LOGINในดวงตาของโจวอวี้หลุนที่มองฝ่าบาทยังเต็มไปด้วยความภักดี ทว่ากลับไม่มีเรื่องอื่นแอบแฝงเลยแม้แต่น้อย ฝ่าบาทเองไม่อาจบังคับขืนใจเขาได้ ด้วยพระองค์ทรงได้ให้สัญญากับพระมารดาที่ตายจากไปแล้วว่า
บิดาของโจวอวี้หลุนเคยช่วยชีวิตครอบครัวฝ่ายมารดาของเขา มารดาเคยกำชับก่อนสิ้นพระชนม์ ห้ามฝ่าบาททำให้สกุลโจวลำบากใจเด็ดขาด
เมื่อรับปากมารดา จึงไม่อาจบีบบังคับด้วยอำนาจ นอกจากว่าโจวอวี้หลุนจะยอมรับรักพระองค์ด้วยตนเองแต่โดยดี แต่ว่าเรื่องนี้กลับยากเย็นยิ่งนัก
ทว่าความคิดที่ใสซื่อและไม่อยากบีบบังคับโจวอวี้หลุนบัดนี้ค่อย ๆ สลายหายไปอย่างช้า ๆ
ฝ่าบาทหาใช่คนเดิมอีกต่อไป พระองค์ได้คิดหาวิธีบีบบังคับโจวอวี้หลุนได้สำเร็จ เปลี่ยนให้เขากลายเป็นทาสบำบัดความใคร่ของพระองค์เพียงผู้เดียว ด้วยยาพิษชนิดหนึ่งที่ฝ่าบาททรงให้ตำหนักหมอหลวงคิดค้นขึ้นมาและกำลังรอคอยให้ยาพิษนั้นสำเร็จอย่างช้า ๆ
ฝ่าบาททรงมองโจวอวี้หลุน แต่เอ่ยกับซางกงกงว่า
“ถอดเสื้อผ้าท่านอ๋องออก”
โจวอวี้หลุนดวงตาเบิกกว้าง ท่าทางไม่ยินยอม
“ฝ่าบาทจะทรงทำอันใดพ่ะย่ะค่ะ”
“ทำไม กระทั่งตัวของเจ้า เจ้าก็ยังหวงหรือ ข้าก็แค่อยากเห็นนักว่าแผลของเจ้าเป็นอย่างไร จะคิดมากไปไย”
“กระหม่อมหายดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ ขอบพระทัยที่ทรงห่วงใย”
“แต่ข้าไม่เชื่อ นอกจากจะได้เห็นกับตา ข้าได้ข่าวว่าเจ้าถูกธนูปักเข้าที่แผ่นหลัง อย่างไรวันนี้ก็ต้องให้เจ้าต้องให้เราตรวจสอบ”
"ฝ่าบาท กระหม่อมหายดีจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ"
โจวอวี้หลุนทำท่าไม่ยอม และคนเช่นเขา หากบอกว่าไม่ยินยอมก็ยากจะฝืนใจ ดังนั้นพระองค์จึงบอกกับซางกงกงว่า
“ไปพาตัวมา”
โจวอวี้หลุนสงสัย ฝ่าบาทกำลังจะทำสิ่งใด และในชั่วขณะนั้นซางกงกงก็เดินนำสตรีนางหนึ่งมาจากด้านหลังบ่อน้ำพุ ทันทีที่เขาเห็นว่าเป็นผู้ใด ก็ให้รู้สึกตกใจไม่น้อย
สตรีนางนั้นถวายบังคมฝ่าบาท จากนั้นพระองค์ก็ตรัสว่า
“ฮองเฮา เขาอยู่นี่แล้ว ข้าจะดูว่าเจ้ามีปัญญาหรือไม่”
ชายหนุ่มรู้สึกว่าร่างกายเริ่มจะไม่เป็นของตัวเองแล้ว เมื่อเห็นใบหน้างามของนาง ทว่าปากก็ยังเอ่ยออกไป
“ถวายพระพรฮองเฮา ขอทรงพระเจริญพันปี พัน พัน ปี พ่ะย่ะค่ะ”
จากนั้นเขาก็คุกเข่าอยู่ตรงนั้น ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้นทุกขณะ เมื่อร่างกายขาวผ่องงดงามขยับเข้ามาใกล้เขา มือเรียวลูบไล้ไปที่แผ่นหลังเอ่ยเสียงหวานยั่วเย้า ใบหน้างามแทบจะแนบกับใบหน้าของเขา
