LOGINเสียงหัวเราะอย่างมีชัยอยู่ในลำคอสร้างความพึงพอใจให้กับเธออย่างยิ่ง ค่อยๆ ผลักประตูเข้าไปแล้วรีบสำรวจมองหาสิ่งที่ต้องนำกลับไป กระเป๋าใบใหญ่ตั้งอยู่ข้างตู้แถมล็อกอย่างแน่นหนาราวกับข้างในมีของมีค่า หันไปเปิดตู้มองเสื้อผ้าที่แขวนอยู่พร้อมกลิ่นหอมโชยเตะจมูกก่อนหันไปเห็นผ้าที่พับอยู่หนึ่งชุดบนโต๊ะเครื่องแป้งจึงรีบวิ่งไปดูทันทีคลี่ผ้าออกจนเห็นสิ่งที่ต้องการซ่อนอยู่ในกางเกงสีดำ "กางเกงในของนายฉันขอนะ"
View Moreบทสัมภาษณ์นิตยสารชื่อดังฉบับสมบูรณ์
คำถาม ทำไมถึงชื่อวงว่าริเวอร์
จุนฮยอก : ริเวอร์แปลว่าแม่น้ำ การที่จะทำให้แม่น้ำมาจรดด้วยกันได้ไม่ยากและไม่ง่ายขึ้นอยู่กับว่าจะปิดกั้นหรือจะปล่อยให้ไหลมาจรดกัน
หลุยเทียนเปา : ….
หวังโอชุน : ….
ลีโอ : ค่ายว่าไงว่าตามค่ายเลยครับ
ยกทัพ : ทางค่ายคงคิดว่าผมไหลลื่นเหมือนน้ำมั้งครับ ฮ่า ฮา
อี้เหยียน : พี่ๆ ว่ายังไงว่าตามพี่เลยครับ
คำถาม สเปคผู้หญิงของแต่ละคนเป็นแบบไหน
จุนฮยอก : ไม่มีสเปคครับขอแค่เข้าใจซึ่งกันและกันก็พอ
หลุยเทียนเปา : ไม่คิดเรื่องนั้นครับ
หวังโอชุน : ….
ลีโอ : หัวใจผมให้แฟนคลับไปหมดแล้ว
ยกทัพ : ตัวเล็กกว่าผมนะ ผมชอบผู้หญิงผมยาว เรียบร้อยหน่อย ผมว่าเป็นเสน่ห์ดึงดูดดี
อี้เหยียน : ขอเป็นผู้หญิงตลกดีกว่าอยู่ด้วยจะได้ไม่เครียด เอาใจใส่ด้วยก็ดีนะ
คำถาม คิดยังไงกับงานคอนเสิร์ตครั้งนี้
จุนฮยอก : แฟนคลับน่ารักมากครับ
หลุยเทียนเปา : ดีครับ
หวังโอชุน : แฟนๆ เยอะมากครับ
ลีโอ : อยากจะจัดมีตติ้งสักสิบรอบ
ยกทัพ : ดีใจครับ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามผลงานพวกเรา
อี้เหยียน : ตื่นเต้นมากครับ
คำถาม สุดท้ายมีอะไรจะฝากถึงแฟนคลับ
จุนฮยอก : ขอบคุณสำหรับกำลังใจและการติดตาม พวกเราจะทำผลงานที่ดีออกมาอีกครับ ได้โปรดติดตามด้วย ขอบคุณครับ
หลุยเทียนเปา : ผมจะทำให้เต็มที่ครับรับรองไม่ผิดหวัง
หวังโอชุน : ขอบคุณมากๆ ครับ
ลีโอ : ผมรักคุณ
ยกทัพ : อย่างที่บอกครับ แฟนคลับเป็นกำลังใจหลักของผม ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนครับ อยู่กันไปนานๆ นะ
อี้เหยียน : หยาดเหงื่อเราเพื่อคุณ รักทุกคนครับ
ฟืบบบ
กรี๊ดดดดด
มือสองข้างกอดหนังสือนิตยสารพลิกตัวดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียงผู้ป่วยในห้องพิเศษของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านกลางเมืองพร้อมเสียงแหลมแปดหลอดแผดลั่นห้องอย่างเก็บอาการไม่อยู่จนคนที่เปิดประตูเข้ามาต้องเอามือปิดหูปล่อยถุงผลไม้ที่ซื้อมาเยี่ยมคนป่วยลงพื้นแทบไม่ทัน
