3 Réponses2026-04-23 20:22:44
แนะนำให้เริ่มที่หน้าแอปหรือเว็บของ Netflix ก่อน เพราะนั่นคือจุดที่มองเห็น 'หนังใหม่' และหมวดเกาหลีได้ชัดเจนกว่าใคร
ผมมักจะเปิดโปรไฟล์แล้วเลื่อนลงไปที่ส่วน 'ใหม่และยอดนิยม' หรือค้นคำว่า 'Korean' / 'เกาหลี' ในช่องค้นหาเพื่อดูภาพรวมของหนังและซีรีส์ที่เพิ่งเข้ามา เมื่อเห็นโปสเตอร์ที่น่าสนใจ ก็เก็บลง 'รายการของฉัน' ไว้ก่อนเพื่อไม่ให้หลุดจากสายตา อีกเทคนิคที่ผมใช้คือเปลี่ยนภาษาซับหรือการตั้งค่าภาษาของโปรไฟล์เป็นภาษาไทย/เกาหลีบางครั้งจะทำให้การจัดหมวดหมู่หรือคอนเทนต์ที่โชว์มีความเป็นท้องถิ่นมากขึ้น ทำให้มองเห็นหนังเกาหลีที่เพิ่งมาใหม่ได้เร็วขึ้น
นอกจากการไล่ดูในแอปแล้ว ผมติดตามช่องทางโซเชียลของ Netflix ประเทศไทยและเกาหลีไว้ด้วย เพราะพวกเขามักจะปล่อยตัวอย่างหรือประกาศวันเข้าฉายของหนังใหม่ก่อนใคร ตัวอย่างเช่นหนังเกาหลีบางเรื่องอย่าง 'Space Sweepers' หรือ 'Night in Paradise' ที่ฉันเห็นประกาศผ่านเพจแล้วก็ไปเปิดดูบนแพลตฟอร์มทันที การตั้งการแจ้งเตือนเมื่อมีหนังใหม่เข้าช่วยได้เยอะ และถ้าต้องการตรวจสอบว่าเรื่องไหนเข้ามาช่วงไหน ก็มีเว็บติดตามคอนเทนต์ภายนอกที่ช่วยได้เช่นกัน แต่การเริ่มจากภายใน Netflix เองจะเป็นวิธีที่ได้ผลและปลอดภัยสุดท้ายแล้วก็เลือกจากคอนเซ็ปต์ที่ชอบหรือรีวิวสั้นๆ ก่อนลงมือตัดสินใจดู จะทำให้เวลาเลือกหนังเกาหลีเรื่องใหม่ไม่สับสนและสนุกกับการค้นหามากขึ้น
3 Réponses2025-10-19 12:17:11
มีวิธีง่ายๆ ที่ฉันมักใช้เมื่ออยากรู้ว่าหนังเรื่องไหนบน Netflix มีพากย์ไทยเต็มเรื่องหรือยัง และมันสะดวกกว่าที่คิดมาก
เวลาส่องจากแอปบนทีวีหรือมือถือ ให้เลื่อนมาดูหน้ารายละเอียดของหนังก่อนเลย แล้วมองหาตัวเลือก 'เสียง/ซับไตเติ้ล' (ไอคอนรูปคำพูดหรือลำโพง) ถ้าคลิกเข้าไปแล้วเห็น 'ไทย' ในรายการภาษาเสียง แปลว่าพากย์ไทยมีให้เลือก ฉันมักจะเช็กตรงนี้ก่อนจะเล่น เพราะมันชัดเจนและไม่ต้องเดา อีกทางที่ฉันทำคือเปลี่ยนภาษาโปรไฟล์เป็นภาษาไทยบ้างเป็นบางครั้ง เพราะบางครั้งคอนเทนท์ที่มีเวอร์ชันไทยจะเด่นขึ้นในหน้าแนะนำ
อีกวิธีที่ช่วยได้คือติดตามช่องทางของ Netflix ประเทศไทยบนโซเชียลมีเดียหรือบล็อกสื่อบันเทิงไทย — เขามักประกาศว่าไฟล์พากย์ไทยถูกปล่อยให้ดูเมื่อไหร่ เห็นอะไรที่เป็นไฮไลต์อย่างซีรีส์การ์ตูนหรือหนังบล็อกบัสเตอร์อย่าง 'Arcane' ฉันจะรีบเช็กเมนูเสียงทันทีเพราะรู้ว่าบางซีซันมีพากย์ในหลายภาษา สรุปก็คือใช้ทั้งเมนูในแอปและแหล่งข้อมูลของ Netflix ประกอบกัน แล้วก็สังเกตสัญลักษณ์ภาษาให้เป็นนิสัย จะรู้ทันทีว่าพากย์ไทยพร้อมให้ดูหรือยัง