“ท่านอ๋อง ท่านสบายดีหรือไม่ ไม่ได้พบกันนานเพียงใดแล้ว”
“ขอฮองเฮาอย่าทำเช่นนี้”
เขาพยายามขยับถอยห่างออกไป แต่นางกลับตามติดโดยมีฝ่าบาททอดพระเนตรไม่วางตา
แล้วนางก็เอ่ยเสียงเบา
“ท่านอ๋อง ฝ่าบาทบอกว่าข้าทำกับท่านได้ ข้าทนไม่ไหวแล้ว ท่านอ๋อง ซินซินถูกฝ่าบาทวางยา ซินซินต้องการเหลือเกินแล้ว อยากได้ดุ้นของท่านอ๋อง อยากได้ของท่านอ๋องจนทนไม่ไหวแล้ว”
เหยียนซินซินเป็นบุตรสาวของท่านราชครูเหยียนซึ่งเป็นอดีตพระอาจารย์ของฝ่าบาทที่บัดนี้เกษียณอายุแล้ว
นางได้รับการแต่งตั้งเป็นฮองเฮามานานหลายปี ผ่านการฝึกฝนกามารมณ์ด้วยวิธีการต่าง ๆ เพื่อเตรียมการเป็นฮองเฮาอย่างเชี่ยวชาญ ทว่าเพราะฝ่าบาทไม่อาจหลับนอนกับสตรีได้จึงทำให้นางไม่เคยได้ใกล้ชิดพระองค์เลยสักครั้ง
แน่นอนว่าเหยียนซินซินกลับรู้สึกดียิ่ง นางไม่ได้รักฝ่าบาท แต่จู่ ๆ ก็มีสมรสพระราชทานลงมาให้นางเป็นฮองเฮา ในแผ่นดินนี้บิดาของนางนับเป็นผู้รอบรู้ทั้งยังมีฐานะเป็นราชครูในยามนั้น จึงไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้าน
เหยียนซินซินรู้จักกับหวั่นอ๋องโจวอวี้หลุนตั้งแต่เด็ก ทว่าเมื่อเติบโตมาด้วยความแตกต่างระหว่างชายหญิง นางกับเขาก็แทบจะไม่ได้พบหน้าอีก
เขาคือบุรุษในดวงใจของนาง แต่เขากลับไม่เคยรู้มาก่อนว่านางคิดกับเขาเช่นไร เพราะทุกครั้งที่พบเจอ เขามักจะทำตัวห่างเหินเสมอมา
กระทั่งในวันอภิเษกของนางและฝ่าบาท เหยียนซินซินก็เอาแต่มองหาหวั่นอ๋อง สีหน้าของเขายังคงราบเรียบ กล่าวอวยพรนางในฐานะสหายร่วมเรียนวัยเยาว์ด้วยสีหน้าเป็นปกติที่สุด ดังนั้นจึงนับได้ว่ามีเพียงนางที่ถลวิลหาเขาเพียงคนเดียว
ในวันที่เขาจัดขบวนทัพออกรบ เขามาเข้าเฝ้าฝ่าบาท นางอวยพรเขาในฐานะฮองเฮาและพี่สะใภ้คนหนึ่ง ส่งเขาไปชายแดนและแอบร้องไห้เพียงลำพัง บัดนี้ได้พบกับเขาอีกครั้ง นางก็ที่ถูกวางยาก็ไม่อาจทนได้แล้ว
เมื่อบัดนี้สตรีผู้ที่ขึ้นชื่อว่างดงามที่สุดในใต้หล้าผู้หนึ่ง กำลังเปลือยเปล่าและเคลียคลอกับร่างของเขา ใครจะทนไหว
หูของโจวอวี้หลุนร้อนผ่าว แท่งหยกของเขาแข็งจนปวดหนึบ
เหยียนซินซินคือฮองเฮา และยังเป็นพี่สะใภ้ของเขา เขาไม่อาจแตะต้องนางได้เด็ดขาด เขาจะไม่ตกหลุมพรางฝ่าบาทให้พี่สะใภ้มัวหมอง
