LOGINเสียงดนตรีบรรเลงคลอเบาๆ ภายในงานเลี้ยงฉลองหมั้นสุดหรูหราที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โรงแรมระดับห้าดาวคลาคล่ำไปด้วยแขกเหรื่อผู้มีหน้ามีตาในสังคม ทว่าบรรยากาศรอบตัวนิรสากลับหนาแน่นและอึดอัดรากับถูกบีบให้หายใจไม่ออก ชุดเดรสราตรีสีขาวบริสุทธิ์ไม่ได้ทำให้เธอดูงดงามดั่งเจ้าหญิง แต่มันกลับเป็นเสมือนเครื่องพันธนาการที่ตอกย้ำว่าเธอเป็นเพียงหุ่นเชิดในเกมอำนาจของครอบครัว
"เมฆา" คู่หมั้นหนุ่มผู้เพียบพร้อมต่อหน้าสื่อมวลชน แต่กลับซ่อนธาตุแท้ความป่าเถื่อนและเห็นแก่ตัวไว้เบื้องหลังรอยยิ้มจอมปลอม เขายื่นมือหนามาโอบเอวบางของเธอไว้แน่นเกินความจำเป็น พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันข้างใบหู "ทำหน้าให้มันสดชื่นหน่อยสิที่รัก... ยิ้มให้กล้องซะ เพราะต่อจากนี้ เธอคือสมบัติของพี่คนเดียว" นิรสาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความขยะแขยงแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอสะบัดตัวออกเบื้องหน้าเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง ทว่าในวินาทีนั้นเอง ประตูบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล จนเสียงพูดคุยทั้งห้องเงียบกริบลงทันที ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสีเข้ม ก้าวเท้าเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาดุดันคู่นั้นกลับกวาดมองไปรอบงานราวกับมัจจุราชที่พร้อมจะคร่าชีวิตทุกสิ่ง ครามินทร์ ผู้ชายที่ควรจะถูกบีบให้จมดินตามคำขู่ของเจ้าสัวสิงขร บัดนี้เขากลับยืนตระหง่านอยู่กลางงานด้วยรัศมีอันน่าเกรงขามที่ผิดแปลกไปจากเดิม นิรสาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอพยายามส่งสัญญาณสายตาบอกให้เขากลับไป ทว่าครามกลับไม่แม้แต่จะชายตามองเธอ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจดจ้องตรงไปยังเมฆาด้วยความเหี้ยมเกรียม "แก! ไอ้สวะเดรัจฉานเข้ามาได้ยังไงวะ!" เมฆาผุดลุกขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อผู้ดี "รปภ.! เอาตัวไอ้บ้านี่ออกไปโยนทิ้งข้างถนนเดี๋ยวนี้!" การ์ดชุดดำนับสิบกรูเข้ามาล้อมกรอบครามทันที แต่ชั่วพริบตาเดียว ร่างของพวกมันกลับกระเด็นกระดอนคนละทิศคนละทางด้วยหมัดและลูกเตะอันทรงพลังและรวดเร็วดดุจพายุ ครามเคลื่อนไหวด้วยความดิบเถื่อนและเยือกเย็น เลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนมุมปากของเขา แต่รอยยิ้มหยันกลับยิ่งทำให้เขาน่ากลัวเป็นทวีคูณ นิรสาหวีดร้องด้วยความตกใจ เธอพยายามจะวิ่งเข้าไปห้าม แต่ถูกเจ้าสัวสิงขรดึงแขนไว้แน่นด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราด "หยุดนะนิสา! ปล่อยให้มันตายไปซะ!" ครามเดินฝ่าวงล้อมตรงดิ่งเข้ามาหาเมฆาที่หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว มือหนาคว้าคอเสื้อของคู่หมั้นหนุ่มกระชากเข้ามาหาตัวอย่างแรง ก่อนจะซัดหมัดหนักๆ เข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาจนเลือดกบปาก เมฆาล้มฟาดลงไปกองกับพื้นอย่างไร้ทางสู้ ครามคร่อมร่างของเมฆาไว้ มือหนาคว้าแจกันแก้วคริสตัลราคาแพงบนโต๊ะข้างๆ ขึ้นมาเงื้อหมายจะฟาดลงไปที่ศีรษะของอีกฝ่ายให้ดับดิ้นคามือ ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ถูกสุมอกมานานแสนนาน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วและป่าเถื่อนเกินกว่าใครจะห้ามทัน "อย่า! คราม! พอเถอะ!" เสียงกรีดร้องสุดเสียงของนิรสาหลุดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลพรู เธอสะบัดหลุดจากการจับกุมของพ่อแล้วพุ่งเข้าไปคว้าแขนแกร่งของครามไว้แน่น ร่างบางสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ "อย่าฆ่าเขา... ฮึก... คราม หยุดเถอะนะ!" ครามชะงักมือที่ถือแจกันค้างไว้กลางอากาศ เขาหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนร้องไห้ฟูมฟายอยู่ตรงหน้า แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความโหยหา บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่า เย็นชา และเจ็บปวดลึกซึ้ง "ห่วงมันเหรอ?" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างน่ากลัว ครามแค่นหัวเราะสมเพชให้กับตัวเอง "กลัวไอ้สารเลวคราบไฮโซนี่จะตาย มากกว่าจะสนว่าฉันรู้สึกยังไงสินะ... เห็นแก่เงินและอำนาจจนตัวสั่นเลยใช่ไหม นิรสา!" "ไม่ใช่... ฮึก... มันไม่ใช่แบบนั้น..." นิรสาพยายามส่ายหน้าปฏิเสธทั้งน้ำตา เธออยากอธิบายเหตุผลทั้งหมด อยากบอกว่าเธอยอมทำทุกอย่างก็เพื่อปกป้องเขาจากเงื้อมมือของพ่อ แต่เธอกลับพูดอะไรไม่ออกเมื่อเจ้าสัวสิงขรส่งสัญญาณมือให้ตำรวจนอกเครื่องแบบที่ซุ่มอยู่กรูกันเข้ามาล็อกตัวครามไว้ ครามถูกกระชากตัวให้ลุกขึ้นยืน ตรวนเหล็กถูกสวมเข้าที่ข้อมือหนาอีกครั้ง ทว่าตลอดเวลาที่เขาถูกลากตัวออกไปจากงาน สายตาสีดำสนิทคู่นั้นยังคงจดจ้องอยู่ที่นิรสาด้วยความชังน้ำหน้าและแค้นฝังลึก "ออกไปเถอะคราม พ่อของฉันพูดถูก เส้นทางของเรามันต่างกัน อยู่กับนายฉันมีแต่จะลำบาก ต่อแต่นี้เราขาดกันอย่าได้ติดต่อกันอีกเลย.." หญิงสาวกัดฟันพูดคำพูดที่เธอไม่อยากพูดออกไป หัวใจของเธอมันเจ็บจนด้านชาไปหมด มันแทบไม่มีหัวใจแล้ว พูดจบเธอก็เหมือนหน้านี้เพราะไม่อยากให้เขาเห็นน้ำตาของเธอ เสแสร้งทำเป็นเย็นชา ไม่สนใจไร้ความรู้สึก ก่อนจะเดินเข้าไปจับแขนเมฆาลุกขึ้น ในระหว่างนั้น ชายผู้เป็นที่รักก็พูดขึ้นมา.. "จำไว้... นิรสา ฉันจะจำสิ่งที่เธอทำกับฉันในวันนี้เอาไว้" เสียงกระซิบเยือกเย็นดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของเธอ ก่อนที่ร่างสูงจะหายลับไปจากประตู "สิ่งที่เธอทำกับฉันในวันนี้... ฉันจะกลับมาทวงคืนเป็นร้อยเท่า!" โลกทั้งใบของนิรสาพังทลายลงตรงนั้น เธอนั่งทรุดฮวบลงกับพื้นห้องจัดเลี้ยงท่ามกลางเสียงซุบซิบของแขกเหรื่อ ร่างกายเย็นเฉียบราศกับไร้ซึ่งวิญญาณ กงล้อแห่งความพินาศได้เริ่มต้นหมุนวนอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และเธอก็เป็นคนผลักเขาลงไปในหลุมพรางนั้นด้วยมือของตัวเองแสงจันทร์นวลตาสาดส่องผ่านกระจกใสบานยักษ์ของเพนต์เฮาส์หรู อาณาจักรส่วนตัวที่บัดนี้ไร้ซึ่งเงาของศัตรู ความวุ่นวาย หรือบาดแผลจากอดีต เหลือเพียงความเงียบสงบยามดึกดื่นและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเด็กชายตัวน้อยที่นอนหลับสนิทอยู่ห้องข้างๆภายในห้องนอนกว้าง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผสมกับไอร้อนจากเรือนร่างของครามินทร์และนิรสา หลังจากผ่านพ้นมรสุมชีวิต การสะสางบัญชีแค้น และการจากลาเพื่อเริ่มต้นใหม่กับมารดา ความรู้สึกอัดอั้นที่เคยถูกกักเก็บไว้ในใจร่วมกันตลอดหลายปีได้เปลี่ยนผ่านเป็นความโล่งใจและพลังรักอันล้นปรึกษาร่างสูงสง่าของครามก้าวเข้ามาจากระเบียงห้อง ในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มที่เปิดเผยแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อสมส่วน เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าภรรยาที่กำลังนั่งอยู่ริมขอบเตียงนอนนุ่ม นัยน์ตาสคมกริบสีดำสนิทพินิจมองเรือนร่างอรชรในชุดนอนผ้าแพรเนื้อบางสีนวลตา แววตาคู่นั้นลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความรัก ความหวงแหน และความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ไม่เคยลดน้อยลงเลย"มองอะไรเหรอคะ คราม..." นิรสาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากและแววตาดุดันที่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนของสามีคราม
แสงแดดยามสายส่องลอดผ่านม่านโปร่งแสงเข้ามาภายในห้องนั่งเล่นของเพนต์เฮาส์หรู บรรยากาศเงียบสงบและอบอวลไปด้วยความร่มรื่น ทว่าภายในห้องรับแขกกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความเงียบงันที่น่าอึดอัด ร่างของหญิงสูงวัยผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าของนิรสา นั่งก้มหน้าซบมือลงกับตัก ไหล่บางสั่นสะท้านไหวตามแรงสะอื้นไห้ที่ถูกพยายามกลั้นไว้นับตั้งแต่ตระกูลสิงขรและตระกูลบูรพาล่มสลายลงอย่างราบคาบ โลกที่เคยค้ำจุนความมั่นคงและหน้าตาทางสังคมของครอบครัวเธอก็พังทลายลงในชั่วข้ามคืน ทรัพย์สินที่เคยมีถูกอายัด ตระกูลฝั่งสามีใหม่และบรรดาญาติห่างๆ ต่างพากันตีตัวออกห่าง ปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายและความอับอายขายหน้าตามลำพัง ความโลภและความเห็นแก่ตัวในอดีตที่เคยบังคับให้นิรสาต้องแต่งงานกับเมฆาเพื่อผลประโยชน์ บัดนี้ได้ย้อนกลับมาลงทัณฑ์หัวใจคนเป็นแม่ให้เจ็บปวดร้าวรานยิ่งกว่าใครเสียงฝีเท้าแผ่วเบาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า นิรสา ยืนมองมารดาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความเจ็บปวดจากอดีต ความโกรธเคืองที่ยังหลงเหลือ และความเห็นใจที่เห็นสภาพหญิงผู้ให้กำเนิดต้องตกอับไร้ที่พึ่ง"คุณแม่..." นิรสาเอ่ย
สายฝนปรอยๆ ยามเช้าสาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างห้องพักขนาดเล็กคับแคบและอับชื้น กลิ่นอับของกระดาษเก่าและคราบฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศที่เงียบงัน บนเตียงนอนเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งยามขยับตัว ร่างที่เคยอ้วนท้วมและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามของเจ้าสัวสิงขร บัดนี้สักแต่เป็นเพียงชายชราหลังค่อม ผอมโซและไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าเหี่ยวย่นไร้การดูแลเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเครียดและความสิ้นหวังนับตั้งแต่ตระกูลสิงขรถูกขุดคุ้ยความผิดทางกฎหมายและโดนครามินทร์ใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจบดขยี้จนล้มละลาย ทรัพย์สินเงินทอง บ้านหลังใหญ่โต รถหรูนับสิบคัน และบัญชีลับในต่างประเทศถูกศาลสั่งอายัดและยึดเข้าหลวงเพื่อชดใช้หนี้สินมหาศาล อดีตเจ้าสัวผู้ทรงอิทธิพลผู้เคยชี้เป็นชี้ตายใครต่อใครในวงการธุรกิจ ต้องระเหิดระเหินมาซุกหัวนอนอยู่ในห้องเช่าราคาถูกย่านชานเมืองอย่างไร้เกียรติเสียงก๊อกประตูดังขึ้นสองครั้งก่อนที่ประตูไม้เก่าๆ จะถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างของเจ้าหนี้และเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์สินเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ"ตื่นได้แล้ว เจ้าสัวสิงขร..." เสียงห้วนกระด้างเอ่ยขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า "วันนี้ศาลมีคำสั่งเด็ดขาดเรื่องก
แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดดาวน์ไลท์ภายในห้องนอนกว้างของเพนต์เฮาส์หรูสาดส่องลงบนผืนพรมหนานุ่ม บรรยากาศยามดึกสงัดอบอวลไปด้วยความเงียบงันและความผ่อนคลายที่แตกต่างจากทุกค่ำคืนที่ผ่านมา สงครามอันยาวนาน การล้างแค้นที่ดุเดือด และพันธนาการแห่งอดีตที่เคยกัดกินหัวใจได้ถูกสะสางจนหมดสิ้นแล้ว บนโต๊ะข้างเตียง ใบหย่าสีขาวสะอาดที่ปราศจากชื่อของตระกูลบูรพาและร่องรอยพันธะใดๆ วางนิ่งสนิทเป็นเครื่องยืนยันถึงอิสรภาพที่สมบูรณ์แบบของนิรสาร่างสูงสง่าของครามินทร์ก้าวออกมาจากห้องแต่งตัวในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำสีเข้มเขากวาดสายตามองไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ซึ่งนิรสาในชุดนอนผ้าแพรเนื้อนุ่มสีนวลดังกุหลาบแรกแย้มกำลังนั่งกอดเข่าเหม่อลอย