“ร้ายไม่เบานะมึงน่านฟ้า”
“สุดยอดจริงๆ เพื่อนกูคนนี้”
เสียงของกลุ่มเพื่อนน่านฟ้าดังแซวขึ้นตามๆ กัน พร้อมส่งสายตาวาววับปนล้อเลียนมาทางเจ้าตัวอย่างพร้อมเพรียง
คุณชายตระกูลหานไม่ได้ใส่ใจกับคำแซวของกลุ่มเพื่อนมากนัก เขาเพียงยกบุหรี่ที่คีบอยู่ระหว่างซอกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปาก สูดควันเข้าไปช้าๆ ก่อนจะผ่อนออกมาอย่างใจเย็นด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเสียงล้อเลียนรอบตัวไม่ได้มีผลอะไรกับเขาแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก เพื่อนบางส่วนก็ทยอยเดินกลับเข้าไปสนุกต่อภายในร้าน ขณะที่บางคนขอตัวแยกย้ายกลับบ้าน จนท้ายที่สุด บริเวณหน้าร้านก็เหลือเพียงน่านฟ้ากับอลินที่ยืนอยู่ด้วยกันตามลำพังสองต่อสอง
“คิดอะไรอยู่”
“คะ?”
“ที่ให้ไปส่ง”
“ก็ลินเมานี่คะ”
“ไว้ใจฉันขนาดนั้นเลย?” แม้อลินจะเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวเองก็จริง แต่เขาก็ไม่อาจการันตีได้ว่าเธอจะปลอดภัย
ขึ้นชื่อว่าผู้ชายแล้ว…อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น
“พี่น่านฟ้าก็ดูจะเป็นคนดี คงไม่กล้าทำอะไรลินหรอกค่ะ”
“แล้วรู้ได้ยังไงว่าจะไม่ทำ?”
อลินชะงักกึก ดวงตาคู่สวยคนตัวโตที่ยังคงยืนสูบบุหรี่อย่างใจเย็น สูบเอาควันสีเทาเข้าปอดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงเธอเองก็ไม่ได้ไว้ใจเขามากนักหรอก
ก็แค่…
อยากให้แพกซ์เลิกวุ่นวายด้วยก็แค่นั้น และน่านฟ้าก็เป็นตัวเลือกเดียวที่เข้าตามากที่สุด
“ช่างเถอะค่ะ แต่ไปส่งหน่อย”
“ขับรถมานี่ ทำไมไม่กลับเอง”
“มีด่านค่ะ”
“กลัวเป็นด้วยเหรอ” เคยเห็นไม่กลัวอะไร พอจะกลัวดันกลัวด่าน
อลินไม่อยากบอกความจริงว่าตั้งใจเข้าหาน่านฟ้าทั้งที่ปกติไม่เคยชอบขี้หน้าเลยสักนิด เพียงเพราะอยาก ‘แก้เผ็ด’ อดีตคนคุยเก่า ที่ตอนนี้กำลังยืนมองอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ เธอรู้ดีว่าน่านฟ้าไม่ได้พิศวาส จนอยากคิดมิดีมิร้ายอะไรเธอหรอก
“นะคะ ไปส่งหน่อย”
น่านฟ้าหลุบสายตาลงมองมือเล็กที่เลื่อนมาจับมือของเขาไว้ ก่อนจะเขย่าเบาๆ ราวกับเด็กน้อยกำลังออดอ้อนขอของเล่นชิ้นโปรด
ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองด้วยแววตาเว้าวอน ท่าทางนั้นราวกับเป็นอาวุธชิ้นสุดท้ายที่เธองัดออกมาใช้ หวังให้อีกฝ่ายยอมใจอ่อน
“อืม” เขาตอบรับสั้นๆ
เห็นแก่ที่อลินเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาว น่านฟ้าจึงยอมใจอ่อนตกลงไปส่งเธอ อีกอย่างสภาพของยัยนี่ตอนนี้ก็เมาไม่น้อย หากปล่อยให้ขับรถกลับเอง คนที่ตกอยู่ในอันตรายคงไม่ใช่แค่เจ้าตัว แต่อาจพาลทำให้คนอื่นบนท้องถนนเดือดร้อนไปด้วย
อลินยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนร่างเล็กจะเดินตามน่านฟ้าไปยังรถหรูด้วยท่าทีร่าเริง ทว่าในระหว่างนั้น เธอก็ไม่วายเบนสายตากลับไปมองแพกซ์ที่ยังยืนอยู่ตรงจุดเดิมด้วยท่าทีของผู้ชนะ
หมอนั่นจะเอาอะไรมาสู้คนอย่างน่านฟ้าได้ ระดับคุณชายจากตระกูลหานเชียวนะ แค่นี้ก็รู้แล้วว่า แพกซ์ไม่มีทางเทียบได้เลยด้วยซ้ำ
เรื่องเอาชนะคนงานถนัดเธอเลยล่ะ…
•••
รถหรูแล่นไปตามถนนในยามค่ำคืน และก็เป็นอย่างที่อลินบอกไว้ไม่มีผิด มีด่านตรวจตั้งอยู่ข้างหน้าจริงๆ