2 Réponses2026-05-29 21:53:12
บอกตามตรง เรื่องวันฉายของหนังเกาหลีบน Netflix ในไทยมักไม่ซับซ้อนเท่าที่คนคิด แต่ก็มีรายละเอียดที่ควรรู้ก่อนตั้งตารอ
ส่วนใหญ่แล้วหนังที่เป็น 'Netflix Original' จะปล่อยพร้อมกันทั่วโลก ดังนั้นวันฉายในไทยจะตรงกับวันที่ประกาศบนแพลตฟอร์ม — ตัวอย่างเช่น 'Space Sweepers' กับ 'The Call' ทั้งสองเรื่องออกฉายบน Netflix แบบพร้อมกันทั่วโลก ทำให้คนดูไทยได้ดูพร้อมกับคนอื่น ๆ ทั่วโลกแบบไม่ต้องรอ แต่ปัจจัยที่ทำให้วันฉายต่างกันคือกรณีที่หนังนั้นไม่ใช่ผลงานที่ Netflix เป็นผู้ลงทุน ผลงานจากค่ายหรือผู้จัดจำหน่ายรายอื่นมักมีสัญญาเชิงลิขสิทธิ์ที่ทำให้วันฉายในแต่ละประเทศต่างกัน หรือบางเรื่องอาจเข้าฉายในโรงก่อนแล้วค่อยมาเข้า Netflix ภายหลัง
เมื่อเจอประกาศวันฉายที่ชัดเจน ให้สังเกตว่าส่วนใหญ่ Netflix จะมีวันที่ประกาศตรงในหน้ารายละเอียดของหนังและในแอป ถ้าเป็นผลงานที่มีการจัดฉายในโรงก่อน บางกรณีสตูดิโอจะกำหนดวันฉายใน Netflix เป็นวันหลังจากหมดช่วงฉายโรง ฉันมักสังเกตจากโพสต์ของ Netflix Thailand หรือหน้าข่าวบันเทิงที่อ้างอิงคำแถลงจากผู้จัดจำหน่ายเพื่อความชัวร์ สรุปสั้น ๆ ว่า ถ้าเป็น 'Original' ก็เตรียมกดเล่นได้ในวันประกาศ แต่ถ้าไม่ใช่ อาจต้องรอหรือดูเงื่อนไขการเผยแพร่ของแต่ละประเทศ — นี่เป็นเหตุผลที่บางเรื่องเห็นในเกาหลีไวกว่าไทย เช่นมีฉายโรงก่อนแล้วค่อยมีสิทธิ์ลงสตรีมมิ่งในภายหลัง
สุดท้าย ฉันมองว่าเรื่องเวลาได้เปรียบเมื่อแพลตฟอร์มประกาศชัดเจน เพราะมันช่วยให้แฟนหนังไม่ต้องเดาและจัดตารางดูได้ แต่ถ้าเป็นผลงานที่ยังไม่ชัดเจน ก็เตรียมตัวด้วยใจเย็น ๆ และติดตามช่องทางประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะมักจะมีการอัปเดตวันฉายออกมา แล้วการรอดูพร้อมกันก็ให้ความรู้สึกพิเศษแบบเดียวกับการไปดูกันเป็นกลุ่มอยู่ดี
3 Réponses2026-04-02 15:03:48
ชอบดูซีรีส์ทนายเกาหลีมากจนกลายเป็นนิสัยเวลาอยากได้เรื่องดราม่าที่ฉลาดและตึงเครียด—แพลตฟอร์มที่มักให้ซับไทยคุณภาพดีคือ 'Viu', 'Rakuten Viki', 'Netflix' และบางครั้งก็มีบน 'WeTV' หรือ 'iQIYI' ด้วย วิธีเลือกคือดูหน้าเพจของแต่ละเรื่องแล้วเช็กส่วนของภาษาซับก่อนกดเล่น เพราะบางเรื่องมีซับไทยตั้งแต่วันออกอากาศ บางเรื่องต้องรอคอมมูนิตี้ช่วยแปล
