Masukหลังจากที่พ่อได้จับกระต่ายและซ่อนไว้ก็ได้หันมาเห็นลูกทั้งสองของตน โดยเฉพาะลูกสาวที่ส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบครบทุกซี่ส่งมาให้ พ่อจึงได้รับรู้อย่างแน่ชัดว่าต้องเป็นเพราะลูกสาวของตนเป็นแน่ที่สามารถทำให้ตนและผู้เป็นแม่จับกระต่ายได้อย่างง่ายดาย
“พ่อจ๋า อุ้ม” เมื่อเห็นพ่อเดินเข้ามาใกล้ตนแล้ว ซินซินก็ได้พูดขึ้นกับผู้เป็นพ่อแล้วก็อ้าแขนของตนออกทั้งสองข้าง
“ครับลูกสาวพ่อ แต่ต้องทนเหม็นเหงื่อจากตัวพ่อนะครับ” ฝ่ายผู้เป็นพ่อผู้หลงลูกอยู่แล้วมีหรือจะขัดใจ เขาได้ถอดเสื้อตัวนอกออกเพราะกลัวลูกน้อยจะคันตัวเพราะเขาทำงานในทุ่งนามาทั้งวัน
“ม่ายเหม็นค่ะ” ฝ่ายลูกสาวเมื่อถูกพ่ออุ้มขึ้นมาแล้วก็พูดขึ้น คนทั้งหมดก็พากันเดินกลับบ้านของตน แต่พวกเขาไม่ได้รับรู้เลยว่าในขณะที่พวกเขาจับกระต่ายได้มีสายตาคู่หนึ่งมองตามพวกเขาอยู่ตลอดเวลา เมื่อพวกเขาพากันเดินห่างออก ไปแล้วร่างที่แอบมองอยู่นั้นก็ได้วิ่งตามออกมาเช่นกัน
“จินเป่า หยุด! แฮก ๆ” ร่างที่วิ่งตามมานั้นได้ตะโกนให้จินเป่าหยุดขณะที่พวกของจินเป่ากำลังจะเดินเลยบ้านตระกูลหลง เมื่อได้ยินเสียงที่บอกให้หยุดจินเป่าก็หยุดชะงักลงทันทีด้วยความแปลกใจว่าใครมาเรียกตนกัน
เมื่อหันหลังกลับไปมองก็พบว่าคนที่เรียกตนนั้นเป็นน้องชายต่างมารดาของตน เมื่อจินเป่าเห็นแล้วว่าเป็นใครเขาจึงไม่ได้สนใจอีกและกำลังจะหันหลังให้กับคนคนนั้น
“แหมพี่จับกระต่ายได้ตั้งสองตัวพี่ไม่คิดจะแสดงความกตัญญูกับย่าและปู่บ้างเหรอ” หลงเหวินได้ตะโกนเสียงดังขึ้นถามกับจินเป่า
“ถ้านายอยากแสดงความกตัญญูก็ไปจับเอาเองสิกระต่ายในทุ่งมีเยอะแยะ แล้วอีกอย่างที่บ้านของนายคนก็ตั้งมาก กระต่ายแค่ตัวสองตัวคงไม่พอกินหรอกมั้ง” ฝ่ายพ่อเองก็ไม่ยอมจึงได้โต้เถียงกลับไป
“ใครมาเอะอะหน้าบ้านของฉันกัน ห๊ะ” เสียงร้องแหลมที่ดังมานี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจินเซียงยายย่าทวดมหาประลัย ซินซินอยากจะกลอกตาขึ้นฟ้าแหมช่างโผล่มาได้จังหวะจริง ๆ
“ย่าครับผมเห็นพี่สามจับกระต่ายมาได้ตั้งสองตัวผมก็แค่ถามว่าจะไม่แบ่งมาให้ย่ากับปู่เพื่อแสดงความกตัญญูบ้างเหรอ แค่นั้นพี่สามก็ตอบโต้ผมขึ้นมาว่าให้ผมไปจับเอาเอง” หลงเหวินก็รีบกุลีกุจอมาฟ้องย่าของตน