ทันทีที่รถเคลื่อนเข้าใกล้ เจ้าหน้าที่ตำรวจก้มลงมองผ่านกระจกเข้ามาภายในรถหรูเพียงแวบเดียว ก็จำได้ทันทีว่าคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเป็นใคร ก่อนจะรีบผายมือให้ผ่านไปได้อย่างง่ายดาย โดยแทบไม่ต้องเสียเวลาตรวจอะไรเพิ่มเติม
“เส้นใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย”
ไม่แปลกใจเลยสักนิด…
ระดับคุณชายตระกูลหาน ไปที่ไหนก็มีแต่คนรู้จัก อิทธิพลของตระกูลนี้น่ากลัวเสียจนแม้แต่ตำรวจยังต้องยอมสยบให้
น่านฟ้าไม่ตอบอะไร เพียงแค่กระชับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อย สายตาคมยังคงจับจ้องอยู่ที่ถนนตรงหน้า ขับรถต่อไปตามเส้นทางอย่างเงียบๆ
กระทั่งในเวลาต่อมา รถหรูค่อยๆ ชะลอจอดสนิทตรงไฟแดง ใบหน้าคมคายจึงหันไปมองคนข้างกายที่นั่งเงียบผิดสังเกตมาสักพัก และพบว่าตอนนี้ เธอนอนหลับคอพับไปเรียบร้อยแล้ว
โชคดีที่ยัยนี่ปักหมุดชื่อคอนโดไว้ในแอปเปิลคาร์เพลย์ให้ก่อนหน้านี้ ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้เลยว่าต้องขับไปทางไหนต่อดี
เมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว รถหรูจึงเคลื่อนตัวต่อไปบนท้องถนน มุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอกูเกิลแมพในแอปเปิลคาร์เพลย์
จนกระทั่ง….
รถหรูชะลอความเร็วลงเมื่อถึงที่หมาย สายตากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเป็นปม ก่อนจะลดกระจกลงมองให้ชัดขึ้นอีกครั้ง สลับกับสายตาที่เหลือบไปดูหน้าจอแอปเปิลคาร์เพลย์เพื่อเช็กความถูกต้องของสถานที่
ม่านรูด…
“สนใจห้องเหรอพี่” เสียงผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าทางเข้าเดินเข้ามาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคุ้นชิน ราวกับเจอสถานการณ์แบบนี้จนชินตา
น่านฟ้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองสถานที่ตรงหน้าอีกครั้งด้วยความไม่แน่ใจ ก่อนจะหันไปมองพิกัดบนหน้าจออีกรอบ ยืนยันชัดเจนว่าปลายทางที่ปักหมุดไว้คือที่นี่จริงๆ
ยัยขี้เมาไม่ได้ปักหมุดคอนโดตัวเองให้ หากแต่เป็นโรงแรมม่านรูด
“เปล่าครับ หลงทาง” เขาตอบกลับสั้นๆ ก่อนจะปิดกระจกขึ้น แล้วขับรถออกจากหน้าโรงแรมม่านรูดทันที
ถึงว่าทำไมนำทางพารถเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ แถมยังเปลี่ยวจนผิดสังเกตขนาดนี้ ควรจะเอะใจตั้งแต่แรก คอนโดที่ไหนจะไปอยู่ในซอกในหลืบลึกขนาดนี้
“อลิน ตื่น”
“อื้อ~” ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปทำให้อลินขี้เซาผิดปกติ ต่อให้ปลุกเท่าไรก็ไม่ยอมตื่นสักที
“อลิน ลุกขึ้นมาบอกชื่อคอนโดใหม่”
“อื้อ อะไรอะ….” อลินปรือตาขึ้นเพียงเล็กน้อย พึมพำออกมาเป็นเสียงแผ่วเบาแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ก่อนจะหลับตาลงไปใหม่อีกครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
น่านฟ้าถอนหายใจออกมา มือหนึ่งยังคงจับพวงมาลัยไว้ ส่วนอีกมือลูบหน้าตัวเองเบาๆ อย่างหมดปัญญาพยายามคิดหาทางออกให้กับสถานการณ์ตรงหน้า ปลุกเท่าไรก็ไม่ยอมตื่น
มือหนาหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา กดเข้าแชตน้องสาว ปลายนิ้วกดไอคอนโทรออก ทว่า อีกคนกลับไม่รับสาย ตอนนี้น่านฟ้าได้แต่คิดหนักว่าจะเอายังไงต่อ
“กูคิดถูกหรือคิดผิดวะ ที่มาส่งยัยนี่”
คนตัวโตพึมพำเบาๆ กับตัวเอง สายตาคมจับจ้องอลินที่นอนหลับคอพับอย่างสบายใจ ลองปลุกอีกครั้งก็ไม่ยอมตื่นจนเขาเริ่มจนปัญญา ก่อนจะตัดสินใจขับรถกลับคอนโด ที่เช่าอยู่หนึ่งปีระหว่างอยู่ไทย
ปัง….