“ฮึ่ม อะไรของแกเนี้ยเมจิ คนไข้ฉันตื่นหมด น้องบ้านี่” เสียงตวาดลั่นเดินเข้ามาด้วยชุดนางพยาบาลรั้งท้ายแต่จำต้องเดินนำเพื่อนสาวที่เข้ามาก่อนเพราะมัวแต่เอามือปิดหูและรีบเข้ามาตวาดดุน้องสาว มือขวาตะปบจับขาที่เข้าเฝือกของสาวน้อยวัยรุ่นผมสั้นที่ฉีกยิ้มแหยให้ทั้งสอง
“อ่านอะไรอยู่” กันตา นักข่าวสาวผู้รอบรู้เดินไปรวบถุงที่ทำตกไว้มาใส่จานเสิร์ฟเดินมาดูนิตยสารที่เมจิกอดอยู่
“วงริเวอร์พี่กันตา ตอนนี้กำลังจะมีคอนใหญ่ เนี้ยซื้อบัตรไว้แล้วคงไม่ได้ไป พี่เมเม่ก็ไม่ไปแทนน้อง งื้อ” เมจิได้ทีงอแงยื่นนิตยสารให้กันตาเปิดอ่าน
“ฉันมีงานต้องทำไหม ไร้สาระ เอาเวลาไปเรียนให้จบเหอะ ส่งเรียนจนผมจะงอกแล้วเนี้ย ตั้งใจเรียนให้มันได้แบบนี้ไหมฮะ!” ได้ทีบ่นยาวจนคนโดนบ่นต้องยกมือปิดหูก่อนถูกเปิดผ้าห่มเผยให้เห็นขาสองข้างที่เข้าเฝือก
“พี่เมเม่จะบ่นให้รวยเลยหรือไงเล่า แล้วพี่รักจังอะ ไม่มาเหรอ คิดถึงจังเลย” เมจิงับปากเอียงหน้ามองไปทางประตูที่ปิดสนิทไร้วี่แววว่าจะมีใครเข้ามาอีก
“พี่สาวแกอยู่ตรงนี้ไหม สนิทกันจริง ว่าแต่มันหายไปไหน เห็นบอกว่าออกมาแล้วนี่” เมเม่ พยาบาลสาวขี้วีนเท้าเอวมองหน้าน้องสาวก่อนมองหน้าเพื่อนสาวที่นั่งอ่านนิตยสารอยู่ที่โซฟายาว
“แวะซื้อไก่เกาหลีเห็นบอกอยากกิน เดี๋ยวก็มา”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...ก๊อก
ยังไม่ทันสิ้นเสียงดีเสียงเคาะประตูจังหวะแปลกใหม่ก็ดังขึ้นทำคนด้านในเดาออกว่าใครยืนอยู่หน้าประตู เมจิประคองตัวขึ้นนั่งให้เมเม่เช็ดตัวพลางหันมองคนที่เปิดประตูเข้ามาสีหน้ายิ้มแย้ม
“เฮลโลววววว น้องสุดติ่ง พี่มาแล้ววว” เสียงสดใสร่าเริงพร้อมถุงใส่ไก่เกาหลีชื่อดังยกมือเดินปรี่เข้ามาโอบกอดเมจิที่ยิ้มระรื่นดีใจ
“เย้ พี่รักจังมาแล้ว คิดถึงมากเลย” การกอดของคนสองคนทำคนเช็ดตัวอยู่เริ่มไม่สบอารมณ์แบะปากมองบนก่อนจับแยกอย่างหมั่นไส้
“อีกนานไหมเช็ดตัวก่อน”
“ไอ้เม่แกเลิกกินรังแตนสักวันจะตายไหม วีนอยู่นั่นแหละ วีนจนน้องอยากจะเปลี่ยนพี่สาวแล้วเนี้ย ถามจริงเวลาแกทำงานแกดุคนไข้บ้างเปล่า” รักจัง สาวแกร่งเจ้าของบริษัทรับจัดงานเลี้ยงนั่งลงบนเตียงแกะกล่องไก่ยื่นให้เมจิก่อนหยิบกินแล้วยื่นไปทางกันตาที่วางนิตยสารลงลุกขึ้นรับกล่องไก่มาหยิบกินเดินไปวางไว้บนโต๊ะ
