LOGINแสงไฟสลัวจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับภายในห้องจัดเลี้ยงรับรองของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวของนิรสารู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดเดรสราตรีสีไวน์แดงยืนอยู่มุมห้อง พยายามควบคุมมือที่กำลังสั่นเทาขณะถือแก้วแชมเปญ งานเลี้ยงการกุศลในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยนักธุรกิจชื่อดังและผู้ทรงอิทธิพลมากมาย ทว่าสัญชาตญาณลึกลับบางอย่างกลับกรีดร้องเตือนภัยให้เธอรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ในวินาทีที่ประตูบานคู่แกะสลักไม้สักทองถูกผลักเปิดออก เสียงพูดคุยจอแจทั่วทั้งห้องก็เงียบกริบลงในทันที ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้ามั่นคงและทรงพลัง ออร่าความเยียบเย็นและดุดันแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนผู้คนต้องพากันหลบทางให้ ครามินทร์ มัจจุราชผู้กุมอำนาจทางธุรกิจในเงาตึกระฟ้า ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าทุกคนด้วยใบหน้าคมคายที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาสคมกริบสีดำสนิทราวกับห้วงเหวลึกกวาดมองไปรอบงาน ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของนิรสาที่ยืนแข็งทื่ออยู่มุมห้อง หัวใจของนิรสาร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลมหายใจสะดุดกักค้างไว้ในลำคอ สมองขาวโพลนไปหมดเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เย็นชา ดวงตาคู่นั้นไม่มีความรักให้เธออีกต่อไปแล้ว และมันก็พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล เขาไม่ใช่ครามคนเดิม... ไม่ใช่ผู้ชายยากจนที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไปแล้ว เขากลายเป็นปีศาจที่พร้อมจะกลืนกินเธอทั้งจิตวิญญาณ ครามก้าวเดินตรงมาทางเธอทีละก้าว... ทีละก้าว ช้าๆ ทว่าหนักแน่นดั่งเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย รอบตัวของเขาไม่มีใครกล้าขยับเขยื้อน ทุกคนต่างหวาดกลัวอิทธิพลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "คะ... คราม..." นิรสาเค้นเสียงเรียกชื่อเขาออกมาได้เพียงแผ่วเบา ร่างกายถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนีและไม่มีใครช่วยเธอได้อีกแล้ว ครามหยุดยืนประชิดตรงหน้า กลิ่นกายบุรุษผสมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นอายอันตรายลอยเข้าแตะจมูก มือหนายื่นออกไปกระชากข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล จนนิรสาต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวดแต่ไร้เสียงกรีดร้อง "ตกใจมากเหรอที่เห็นฉัน... หรือคิดว่าชาตินี้ฉันจะไม่มีวันได้กลับมาเหยียบที่นี่อีกแล้ว?" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังลอดไรฟันหนา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว "ปล่อยนะ... คราม... ปล่อยฉัน!" นิรสาพยายามบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ แรงบีบก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ครามไม่สนใจเสียงทักท้วง เขาออกแรงกระชากร่างบางให้เดินตามตนเองออกไปจากห้องจัดเลี้ยงท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความตกตะลึง แต่ไม่มีใครหน้าไหนกล้าปริปากห้ามหรือยุ่งเกี่ยวกับประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้เลยสักคน เขาพาเธอเดินลัดเลาะมาตามทางเดินส่วนตัวขึ้นสู่ห้องเพนต์เฮาส์ VIP ชั้นบนสุดของโรงแรม ก่อนจะผลักร่างของเธอเข้าไปข้างในแล้วกระแทกประตูปิดล็อกลงอย่างรุนแรง เสียงกลอนล็อกดังคลิก! เปรียบเสมือนประตูแห่งขุมนรกที่ปิดตายจากโลกภายนอก นิรสาเซถลาล้มลงไปกองกับพื้นพรมหนานุ่ม เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยแววตาตื่นตระหนกหยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้า "คราม... คุณจะทำอะไร! ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันขอร้อง..." ครามก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยนัยน์ตาวาวโรจน์ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้มือหนาบีบปลายคางมนของเธอให้เงยขึ้นบังคับสบตา ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นแดงก่ำด้วยเพลิงแค้นที่สุมอกมานานหลายปี "ปล่อยเหรอ? หึ! ฝันไปเถอะนิสา..." ครามแค่นหัวเราะเสียงต่ำอย่างสมเพช มือแกร่งออกแรงบีบคางจนแก้มเนียนขึ้นรอยแดง "เธอคิดเหรอว่าทรยศหักหลังฉัน ส่งฉันไปตกระกำลำบากในนรกหลังลูกกรง แล้ววันหนึ่งฉันกลับมา... ฉันจะปล่อยให้เธออยู่อย่างมีความสุขกับสามีไฮโซของเธองั้นเหรอ? ไม่มีวัน!" "ฉันไม่ได้ตั้งใจ... ฮึก... ฉันมีเหตุผล..." นิรสาปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น หยาดน้ำตาไหลอาบสองแก้ม เธอพยายามจะอธิบายเรื่องราวในอดีตเรื่องลูกและคำขู่ของพ่อ แต่ครามกลับไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดมันออกมา "หุบปาก!" ครามตวาดลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ดึงทึ้งรั้งร่างบางให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะเหวี่ยงเธอกระแทกเข้ากับเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้อง แรงกระแทกทำให้นิรสาสจุกจนพูดไม่ออก เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ของครามก็ทาบทับลงมาทันที น้ำหนักตัวที่หนักอึ้งและแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยไอความร้อนแผดเผาร่างเธอจนแทบไหม้เกรียม มือหนาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ขณะที่มืออีกข้างกระชากชุดเดรสราตรีสีไวน์แดงของเธอจนเนื้อผ้าฉีกขาดออกจากกัน เผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มและชุดชั้นในลูกไม้สีดำด้านใน "ไม่นะ! คราม! อย่าทำแบบนี้!" นิรสาร้องกรี๊ดสุดเสียงด้วยความตื่นกลัว พยายามดิ้นรนสุดกำลังเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการ "อย่าทำเหรอ? หึ! ตอนที่เธอย่ำยีหัวใจฉัน เหยียบย่ำความรักของฉัน เธอเคยปรานีฉันไหม!" ครามคำรามต่ำในลำคอด้วยความเร่าร้อนและดุดัน ดวงตาคมกริบฉายแววดิบเถื่อน ร่างกายของเขาร้อนระอุไปด้วยเพลิงสวาทและเพลิงแค้นที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก หมับ! "อื้อ!" ริมฝีปากหยักหนาร้อนผ่าวพุ่งเข้าบดขยี้เรียวปากอิ่มของเธออย่างป่าเถื่อนและไร้ความปราณี นิรสาพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มปากแน่น แต่แรงอารมณ์และพละกำลังที่เหนือกว่าทำให้ครามบีบกรามเธออ้าออกแล้วสอดแทรกความเร่าร้อนเข้าไปตักตวงความหวานล้ำอย่างหิวกระหาย เสียงครางอู้อี้ในลำคอของหญิงสาวดังเล็ดลอดออกมาด้วยความเจ็บปวดและทรมาน รสชาติของจุมพิตเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและกลิ่นอายแห่งการลงทัณฑ์ ไม่นานร่างกายของเธอก็เปลือยเปล่า เธอพยายามขัดขืนทุกวิถีทาง แต่เพราะเราของเธออันน้อยนิดก็สู้แรงของเขาไม่ได้ ชายหนุ่มล็อคเนื้อตัวของเธอเอาไว้ก่อนจะกระชากขาของเธอให้ออกจากกันก่อนจะแทรกเข้าจะอยู่ตรงกลางระหว่างขาของเธอ "อย่านะ คราม!" เธอเอ่ยห้ามเสียงดัง พร้อมกับส่ายหน้าน้ำตาคลอ "หึ! ทีกับฉันห้าม แล้วตอนอยู่กับมันคงให้มันเอาง่ายๆ สิท่า!" ปึก! "กรี๊ดดด!" หญิงสาวกรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ในชีวิตนี้เธอมีเขาแค่คนเดียว หลังจากที่เกิดขึ้นมาในวันนั้นเธอก็ไม่ยอมมีอะไรกับใครหน้าไหนทั้งนั้น และในเวลานี้เขากระทำเธอด้วยความรุนแรงอย่างไรปราณี นั้นทำให้เธอเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ปึก! ปึก! ปึก! เสียงกระแทกกระทั่งของเนื้อกระทบเนื้อท่ามกลางความเงียบงันเริ่มดังขึ้นเมื่อครามระบายอารมณ์แค้นลงบนร่างบาง ความโกรธเกรี้ยว ความโหยหา และความแค้นที่อัดอั้นมาหลายปีถูกปลดปล่อยออกมาผ่านสัมผัสอันดุดันและเร่าร้อน มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างอรชร บีบเคล้นเนื้อนุ่มด้วยความรุนแรงจนเกิดรอยแดงช้ำไปทั่วร่าง นิรสาร้องไห้สะอึกสะอื้น ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ เสียงครวญครางปนสะอื้นดังระงมไปทั่วห้องนอนกว้าง ปึก! ปึก! ปึก! "ฮรึก คราม ฉันเจ็บ พอแล้ว ได้โปรด.." "หึ เจ็บใช่ไหม...?" ครามผละริมฝีปากออกเล็กน้อย หอบหายใจรุนแรงขณะจ้องมองใบหน้าอาบน้ำตาของเธอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก "จำความรู้สึกนี้ไว้... นิสา! นี่คือบทลงทัณฑ์ของคนทรยศ... และเธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธมัน!" ปึก! ปึก! ปึก! บทเพลงสวาทอันเร่าร้อนและป่าเถื่อนดำเนินต่อไปท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งการแก้แค้น ร่างกายทั้งสองหลอมรวมกันด้วยแรงขับเคลื่อนของความแค้นและไฟรักที่ไม่มีวันมอดดับ นิรสาทำได้เพียงนอนรับความเจ็บปวดและปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลริน อาณาจักรแห่งความทรมานได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างแท้จริงแสงจันทร์นวลตาสาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรู อาณาจักรส่วนตัวที่บัดนี้ไร้ซึ่งเงาของศัตรู ความวุ่นวาย หรือบาดแผลจากอดีต เหลือเพียงความเงียบสงบยามดึกดื่นและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กชายตัวน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่ห้องข้างๆภายในห้องนอนกว้าง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผสมกับไอร้อนจากเรือนร่างของครามินทร์และนิรสา หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิต การสะสางบัญชีแค้น และการจากลาเพื่อเริ่มต้นใหม่กับมารดา ความรู้สึกอัดอั้นที่เคยถูกกักเก็บไว้ในใจร่วมกันตลอดหลายปีได้เปลี่ยนผ่านเป็นความโล่งใจและพลังรักอันล้นปรึกษาร่างสูงสง่าของครามก้าวเข้ามาจากระเบียงห้อง ในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มที่เปิดเผยแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อสมส่วน เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าภรรยาที่กำลังนั่งอยู่ริมขอบเตียงนอนนุ่ม นัยน์ตาสคมกริบสีดำสนิทพินิจมองเรือนร่างอรชรในชุดนอนผ้าแพรเนื้อบางสีนวลตา แววตาคู่นั้นลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความรัก ความหวงแหน และความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ไม่เคยลดน้อยลงเลย"มองอะไรเหรอคะ คราม..." นิรสาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากและแววตาดุดันที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของสามีคราม
แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านม่านโปร่งแสงเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นของเพนต์เฮาส์หรู บรรยากาศเงียบสงบและอบอวลไปด้วยความร่มรื่น ทว่าภายในห้องรับแขกกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความเงียบงันที่น่าอึดอัด ร่างของหญิงสูงวัยผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าของนิรสา นั่งก้มหน้าซบมือลงกับตัก ไหล่บางสั่นสะท้านไหวตามแรงสะอื้นไห้ที่ถูกพยายามกลั้นไว้นับตั้งแต่ตระกูลสิงขรและตระกูลบูรพาล่มสลายลงอย่างราบคาบ โลกที่เคยค้ำจุนความมั่นคงและหน้าตาทางสังคมของครอบครัวเธอก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน ทรัพย์สินที่เคยมีถูกอายัด ตระกูลฝั่งสามีใหม่และบรรดาญาติห่างๆ ต่างพากันตีตัวออกห่าง ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายและความอับอายขายหน้าตามลำพัง ความโลภและความเห็นแก่ตัวในอดีตที่เคยบังคับให้นิรสาต้องแต่งงานกับเมฆาเพื่อผลประโยชน์ บัดนี้ได้ย้อนกลับมาลงทัณฑ์หัวใจคนเป็นแม่ให้เจ็บปวดร้าวรานยิ่งกว่าใครเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า นิรสา ยืนมองมารดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความเจ็บปวดจากอดีต ความโกรธเคืองที่ยังหลงเหลือ และความเห็นใจที่เห็นสภาพหญิงผู้ให้กำเนิดต้องตกอับไร้ที่พึ่ง"คุณแม่..." นิรสาเอ่ย
สายฝนปรอยๆ ยามเช้าสาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักขนาดเล็กคับแคบและอับชื้น กลิ่นอับของกระดาษเก่าและคราบฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศที่เงียบงัน บนเตียงนอนเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งยามขยับตัว ร่างที่เคยอ้วนท้วมและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามของเจ้าสัวสิงขร บัดนี้สักแต่เป็นเพียงชายชราหลังค่อม ผอมโซและไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าเหี่ยวย่นไร้การดูแลเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเครียดและความสิ้นหวังนับตั้งแต่ตระกูลสิงขรถูกขุดคุ้ยความผิดทางกฎหมายและโดนครามินทร์ใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจบดขยี้จนล้มละลาย ทรัพย์สินเงินทอง บ้านหลังใหญ่โต รถหรูนับสิบคัน และบัญชีลับในต่างประเทศถูกศาลสั่งอายัดและยึดเข้าหลวงเพื่อชดใช้หนี้สินมหาศาล อดีตเจ้าสัวผู้ทรงอิทธิพลผู้เคยชี้เป็นชี้ตายใครต่อใครในวงการธุรกิจ ต้องระเหิดระเหินมาซุกหัวนอนอยู่ในห้องเช่าราคาถูกย่านชานเมืองอย่างไร้เกียรติเสียงก๊อกประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ประตูไม้เก่าๆ จะถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างของเจ้าหนี้และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สินเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ"ตื่นได้แล้ว เจ้าสัวสิงขร..." เสียงห้วนกระด้างเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า "วันนี้ศาลมีคำสั่งเด็ดขาดเรื่องก
แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดดาวน์ไลท์ภายในห้องนอนกว้างของเพนต์เฮาส์หรูสาดส่องลงบนผืนพรมหนานุ่ม บรรยากาศยามดึกสงัดอบอวลไปด้วยความเงียบงันและความผ่อนคลายที่แตกต่างจากทุกค่ำคืนที่ผ่านมา สงครามอันยาวนาน การล้างแค้นที่ดุเดือด และพันธนาการแห่งอดีตที่เคยกัดกินหัวใจได้ถูกสะสางจนหมดสิ้นแล้ว บนโต๊ะข้างเตียง ใบหย่าสีขาวสะอาดที่ปราศจากชื่อของตระกูลบูรพาและร่องรอยพันธะใดๆ วางนิ่งสนิทเป็นเครื่องยืนยันถึงอิสรภาพที่สมบูรณ์แบบของนิรสาร่างสูงสง่าของครามินทร์ก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มเขากวาดสายตามองไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ซึ่งนิรสาในชุดนอนผ้าแพรเนื้อนุ่มสีนวลดังกุหลาบแรกแย้มกำลังนั่งกอดเข่าเหม่อลอย ใบหน้าหวานที่ผ่านพ้นคราบน้ำตามาหมาดๆ บัดนี้เจือรอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความโล่งใจ ทว่าในนัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับระอุไปด้วยกระแสความรู้สึกที่ลึกซึ้งและโหยหาไม่แพ้กันครามก้าวเดินช้าๆ เข้าไปใกล้ ฝีเท้าไร้เสียงกระทบ ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างเธอบนขอบเตียง มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสคมกริบสีดำสนิทพินิจมองหญิงสาวผู้เป็นทั้งดวงใจและแม่ของลูกด้
กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณห้องใต้ดินนิรภัย แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟดวงเปลือยสาดส่องลงบนร่างของเมฆาที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ สภาพของอดีตคุณหนูไฮโซตระกูลดังยับเยินจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ใบหน้าบวมปูดจนแทบจำไม่ได้ ดวงตาข้างหนึ่งปิดสนิทเนื่องจากรอยฟกช้ำดำเขียว และทุกครั้งที่ขยับตัว เสียงครางหอบสะท้านด้วยความเจ็บปวดจากซี่โครงที่หักร้าวก็เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แตกยับเสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า เมฆาพยายามปรือตาขึ้นมองผ่านความมืดสลัว ร่างสูงสง่าของครามินทร์ยืนกอดอกมองลงมาด้วยแววตาสคมกริบที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความปราณีหรือความเห็นอกเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้นข้างกายของมัจจุราชหนุ่ม บอดี้การ์ดคนสนิทก้าวเข้าไปใกล้ พร้อมกับวางแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ตรงหน้าเมฆา พร้อมด้วยปากกาหมึกซึมด้ามหรู"เซ็นซะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังรู้สึกราวกับมีหินผาทับอยู่บนอก "ใบหย่า... ระหว่างแกกับนิรสา"เมฆาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง ทว่าท่ามกลางความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามา สัญชาตญาณ
แสงไฟสลัวจากหลอดไฟเปลือยส่องกระทบเศษฝุ่นที่ลอยเคลุ้งอยู่ภายในห้องใต้ดินอับชื้น บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างของเมฆาที่พ่ายแพ้จนมุมและถูกลากตัวมายังสถานที่แห่งนี้หลังจากเหตุการณ์จับตัวประกัน เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลฟกช้ำและคราบเลือดกรัง ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดเมื่อเงาร่างสูงสง่าของครามินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าดวงตาสคมกริบสีดำสนิทของครามลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความอำมหิตและจิตสังหารที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ไม่มีคำพูดพร่ำเพ้อหรือการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น ความโกรธแค้นที่สั่งสมมาจากการที่เมฆากล้าอาจหาญแตะต้องภรรยาและขู่ฆ่าลูกชายสายเลือดเดียวของเขา ระเบิดออกเป็นพายุหมัดที่พร้อมจะบดขยี้เป้าหมายให้แหลกคามือครามพุ่งเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วแสง มือแกร่งกระชากคอเสื้อของเมฆาขึ้นมาก่อนจะซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่โหนกแก้มเต็มแรงปัก!เสียงเนื้อกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว ฟันกรามของเมฆาร่วงหล่นปนกับเลือดสดๆ ที่ทะลักออกจากปากทันที ร่างท้วมเซถลาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นอย่างน่าสมเพช ทว่าครามไม่ได้ปล่อยให้เขาได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่ตามไปกระชากตัวขึ้นมาแล้วกระหน่ำหมัดซัด







