LOGINแสงไฟนีออนสลัวจากห้องใต้ดินอับชื้นสะท้อนกระทบกับรอยแผลเป็นลากยาวบนแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม ที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอน แต่มันคือรังลับที่ ครามินทร์ใช้หลบซ่อนตัวจากโลกเบื้องบน โลกที่เต็มไปด้วยหน้ากากจอมปลอม เส้นสาย และอำนาจเงินตราที่คอยบดขยี้คนรากหญ้าอย่างเขา
ตลอดหลายเดือนที่คบหากับนิรสา ครามไม่เคยปริปากบอกความจริงเรื่องเบื้องหลังของตัวเองเลยแม้แต่น้อย ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปด้วยชาติตระกูลและอนาคตที่สดใส สมควรได้รับผู้ชายที่ดีกว่าไอ้หนุ่มกุ๊ยข้างถนนที่ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้าย ครามรู้ดีว่าตัวเองเป็นใคร มือคู่นี้เปื้อนเลือดและคราบเขม่าควันจากการเอาตัวรอดในสลัมมืดๆ มาตั้งแต่เด็ก เขาเคยชินกับการต่อสู้ การใช้กำลัง และการเหยียบย่ำศัตรู ก่อนที่มันจะเหยียบย่ำเขาก่อน แต่ทว่า เมื่อมีนิรสาเข้ามาในชีวิต กำแพงเหล็กที่เขาเคยสร้างไว้เพื่อปิดกั้นตัวเองกลับถูกกัดกร่อนลงทีละน้อย รอยยิ้มและแววตาห่วงใยจากคุณหนูตระกูลดังทำให้คนดิบเถื่อนอย่างเขากล้าที่จะมีความฝัน... ฝันที่จะยืนหยัดเคียงข้างเธออย่างภาคภูมิใจ ทว่าความฝันก็เป็นได้แค่ความฝัน เมื่อความจริงอันโหดร้ายเริ่มคืบคลานเข้ามาเคาะประตูห้อง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนชุดดำนับสิบชีวิตดังขึ้นก้องทางเดินแคบๆ ก่อนที่ประตูห้องพักจะถูกถีบพังกระเด็นด้วยแรงมหาศาล ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพง ก้าวเข้ามาพร้อมกับแววตาทรงอำนาจที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามและรังเกียจเดียดฉันท์ เจ้าสัวสิงขร พ่อของนิรสาปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางลูกน้องร่างยักษ์ที่ยืนคุมเชิงล้อมรอบตัวเขาไว้หมดทางหนี ครามไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน เขายืนพิงกำแพงกอดอกมองผู้มาเยือนด้วยสายตานิ่งสนิท แววตาสีดำสนิทคู่นั้นไม่มีความเกรงกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย "แกสินะ... ไอ้เดรัจฉานที่เกาะลูกสาวฉันกิน" เจ้าสัวสิงขรเปิดฉากด้วยน้ำเสียงดูถูกเหียดหยาม กวาดสายตามองสภาพห้องที่ยากจนข้นแค้นด้วยรอยยิ้มเยาะ "คิดจะเกาะตระกูลฉันเพื่อพลิกชีวิตงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ! คนอย่างแกมันก็แค่เศษสวะข้างถนน ต่อให้พยายามปีนป่ายแค่ไหน ก็ไม่มีวันคู่ควรกับลูกสาวฉัน!" คำพูดถากถางกระแทกกระทั้นเข้าหู ครามไม่ได้โกรธเกรี้ยวจนขาดสติ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหนา แววตาดุดันฉายแวววาวโรจน์ขึ้นอย่างน่ากลัว "ถ้าผมเป็นแค่เศษสวะ แล้วทำไมคุณถึงต้องดั้นด้นมาหาผมถึงที่นี่ด้วยล่ะครับ... กลัวเหรอ? กลัวว่าลูกสาวสุดที่รักของคุณจะเลือกผู้ชายไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้ มากกว่าไอ้คุณหนูไฮโซที่พวกคุณจัดแจงหาไว้ให้ใช่ไหม?" "สามหาว!" เจ้าสัวสิงขรตบโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงดังลั่นด้วยความโกรธจัดที่ถูกจี้จุด "แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อคนพวกนั้น! ฟังให้ดีนะไอ้คราม... ถ้าอยากรักษาหัวและชีวิตห่วยๆ ของแกไว้ ก็ไสหัวออกไปจากชีวิตนิสาซะ! อย่าให้ฉันต้องใช้มนตราราคาถูกหรืออำนาจมืดบดขยี้แกจนไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก!" คำขู่คุกคามไม่ได้ทำให้ครามินทร์หวาดกลัว เขารู้ซึ้งถึงอำนาจเงินและเส้นสายของคนพวกนี้ดี ตระกูลของนิรสามีอิทธิพลคับฟ้า แค่ดีดนิ้วชีวิตของคนอย่างเขาก็หายไปจากสารบบได้ง่ายๆ เหมือนมดปลวก ตัวตนที่แท้จริงในเงามืดของครามเริ่มขยับตัวตื่นขึ้น ความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจเริ่มปะทุ แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบยิ่งกว่าคำดูถูกเหยียดหยาม