“แหม ๆ คนบ้านซูนี่ดีนะคะ เคยเข้ามาอยู่บ้านหลงก็ต้องหลายปีพอได้ดิบได้ดีก็ไม่เคยเห็นหน้าเห็นตากันเลย” เสียงจีบปากจีบคอที่พูดออกมาก็คืออี้เหลียน
ที่ตอนนี้ยิ่งมองก็จะยิ่งหาความงามใด ๆ ไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะตั้งแต่ที่ย่าตัดขาดออกมางานทุกอย่างผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็นคนทำทั้งหมดก็เลยทำให้ไม่สามารถเอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ ได้เหมือนแต่ก่อนนั่นเอง
เมื่อย่าเยว่จินและพ่อได้ฟังก็ไม่ได้โตเถียงอะไรและก็กำลังจะเดินจากไปอยู่เช่นเดิม ในขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเดินออกมา
“นี่จินเป่า เยว่จิน พวกเธอยังไปไม่ได้นะ ต้องเอากระต่ายที่จับมาได้เอามาให้พวกฉันก่อนสิ” ย่าจินเซียงพูดกับจินเป่า
“ถ้าอยากกินกันมากก็ไปจับกันเอาเองเถอะครับผมไม่ให้ใครทั้งนั้นแหละ อีกอย่างพวกผมก็คนบ้านซูไม่ใช่คนบ้านหลงพวกคุณลืมกันไปหรือเปล่าว่าเราได้ตัดขาดกันมานานหลายปีแล้ว” พ่อก็พูดขึ้นมาอย่างเหลืออดกับความหน้าด้านของคนบ้านนี้
“นี่เยว่จิน หล่อนเลี้ยงลูกของหล่อนมาแบบไหนกันถึงได้ไม่มีความเคารพกับผู้อาวุโสเลย” ย่าทวดปากร้ายก็พูดขึ้นมาอีก
“พ่อจ๋า ย่าจ๋า กลับบ้านเตอะจ๊ะ" ซินซินพยายามจะพูดให้ชัดแล้วนะแต่มันได้แค่นี้จะให้ทำไง
เมื่อทั้งสองได้ยินที่หลานสาวและลูกสาวตัวน้อยพูดก็กำลังจะก้าวเดินจากไปและไม่คิดที่จะสนใจเหล่าคนตรงหน้านี้อีก เมื่อหลงเหวินเห็นว่าพี่ชายต่างแม่ของตนกำลังจะจากไปก็ได้เดินมาดึงแขนของจินเป่าที่กำลังอุ้มซินซินอยู่แล้วกระชากอย่างแรง เป็นเหตุให้ซินซินรีบผวากอดคอพ่อของตนด้วยความตกใจทันที
ด้านจินเป่าเองก็ตกใจไม่แพ้กันเพราะหากลูกรักของเขาตกลงมาอาจจะต้องได้รับบาดเจ็บเป็นแน่ ดังนั้นเมื่อเขาตั้งสติได้แล้วและเห็นว่าลูกสาวตัวน้อยกลัวจนตัวสั่นเขาก็ได้มาปลอบลูกสาวของตนพร้อมลูบหัวลูบหลังไปด้วย
ย่าและพี่ชายของเจ้าตัวน้อยต่างก็ตกใจไม่แพ้กันและรีบเข้ามาดูซินซินด้วยความเป็นห่วงทันที เมื่อเขาทั้งสามเห็นว่า ซินซินปลอดภัยดีแล้วพ่อจึงได้วางซินซินลงกับพื้น ส่วนตัวเองก็ได้เดินเข้าไปหาหลงเหวินที่ยืนอยู่ห่างจากเขาไม่มากนัก
“โอ๊ย พี่ทำบ้าอะไรมาต่อยหน้าผมทำไม” หลงเหวินร้องโวยวายขึ้นมาเพราะเมื่อจินเป่าเดินมาถึงตัวเขาก็เข้ามาชกที่ใบหน้าของเขาโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว
