักดินาเก่าไปสู่ความรับผิดชอบทางการเมืองแบบใหม่ นี่แหละคือภาพรวมที่ทำให้เรื่องราวของปี 1830 ยังคงน่าสนใจและให้บทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่ฉันชอบนำมาพูดคุยกับเพื่อนๆ

ราฟาเอล เป็นใครในประวัติศาสตร์ศิลปะเรอเนซองส์?

3 Réponses2025-11-01 07:13:15
ความงดงามของ 'ราฟาเอล' สำหรับเราไม่ใช่แค่ทักษะการวาดรูปแต่เป็นความสามารถในการทำให้ความคิดเชิงปรัชญาและอารมณ์มนุษย์ดูง่ายและเข้าถึงได้ เวลาได้มอง 'The School of Athens' แล้ว ความประทับใจแรกคือการจัดวางตัวละครที่เหมือนกับการประชันของความคิด เขาจัดองค์ประกอบแบบสอดประสาน—เส้น แนวตั้ง แนวนอน และการใช้พื้นที่เชิงสถาปัตยกรรม—จนเกิดความสงบและสมมาตร ซึ่งเป็นหัวใจของยุคเรอเนซองส์สูงสุด นอกจากนั้นผลงานเช่น 'Sistine Madonna' และ 'Transfiguration' แสดงให้เห็นสองด้านของเขา: ด้านหนึ่งเป็นความนุ่มนวลของแม่พระและการจัดแสงที่อบอุ่น อีกด้านเป็นความเข้มข้นทางศาสนาและดราม่าทางสีสัน เราเห็นว่า 'ราฟาเอล' เป็นสะพานเชื่อมระหว่างความคิดของเลโอนาร์โดและไมเคิลแองเจโล เขาไม่เพียงแต่เรียนรู้เทคนิคจากทั้งคู่ แต่ยังผสมผสานความเป็นคลาสสิกและมนุษยนิยมเข้าด้วยกันจนเกิดสุนทรียะแบบใหม่ที่กว้างขวางกว่า การที่เขาจบชีวิตเร็วก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเขาในประวัติศาสตร์ศิลป์ดูเหมือนเป็นแสงวาบสั้นแต่เจิดจ้า ผลงานและผู้เรียนที่เขาทิ้งไว้เป็นสิ่งยืนยันว่าความละเมียดละไมในการวาดรูปและการคิดเชิงองค์รวมสามารถเปลี่ยนทัศนคติทางศิลปะของยุคได้โดยแท้ จริงๆ แล้วเวลายืนอยู่หน้าแผ่นภาพของเขา เรามักเผลอยิ้มกับความบังเอิญของสัดส่วนที่เข้ากันพอดี มันทำให้รู้สึกว่าศิลปะไม่ใช่ของห่างไกล แต่เป็นสิ่งที่สัมผัสได้

นักวิชาการวรรณคดียืนยันว่า ยุคทองของวรรณคดีหมายถึงสมัยกษัตริย์พระองค์ใด?

4 Réponses2026-07-09 16:58:01
ย้อนไปในบทเรียนวรรณคดีที่ชอบอ่านบ่อย ๆ นักวิชาการหลายคนมักชี้ชัดว่ารัชกาลที่ 2 คือยุคทองของวรรณคดีไทย ฉันคิดว่าการยกคำนี้ให้รัชกาลที่ 2 มีเหตุผลชัดเจน เพราะสมัยนั้นวรรณกรรมประเภทกาพย์ กลอน และบทละครพัฒนาจนมีมาตรฐานสูงขึ้น รัชกาลที่ 2 เองมีความสนพระทัยในวรรณกรรมและส่งเสริมข้าราชบริพารที่เป็นกวี ทำให้เกิดผลงานหลากหลายทั้งการแต่งใหม่และการเรียบเรียงงานเก่าให้มีรสนิยมร่วมสมัย ในมุมมองของคนที่ติดตามบทกวีคลาสสิกมากกว่าหนึ่งเรื่อง การปรากฏของกวีนิพนธ์สำคัญอย่าง 'พระอภัยมณี' และการเฟื่องฟูของกวีสำนักราชสำนักในยุคนี้ เป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่ามีชีวิตชีวาทางวรรณกรรมมากกว่าสมัยก่อน ฉันชอบคิดถึงภาพคณะกวีในวัง ที่แลกเปลี่ยนบทกลอนและเรียงร้อยภาษาอย่างประณีต ซึ่งทำให้ยุคนั้นถูกมองว่าเป็นช่วงที่ปรุงแต่งศิลปะภาษาจนลงตัวและส่งผลต่อพัฒนาการวรรณคดีไทยยุคต่อมา

นักเรียนประวัติศาสตร์สงสัยว่า ยุคทองของวรรณคดีหมายถึงสมัยกษัตริย์พระองค์ใด?