ในห้องหอที่อยู่ติดกัน เหวินเฉินและเหยียนซินซินกำลังบดจูบกันอย่างดูดดื่มและเร่าร้อนอยู่ริมเตียงนอน สองแขนแกร่งขององครักษ์หนุ่มโอบรัดเอวบางไว้แน่นหนา ดึงรั้งให้ร่างอรชรแนบชิดกับแผงอกกว้างจนไร้ช่องว่าง ยามเมื่อเขาค่อย ๆ ละริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดาย ลมหายใจอุ่นร้อนยังคงเป่ารดกันอยู่ตรงปลายจมูกเหยียนซินซินช้อนสายตาฉ่ำปรือมองสามี เอ่ยถามเสียงแผ่วหวาน“เจ้ามีความสุขหรือไม่”เหวินเฉินพยักหน้ารับทันที แววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่นลึกล้ำ“ข้ามีความสุขที่สุด ที่เจ้ายอมแต่งกับข้า บิดามารดาของข้าสิ้นแล้ว ชีวิตนี้ข้ามีเพียงท่านอ๋องกับสนามรบ ไม่เคยคิดฝันที่จะมีครอบครัว ทว่าเมื่อเป็นเจ้า ข้ากลับคิดอยากมีคนเคียงข้าง ยามนี้ยังมีท่านอ๋องและอาหลินอีกด้วย พวกเรานับจากนี้จะมีความสุขกัน”เหยียนซินซินสบตาเขา นึกถึงความจริงข้อใหญ่แล้วเอ่ยถามตรง ๆ“แม้ว่าข้ากับอาหลินไม่อาจมีบุตรให้พวกเจ้าหรือ”เหวินเฉินพยักหน้า ไร้แววลังเลในดวงตา“ข้าบอกเจ้าแล้ว แค่มีเจ้า มีอาหลินก็พอ ที่สำคัญขอเพียงเจ้ายังชอบข้า อย่างอื่นไม่สำคัญแล้ว”หญิงสาวได้ยินเช่นนั้นก็คลี่ยิ้มหวานออกมาทันที แววตาเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ“ข้าก็ชอบเจ้ามาก นับจ
ภายในเรือนหอ แสงไฟจากตะเกียงมงคลส่องสว่างสีนวลตา หยางหลินหลินนั่งรออยู่บนเตียงกว้างที่ปูผ้าสีแดงนางรออยู่นานจนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของบุรุษที่เป็นสามีของนางเดินเข้ามาและเปิดผ้าคลุมหน้าของนางอย่างอ่อนหวาน เผยให้เห็นใบหน้างดงามหมดจดที่แต่งแต้มไว้รอยยิ้มงดงามสะกดสายตาโจวอวี้หลุนทรุดกายนั่งลงข้างๆ ยื่นมือไปจับมือเรียวของนางเอาไว้พร้อมกับมองใบหน้างามด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น“อาหลิน เหนื่อยหรือไม่”นางจ้องใบหน้าหล่อเหลาของเขาพร้อมด้วยรอยยิ้ม“ไม่เลยเจ้าค่ะ ท่านอ๋องเล่าไยมาเร็วเพียงนี้ ไม่อยู่ส่งแขกหรือ”“คนส่งแขกมีเยอะแล้ว ข้ากับอาเฉินก็เลยกินพอเป็นพิธีและรีบกลับเข้ามาหาพวกเจ้า”หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ “ใจร้อนยิ่ง”“จะปล่อยพวกเจ้ารอนานได้อย่างไร เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”หยางหลินหลิน ยิ้มและทอดถอนหายใจ โจวอวี้หลุนขมวดคิ้ว“ทำไมหรือ เหนื่อยอยู่หรือ”หญิงสาวส่ายหน้า“ข้าเพียงแค่ถึงเรื่องที่ผ่านมา ก็เลยรู้สึกว่าพวกเราช่างผ่านอะไรมากมากจริง ๆ และในที่สุดพวกเราก็ได้แต่งงานกัน ท่านจำได้หรือไม่ว่าข้าเคยขอท่านแต่งงาน แต่ตอนนั้นท่านปฏิเสธ ทำให้ข้าอับอายยิ่ง”โจวอวี้หลุนมีสีหน้ารู้สึกผิด“ข้าย่อมจำได