“ก็เป็นการลงโทษที่นายมากระชากแขนของฉันเมื่อกี้จนเกือบทำให้ลูกสาวของฉันตกลงมาไง อยากได้อีกสักหมัดไหม” จินเป่าพูดขึ้นด้วยความโมโห
“ช่วยด้วยจ้า ช่วยด้วย ฆ่าคนแล้ว จินเป่ามันจะฆ่าน้องชายมันแล้ว” เสียงที่ร้องดังแสบแก้วหูตะโกนโหวกแหวกขึ้นมานี้มาจากอี้เหลียนแม่ของหลงเหวินนั่นเอง
ชาวบ้านหลายคนต่างก็ได้ออกมายืนดูคอยชมเรื่องสนุกตรงหน้า เข้าทำนองที่ว่าเรื่องคนอื่นคืองานของเราแต่ถ้ามีเหตุการณ์บานปลายก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่ดี
“เกิดอะไรขึ้นกันล่ะจินเป่า แฮ่ก ๆ” เสียงนี้เป็นเสียงของลุงผู้ใหญ่บ้านที่มีคนวิ่งไปตามเขาว่าจินเป่ากำลังมีเรื่องกับคนบ้านหลงอยู่ เมื่อเขาได้ยินจึงรีบวิ่งมาดู
“ก็คนบ้านหลงนะสิพี่ผู้ใหญ่มาขวางทางพวกเราไม่ให้กลับบ้านและเจ้าหลงเหวินก็ยังมากระชากแขนของจินเป่าที่กำลังอุ้มเจ้าตัวเล็กอยู่ทำให้เจ้าตัวเล็กเกือบจะตกลงมาที่พื้น จินเป่าก็เลยเดินไปชกหน้าของมันหนึ่งทีด้วยความโกรธนี่แหละจ้ะ” คนเป็นย่าของเจ้าตัวเล็กเป็นคนพูดกับผู้ใหญ่บ้านขึ้นมา
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังชุลมุนวุ่นวายกันอยู่ ทางด้านจินเป่ากับหลงเหวินจึงไม่มีใครได้สังเกตเห็นซินซินที่กำลังเดินเตาะแตะมายังอดีตย่ารองจอมวายร้ายนี้ อยากได้เนื้อกันนักใช่ไหม อยากได้ใช่ไหมกระต่ายอะ เดี๋ยวซินซินจัดให้ตามความต้องการ หึ ๆ
“จิวจิว ผงเรียกสัตว์ตัวน้อยเหล่านี้ได้ผลแน่นะซินซินกลัว เห็นผลช้าซินซินเลยโรยไปที่รองเท้าทั้งสองข้างของผู้หญิงเสียงแหลมนี้หมดซองเลย” ซินซินพูดขึ้นมาพร้อมคิดว่าก็อยากจะโรยให้สูงกว่านี้แต่จนใจก็ตัวเตี้ยได้แค่นี้ก็ดีแล้ว
“เทซะหมดซองแบบนั้นเดี๋ยวก็ได้เรียกมากันยกทุ่งหรอกเพื่อนรัก” จิวจิวตอบกลับมา
“ก็ดีแล้วนิพวกเขาจะได้เนื้อสมใจถ้าจับพวกมันได้ล่ะนะ” ซิน ซินก็ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
จิวจิวก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของเพื่อนตนแต่มันก็ไม่ได้แย้งอะไร ในสายตามันเพื่อนทำอะไรก็ถูกเสมอ เพราะซินซินไม่เคยรังแกใครก่อนนั่นเอง
เมื่อเจ้าตัวน้อยวางกับดักเรียบร้อยแล้วก็ค่อย ๆ เดินเตาะแตะกลับมายืนข้างย่าของตนดังเดิม ทุกการกระทำของซินซินตกอยู่ในสายตาของพี่ชายอยู่ตลอดเวลาแต่ที่เขาไม่ได้ห้ามน้องสาวเพราะคิดว่าน้องสาวคงมีเหตุผลที่จะทำ
