เมื่อมองตัวอย่างจาก 'Final Fantasy VII' จะเห็นว่าแม้ตัวละครบางตัวจะมีฉากสั้น ๆ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับพล็อตและความทรงจำของผู้เล่นทำให้เขาเป็น major ได้ ขณะเดียวกันใน 'The Legend of Zelda' บางตัวละครมีบทบาทชัดเจนในการให้เควสต์หรือคีย์ไอเท็ม แต่ไม่ได้เป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่องทั้งหมด จึงอยู่ในระดับรองลงมา การแยกชั้นพวกนี้ช่วยให้ผู้เล่นรู้ว่าจะต้องให้ความสนใจกับใคร และช่วยทีมออกแบบชี้ว่าต้องให้เวลาเขียนบทหรือเซ็ตฉากมากแค่ไหน