การใช้ 'Rakuten Viki' มีข้อดีตรงที่ชุมชนแปลเยอะและมักมีซับไทยให้เร็วสำหรับซีรีส์ฮิต ส่วน 'Netflix' จะได้ความเสถียรและซับทางการที่ปรับแต่งได้ง่าย ถ้าชอบของเกาหลีที่เป็นรายการทางสถานีเกาหลีจริงๆ ให้ลองตามช่องอย่าง 'KBS World' บน YouTube หรือสตรีมมิ่งของสถานีโดยตรง เพราะบางครั้งเค้าจะลงคลิปพร้อมซับไทย หรือมีตัวเลือกให้เลือกภาษาในแอป
อยากแนะนำเป็นตัวอย่างให้ลองหา 'Suits' เวอร์ชันเกาหลีถ้าอยากเห็นการนำเรื่องทนายคลาสสิกมาปรับ หรือถ้าชอบบู้ผสมกฎหมายลอง 'Lawless Lawyer' เรื่องพวกนี้ช่วยให้รู้ว่าการหาแหล่งดูต้องผสมระหว่างบริการสตรีมหลักและช่องทางของสถานีเอง การสมัครแบบทดลองหรือเช็กช่วงโปรโมชันก็ช่วยประหยัดได้ แล้วก็เลือกดูตามคุณภาพซับที่อ่านสบายตา จะเพลินกว่าดูแบบลำบากใจแน่นอน
2 Réponses2026-05-29 09:27:24
หลายคนคงสงสัยกันเยอะว่าเมื่อมีหนังเกาหลีใหม่เข้ามาใน Netflix แล้วจะมีซับไทยหรือพากย์ไทยไหม — ผมให้ภาพรวมแบบตรงไปตรงมาที่ใช้ได้บ่อยๆ ในประสบการณ์ของผมเองนะครับ
โดยทั่วไปแล้วแทบทุกครั้งที่ Netflix เอาหนังหรือซีรีส์เกาหลีเข้ามาฉาย มักจะมีซับไทยให้ดูได้เป็นมาตรฐาน เพราะซับไทยเป็นช่องทางหลักที่ช่วยให้ผู้ชมไทยเข้าถึงเนื้อหาได้ทันที นั่นหมายความว่าไม่ว่าจะเป็นหนังใหม่ที่ Netflix ผลิตเองหรือหนังที่ Netflix ซื้อสิทธิ์มา มักจะมีซับไทยพร้อมเปิดฉายในวันปล่อย แต่พากย์ไทยจะไม่เสมอไป — มักขึ้นกับระดับโปรเจกต์และการประเมินตลาดของ Netflix ตัวอย่างเช่น งานโปรดักชันที่ Netflix ลงทุนเยอะหรือคาดว่าจะมีผู้ชมต่างประเทศมาก จะมีโอกาสได้พากย์หลายภาษา รวมถึงไทย แต่หนังอินดี้หรือหนังที่เน้นตลาดเฉพาะกลุ่มบางครั้งอาจมีแค่ซับ
อีกอย่างที่ผมสังเกตคือรูปแบบการให้บริการมีความเปลี่ยนแปลงตามเวลาและพื้นที่ บางเรื่องในช่วงแรกอาจปล่อยเฉพาะซับ แต่ภายหลังมีการเพิ่มพากย์ไทยให้ตามคำเรียกร้องของผู้ชม หรือในบางประเทศ Netflix จะเพิ่มพากย์สำหรับตลาดที่มีผู้ชมมาก ดังนั้นถาหากอยากแน่ใจจริงๆ ควรเช็ครายละเอียดบนหน้าเพจของเรื่องนั้นๆ — แต่วิธีคิดแบบกว้างๆ คือ 'ซับไทยมีสูงมาก' ส่วน 'พากย์ไทยมีบ้างในเรื่องที่เป็นรายการใหญ่หรือโปรโมตหนัก'
พูดตามตรง ผมมักเลือกดูแบบซับมากกว่า เพราะรักษาอารมณ์เสียงดั้งเดิมของนักแสดงได้ดี แต่เข้าใจว่าบางคนสะดวกกับพากย์มากกว่า ซึ่งโชคดีที่ Netflix พยายามขยายตัวเลือกด้านเสียงเรื่อยๆ นั่นแปลว่าถ้าวันหนึ่งพากย์ไทยยังไม่อยู่ มันก็อาจมาในอนาคตได้อย่างที่เห็นบ่อยๆ ในตลาดนี้