ก็ใครใช้ให้น้องสาวฉลาดกว่าเขากันล่ะ ยังไม่ได้เข้าโรงเรียนก็อ่านหนังสือออกหมดแล้วเขาผู้ซึ่งเป็นพี่ชายหากน้องไม่ทำอะไรที่เกินเลยเขาก็จะพยายามปิดหูหลับตาทำไม่รู้ไม่ชี้ไปก็แล้วกัน
ฝ่ายซินซินที่ย่อมรู้ว่าพี่ชายคิดยังไงก็ได้แต่หันไปยิ้มหวาน ๆ ให้พี่ชายตาใส ประมาณว่าหนูไม่ได้ทำอะไรเลยพี่เชื่อหนูนะ
ตอนนี้ทางด้านบ้านหลงทั้งสามคนต่างก็ไม่ยอมที่จินเป่าเข้ามาชกหน้าหลงเหวินก่อนแม้หลงเหวินจะเป็นฝ่ายผิดที่ไปกระชากแขนจินเป่าก่อนก็ตาม
แต่ลูกสาวของจินเป่าก็ยังไม่ได้รับบาดเจ็บสักหน่อย แต่ตรงกันข้ามกับจินเป่าที่เข้ามาชกใบหน้าหลงเหวินจนมุมปากเริ่มที่จะมีสีม่วง ๆ จากรอยช้ำให้ได้เห็นแล้ว
“ให้ทางคนบ้านซูส่งกระต่ายที่จับได้มาวันนี้ชดใช้แล้วเราจะไม่เอาเรื่อง” เสียงเล็กแหลมของอี้เหลียนพูดขึ้นมา
“ใช่ ๆ ส่งมาทั้งหมดด้วยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งทางการข้อหาทำร้ายร่างกายหลานชายฉัน” เสียงที่ไม่ต่างจากลูกสะใภ้ของตนก็ดังขึ้นมาสมทบ
“จินเป่าจับกระต่ายได้หรือทำไมพวกเราถึงไม่มีใครเห็นกันล่ะ” เสียงชาวบ้านก็พากันพูดขึ้นมาอย่างเอ็ดตะโร
เพราะยุคนี้การจะได้มีเนื้อกินไม่ได้จะมีโอกาสหาได้บ่อย ๆ ซินซินเมื่อได้ยินเสียงชาวบ้านพูดคุยเรื่องที่พ่อเธอจับกระต่ายได้ก็คิดขึ้นมาอย่างรำคาญใจ ถ้าอยากกินกันก็ไปหากันตามโพรงตามรูกันเองจะดีกว่าการใช้ปากพูดไหมคะ
“จิวจิวเก็บกระต่ายเข้ามิติตัวเองก่อนเร็วเข้า เราต้องรีบซ่อนเอาไว้ก่อน” ซินซินรีบสื่อสารกับจิวจิวในหัวของตน
“รับทราบ” หลังจากจบคำของจิวจิวกระต่ายที่อยู่ในตะกร้าทั้งสองตัวก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย
จิวจิวเป็นภูตผู้พิทักษ์ต้นไม้และสัตว์พิเศษบางชนิดมีมิติเก็บสิ่งมีชีวิตได้ รวมทั้งสามารถทำการควบคุมเหล่าพืชพันธุ์ ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
ถึงจะได้ขึ้นชื่อว่าผู้พิทักษ์สัตว์แต่ห่วงโซ่อาหารก็ต้องเป็นไปตามนั้น ดังนั้นเจ้าตัวเล็กนี้จึงชอบกินอาหารที่ทำจากเนื้อเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะทอด จะตุ๋น จะย่าง ก็ตาม
