Masuk"มาว่าฉัน แล้วรีบลุกเดินหนีมาเนี่ยนะ" เฟื่องฟ้าพอวิ่งตามมิชาทัน เธอก็โวยวายทันที
"ไม่ได้หนี แต่มันใกล้ถึงเวลาเรียนแล้ว"
"ชิ" หญิงสาวทำหน้ายู่อีกครั้ง แล้วเดินมานั่งลงเก้าอี้ตัวที่ตัวเองนั่งเป็นประจำ
ครืด! ครืด!
โทรศัพท์ของคนที่นั่งอยู่ข้างเธอก็ดังขึ้น แต่มิชาก็แค่มองโดยไม่ได้กดรับสาย ซึ่งก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าคนที่โทรมาคือใคร
"ณภัทรโทรมาเหรอ"
"อืม" มิชาพยักหน้า แล้วหันมาจ้องมองเธอ
"ทำไมไม่รับสายล่ะ" เพราะจากดูจากสีหน้าเพื่อนเธอแล้ว มิชาคงกลัวปลายสายมาก ๆ แน่
"เมื่อเช้าฉันหนีมันมา เดี๋ยวถ้ารับก็ต้องโดนบ่นแน่"
"ให้ตายสิ แกนี่มันชอบทำตัวเองจริง ๆ ฉันถามจริง ทำไมต้องหนีด้วย ทำไมไม่บอกมันดี ๆ"
"ก็เขาหลับ ฉันเลยไม่อยากปลุก วันหยุดของเขาทั้งที ฉันอยากให้เขานอนให้เต็มอิ่ม"
ตริง! ตริง! (เสียงข้อความแชต)
จากเสียงเรียกเข้าที่ดังระรัว แปรเปลี่ยนเป็นข้อความถูกส่งเข้ามาแทน มิชานั่งมองสักพัก ก็ตัดสินใจยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดดู ซึ่งเฟื่องฟ้าก็ถือวิสาสะยื่นหน้าไปอ่านข้อความบนหน้าจอของเพื่อน
ณภัทร : มิครับ ผมโทรหาทำไมไม่รับสาย
ณภัทร : มิก็รู้ว่าถ้าผมโกรธ คนที่เจ็บตัวคือมิ แต่มิก็ยังเลือกที่จะดื้อกับผมอีก
ณภัทร : อ่านข้อความแล้วช่วยตอบผมด้วย
ณภัทร : มิชา!
"ฉันว่าแกตอบกลับมันดีกว่า"
"ฉันจะตอบอะไรดี ตอนนี้สมองฉันโล่งไปหมดเลย"
มิชาหันมาถามเธอด้วยอาการสั่นกลัว เธอจึงยื่นมือไปแย่ง พร้อมกับพิมพ์ตอบกลับไป
มิชา : ไว้ค่อยคุยกันได้ไหม ตอนนี้มิเรียนอยู่
ณภัทร : ใครพิมพ์ มิชาไปไหน
โดยพอได้เห็นข้อความตอบกลับ เธอก็รีบยื่นกลับให้กับเพื่อนสาวดู
"ทำไมณภัทรรู้ว่าไม่ใช่แกพิมพ์"
"ไม่รู้เหมือนกัน" มิชาส่ายหน้าไปมา แล้วแย่งโทรศัพท์กลับคืนไป และเป็นจังหวะเดียวกันกับโทรศัพท์ที่อยู่ในมือดังขึ้นมาพอดี ซึ่งหญิงสาวก็ยอมกดรับ
"ว่าไง"
(.....)
"ใครจะมาพิมพ์ได้ล่ะ นี่มันโทรศัพท์ฉันนะ"
(.....)
"ก็บอกว่าฉันพิมพ์ แล้วนี่โทรมาทำไม"
(.....)
"ก็ประมาณเก้าโมงนี่แหละ ฉันเห็นนายหลับอยู่ก็เลยไม่อยากปลุก เพราะมันเป็นวันหยุดของนายไม่อยากรบกวน"
(.....)
"ค่อยคุยตอนเย็น ตอนนี้อาจารย์มาแล้ว ฉันต้องเรียน"
(.....)