ใบหน้าหวานที่ผ่านพ้นคราบน้ำตามาหมาดๆ บัดนี้เจือรอยยิ้มบางๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความโล่งใจ ทว่าในนัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับระอุไปด้วยกระแสความรู้สึกที่ลึกซึ้งและโหยหาไม่แพ้กันครามก้าวเดินช้าๆ เข้าไปใกล้ ฝีเท้าไร้เสียงกระทบ ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างเธอบนขอบเตียง มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาสคมกริบสีดำสนิทพินิจมองหญิงสาวผู้เป็นทั้งดวงใจและแม่ของลูกด้
กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณห้องใต้ดินนิรภัย แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟดวงเปลือยสาดส่องลงบนร่างของเมฆาที่นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบ สภาพของอดีตคุณหนูไฮโซตระกูลดังยับเยินจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ใบหน้าบวมปูดจนแทบจำไม่ได้ ดวงตาข้างหนึ่งปิดสนิทเนื่องจากรอยฟกช้ำดำเขียว และทุกครั้งที่ขยับตัว เสียงครางหอบสะท้านด้วยความเจ็บปวดจากซี่โครงที่หักร้าวก็เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แตกยับเสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า เมฆาพยายามปรือตาขึ้นมองผ่านความมืดสลัว ร่างสูงสง่าของครามินทร์ยืนกอดอกมองลงมาด้วยแววตาสคมกริบที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ไร้ซึ่งความปราณีหรือความเห็นอกเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้นข้างกายของมัจจุราชหนุ่ม บอดี้การ์ดคนสนิทก้าวเข้าไปใกล้ พร้อมกับวางแผ่นกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ตรงหน้าเมฆา พร้อมด้วยปากกาหมึกซึมด้ามหรู"เซ็นซะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังรู้สึกราวกับมีหินผาทับอยู่บนอก "ใบหย่า... ระหว่างแกกับนิรสา"เมฆาแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความเจ็บปวดและสมเพชตัวเอง ทว่าท่ามกลางความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามา สัญชาตญาณ
แสงไฟสลัวจากหลอดไฟเปลือยส่องกระทบเศษฝุ่นที่ลอยเคลุ้งอยู่ภายในห้องใต้ดินอับชื้น บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ร่างของเมฆาที่พ่ายแพ้จนมุมและถูกลากตัวมายังสถานที่แห่งนี้หลังจากเหตุการณ์จับตัวประกัน เต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลฟกช้ำและคราบเลือดกรัง ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวขั้นสุดเมื่อเงาร่างสูงสง่าของครามินทร์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าดวงตาสคมกริบสีดำสนิทของครามลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความอำมหิตและจิตสังหารที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ไม่มีคำพูดพร่ำเพ้อหรือการเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น ความโกรธแค้นที่สั่งสมมาจากการที่เมฆากล้าอาจหาญแตะต้องภรรยาและขู่ฆ่าลูกชายสายเลือดเดียวของเขา ระเบิดออกเป็นพายุหมัดที่พร้อมจะบดขยี้เป้าหมายให้แหลกคามือครามพุ่งเข้าประชิดตัวด้วยความเร็วแสง มือแกร่งกระชากคอเสื้อของเมฆาขึ้นมาก่อนจะซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่โหนกแก้มเต็มแรงปัก!เสียงเนื้อกระแทกดังสนั่นหวั่นไหว ฟันกรามของเมฆาร่วงหล่นปนกับเลือดสดๆ ที่ทะลักออกจากปากทันที ร่างท้วมเซถลาล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นอย่างน่าสมเพช ทว่าครามไม่ได้ปล่อยให้เขาได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่ตามไปกระชากตัวขึ้นมาแล้วกระหน่ำหมัดซัด
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