“คนไข้กับน้องมันไม่เหมือนกันย่ะ” เมเม่ตอบกลับเช็ดแขนเมจิ
“แล้วนี่ไปทำยังไงเข้าเฝือกเจ็บหนักขนาดนี้” รักจังส่ายหน้าไปมาหันกลับมาสนใจคนป่วยที่นั่งเคี้ยวไก่อย่างเอร็ดอร่อย
“แค่เอาปากแตะปากแค่นั้นเอง ไม่เสียหาย อุบัติเหตุถ้าเขาไม่พอใจแสดงว่าเขาเป็นเพศเดียวกับโชกุน อืม ไม่เสียหาย” รักจังกัดริมฝากมองตาเย้ายวนไปทางหลุยเทียนเปาแล้วเดินไปหาพวกเขาที่ยืนรออยู่ที่ท่าเมื่อรักจังกลับเข้ามาในกลุ่มที่รออยู่ตรงท่าเรือเรียบร้อยความคิดชั่ววูบของเธอจึงบังเกิดขึ้นด้วยสายตาที่เลิ่กลั่กหาทางสร้างสถานการณ์จนหลุยเทียนเปามองหน้าเธอด้วยความแปลกใจเพราะเธอยิ้มหวานส่งให้“เรากลับเข้าบ้านกันเถอะ” ลีโอเสนอพร้อมเดินนำหลุยเทียนเปาที่เดินตีคู่ไปกับหวังโอชุนปิดท้ายด้วยรักจังที่มองแผ่นหลังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างหาแผนการที่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก“สะดุดพลาดหน้าแหกนะ ต้องรัดกุมหน่อยดีกว่า” รักจังเท้าเอวบ่นพึมพำก้มหน้ามองทางจนมาถึงหน้าบ้านมีรถขับเข้ามาจอดอย่างได้จังหวะทำให้รักจังเงยหน้ามองคนที่ลงจากรถถือของมากมาย เยวอนส่งยิ้มให้เธอทำให้เรื่องที่จะโกรธเธอกลับทำให้รักจังโกรธไม่ลง
“ถ้าคุณไว้ใจผม คุณก็ควรจับมือผม ไม่ตกน้ำแน่นอน” คำพูดของหลุยเทียนเปาทำให้รักจังเม้มปากพยักหน้ารับยื่นมือจับมือเขาค่อยๆ ก้าวลงเรือความกล้าๆ กลัวๆ ของเธอทำให้หลุยเทียนเปาแทบประคองพาเธอนั่งลงอย่างปลอดภัย รักจังอมยิ้มส่งให้เขาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยนั่งหันหน้าเข้าหากันพร้อมจับไม้พายวางไว้บนตักแต่คนที่พายคือหลุยเทียนเปา“คุณนี่สมกับเป็นที่รักของสาวๆ เลยนะคะ เก่งทุกอย่าง พระเจ้าสร้างคุณมาเอาใจสาวๆ โดยเฉพาะเลยนะเนี้ย” รักจังมองน้ำที่แน่นิ่งก่อนหันไปโบกมือทักทายลีโอที่ยกมือโบกกลับ“แล้วคุณถูกสร้างมาเพื่ออะไร”“ฉันหรือคะ น่าจะถูกสร้างมาเพื่อทำให้โลกสดใส คิดดูนะคุณถ้าไม่มีฉันเรื่องวุ่นวายจะเกิดขึ้นไหม”“จริงครับ” หลุยเทียนเปารับคำพร้อมอมยิ้มแกล้งเธอกลับ“อ้าว ไม่ห้ามกั
“งั้นลองนั่งเบาะกลางไหมคะ อาจดีขึ้น” เยวอนเสนอทำให้หลุยเทียนเปาหันหลังมามองรักจังที่รีบยกมือบอกปัด“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่นานก็ถึงแล้วไม่ใช่หรือคะ”“ยังไม่ถึงครึ่งทางเลยครับ” เสียงจุนฮยอกตอบทำให้รักจังหน้าถอดสีนิ่งค้างก่อนจอดรถข้างทางเพื่อปรับเปลี่ยนตำแหน่งการนั่ง