บริเวณหน้าเรือนพักหลังใหญ่สองหลังที่ตั้งตระหง่านติดกันกลับเนืองแน่นไปด้วยผู้คนและบ่าวไพร่จำนวนมากที่วิ่งวุ่นจัดเตรียมขบวนมงคลอย่างไม่มีใครยอมเหน็ดเหนื่อยเรือนทั้งสองหลังนี้เป็นบ้านพักหลังโตที่โจวอวี้หลุนจัดหามาให้แก่ครอบครัวสกุลเหยียนและสกุลหยางได้ใช้อยู่อาศัยอย่างปลอดภัยบรรยากาศโดยรอบกึกก้องไปด้วยเสียงจุดประทัดมงคลที่ดังสนั่นหวั่นไหวสลับกับเสียงเครื่องดนตรีแตรและกลองที่บรรเลงขับขานทำนองต้อนรับฤกษ์งามยามดีขบวนเกี้ยวเจ้าสาวหลังใหญ่สีแดงสดฉลุลวดลายงดงามจำนวนสองหลังจอดสนิทอยู่หน้าประตูใหญ่ เพื่อเตรียมพร้อมรับตัวสองสตรีเข้าสู่พิธีก่อนที่เจ้าบ่าวจะนำขบวนเกี้ยวมาอัญเชิญเจ้าสาวออกจากเรือน พิธีการส่งมอบสินสอดถูกจัดการล่วงหน้าโดยผู้ใหญ่ฝ่ายชายในวันนี้ โจวอ๋อง ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่และเป็นบิดาของโจวอวี้หลุน รวมทั้งมีฐานะเป็นบิดาบุญธรรมของเหวินเฉิน จึงเป็นผู้ออกหน้าก้าวเท้าเข้ามาเป็นประธานในพิธีส่งมอบสินสอดให้แก่ทั้งสองตระกูลด้วยตนเอง โดยมีแม่สื่ออาวุโสและขบวนบ่าวไพร่คอยยกหาบสินสอดมงคลตามหลังมาเป็นขบวนยาวเหยียดสำหรับคู่แรกของโจวอวี้หลุน โจวอ๋องได้เป็นตัวแทนส่งมอบสินสอดทองหมั้น รวมถึงม้วนหนังสือ
โจวอวี้หลุนเสียบแท่งเนื้อร้อนระอุสวนลึกขึ้นเบื้องบนรวดเดียวพรวดจนมิดโคน หยางหลินหลินแหงนหน้ากรีดร้อง ลำคอตั้งชัน สะโพกหนาซอยอัดกระแทกขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ท่วงท่าที่ถูกยกจนตัวลอยขย่มลงมานี้ทำให้นางต้องรองรับความหนาใหญ่ลึกซึ้งจนแทบจุกโจวอวี้หลุนโน้มใบหน้าเข้าบดจูบดุดัน ปลายลิ้นหนาแทรกซอนเข้าเกี่ยวพันเล่นลิ้นดูดดื่มน้ำลายหวาน ผสานเสียงเนื้อกระทบผนังไม้ดังกึกก้องอีกด้านหนึ่ง เหวินเฉินจัดการกับเหยียนซินซินในลักษณะที่จับนางคุกเข่าราบไปกับเตียง โน้มครึ่งตัวบนไปข้างหน้า ทว่ามือหนากลับเอื้อมไปดึงรั้งบ่ามนให้บิดเอี้ยวใบหน้างดงามและทรวงอกอวบย้อนกลับมาสบสายตากับเขาแววตาของเหยียนซินซินฉ่ำปรือระคนเว้าวอน ยามที่เหวินเฉินตอกยัดแก่นกายเข้าทางด้านหลังอย่างรุนแรงแก่นกายครูดคร้าดขยี้เน้นตรงจุดเสียวด้านในลึกสุดใจจนนางตาพร่าสะอื้นไห้เพราะเสียวเกินรับไหว ทุกจังหวะที่สะโพกสอบซอยกระแทกสวนเข้าใส่ถี่ระรัวจากทางด้านหลังทำเอาตัวนางสั่นคลอนโยกย้าย เต้านมคู่งามกระเพื่อมไหวรุนแรงเหวินเฉินโน้มลงซดชิมดูดนม อ้าปากงับยอดอกสีกุหลาบที่บวมเป่งสลับซ้ายขวาอย่างกระหายสองหนุ่มเร่งจังหวะผลัดกันรุกรับขับเคี่ยว ขยับเปลี่ยนช่อง