"ฉันขับกลับเองได้ แล้วก็เตรียมตัวไว้ด้วย เดี๋ยวถ้าไปถึงห้อง ฉันไปเปลี่ยนชุดเราไปกินหมูกระทะกัน"
(.....)
"แค่นี้นะ เจอกันตอนเย็น"
โดยพอเพื่อนคุยโทรศัพท์เสร็จแล้ว เฟื่องฟ้าก็รีบถามทันทีด้วยความอยากรู้
"เป็นไง คุยอะไรกันบ้าง"
"ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่บอกว่าค่อยกลับไปคุยกันที่ห้อง"
"ไม่ได้ทะเลาะกันใช่ไหม"
"ไม่ ณภัทรก็ตอบกลับดี ๆ นั่นแหละ ที่ทำเสียงดุก็เพราะว่าเขาแค่เป็นห่วงฉันเฉย ๆ"
"โอเค ได้ยินแบบนั้นค่อยสบายใจหน่อย" พอเพื่อนพูดออกมาแบบนั้น เธอก็รู้สึกดีขึ้นมา
"พรุ่งนี้หยุด ไปเที่ยวคาเฟกันไหม เราไม่ได้ไปอะไรแบบนี้ด้วยกันนานแล้วนะ"
"ขอไม่รับปากนะ ต้องขอพ่อก่อน"
พ่อที่มิชาบอก จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากณภัทรแฟนของมัน
"โอเค ได้ไม่ได้ยังไงก็โทรมาบอกด้วย เพราะถ้าไม่ได้ไป ฉันจะได้ไม่ต้องตื่นเร็ว"
"อืม" มิชาพยักหน้าตอบเธอ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่อาจารย์เข้ามาพอดี หญิงสาวจึงรีบหยิบชีตงานต่าง ๆ ขึ้นมาวางบนโต๊ะ เพื่อเตรียมตัวจะเรียน
หลายชั่วโมงต่อมา...
พอเรียนคาบสุดท้ายเสร็จแล้ว เธอก็รีบเดินมารอแฟนหนุ่มทั้งสองที่รถ เนื่องจากวันนี้เราเลิกเรียนพร้อมกัน
โดยพอเดินมาถึงรถ ก็เห็นดินแดนที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่ที่นั่งคนขับ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร เปิดประตูรถแล้วลงมานั่งที่เบาะข้างคนขับ
"ดินไปไหน ยังไม่เลิกเหรอ"
"เลิกแล้ว แต่มันไปซื้อชาไข่มุกให้เธออยู่" ดินแดนพูดเสร็จ ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แผ่นดินเดินมาพอดี ซึ่งในมือของเขาก็มีชานมไข่มุกที่เธอชอบด้วย เธอเห็นแบบนั้นก็รู้สึกมีความสุขมาก ยิ้มแทบแก้มจะปริ
"นี่ครับ" แผ่นดินเปิดประตูรถ พร้อมกับยื่นสิ่งที่ไปซื้อมาให้กับแฟนสาว โดยพออีกฝ่ายรับไป เขาก็ดันเธอไปข้างหน้า แล้วลงมานั่งแทน และดึงเธอมานั่งตัก ยื่นมือไปปิดประตูรถ
ดินแดนที่เห็นว่าเรียบร้อยดี ก็สตาร์ตรถขับออกมาด้วยความเร็วไม่มากนัก และมีจังหวะหันมามองแฟนสาวที่กำลังกินชาไข่มุกอย่างมีความสุข
"แค่ชาไข่มุก กินไปยิ้มไป บ้าหรือเปล่า"
"ก็ฉันมีความสุขนี่นา กินไหม"
"ไม่" ดินแดนส่ายหน้าไปมา แล้วหันกลับมาสนใจการขับรถของตัวเองต่อ
เฟื่องฟ้าเลยหันมาคุยกับแผ่นดินแทน "ดินกินไหมคะ"
"ไม่เอา ดินไม่อยากแย่ง"