รักจังถูกเยวอนพามานั่งแถวกลางโดยตัวเธอมานั่งอยู่ด้วยให้ลีโอนั่งอยู่ด้านหน้ากับจุนฮยอกแทนและหลุยเทียนเปากับหวังโอชุนสละที่นั่งให้ไปนั่งเบาะหลังแทน เมื่อได้ตำแหน่งจัดใหม่จุนฮยอกก็ขับรถต่อไปทันที หวังโอชุนเปิดกระเป๋าขนาดเล็กที่มีถุงยามากมายแทบทุกชนิดที่เป็นยาฉุกเฉินแล้วแกะยาแก้เมารถเมาเรือให้หลุยเทียนเปาที่นั่งงง“จะดีกว่าถ้ากินยาแก้”“อืม” หลุยเทียนเปาพยักหน้ารับเอื้อมมือหยิบน้ำที่หลังรถก่อนยื่นทั้งเม็ดยาและน้ำไปด้านหน้าระหว่างกลางของเยวอนและรักจัง
“กับลีโอเนี้ยนะ” เลอาเลิกคิ้วหันมองรักจังกับนิวตันที่มองหน้ากัน“นั่นสิ คนนี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” รักจังตอบกลับอย่างไม่สนใจ“ใช่ที่ไหนคนที่นั่งในรถต่างหาก” นิวตันส่งสายตาให้รักจังกับเลอามองตามทะลุกระจกไปยังคนที่นั่งอยู่ในรถสามคนทำให้รักจังเบิกตาโตเมื่อเห็นหลุยเทียนเปาแต่ข้างๆ ก็เป็นหวังโอชุนเธอถึงกับหลุดยิ้มมุมปากแล้วกอดคอนิวตันกับเลอาเข้ามาสุมหัวบอกความลับที่ล่วงรู้มาจากการเดาสุ่ม“ไม่ต้องห่วง สองคนนั้นเป็นแฟนกัน” คำพูดของรักจังทำให้เลอากับนิวตันผละออก“เดาหรือมั่วเจ๊”“ก็น่าคิดนะ เห็นข่าวบางส่วนชอบบอกแบบนั้นแต่แค่จิ้นกันเพราะดูเข้ากันสุดละ” เลอากอดอกบอกต่อ“พอได้แล้วรีบทำงานต่อ อยากโดนหักเงินเดือนหรือไ
“หัวเราะพอหรือยังคะ” รักจังจ้องหน้าเขาอย่างหาเรื่องทำให้อี้เหยียนหยุดชะงักยกมือยอม“ไม่หัวเราะก็ได้แค่แปลกใจพวกเราออกจะดังขนาดนั้นเป็นการขอโทษที่ฉุดคุณมา ดื่มอะไรเย็นๆ กันไหมผมเลี้ยงเอง” อี้เหยีย
อากาศภายในลิฟต์เริ่มอึดอัดขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ชายสองคนที่สวมเครื่องแต่งกายอย่างเต็มยศต้องค่อยๆ ถอดทีละชิ้นอย่างเกรงใจหญิงที่ติดอยู่ด้วยกัน“ขอโทษนะครับผมไม่ไหวจริงๆ” ชายหน้าคมหันไปบอกรักจังที่ยิ้มแหยๆ
“อะไรเล่าแหกปากเรียกเสียงดัง ได้ยินอยู่” รักจังเปลี่ยนเอามือแหย่หูเอียงหน้ามองเลอา“ก็ไม่เห็นตอบ”“มีอะไร ให้ตอบอะไร”“ไปนั่งเล่นชั้นใต้ดินกันไหม” เลอานำเสนออย่างเจ้าเล่ห์“ใต้ดินไหน” รักจังมองฉงนกับท่าทีของชายหนุ่มอย่างไม่ค่อยแน่ใจ“ใต้ดินคริสตัลบลูไง โรงแรมแพงหูดับขนาดนี้เจ้ไม่รู้หรือว่ามีไนต์คลั
“ให้มันได้เรื่องนะ ครั้งเดียวผ่าน”“ผ่าน ผ่านยิ่งกว่าผ่าน” เลอาคว้าแขนรักจังเดินออกมาจากห้องน้ำจูงมือหยิบบัตรห้องพักแล้วปิดประตูเดินมายืนรอหน้าลิฟต์ก่อนเลิกคิ้วเงยหน้ามองเพดานเปลี่ยนเป็นจูงมือรัก