ความเงียบในห้องนอนถูกทำลายลงอีกครั้งเมื่อบุรุษหนุ่มทั้งสองยังไม่ยอมหยุด โจวอวี้หลุนขยับกายถอนท่อนเนื้อร้อนจัดออกจากร่างของหยางหลินหลินมือหนาคว้าข้อเท้าของเหยียนซินซินให้พลิกคว่ำลงกับเตียงในท่าคุกเข่าและใช้ศอกค้ำพื้นไว้ สะโพกผายลอยเด่นขึ้นหวั่นอ๋องไม่รอช้าก้าวเข้าประกบด้านหลัง กดเอวบางให้นาบต่ำลง ทว่ายกก้นงอนงามให้แอ่นรับ จากนั้นจึงกดความใหญ่โตยาวใหญ่สวนพรวดเข้าสู่ร่องเนื้อที่เปียกชุ่มจนมิดโคนพั่บ! เสียงเนื้อกระทบกันดังกึกก้องแผ่กระจายความเสียว"อื้อ... ท่านอ๋อง... ท่านี้มันลึก... จุกเหลือเกินเจ้าค่ะ"เหยียนซินซินคราง ใบหน้าซบลงกับพื้นเตียง สองมือจิกทึ้งผ้าผ่อนจนยับยู่ยี่ โจวอวี้หลุนโน้มแผ่นหลังแกร่งลงไปทับแผ่นหลังเนียนสองมือเอื้อมไปด้านหน้าเพื่อบีบเค้นเต้านมคู่โต ก่อนจะเอียงใบหน้าซุกไซ้ซอกหูและดูดดึงยอดอกจนบวมเป่ง สลับกับสะโพกสอบที่กระหน่ำสาวท่อนเนื้อเข้าออกรูรักอันคับแน่นถี่ระรัวตอกย้ำจุดเสียวเน้น ๆ แรงสั่นสะเทือนหนักหน่วงจนร่างบอบบางแทบจมลงไปกับพื้นเตียง ทุกครั้งที่โถมกายเข้าใส่ ลิ้นอุ่นยังคงดูดกลืนยอดอกอย่างเมามัน ความเสียวซ่านทั้งบนและล่างจู่โจมพร้อมกันจนเหยียนซินซินครางหลงสต
เสียงครางดังขึ้นพร้อมกันทันที เหยียนซินซินและหยางหลินหลินสะดุ้งตัวโยน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจและตื่นตระหนกขีดสุดหัวใจของพวกนางเต้นกระดอนรัวแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก ความรู้สึกงุนงงระคนขลาดกลัวจู่โจมในพริบตาเมื่อพบว่าริมฝีปากของตนเองบัดนี้กำลังถูกเติมเต็มและบดเบียดด้วยความร้อนผ่าวหนาหนักป่าเถื่อนของท่อนเนื้อชายที่ใหญ่โตจนคับแน่นอุ้งปากเหยียนซินซินพยายามจะสะบัดหน้าหนี นัยน์ตาฉ่ำปรือระคนตื่นตระหนกช้อนมองบุรุษเหนือร่าง ทว่าดวงตาคมกริบของหวั่นอ๋องที่จ้องลึกลงมากลับแฝงไปด้วยลุ่มหลง“พวกข้าเองเมียรัก”น้ำเสียงแหบเครือนี้คือ โจวอวี้หลุนเมื่อได้ยินเสียงเขาสตรีทั้งสองนางย่อมทั้งตกใจและเปลี่ยนเป็นความดีใจในพริบตาและเพียงรู้ว่าแท่งเนื้อใหญ่ที่อยู่ในปากของตนเองคือของผู้ใดนางทั้งสองก็ใช้สองมือรวบแท่งเนื้อเอาไว้และดูดดึงอย่างอร่อยอา...คิดถึงเอ็นอุ่น ๆ แข็งแรงของพวกเขาเหลือเกิน“ข้าจะกระเด้าแล้วนะ เตรียมรับให้ดี”โจวอวี้หลุนใช้อุ้งมือหนาจับท้ายทอยของนางไว้แน่นตรึงไว้มั่น แล้วโน้มกายกดสะโพกสอบส่งแท่งหยกจริงทะลวงลึกเข้าสู่อุ้งปากนุ่มของนางจนสุดโคนปลายหัวเห็ดบดเบียดกระแทกกับโคนลิ้นจนนางสำลัก