"ไม่แย่งค่ะ กินเถอะ" หญิงสาวยื่นให้กับแผ่นดิน ซึ่งเขาก็ชิมไปเล็กน้อย "เป็นไง"
"ก็รสชาติปกติ"
"ไม่ปกตินะ เหมือนชาจะหอมกว่าเดิมด้วย ดินสั่งว่ายังไงคะ เดี๋ยวเผื่อฟ้าไปสั่งกินเองบ้าง"
"ชาไทยครับ"
"อ้าว มันก็ไม่ต่างกับที่ฟ้าสั่งปกตินี่ หรือว่าดินหล่อ แม่ค้าเลยทำแบบตั้งใจให้"
"พูดไปเรื่อย"
"จริง ๆ นะ เพราะร้านนี้จากที่สังเกต แม่ค้าชอบพูดเพราะกับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงพูดไม่ค่อยดีเลย"
"งั้นต่อไปก็อย่าไปอุดหนุนร้านแบบนั้นอีก"
"ถ้าไม่ให้ซื้อที่นี่ แล้วจะให้ฟ้าไปซื้อที่ไหน"
"หน้ามหาลัยครับ ดินเห็นเพิ่งจะมาเปิดใหม่ น่าเข้ามากเลยนะ"
"จริงเหรอ ฟ้าไม่เคยสังเกตเลย งั้นพรุ่งนี้พาแวะก่อนกลับได้ไหมคะ"
"แวะอะไร ลืมหรือไงว่าพรุ่งนี้เธอกับไอ้ดินหยุด"
ซึ่งพอดินแดนพูดออกมาแบบนั้น เธอก็ยิ้มเขินด้วยความอาย เพราะตัวเองดันจำวันหยุดผิด
"กะ...ก็คนมันลืม"
"สมองปลาทอง"
"นี่! มันจะมากไปแล้วนะ"
"ไม่เห็นมากเลย" ดินแดนยังต่อล้อต่อเถียงเธออีก ซึ่งเธอก็สู้ไม่ได้ จึงรีบขยับหันหน้าไปอ้อนแผ่นดิน
"ไม่ต้องไปสนใจมัน กินต่อเถอะ ส่วนชาไข่มุก เดี๋ยวถ้าวันไหนเลิกตรงกันอีก ดินจะพาแวะครับ"
"ค่ะ" คิดไม่ผิดที่ออดอ้อนแผ่นดิน เธอวางศีรษะลงที่อกเขา แล้วดูดชาไข่มุกกินต่ออย่างมีความสุข
"เราจะกินข้าวข้างนอกเลยไหม หรือจะไปกินที่ห้อง"
หลังจากที่นั่งรถมาสักพัก ดินแดนที่ขับรถอยู่ ก็หันมาถามแฝดตัวเอง แล้วก็แฟนสาว
"คนดีครับ อยากกินที่ไหน"
"ข้างนอกดีกว่าค่ะ ฟ้าอยากกินชาบู"
"ชาบูเหรอ แล้วร้านไหนดีครับ"
"ร้าน ML ก็ได้ค่ะ ครั้งก่อนไปกินกับแดนอร่อยมาก"
เพราะเมื่ออาทิตย์ก่อน เธอกับดินแดนเลิกเร็ว เราสองคนจึงมาเดินห้างเพื่อเลือกซื้อของสดไปใส่ตู้ แต่ก่อนไปซื้อ เธออยากกินชาบู และบังเอิญเห็นร้านนี้ จึงชวนแฟนหนุ่มเข้าไปกิน
"งั้นก็เอาตามที่ฟ้าอยากไปเลย"
"อืม" ดินแดนพยักหน้า แล้วขับรถตามทางมายังห้างสรรพสินค้า
หลังจากเสร็จสมในรอบแรกแล้ว แสนรักก็พลันทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจด้วยความวาบหวิวในอก ดวงตาของเธอปรือปรอยคล้ายคนจะหลับ แต่กะพริบตาได้สองสามครั้ง ก็มองเห็นใบหน้าของพอร์ชที่เคลื่อนขึ้นมาอยู่ระดับสายตาพอดี“พี่พอร์ช…” เสียงของเธอขาดห้วงเบา ๆ“เป็นอะไรไป แค่นี้ก็หอบแทบแย่แล้วหรือไง?” พอร์ชถามยิ้ม ๆคนถูกถามหน้าแดงก่ำ ต้องรีบเบือนหน้าหนี มือเล็กพลันขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่นขึ้นเล็กน้อย แต่ในระหว่างนั้นเอง