เมียก็ไม่ใช่แต่เสือกต้องดูแล
น่านฟ้าบ่นในใจอย่างทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ อุ้มร่างเล็กในท่าเจ้าสาวซึ่งเมาแอ๋เหมือนหมาเข้ามา ใช้เท้าปิดประตูห้องเบาๆ
“อื้อ~” เสียงครางในลำคอดังอืออึง อลินค่อยๆ ปรือดวงตาฉ่ำหวานมองเจ้าของเงาสูง “ใครอะ?”
“เมาเหมือนหมา”
“โอ๊ะ! หมาเหรอ ไหนหมา” อลินผลุนผลันลุกขึ้นนั่งทันที สายตามองซ้ายมองขวา เพื่อมองหาหมาที่ไม่มีอยู่จริง
อลินเป็นคนชอบหมามาก เคยอ้อนวอนขอพ่อกับแม่ให้เลี้ยงสักตัวอยู่หลายครั้ง ทว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยได้รับอนุญาตเสียที เพราะแม่ของเธอแพ้ขนสัตว์
น่านฟ้ายืนเท้าเอวมองอลิน ใบหน้าคมคายส่ายไปมาด้วยความเอือมระอา
“คนอะไรติ๊งต๊องฉิบหาย”
“ร้อนจัง…” อลินพึมพำ นึกว่าตอนนี้อยู่ในห้องนอนของตัวเอง มือเล็กเผลอจับชายเสื้อถลกขึ้นจนเกือบถึงใต้ราวนม
“หยุด!” เสียงเข้มตวาดใส่ ทำให้อลินหยุดกึกตามสัญชาตญาณ
ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองเจ้าของน้ำเสียงเมื่อครู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“นายเป็นใคร มาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง”
คนเมาชี้หน้าน่านฟ้าเข้าให้ จ้องตาเขม็งด้วยสายตาเขียวปั๊ด ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าใครกันแน่ที่กำลังบุกรุกห้องของใครอยู่ ทั้งที่ตัวเองยังนั่งอยู่ในรถของอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ
“เมาก็นอน ไม่ใช่มาแก้ผ้าให้ฉันดู”
“นี่มันห้องฉันต่างหาก”
“ไม่ทำตัวออเซาะเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว?” น่านฟ้าเลิกคิ้วขึ้นสูง สายตาคมกดมองคนตรงหน้านิ่งๆ
ความจริงแล้วเขารู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าอลินเข้าหาตัวเองเพราะอะไร ไม่ได้โง่หัวอ่อนขนาดนั้น ยัยนี่ตั้งใจใช้เขาเป็นเครื่องมือเอาคืนคนคุยเก่าอย่างแพกซ์ ตอนอยู่ในร้าน แพกซ์ถามว่าเป็นอะไรกับอลินแต่เขาไม่ตอบ
อลินไม่ตอบ หากแต่ก้าวขาลงจากเตียงนอน เดินตรงเข้าไปหาน่านฟ้า ใบหน้าสวยหวานเงยขึ้นมอง แววตาฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความดื้อรั้น จ้องหน้าคนตัวโตตรงหน้าเขม็ง
น่านฟ้าเหนื่อยหน่ายกับอลินเต็มทน หมุนตัวจะเดินออกไป
แต่ทว่า…
หมับ!