ซินซินได้มาดึงขากางเกงของพ่อของตนเพื่อที่เธอจะให้พ่อก้มลงมาคุยกับเธอ เมื่อจินเป่าเห็นลูกสาวตัวน้อยกระตุกขากางเกงตนก็มองด้วยความแปลกใจ ซินซินจึงได้ทำมือให้พ่อนั่งลงเพื่อคุยกับตัวเอง ฝ่ายจินเป่าเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกสาวบอกแล้วก็ได้ยืนตัวตรงขึ้นแล้วหันไปทางคนบ้านหลงพร้อมพูดว่า
“หากในตะกร้าของผมไม่มีกระต่ายและการที่พวกคุณมาหาเรื่องผมพวกคุณจะชดใช้ยังไงกัน” จินเป่าพูดขึ้นมาบ้าง ทางด้านอี้เหลียนและแม่สามีตอนนี้ต่างก็เริ่มลังเลใจขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะเธอสองคนก็ไม่ได้เป็นคนเห็นเองมีแต่อาเหวินที่เป็นคนพูดขึ้นมา
“อย่ามาทำเฉไฉผมเห็นกับตาว่าพี่จับกระต่ายแล้วซ่อนไว้ในตะกร้ามันจะไม่มีได้ยังไง แต่ถ้าหากมันไม่มีจริง ๆ ผมจะไม่เอาเรื่องที่พี่มาชกหน้าผม” หลงเหวินก็พูดขึ้นมาอย่างคน เห็นแก่ตัว
“ลุงผู้ใหญ่มู่เป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ” จินเป่าก็หันมาทางผู้ใหญ่บ้านเพื่อให้เป็นพยานในเรื่องนี้
“ได้สิเดี๋ยวลุงเป็นพยานให้ ชาวบ้านที่อยู่ก็ตั้งเยอะคงไม่มีใครกล้าบิดพลิ้วหรอก” ผู้ใหญ่บ้านตอบตกลงและเหล่าชาวบ้านที่อยู่ล้อมรอบก็พยักหน้าตกลง
“เอาตะกร้าไปค้นดูได้เลยตามสบายทั้งสองใบนี้แหละ” จินเป่าก็ได้เป็นฝ่ายยื่นตะกร้าให้กับคนบ้านหลง คนทั้งสามค้นจนถึงกับเทตะกร้าออกมาก็ไม่เจออะไรนอกจากเศษใบไม้และเสื้อตัวนอกของจินเป่าเพียงเท่านั้น
“ข้าว่าแล้วกระต่ายมันจะจับได้ง่าย ๆ ที่ไหนกันเหอะเสีย เวลาพวกเรากลับบ้านใครบ้านมันกันเถอะหมดเรื่องสนุกแล้ว” เสียงหนึ่งในชาวบ้านพูดออกมา แล้วชาวบ้านเหล่านั้นก็ได้แยกย้ายกันไปรวมทั้งผู้ใหญ่บ้านและคนบ้านซูที่เก็บตะกร้าของตนกลับมาแล้วเช่นกัน
หลังจากซินซินกับมู่หลงเฉินเดินทางกลับมายังมณฑลของตัวเอง เด็กน้อยไท่ไท่ผู้ฉลาดแสนซนก็ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นการเข้าเรียนทั้งที่อายุยังน้อยทำให้ครูในโรงเรียนได้ให้เขาทำแบบทดสอบมากมายเด็กชายก็ทำทุกวิชาได้เป็นอย่างดี ที่เป็นอย่างนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับจิวจิวผู้ที่คอยสอนสั่งเด็กน้อยในเรื่องต่าง ๆ ตามที่เจ้าตัวได้รู้มาจากซินซินในครั้งอดีตส่วนพี่เลี้ยงอีกสามนั้นก็ต่างสั่งสอนในเรื่องที่พวกเขาถนัดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการต่อสู้ เรื่องการวางแผน การใช้มารยาต่าง ๆ ทำให้เด็กน้อยทั้งฉลาดและเจ้าเล่ห์เกินกว่าใครส่วนพ่อกับแม่ของเจ้าตัวนั้นตั้งแต่กลับมาจากไร่ชาพวกเขาก็ต่างยุ่งอยู่กับการทำงานแม้จะมีลุงและอาคอยช่วยก็ตาม“ไท่ไท่แม่กับพ่อจะยุ่งสักพักนะ เมื่อไหร่ที่กิจการของเราอยู่ตัว แม่จะอยู่กับลูกอย่างเต็มที่เลย” หญิงสาวกล่าวกับบุตรชายหลังมืออาหารเย็น“พ่อเองก็จะอยู่กับลูกเหมือนกัน” มู่หลงเฉินอุ้มบุตรชายยกขึ้นสูงทำให้เขาหัวเราะออกมาอย่างถูกใจไม่ว่าคนทั้งสองจะยุ่งและเหนื่อยขนาดไหนแต่สิ่งที่สองสามีภรรยาต่างทำไม่เคยขาดก็คือการเข้ามาหอมแก้มบุตรชายต
“ซินซินลูกเป็นอะไรครับ ทำไมร้องไห้ไม่หยุดเลย” มู่หลงเฉินพยายามกล่อมบุตรชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมเงียบ ชายหนุ่มจึงได้ถามภรรยาสาวอย่างจนใจ“ส่งลูกมาให้ซินซินเถอะค่ะ แล้วพวกเราไปห้องคุณปู่กัน” ซินซินกล่าวออกมาอย่างยากลำบากเพราะรู้ว่าสามีรักผู้เป็นปู่มากขนาดไหน“หมายความว่า” มู่หลงเฉินกล่าวเพียงแค่นั้น หลังจากที่ชายหนุ่มส่งลูกให้ภรรยาแล้วเขาก็รีบวิ่งจากห้องนอนของตนไปหาผู้เป็นปู่ทันที“คุณปู่” มู่หลงเฉินตะโกนเรียกปู่ชราเสียงดัง แต่ไร้ซึ่งการตอบรับทำให้ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าปู่ได้จากเขาไปแล้วจากไปตลอดกาลมู่หลงเฉินมีเพียงดวงตาที่แดงก่ำเพียงเท่านั้น แม้อยากจะหลั่งน้ำตามากทว่าเขาไม่อาจทำได้เนื่องจากผู้เป็นปู่ไม่ชอบให้ลูกผู้ชายร้องไห้ แม้จะทุกข์ใจมากขนาดไหนก็ตามจงห้ามหลั่งน้ำตาชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงช่วงหัวค่ำ ปู่พูดกับเขาคล้ายเป็นการสั่งเสีย “แกโตแล้วมีครอบครัวที่ดีแล้วจงใช้ชีวิตให้ดี ตอนนี้ปู่ก็หมดห่วงแล้วจะได้ไปอย่างสบายใจหลังจากปู่ไม่อยู่ แกเข้าไปในห้องหนังสือของปู่นะ ปู่ได้เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว”ในตอนนั้นเขาพยายามจะแย้ง แต่ปู่ก็ยกมือห้าม เขาจึงได้แต