คนแขนเจ็บก็ถือโอกาสโน้มหน้าลงมาใช้ลิ้นสัมผัสที่ยอดอกสีสวยของเธอ ทำเอาแสนรักเสียววูบวาบไปทั้งเนื้อทั้งตัว“อ๊ะ พี่พอร์ช อื้ออ อย่าเล่นทีเผลอสิคะ อ๊า…”“เล่นทีเผลออะไร มันจ่อหน้าอยู่ขนาดนี้ พี่นึกว่าหนูอนุญาตแล้วนะ”พอร์ชไม่พูดเปล่า ยังใช้ปลายลิ้นร้อนละเลงวนรอบลานนม ก่อนจะขบเม้มแล้วดูดดุนเบา ๆ จนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบฟังดูหยาบโลน แต่ก็เร้าอารมณ์ไม่น้อย“ปะ…เปล่าสักหน่อย หนะ…หนูแค่ อื้อออ~”คนตั้งท่าจะเถียงสุดท้ายก็เถียงไม่ออก ยิ่งแอบก้มหน้ามองหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่วนเวียนอยู่กับเต้าอวบของตัวเองไม่ห่าง ก็ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่“แค่อะไรคะ?”พอร์ชแกล้งกระซิบถาม แล้วดูดยอดอกของเธอแรงขึ้นเล็กน้อยแสนรักทั้งเส
ทันทีที่ได้ยินคำพูดของหญิงสาว พอร์ชก็คลี่ยิ้มกว้างด้วยความดีใจสุด ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวเข้าไปหาร่างบาง พร้อมกับรั้งอีกคนเข้ามาโอบกอดเอาไว้“เดี๋ยวจะทำให้ดูว่าแขนหักก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย”เมื่อพูดจบ ริมฝีปากหยักพลันโน้มลงประกบปากจูบแสนรักแทบจะทันที ทำเอาคนที่ต้องรีบเงยหน้ารับจูบตกใจเล็กน้อย แต่จะฟาดสักที หรือว่าจะผลักออกก็ทำไม่ได้ เพราะกลัวคนร่างสูงจะเจ็บแล้วพลอยทำให้เธอเป็นห่วงไปด้วยสุดท้ายก็ได้แต่เผยอปากให้อีกฝ่ายสอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาในโพรงปาก พร้อมทั้งจูบตอบเบา ๆ ด้วยการใช้ลิ้นเล็กเกาะเกี่ยวลิ้นหนาไว้แล้วดูดดุนเบา ๆวงแขนเรียวบางค่อย ๆ ยกขึ้นโอบรอบลำคอระหงของร่างสูงพลางบดปากเข้าหาริมฝีปากหยักด้วยความรักและความต้องการที่เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆพอร์ชแอบยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าเธอยอมรับสัมผัสของเขาแล้ว มือหนาข้างที่ยังดีอยู่จึงค่อย ๆ เอื้อมไปลูบไล้เอวบางแผ่วเบา จากนั้นจึงสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดตัวบางของร่างเล็ก ก่อนจะลากปลายนิ้วขึ้นไปตามแผ่นหลังเนียนช้า ๆด้วยรสจูบที่แสนหวาน และชวนให้เคลิบเคลิ้ม ทำให้แสนรักไม่ทันได้สนใจการกระทำอื่น ๆ ของชายหนุ่ม กว่าจะรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...