4 Réponses2026-05-31 13:03:53
ฉันมักจะเริ่มจากหน้าแรกของ Netflix แล้วกดดูหมวด 'ใหม่บน Netflix' หรือ 'Top 10' ก่อน เพราะตรงนี้จะเห็นหนังไทยที่เพิ่งเข้ามาใหม่หรือกำลังมาแรงทันที โดยเฉพาะถ้าคุณอยากรู้ว่ามีอะไรน่าสนใจแบบไว ๆ ให้ดูแถวหมวดภาษาไทยหรือพิมพ์คำว่า "หนังไทย" ในช่องค้นหาแล้วเรียกดูผลที่จัดเรียงตามวันที่เข้าระบบ
ความชอบส่วนตัวคือมองหาฟิล์มที่คนพูดถึงเยอะ เช่นหนังสไตล์หนังนักเรียน-เกมชิงไหวพริบอย่าง 'Bad Genius' ที่เคยโผล่บนหน้าแนะนำบ่อย ๆ — แม้มันจะไม่ใช่หนังใหม่ล่าสุดตลอดเวลา แต่การมองกระแสในหน้า Top 10 ช่วยให้รู้ว่ามีหนังไทยเรื่องไหนคนกำลังดูเยอะ จากนั้นค่อยกดเข้าไปอ่านคำโปรย ดูตัวอย่างสั้น ๆ และเช็กเรตติ้ง/รีวิวภายในแอปก่อนเลือก นี่เป็นวิธีที่เร็วและได้ผลเมื่ออยากหาเรื่องดูแบบไม่เสี่ยงเสียเวลา
3 Réponses2026-04-21 08:49:08
มีวิธีง่ายๆที่ฉันใช้บ่อยเวลาอยากดูหนังหรือซีรีส์เกาหลีบน Netflix แล้วเลือกได้ว่าต้องการพากย์ไทยหรือเสียงเกาหลีพร้อมซับไทย
การเริ่มต้นคือกดค้นหาและพิมพ์คำว่า 'เกาหลี' หรือเลือกหมวดหมู่ 'Korean TV Shows'/ 'Korean Movies' ถ้ามี การตั้งค่าภาษาของโปรไฟล์เป็น 'ไทย' มักจะช่วยให้รายการที่มีพากย์ไทยหรือซับไทยเด่นขึ้น ฉันมักจะเปิดหน้ารายละเอียดเรื่องก่อนกดเล่นเพื่อดูช่อง 'Available Languages' หรือส่วนข้อมูลภาษาที่บอกว่ามี 'Audio: Thai' หรือ 'Subtitles: Thai' อยู่ไหม
ระหว่างเล่นให้คลิกที่ไอคอน 'เสียง/คำบรรยาย' (รูปฟองคำพูดหรือเครื่องหมายลูกศร) แล้วเลือกเสียงเป็น 'ไทย' หรือ 'Korean' ตามต้องการ แล้วเลือกซับเป็น 'ไทย' ถ้าต้องการเทียบความรู้สึกของทั้งสองแบบ เรื่องที่ฉันสลับบ่อยคือ 'Crash Landing on You' ซึ่งบางแพลตฟอร์มมีตัวเลือกหลายภาษา การเปลี่ยนอุปกรณ์ก็มีผล: บนทีวีเมนูอาจซ่อนอยู่ลึกกว่าในมือถือ แต่หลักการเหมือนกัน
ท้ายสุดฉันมองว่าอย่าลืมเช็กว่ารองรับพากย์ไทยจริงหรือไม่ เพราะบางเรื่องมีเฉพาะซับไทยเท่านั้น การเปลี่ยนไปมาระหว่างเสียงต้นฉบับกับพากย์ไทยช่วยให้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของบทและนักแสดง — นี่เป็นวิธีที่ฉันสนุกกับการดูมากที่สุด
1 Réponses2026-05-28 05:50:18