5 Réponses2026-07-09 13:50:01
รัชกาลที่ 2 มักถูกยกให้เป็นยุคทองของวรรณคดีไทย เพราะเป็นช่วงที่งานประพันธ์และบทละครคลาสสิกได้รับการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรมจากคณะราชสำนักและชนชั้นนำ บรรยากาศที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์ทำให้ผู้ใหญ่คนเก่งหลายคนมีโอกาสเขียนและปรับปรุงรูปแบบวรรณกรรม รวมถึงกวีเอกที่ผลงานยังคงอยู่ในความนิยมจนถึงปัจจุบัน เช่น 'พระอภัยมณี' ซึ่งเป็นตัวอย่างชัดเจนของงานสุนทรภู่ที่สะท้อนทักษะการเล่าเรื่องและจินตนาการสูง ตัวบทมีทั้งกวีนิพนธ์และเรื่องเล่าเชิงนิยายที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ฉันชอบอ่านบทกวีจากยุคนี้เพราะรู้สึกว่ามีทั้งความละเมียดและความเป็นละครผสมกัน ทำให้ง่ายต่อการนำมาขับร้องหรือแสดง จึงไม่แปลกที่ยุคสมัยนี้จะถูกมองเป็นจุดสูงสุดของวรรณกรรมไทยในเชิงคุณค่าและการยอมรับจากสังคม

นักประวัติศาสตร์มักถามว่า ยุคทองของวรรณคดีหมายถึงสมัยกษัตริย์พระองค์ใด?

4 Réponses2026-07-09 23:42:29
คำถามนี้ชวนให้คิดถึงภาพของราชสำนักที่เต็มไปด้วยกวีและบทกวีสวยงาม—ฉันมองว่าเมื่อพูดถึง 'ยุคทองของวรรณคดี' หลายคนจะชี้ไปที่รัชกาลที่ 2 ของกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลนี้มีบรรยากาศเอื้อให้เกิดการรื้อฟื้นแบบฉบับกวีนิพนธ์ โคลง ฉันเห็นภาพครูกวีและศิลปินมารวมตัวกันในวังเพื่อแต่งบท คัดลอก และสอนกันแบบใกล้ชิด ฉันเองชอบยกตัวอย่างงานอย่าง 'พระอภัยมณี' ซึ่งได้รับการตั้งคำถามและชื่นชมในทั้งฝีมือการเล่าเรื่องและการเล่นคำ งานประเภทนิราศและกาพย์ที่เกิดขึ้นในยุคนั้นสะท้อนความละเอียดอ่อนของภาษาไทยทางวรรณศิลป์ และยังมีการสะสมและถ่ายทอดรูปแบบกวีนิพนธ์ที่ทำให้ยุคหลังมีพื้นฐานที่แข็งแรง มุมมองแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความสำคัญของยุคอื่น แต่เมื่อต้องเลือกยุคที่วรรณศิลป์เจริญและได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบ รัชกาลที่ 2 มักถูกหยิบขึ้นมาเป็นตัวอย่างเพราะทั้งผู้ประพันธ์มีชื่อเสียงและมีการส่งต่อวิธีการทางกวีนิพนธ์จากรุ่นสู่รุ่น ช่วงเวลานั้นเลยให้ความรู้สึกว่าเป็น 'ยุคทอง' ในแง่ของคุณภาพและการอนุรักษ์แบบแผน

นักประวัติศาสตร์อธิบายว่า รัชกาลที่ 2 ชื่อ อะไร และทรงส่งเสริมศิลปะอะไร

5 Réponses2026-07-09 16:55:04
นักประวัติศาสตร์มักเรียกพระองค์ว่า 'พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย' และพระนามเดิมที่ปรากฏในเอกสารคือ 'เจ้าฟ้าชายจิม' ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ทำให้เข้าใจตัวตนของพระองค์ได้ชัดขึ้น ในฐานะคนที่หลงใหลงานศิลป์ ผมมองว่าพระองค์เป็นผู้ผลักดันวัฒนธรรมอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ผู้สนับสนุนเงียบๆ พระองค์ทรงส่งเสริมกวีนิพนธ์และบทละครในราชสำนักจนเกิดยุคทองทางวรรณกรรม รัชกาลที่ 2 เปิดพื้นที่ให้กวีและนักแต่งเพลงได้ทดลองรูปแบบ โคลง ฉันท์ และกาพย์มีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ผลงานของนักกวีสมัยนั้นจึงได้รับการบันทึกและเผยแพร่อย่างกว้างขวาง สิ่งที่ผมชอบคือภาพของราชสำนักที่เต็มไปด้วยบทกวีและเพลง คนเขียนบทกวีได้แรงบันดาลใจจากราชสำนัก ส่วนช่างดนตรีก็ได้รับการอุปถัมภ์จนศิลปะพื้นบ้านและศิลปะหลวงเติบโตควบคู่กัน เรื่องแบบนี้ทำให้รู้สึกว่าศิลปะได้รับการรักษาไว้อย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่บันทึกไว้แล้วปล่อยให้เลือนหายไป
Questions fréquentes
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status