ก็คือความจริงที่ว่า... เขายังอ่อนแอเกินไปที่จะปกป้องคนที่เขารัก . ในเวลาเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลนิรสา บรรยากาศก็อึดอัดและตึงเครียดไม่แพ้กัน นิรสายืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าห้องทำงานของพ่อ โดยมีผู้เป็นแม่ยืนน้ำตาคลอเบ้าอยู่ข้างๆ "ลูกทำแบบนี้ลงไปได้ยังไง นิสา!" เจ้าสัวสิงขรที่เพิ่งกลับมาจากการไป "เคลียร์" กับคราม ตะคอกใส่หน้าลูกสาวด้วยความเกรี้ยวกราด "หนีไปคบกับไอ้กุ้ยข้างถนน ไร้หัวนอนปลายเท้า แถมยังมีประวัติพัวพันกับพวกใต้ดิน! ลูกอยากทำให้ตระกูลเราต้องอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านเขานักหรือไง!" "พ่อคะ! ครามเขาไม่ใช่คนแบบนั้น!" นิรสารีบเถียงกลับเสียงสั่น น้ำตาไหลพรูอาบสองแก้ม "เขาไม่ได้เกาะหนูกิน เขามีศักดิ์ศรี! พ่อไม่มีสิทธิ์ไปดูถูกเขาแบบนั้นนะ!" "ศักดิ์ศรีเหรอ? หึ! คนจนๆ แบบนั้นมันเอาศักดิ์ศรีมากินแทนข้าวไม่ได้หรอก!" เจ้าสัวสิงขรแค่นหัวเราะด้วยความสมเพช ก่อนจะยื่นคำขาดที่เฉียบขาดและเหี้ยมเกรียมลงมาตัดรอนหัวใจของผู้เป็นลูก "ฟังทางนี้ให้ดีนะนิสา พ่อได้จัดเตรียมงานหมั้นระหว่างลูกกับเมฆาไว้เรียบร้อยแล้ว งานจะมีขึ้นในเดือนหน้า และถ้าแกยังดึงดันจะติดต่อกับไอ้ครามอีก... ฉันจะส่งคนไปเก็บมันซะ! ให้มันหายไปจากโลกนี้แบบถาวร!" คำขู่ของพ่อเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ นิรสาเข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ห้องกว้างใหญ่รอบตัวหมุนเคว้งคว้าง เธอรู้ดีว่าพ่อของเธอดิบเถื่อนและทำอย่างที่พูดจริงๆ อำนาจเงินและเส้นสายในมือของเจ้าสัวสิงขรสามารถเนรมิตให้คนหายไปจากโลกนี้ได้อย่างไร้ร่องรอย หากเธอขัดขืน ชีวิตของครามจะต้องจบลงอย่างแน่นอน ความรักที่เคยวาดฝันไว้พังทลายลงในพริบตา ความลับในเงามืดที่ครามปกปิดไว้เริ่มเผยโฉมหน้าอันน่ากลัวออกมาทีละน้อย โลกสองใบที่แตกต่างกันสุดขั้วกำลังจะชนกัน และแรงปะทะครั้งนั้นเตรียมจะแผดเผาหัวใจของทั้งสองคนให้แหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี ในความมืดมิดของค่ำคืนนั้น ครามกำหมัดแน่นอยู่ภายในห้องพักของตน ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องไปยังภาพถ่ายใบเล็กของนิรสาที่เธอแอบทิ้งไว้ให้ เขาไม่รู้เลยว่าพายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น และไม่รู้เลยว่าการพบกันครั้งต่อไปของเขากับเธอ จะไม่ได้เต็มไปด้วยความโหยหาอีกต่อไป... แต่มันจะเต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้กลายเป็นจุลแสงจันทร์นวลตาสาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรู อาณาจักรส่วนตัวที่บัดนี้ไร้ซึ่งเงาของศัตรู ความวุ่นวาย หรือบาดแผลจากอดีต เหลือเพียงความเงียบสงบยามดึกดื่นและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กชายตัวน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่ห้องข้างๆภายในห้องนอนกว้าง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผสมกับไอร้อนจากเรือนร่างของครามินทร์และนิรสา หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิต การสะสางบัญชีแค้น และการจากลาเพื่อเริ่มต้นใหม่กับมารดา ความรู้สึกอัดอั้นที่เคยถูกกักเก็บไว้ในใจร่วมกันตลอดหลายปีได้เปลี่ยนผ่านเป็นความโล่งใจและพลังรักอันล้นปรึกษาร่างสูงสง่าของครามก้าวเข้ามาจากระเบียงห้อง ในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มที่เปิดเผยแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อสมส่วน เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าภรรยาที่กำลังนั่งอยู่ริมขอบเตียงนอนนุ่ม นัยน์ตาสคมกริบสีดำสนิทพินิจมองเรือนร่างอรชรในชุดนอนผ้าแพรเนื้อบางสีนวลตา แววตาคู่นั้นลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความรัก ความหวงแหน และความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ไม่เคยลดน้อยลงเลย"มองอะไรเหรอคะ คราม..." นิรสาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากและแววตาดุดันที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของสามีคราม
แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านม่านโปร่งแสงเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นของเพนต์เฮาส์หรู บรรยากาศเงียบสงบและอบอวลไปด้วยความร่มรื่น ทว่าภายในห้องรับแขกกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความเงียบงันที่น่าอึดอัด ร่างของหญิงสูงวัยผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าของนิรสา นั่งก้มหน้าซบมือลงกับตัก ไหล่บางสั่นสะท้านไหวตามแรงสะอื้นไห้ที่ถูกพยายามกลั้นไว้นับตั้งแต่ตระกูลสิงขรและตระกูลบูรพาล่มสลายลงอย่างราบคาบ โลกที่เคยค้ำจุนความมั่นคงและหน้าตาทางสังคมของครอบครัวเธอก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน ทรัพย์สินที่เคยมีถูกอายัด ตระกูลฝั่งสามีใหม่และบรรดาญาติห่างๆ ต่างพากันตีตัวออกห่าง ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายและความอับอายขายหน้าตามลำพัง ความโลภและความเห็นแก่ตัวในอดีตที่เคยบังคับให้นิรสาต้องแต่งงานกับเมฆาเพื่อผลประโยชน์ บัดนี้ได้ย้อนกลับมาลงทัณฑ์หัวใจคนเป็นแม่ให้เจ็บปวดร้าวรานยิ่งกว่าใครเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า นิรสา ยืนมองมารดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความเจ็บปวดจากอดีต ความโกรธเคืองที่ยังหลงเหลือ และความเห็นใจที่เห็นสภาพหญิงผู้ให้กำเนิดต้องตกอับไร้ที่พึ่ง"คุณแม่..." นิรสาเอ่ย
สายฝนปรอยๆ ยามเช้าสาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักขนาดเล็กคับแคบและอับชื้น กลิ่นอับของกระดาษเก่าและคราบฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศที่เงียบงัน บนเตียงนอนเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งยามขยับตัว ร่างที่เคยอ้วนท้วมและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามของเจ้าสัวสิงขร บัดนี้สักแต่เป็นเพียงชายชราหลังค่อม ผอมโซและไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าเหี่ยวย่นไร้การดูแลเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเครียดและความสิ้นหวังนับตั้งแต่ตระกูลสิงขรถูกขุดคุ้ยความผิดทางกฎหมายและโดนครามินทร์ใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจบดขยี้จนล้มละลาย ทรัพย์สินเงินทอง บ้านหลังใหญ่โต รถหรูนับสิบคัน และบัญชีลับในต่างประเทศถูกศาลสั่งอายัดและยึดเข้าหลวงเพื่อชดใช้หนี้สินมหาศาล อดีตเจ้าสัวผู้ทรงอิทธิพลผู้เคยชี้เป็นชี้ตายใครต่อใครในวงการธุรกิจ ต้องระเหิดระเหินมาซุกหัวนอนอยู่ในห้องเช่าราคาถูกย่านชานเมืองอย่างไร้เกียรติเสียงก๊อกประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ประตูไม้เก่าๆ จะถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างของเจ้าหนี้และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สินเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ"ตื่นได้แล้ว เจ้าสัวสิงขร..." เสียงห้วนกระด้างเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า "วันนี้ศาลมีคำสั่งเด็ดขาดเรื่องก
แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดดาวน์ไลท์ภายในห้องนอนกว้างของเพนต์เฮาส์หรูสาดส่องลงบนผืนพรมหนานุ่ม บรรยากาศยามดึกสงัดอบอวลไปด้วยความเงียบงันและความผ่อนคลายที่แตกต่างจากทุกค่ำคืนที่ผ่านมา สงครามอันยาวนาน การล้างแค้นที่ดุเดือด และพันธนาการแห่งอดีตที่เคยกัดกินหัวใจได้ถูกสะสางจนหมดสิ้นแล้ว บนโต๊ะข้างเตียง ใบหย่าสีขาวสะอาดที่ปราศจากชื่อของตระกูลบูรพาและร่องรอยพันธะใดๆ วางนิ่งสนิทเป็นเครื่องยืนยันถึงอิสรภาพที่สมบูรณ์แบบของนิรสาร่างสูงสง่าของครามินทร์ก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มเขากวาดสายตามองไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ซึ่งนิรสาในชุดนอนผ้าแพรเนื้อนุ่มสีนวลดังกุหลาบแรกแย้มกำลังนั่งกอดเข่าเหม่อลอย ใบหน้าหวานที่ผ่านพ้นคราบน้ำตามาหมาดๆ บัดนี้เจือรอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความโล่งใจ ทว่าในนัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับระอุไปด้วยกระแสความรู้สึกที่ลึกซึ้งและโหยหาไม่แพ้กันครามก้าวเดินช้าๆ เข้าไปใกล้ ฝีเท้าไร้เสียงกระทบ ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างเธอบนขอบเตียง มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสคมกริบสีดำสนิทพินิจมองหญิงสาวผู้เป็นทั้งดวงใจและแม่ของลูกด้
กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณห้องใต้ดินนิรภัย แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟดวงเปลือยสาดส่องลงบนร่างของเมฆาที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ สภาพของอดีตคุณหนูไฮโซตระกูลดังยับเยินจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ใบหน้าบวมปูดจนแทบจำไม่ได้ ดวงตาข้างหนึ่งปิดสนิทเนื่องจากรอยฟกช้ำดำเขียว และทุกครั้งที่ขยับตัว เสียงครางหอบสะท้านด้วยความเจ็บปวดจากซี่โครงที่หักร้าวก็เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แตกยับเสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า เมฆาพยายามปรือตาขึ้นมองผ่านความมืดสลัว ร่างสูงสง่าของครามินทร์ยืนกอดอกมองลงมาด้วยแววตาสคมกริบที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความปราณีหรือความเห็นอกเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้นข้างกายของมัจจุราชหนุ่ม บอดี้การ์ดคนสนิทก้าวเข้าไปใกล้ พร้อมกับวางแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ตรงหน้าเมฆา พร้อมด้วยปากกาหมึกซึมด้ามหรู"เซ็นซะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังรู้สึกราวกับมีหินผาทับอยู่บนอก "ใบหย่า... ระหว่างแกกับนิรสา"เมฆาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง ทว่าท่ามกลางความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามา สัญชาตญาณ
แสงไฟสลัวจากหลอดไฟเปลือยส่องกระทบเศษฝุ่นที่ลอยเคลุ้งอยู่ภายในห้องใต้ดินอับชื้น บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างของเมฆาที่พ่ายแพ้จนมุมและถูกลากตัวมายังสถานที่แห่งนี้หลังจากเหตุการณ์จับตัวประกัน เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลฟกช้ำและคราบเลือดกรัง ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดเมื่อเงาร่างสูงสง่าของครามินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าดวงตาสคมกริบสีดำสนิทของครามลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความอำมหิตและจิตสังหารที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ไม่มีคำพูดพร่ำเพ้อหรือการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น ความโกรธแค้นที่สั่งสมมาจากการที่เมฆากล้าอาจหาญแตะต้องภรรยาและขู่ฆ่าลูกชายสายเลือดเดียวของเขา ระเบิดออกเป็นพายุหมัดที่พร้อมจะบดขยี้เป้าหมายให้แหลกคามือครามพุ่งเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วแสง มือแกร่งกระชากคอเสื้อของเมฆาขึ้นมาก่อนจะซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่โหนกแก้มเต็มแรงปัก!เสียงเนื้อกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว ฟันกรามของเมฆาร่วงหล่นปนกับเลือดสดๆ ที่ทะลักออกจากปากทันที ร่างท้วมเซถลาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นอย่างน่าสมเพช ทว่าครามไม่ได้ปล่อยให้เขาได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่ตามไปกระชากตัวขึ้นมาแล้วกระหน่ำหมัดซัด