“พรุ่งนี้พี่จะไปถอดเฝือกตอนไหนคะ” พอพี่พอร์ชขับรถมาจอดบริเวณหน้าตึกเรียนเธอ แสนรักก็หันไปถามเขา“คงจะช่วงบ่าย ถามทำไม จะไปกับพี่เหรอ”“อยากให้หนูไปด้วยไหมล่ะ” เธอถาม เพราะถ้าให้เธอไปด้วย จะได้เลื่อนนัดกับโอบอุ้ม เพราะเมื่อวานเพื่อนสาวชวนเธอไปกินไอศกรีม“ก็ต้องอยากให้ไปสิ ไปกับพี่นะ”“ได้ค่ะ แต่หนูเลิกบ่ายสองเลยนะคะ”“พี่รอได้”“โอเค งั้นหนูไปเรียนก่อน ตอนเย็นเจอกัน” แสนรักพูด พร้อมกับกำลังจะลงจากรถ แต่กลับโดนดึงไว้เสียก่อน “มีอะไรคะ”“หนูลืมอะไรหรือเปล่า”พอได้ยินแฟนหนุ่มพูดออกมาแบบนั้น แสนรักก็ยิ้มออกมา แล้วขยับไปจูบลงบริเวณแก้มของเขา“ช่วงนี้ลืมบ่อยนะ เดี๋ยวถ้าลืมอีก คงต้องไปติวกันบนเตียงเพื่อทวนความจำซะแล้ว”“คนหื่น”“พี่ยอมรับว่าตัวเองหื่น ก็เมียพี่สวยขนาดนี้ ใครจะทนไหว”“เมียเมออะไร ใครเมียพี่”“ก็หนูไงครับ อยากเอาจัง ไม่ได้เอามาเกือบสองอาทิตย์แล้ว พี่ใจจะขาดแล้วเนี่ย”“พูดไม่ดูสังขารตัวเองเลยนะ เฝือกก็ยังไม่ได้ถอยเลย”“แค่เฝือกเอง พี่เอาหนูได้สบาย”“หยุดหื่นคะ หนูไปแล้ว” แสนรักบอกไปยังแฟนหนุ่ม แล้วรีบเดินเข้ามาในคณะตัวเอง ที่ตอนนี้เพื่อนสนิทเธออย่างโอบอุ้มกำ
นันทกานต์ที่กำลังยืนเก็บของเข้าบ้านอยู่ เพราะก่อนหน้านี้ฝนตกลงมาอย่างหนัก“จะตกอะไรนักหนานะ” หญิงสาวกลางวัยบ่นพึมพำ และในจังหวะที่กำลังจะปิดบ้าน เธอก็เห็นเข้ากับแฟนของลูกสาวที่เดินเข้ามาในรั้วบ้านเธอด้วยใบหน้าซีดเซียว“พี่พอร์ชลูก ทำไมเดินตากฝนมาแบบนี้”“แสนรักละครับแม่ ผมอยากคุยกับน้อง”“น้องอยู่บนห้องลูก แล้วนี่ทำไมใส่เฝือกที่แขน แถมหน้าก็ซีดแบบนี้ด้วย ไปทำอะไรมา”“เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยครับมะ...พรึบ!!”นันทกานต์คุยกับแฟนลูกสาว แต่ในจังหวะที่เขากำลังเดินมานั่งก็ล้มลงบนพื้นอย่างแรง จนหญิงกลางวัยตกใจเป็นอย่างมาก ตะโกนเรียกลูกสาวที่อยู่บนบ้าน“แสนรักลูก ลงมาหาแม่หน่อย”“.....”“แสนรัก”“คะแม่ มีอะไรเหรอ” แสนรักที่นั่งทำงานอยู่ พอได้ยินเสียงแม่ตัวเองเรียกก็รีบวิ่งลงมายังชั้นล่างของบ้านตัวเองทันที โดยพอมาถึงข้างล่างแล้ว กลับพบเข้ากับพี่พอร์ชที่นอนอยู่บนพื้น และแม่ของเธอที่พยายามพยุงเขาลุกขึ้น“อะไรเนี่ย ทำไมเขามาอยู่ที่นี่”“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดี ๆ เขาก็เดินตากฝนมาหยุดอยู่ตรงหน้าประตู”“เดินมาเหรอคะ” แสนรักถามย้ำ พร้อมกับมองไปที่หน้าบ้านก็ไม่พบรถของเขา หรือของใครเลย อย่าบอกว่าเดิน