นี่คือชุดซีรีส์เกาหลีบน Netflix ที่ผมอยากให้คนไทยลองดูช่วงนี้ เพราะแต่ละเรื่องมีเสน่ห์ต่างกันและเหมาะกับอารมณ์ที่อยากดูไม่เหมือนกัน: 'Squid Game' ถ้าชอบความตึงเครียดแบบเกมชีวิตที่มีการวิพากษ์สังคมอย่างเข้มข้น, 'Kingdom' สำหรับคนที่อยากได้บรรยากาศประวัติศาสตร์ผสมซอมบี้และภาพสวยงาม, 'All of Us Are Dead' ถ้าอยากดูแนวซอมบี้วัยรุ่นที่มีดราม่าและความสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อน, 'Sweet Home' เมื่ออยากได้ฮอเรอร์ไซไฟที่ตัวละครมีมิติและการออกแบบมอนสเตอร์น่าจดจำ, 'The Glory' สำหรับคนที่ชอบความเข้มข้นของการแก้แค้นและการแสดงที่กดดัน, 'D.P.' ถ้าสนใจมุมมองความเป็นชายหนุ่มในกองทัพเกาหลีที่มีการสำรวจปัญหาสังคม, และ 'My Name' เมื่ออยากดูแอ็กชันดุดันพร้อมการหักมุมพอสมควร.
สายโรแมนติกหรือคนที่อยากพักจากความตึงเครียดก็มีตัวเลือกดีๆ เช่น 'Crash Landing on You' หรือ 'It’s Okay to Not Be Okay' — ทั้งสองเรื่องมีเสน่ห์ต่างกัน: เรื่องแรกเป็นโรแมนติกคอเมดี้ข้ามพรมแดนที่อุ่นใจ ส่วนหลังก้าวลึกเรื่องสุขภาพจิตและการเยียวยาด้วยภาพสวยและเพลงประกอบซึ้งๆ หากอยากดูอะไรเบาสบายขึ้น ลองหาเรื่องที่มีโทนคอมเมดี้หรือไลฟ์สไตล์จะช่วยให้ผ่อนคลายหลังงานหนัก ส่วนคนที่อยากเสพงานภาพและสเกลใหญ่ 'Kingdom' กับ 'Squid Game' ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ทั้งการกำกับ คาเมร่า และการสร้างโลกของเรื่องให้น่าจดจำ
การเลือกดูสำหรับผู้ชมชาวไทยผมมองว่าให้คำนึงถึงอารมณ์ตอนนั้นเป็นหลัก: ถ้าอยากคุยกับเพื่อนหลังดูจบและได้แลกเปลี่ยนทฤษฎี เลือกซีรีส์ที่มีมุมลึกลับหรือปมค้าง เช่น 'Squid Game' หรือ 'The Glory'; ถ้าต้องการอินหนักๆ และซึมซับการแสดง เลือกงานดราม่าหนักๆ หรือผลงานที่นักแสดงทำได้เข้าถึงความรู้สึกคนดู; สำหรับคนที่ชอบความเร็วฉากบู๊และความตื่นเต้น 'My Name' กับ 'D.P.' จะตอบโจทย์ แต่ถ้าอยากหลอนแบบจิตวิทยา 'Sweet Home' และ 'All of Us Are Dead' ทำได้ดี การดูซีรีส์เกาหลีบน Netflix ยังสะดวกเพราะมีซับภาษาไทยหลายเรื่องและการปล่อยซีซันที่ทำให้คนไทยสามารถตามกระแสในโซเชียลได้ทัน
ส่วนตัวผมชอบเปิดเรื่องที่มีความท้าทายทางอารมณ์ก่อนนอนและเก็บเรื่องเบาไว้ดูยามว่าง แต่ถ้าวันไหนต้องการงานภาพกับไอเดียแปลกๆ จะหยิบ 'Kingdom' หรือ 'Sweet Home' มาดูซ้ำเป็นครั้งที่สอง ความหลากหลายของซีรีส์เกาหลีบนแพลตฟอร์มช่วยให้เลือกได้ตามอารมณ์จริงๆ และนั่นคือความสนุกที่ผมชอบสุดๆ
5 Réponses2026-06-03 20:33:03
มีหลายทางที่คนส่วนใหญ่ลองใช้เมื่ออยากดูหนังใหม่บน 'Netflix' แบบไม่จ่าย แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องเลือกวิธีที่ถูกกฎหมายและปลอดภัย เพราะผมไม่อยากให้ใครต้องเสี่ยงกับไวรัสหรือปัญหาทางกฎหมาย