มือเล็กคว้าแขนแกร่งของเขาเอาไว้ ก่อนจะออกแรงดึงกลับมาหา ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว แรงดึงทำให้น่านฟ้าเสียหลักเซเข้ามาหาอลิน
ในขณะเดียวกัน เธอเองก็เสียศูนย์จนถอยหลังกรูด ก่อนร่างเล็กจะล้มลงบนเตียงนุ่ม ร่างสูงใหญ่ของน่านฟ้าเอนตามลงไปเหนือร่างอลิน มือหนารีบค้ำลงกับที่นอนเพื่อพยุงตัวเอาไว้ กลายเป็นว่าตอนนี้เขากำลังคร่อมอยู่เหนือตัวเธอ
“ทำบ้าอะไรของเธอวะอลิน!”
“มีสิทธิ์อะไรมาเดินหนี”
“แล้วเธอเป็นใคร ทำไมฉันจะเดินหนีไม่ได้วะ”
น่านฟ้าขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ก่อนจะตั้งท่ายันตัวลุกออกจากร่างเล็ก หากแต่อลินกลับยกมือขึ้นคว้าหมับเข้าที่คอเสื้อของเขาเอาไว้เสียก่อน
การกระทำนั้นทำให้คนตัวโตชะงัก ดวงตาคมตวัดลงมองคนใต้ร่าง เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงทำตัวถือดีไม่ยอมมือออกจากคอเสื้อ
“ปล่อยฉันอลิน” เสียงเข้มกดต่ำเอ่ยเตือน
“ไม่ปล่อย” อลินตอบกลับทันควันอย่างดื้อรั้น
เดิมทีเธอก็เป็นคนหัวแข็งเอาแต่ใจอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้มีฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้ามาผสม ความดื้อรั้นนั้นก็ยิ่งทวีคูณจนชวนปวดหัวกว่าเดิมหลายเท่า
น่านฟ้าดันลิ้นเข้ากับกระพุ้งแก้มเบาๆ ราวกับกำลังพยายามระงับอารมณ์คุกรุ่นที่เริ่มปะทุขึ้นภายใน
อลินกำลังทำให้เส้นความอดทนของเขาขาดผึงทีละน้อย และถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทุกอย่างจะเลยเถิดไปถึงไหน
“ปล่อยฉันอลิน อย่าลืมว่าฉันเป็นผู้ชาย”
“…”
“สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่แบบนี้ รู้ไหมมันเรียกว่าอะไร” ดวงตาคมจ้องคนใต้ร่างนิ่ง ก่อนเสียงทุ้มต่ำจะเอ่ยคำสุดท้ายออกมาช้าๆ อย่างกดอารมณ์ “อ่อยไง”
แทนที่คนเมาจะยอมปล่อยมือจากคอเสื้อ อลินกลับหัวเราะคิกคักออกมา ราวกับมองท่าทีของอีกฝ่ายเป็นเรื่องสนุกเสียอย่างนั้น
“คิก หน้าบึ้งจัง”
“ไม่ตลก”
“แล้วใครตลกคะ?”
น่านฟ้าหรี่ตามองคนใต้ร่าง สีหน้าที่เดิมทีตึงอยู่แล้วยิ่งเคร่งขึ้นกว่าเดิม
“อ่า ท้าทายฉันมากสินะ”
อลินกลับไม่มีทีท่าว่าจะกลัว มิหนำซ้ำยังจ้องหน้าเขาอย่างพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนริมฝีปากสวยจะยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ
“พอมองดูดีๆ พี่น่านฟ้าก็หล่อดีเหมือนกันนะคะเนี่ย”
ไม่เพียงแค่พูด มือเล็กยังยกขึ้นจับใบหน้าของพี่ชายเพื่อนสนิทเอาไว้ พลางมองเขาด้วยดวงตาเป็นประกายอย่างคนกำลังนึกสนุก
แต่ทว่า…
พรึ่บ!
น่านฟ้าไม่ได้เล่นด้วย มือหนารวบข้อมือเล็กของเธอออกจากใบหน้า ก่อนจะกดลงกับเตียงนุ่มข้างลำตัว ดวงตาคมทอดมองคนใต้ร่างนิ่ง ความขี้เล่นเมื่อครู่ในแววตาของอลินพลันชะงักไป
เพียงเสี้ยววินาทีที่สบสายตากัน หัวใจดวงน้อยก็เผลอกระตุกวูบขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ถ้าอยากเล่นมาก งั้นมาเล่นกัน”