“ดิฉันทำแผลให้เรียบร้อยนะคะ หลังจากนี้ก็พยายามอย่าใช้แรงฝั่งที่เจ็บมาก เดี๋ยวจะอาการหนักกว่าเดิม”“แล้วต้องอยู่นี่ถึงวันไหนครับ”“อยากให้ดูสักวันสองวันเพื่อดูอาการค่ะ หลังจากนั้นค่อยกลับ”“ครับ” เขาตอบพยาบาลที่ทำแผลให้พร้อมกับมองหาแฟนสาวตัวเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอมาโรงพยาบาลกับเขา แต่หลังจากหมอเข้ามาเช็กอาการ ตอนนี้เธอก็ไม่อยู่แล้ว“มองหาน้องเหรอเรา”“ครับม้า แล้วนี่น้องไปไหน” เขาตอบแม่ตัวเอง หลังจากที่ก่อนหน้านี้พัชโทรไปหาพ่อว่าเขาเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ทั้งสองท่านรีบมาหาเขาที่โรงพยาบาล“กลับไปแล้ว”“กลับไปแล้ว ได้ยังไง แต่ผมเจ็บอยู่นะ น้องไม่เป็นห่วงผมเลยเหรอ”“น้องเป็นห่วงลูกมาก แต่น้องมีเรียน ซึ่งมันเป็นวิชาสำคัญ”“แล้วน้องกลับยังไง อย่าบอกว่าม้าให้น้องกลับแท็กซี่” “ไม่ค่ะ ม้าให้ลุงพลไปส่งหนูแสนรักกับพัช”พอเขาได้ยินคำตอบของแม่แล้ว ชายหนุ่มก็รู้สึกโล่งอก พร้อมกับขยับลงมานอน“พัชเล่าว่าทะเลาะกับน้องเหรอ”“ครับ เรื่องนี้ผมผิดเอง”“.....”“แต่ผมพยายามอธิบายกับน้องแล้ว แต่น้องไม่ฟังเลย เอาแต่หนี”“เล่าให้ม้าฟังได้ไหมว่าเรื่องอะไร”พอร์ชพยักหน้า พร้อมกับเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นใ
วันต่อมา...พอร์ชขับรถมาที่บ้านแฟนสาวแต่เช้าเพื่อมารับอีกฝ่ายไปเรียนด้วยกัน เมื่อรถจอดสนิทแล้ว ชายหนุ่มก็รีบเดินเข้าไปในบ้านก็พบกับแม่ของแสนรักที่นั่งจัดจานอยู่ ซึ่งเขาเห็นแบบนั้นก็มือขึ้นไหวด้วยความนอบน้อม“แสนรักตื่นหรือยังครับแม่”“น้องตื่นแล้วลูก และไปเรียนแล้วด้วย”“อ้าว ทำไมน้องไปเข้าจัง” เพราะเขาอุตส่าห์ออกมาแต่เช้า แต่อีกฝ่ายกลับไปเรียนเข้ากว่าที่เขาคิด“เห็นบอกว่าจะไปซื้อของนะ”“อ๋อ แล้วอาการน้องเป็นยังไงบ้างครับแม่”“ดีขึ้นมากแล้ว ดีจนจะหายเป็นปกติแล้วแหละ”“ครับ งั้นผมขอตัวไปเรียนก่อนนะ” พอร์ชยกมือไหว้แม่ของแฟนสาวเพื่อเอ่ยลา พร้อมกับเดินออกมาจากบ้านเพื่อจะกลับเข้ามาในรถของตัวเอง แต่จังหวะที่เดินผ่านรั่วบ้านนั้น หางตาของชายหนุ่มดันบังเอิญมองไปยังถังขยะที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งเขาจะไม่อะไรเลย ถ้าไม่มีกล่องสีชมพูขนาดใหญ่วางอยู่ เขาจำได้ดีว่ามันเป็นของแสนรัก พอร์ชเห็นแบบนั้นก็รีบสาวเท้าเข้าไปหยุดอยู่ข้างถังขยะ แล้วเปิดดูของในกล่อง ซึ่งของด้านในมันเป็นของที่เขาซื้อให้เด็กสาว มีทั้งเสื้อ กางเกง รองเท้า สร้อยคอ สร้อยข้อมือ และยังมีพวกรูปถ่ายต่าง ๆ ที่เราถ่ายด้วยกัน โดยอีกฝ่ายไปล้างเก็บเ