และหลังจากที่ครอบครัวของซินซินรู้ว่าบุตรหลานของตนตั้งครรภ์ พวกเขาต่างก็พากันทำอาหารบำรุงให้ซินซินกินทุกวัน จนทำให้หญิงสาวตื้นตันในความเอาใจใส่ของคนรอบตัวเป็นอย่างมากรวมถึงน้องชาย และพี่ชายก็ไม่ให้พี่สาวน้องสาวต้องทำงานหนักเหมือนเคยอีก ส่วนซานซานก็ได้ทำการยื่นเรื่องขอเรียนจบแล้ว จากนั้นเจ้าตัวก็กลับมาทำงานที่บ้านโดยที่ซินซินได้แนะนำให้เขาได้รู้จักกับลี่มี่ทางโทรศัพท์ จากนั้นคนทั้งคู่ก็มักจะติดต่อกันแทบจะตลอดเวลา“พี่ชาย พี่คิดยังไงกับพี่สาวลี่มี่อย่างนั้นเหรอ” ซินซินผู้กินผลไม้รสเปรี้ยวอยู่ถามไถ่พี่ชายผู้ยังโสดด้วยความอยากรู้หลังจากได้รู้มาว่าผู้เป็นพี่มักจะไปเจอกับลี่มี่มาแล้วหลายครั้งจากมู่มู่“เขาก็เป็นผู้หญิงเก่ง น่ารัก โก๊ะ ๆ ดูตลกดีคล้ายกระต่าย น้องถามทำไม” ซานซานละจากงานในมือมองหน้าผู้เป็นน้องอย่างสงสัย“พี่ไม่รู้สึกพิเศษอะไรอย่างอื่นบ้างเลยหรือคะ อย่างเช่นอยากเจอหน้าเขาบ่อย ๆ คิดถึงอะไรทำนองนี้” ซินซินถามไปก็ก้มหน้ากินผลไม้ของตนต่อไป“พี่ก็คุยกับเขาอยู่ทุกวันนะ คิดถึงอย่างนั้นหรือ” ชายหนุ่มผู้พี่นิ่งคิดก่อนที่เขาจะถามตนเองวนไปมาว่าคิดอย่างไ
เสียงพิธีกรบนเวทีได้ประกาศถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอ ทำให้มู่หลงเฉินรีบอุ้มหญิงสาวข้างกายขึ้นในวงแขนแกร่งทันทีอย่างไม่รีรอ“พี่เฉิน!” ซินซินส่งเสียงเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างตกใจการกระทำอันใจร้อนของชายหนุ่มได้ทำให้แขกในงานเลี้ยงต่างส่งเสียงโห่แซวเขาโดยเฉพาะอดีตลูกน้องเก่าของชายหนุ่มผู้ไม่เคยคิดว่าอดีตเจ้านายของตนจะเป็นคนใจร้อนภายในห้องหอของคู่บ่าวสาวซึ่งอยู่กันตามลำพังในตอนนี้ ซินซินได้แต่บีบมือเข้าหากันแน่นด้วยความตื่นเต้นหัวใจเต้นรัวเร็วแทบจะทะลุออกจากอกส่วนมู่หลงเฉินเขามองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่บนริมขอบเตียงนิ่งด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่หายากของเจ้าตัว“ซินซินน้องจะไม่เงยหน้ามองพี่สักนิดเลยหรือครับ” เสียงทุ้มของบุรุษหนุ่มกล่าวขึ้นหลังจากที่เขานั่งลงข้างกายหญิงสาว“เอ่อ” ซินซินประหม่าเกินกว่าจะพูดออกมามู่หลงเฉินยกยิ้มด้วยความเอ็นดูภรรยาตัวน้อย ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้ก้มหน้าอันหล่อเหลาของตนลงไปทางด้านหน้าของหญิงสาวทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนและกลิ่นกายของชายหนุ่มเข้ามาปะทะจมูกของซินซินจากนั้นชายหนุ่มจึงได้นำมือของตนจับปลายคางเล็กข