หนึ่งในวิธีที่ผมมักทำคือเช็กโปรโมชั่นจากผู้ให้บริการมือถือหรืออินเทอร์เน็ตบางเจ้า ช่วงที่มีโปรฯ มักได้สิทธิ์สตรีมมิ่งจากพันธมิตรหรือเครดิตให้ใช้ซื้อคอนเทนต์ได้ฟรีบ้าง อีกทางคือมองหาช่วงทดลองใช้งานแบบฟรีของบริการสตรีมมิ่งอื่นๆ แล้วสลับใช้ตามช่วงเวลาที่หนังเข้าฉาย ซึ่งหลายครั้งหนังใหม่ของ Netflix อาจมีการปล่อยคลิปสั้น ตัวอย่าง และเบื้องหลังให้ดูฟรีบนช่องทางทางการอย่าง YouTube ผมชอบดูตัวอย่างกับคลิปเบื้องหลังของ 'Glass Onion' ก่อนตัดสินใจว่าควรจะสมัครดูหรือรอโปรโมชั่น
สุดท้ายการยืมดูจากเพื่อนที่เป็นสมาชิกในครอบครัวตามกฎบัญชีของแพลตฟอร์มก็เป็นอีกทางที่ปลอดภัยและไม่ผิดกฎหมาย สำหรับผมการอดทนรอโปรฯ หรือรอช่วงที่ผู้ให้บริการแจกสิทธิ์ ถือว่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและสบายใจที่สุด
3 Réponses2026-05-29 16:39:15
มีเทคนิคง่ายๆ ที่ฉันใช้เมื่อต้องการหาเรื่องหนังเกาหลีพากย์ไทยบน Netflix ที่ได้ผลเสมอ
แรกสุดฉันมักจะเปิดหน้าเรื่องบน Netflix แล้วเลื่อนมาดูส่วน 'ภาษา' หรือ 'Audio & Subtitles' เพื่อเช็กว่ามี 'ไทย' ให้เลือกเป็นเสียงพากย์หรือไม่ เพราะบางครั้งแม้มีคำบรรยายไทยแต่พากย์ไทยจะไม่มี ซึ่งตรงนี้แหละช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่มีพากย์ออกได้ทันที
ถัดมาฉันจะนำชื่อผู้แสดงที่สนใจไปเช็กกับฐานข้อมูลผลงาน เช่น หน้าโปรไฟล์บน IMDb หรือ MyDramaList แล้วจดรายการหนัง/ซีรีส์ที่เขาเล่น จากนั้นค่อยเอาชื่อเรื่องแต่ละเรื่องมาเช็กบน Netflix อีกครั้ง วิธีนี้ช่วยให้ตามหาเรื่องที่มีนักแสดงคนโปรดแล้วมีพากย์ไทยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังใช้แหล่งข้อมูลท้องถิ่นเป็นตัวช่วย—เว็บบล็อกรีวิวหนังไทย เพจ Facebook ชุมชนคนดูซีรีส์เกาหลีในไทย และกระทู้ใน Pantip มักมีการอัปเดตรายการเรื่องที่ Netflix ปล่อยพากย์ไทยเป็นระยะ
ถ้าต้องการตัวช่วยเพิ่มเติม ฉันมักจะค้นด้วยคำค้นเฉพาะ เช่น ชื่อผู้แสดง + 'พากย์ไทย' หรือชื่อเรื่อง + 'พากย์ไทย Netflix' ใน Google เพราะบางครั้งคนทำสรุปรายการพากย์ไทยรวมไว้ในโพสต์เดียว แบบนี้ประหยัดเวลา ไม่ต้องเปิดแอปทีละเรื่อง สุดท้ายแล้วการตามหาบางครั้งใช้ความอดทนหน่อย แต่มันสนุกตรงที่ได้ค้นพบเรื่องที่พากย์ไทยดีๆ และได้เห็นการทำงานด้านพากย์เสียงของทีมในไทยบ่อยๆ