ภายในรถพยาบาลซึ่งได้เปิดประตูหลังเอาไว้ ซินซินตอนนี้ก็กำลังช่วยทำแผลให้กับคู่หมั้นหนุ่มอย่างตั้งใจ“พี่เฉินเจ็บมากไหมคะ” ซินซินถามเขาในระหว่างที่ตัดเสื้อของชายหนุ่มออกและเห็นแผลยาว ที่แม้ว่าเลือดจะหยุดแล้วแต่ปากแผลที่เปิดออกก็ยังคงให้ความน่ากลัวอยู่ดี“ไม่เจ็บครับ ยาที่น้องให้พี่กินได้ผลดีมาก” ชายหนุ่มตอบหญิงสาวที่มีน้ำตาคลอหน่วย“จะไม่เจ็บได้ยังไงกัน ตอนซินซินเห็นมีดของคนร้ายหันมาทางพี่น้องหัวใจแทบหยุดเต้น” ซินซินพูดไปมือก็ทำแผลไปอย่างระมัดระวัง“พี่ขอโทษที่ทำให้น้องเป็นกังวล ต่อไปนี้พี่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกน้องวางใจได้” มู่หลงเฉินเอามือลูบศีรษะของหญิงสาวกล่าวปลอบโยนเสียงอ่อน“พี่ยังคิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้อีกหรือคะ” ซินซินสูดจมูกของตนกล่าวพร้อมส่งตาเขียวให้ชายหนุ่มด้านหน้า“ไม่มีแล้วครับ ต่อไปจะไม่มีแล้วพี่คะ..คิดว่า” “พี่เฉินเราแต่งงานกันเถอะค่ะ ซินซินไม่รอจนอายุยี่สิบแล้ว” ซินซินพูดโพล่งขึ้นมา โดยที่มู่หลงเฉินยังกล่าวไม่ทันจบว่าเขากำลังจะทำเรื่องลาออกชายหนุ่มนิ่งงันคล้ายถูกสาป เขาจ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงคนรักนิ่ง
“เสี่ยวเฉินนายต้องใจเย็น ๆ นะเข้าใจไหมไม่อย่างนั้นแผนของเราพังแน่” ชุนเอามือตบบ่าพร้อมกล่าวกับว่าที่หลานเขยเสียงหนัก“ทราบ” ชายหนุ่มรับคำแม้ในใจจะรู้สึกไม่เป็นสุขก็ตาม“หัวหน้าเราจับหล่อนมาได้แล้ว นำไปหมู่บ้านเลยไหม” รองหัวหน้าของโจรชั่วพูดด้วยความดีใจที่มันสามารถจับตัวหญิงสาวผู้งดงามมาได้“พาไปเลย รีบหน่อยก็ดี หน้าตาหญิงผู้นี้ดูดีเสียด้วย อย่างนี้น่าจะขายได้ราคางามอยากจะเรียกค่าไถ่แต่ไม่มีข้อมูลช่างน่าเสียดาย” หัวหน้าของพวกมันกำลังจะเอามือหยาบลูบใบหน้าของซินซินแต่มันก็ได้ถูกขัดจังหวะโดยนกตัวหนึ่งที่ถ่ายมูลรดหัวของมันอย่างตั้งใจ“ไอ้นกบ้าที่ตั้งมากมาขี้ใส่หัว...” ถ้อยคำอันหยาบคายถูกพ่นออกจากปากของมันอย่างต่อเนื่อง ส่วนลูกน้องของมันก็รีบพาซินซินหนีห่างจากผู้เป็นหัวหน้าของตนด้วยกลัวว่าจะโดนลูกหลงจนพวกมันพาตัวซินซินมาถึงรถจากนั้นพวกมันก็นำตัวซินซินใส่เข้าไปภายในรถที่พวกมันหาซื้อมาได้อย่างผิดกฎหมายด้วยเงินจำนวนสูงและหญิงสาวที่พวกมันได้จับมา“เสี่ยวเฉินขับตามไปได้ ทิ้งระยะห่างไกล ๆ ด้วยล่ะ” ชุนกล่าวย้ำกับว่าที่หลานเขยชายหนุ่มพยักหน้ารับด







