Masukหลังจากที่มอม้าออกไปจากห้องทำงานผมได้ไม่ถึงสิบนาที มันก็กลับเข้ามาในห้องพร้อมกับคำถามร้อยแปดที่ผมต้องตอบมัน
“ตกลงเฮียเคยช่วยหงส์ไว้จริงๆ เหรอ อย่าบอกนะว่าเฮียแอบไปตามสืบเรื่องไอ้ดำ ผมบอกเฮียแล้วว่าเดี๋ยวจัดการเอง มันอันตราย”
เฮ้อ! ผมได้แต่ถอนหายใจยาวๆ หลังจากที่การกลับมาอีกครั้งของมอม้า มาพร้อมการสวดในเรื่องที่ผมทำก่อนหน้ายาวเหยียด ทำยังกับผมกับมันเป็นคู่รักกัน
“กูขี้เกียจรอมึง นั่งรอแต่ในห้องเดี๋ยวง่อยแดก” ผมตอบมันเสียงเนือยๆ
“เออ! ให้มันได้แบบนี้สิ แต่ก็โชคดีที่เฮียไม่เจอมัน ไม่รู้ว่าเป็นกับดักล่อเฮียให้ไปติดกับหรือเปล่า”
“มึงเห็นกูเป็นไก่อ่อนขนาดนั้นเชียว?” ผมปรายตาดุๆ มองหน้ามัน
“ไม่ใช่แบบนั้น โว๊ย! เออ! เฮียแม่งเก่งอยู่แล้ว ผมรู้ว่าเฮียเอาตัวรอดได้ แต่เป็นห่วงเจ้านายนี่ผมผิดมากเหรอวะ!” ครั้งนี้ดูมอม้าจะหัวเสียอย่างมาก ผมรู้ว่ามันรักผมเหมือนพี่ชายแท้ๆ เหมือนที่ผมก็เห็นมันเป็นเหมือนน้องชายแท้ๆ เหมือนกัน
“เออๆ ต่อไปกูจะรายงานมึงก่อนทำ” สุดท้ายผมก็ยอมให้กับความง๊องแง๊งของมัน “แล้วเรื่องหงส์ทำไมเฮียถึงไม่ยอมรับการตอบแทนของเธอ”
จบเรื่องหนึ่ง ก็วกกลับมาเรื่องผู้หญิงคนนั้น อะไรมันจะแคร์เธอขนาดนั้นวะ หรือว่าแอบปิ้งๆ ผู้หญิงตาสีฟ้า
“เฮ้! เฮียอย่าคิด ห้ามคิด ผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอเหอะ” มอม้าคงอ่านความคิดผมออก มันเลยรีบร้อนตัวบอกปัดไป
“ผู้หญิงตัวเล็กๆ มึงคิดว่าจะตอบแทนอะไรกูได้ นอกจากเรื่องบนเตียง”
ผมคิดแบบนี้จริงๆ ผู้หญิงตัวเล็กๆ จะมาตอบแทนอะไรผมที่มีทุกอย่างครบแบบนี้ นอกจากในหัวเธอคิดจะจับผมทางลัดมากกว่าการตอบแทนจริงๆ
“ผมว่าหงส์ไม่ใช่คนแบบนั้น เฮียแม่งระแวงผู้หญิงมากเกินไป” มอม้าใช้น้ำเสียงตำหนิผมแบบออกนอกหน้า
“แล้วมึงคิดว่ายัยนั่นจะตอบแทนกูได้ยังไง ไหนลองยกตัวอย่างสิ” ผมคาดคั้นให้มันลองยกเหตุผลหรืออะไรสักอย่างที่มันมองผู้หญิงคนนั้นให้ผมหายแครงใจ
“หงส์เป็นคนดี ถือเนื้อถือตัวแบบนั้น ผมว่าเธอคงไม่คิดเอาร่างกายตอบแทนแบบที่เฮียคิดหรอก แต่ไอ้เรื่องที่ว่าเธอจะตอบแทนยังไง ผมก็ไม่รู้ว่ะ”
เห็นมั้ย! มันยังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าโง่ๆ แบบนั้นจะตอบแทนผมได้แบบไหน แล้วยังจะมาหาว่าผมคิดอกุศลกับเธออีก
“แต่เฮียจะด่วนสรุปเอาเองแบบนี้ไม่ได้ ผู้หญิงไม่ได้เป็นเหมือนกันทุกคน”
ไอ้มอม้าเน้นประโยคท้ายแบบหนักแน่น ผมรู้ว่ามันกำลังจะสื่ออะไร
“ผู้หญิงก็เหมือนกันหมด มึงอย่ามาพูดให้ดูดี ถ้าไม่เจอกับตัว” ผมขบกรามกรอด พูดเสียงรอดไรฟันออกไป
“เมื่อไหร่เฮียจะลืมเรื่องนั้นสักที นี่ก็ผ่านมาเป็นปีแล้วจะเก็บมันให้เป็นไฟสุมอกไปถึงเมื่อไหร่” มอม้าเริ่มจะหัวเสียใส่ผม เวลาเราคุยเรื่องพวกนี้ทีไร มันที่รู้อดีตทุกอย่างของผมดีกว่าคนอื่นๆ ก็มักจะเตือนสติผมแบบนี้ทุกครั้ง
“แต่ก็ยังดี ที่เฮียยังไม่ไล่เธอไป ผมจะถือโอกาสให้เธอดูแลเฮียทุกอย่าง”
ผมรีบหันขวับมองหน้าไอ้มอม้าที่ตัดสินใจเอากระดูกมาแขวนคอผมทั้งๆ ที่ผมก็อุตส่าห์คว้างมันจากคอตัวเองแล้วแท้ๆ
“มึงคิดจะทำอะไร อย่าคิดว่ากูรู้ไม่ทัน” ผมชี้หน้ามอม้าอย่างคาดโทษ
มันคงคิดจะให้ยัยตาฟ้านั่นมาทำให้ผมคุ้นชินและเลิกหวาดระแวงผู้หญิง
“ไม่รู้ รู้ทันแล้วไง เฮียปล่อยให้ผมจัดการแล้ว ห้ามกลับคำเด็ดขาด!”
ฉิบหาย!! กูจะบ้าตาย ไม่น่าพลั้งปากใจอ่อนให้กับความช่างเซ้าซี้ของมันเลย
“เอาที่มึงสบายใจ อย่าล้ำเส้นให้มาก แล้วก็ ยัยนั่นจะทนคนอย่างกูได้นานแค่ไหน กูไม่รับประกัน!” ผมพูดไว้เพียงเท่านั้น ก็หันกลับมาสนใจงานที่ค้างกองพะเนินอยู่ตรงหน้าตามเดิม ส่วนไอ้มอม้ามันก็เดินออกไปจากห้องแทบจะทันที
ผมเป็นถึงเจ้าของคาสิโน แต่ต้องมานั่งเหนื่อยกับกองบัญชีตรงหน้า ไหนจะเจอลูกน้องกวนประสาทอย่างมอม้านี่อีก ถ้ารวมใบไม้ที่เป็นคนสนิทมือซ้ายผมอีกคนมาร่วมด้วยช่วยกันผมคงจะประสาทแดกตาย
ใครว่าการเป็นเจ้านายคนอื่นมันสบายวะ ลองมาบริหารยุกกี้คาสิโนของผมดูแล้วคุณจะรู้ แม้แต่นรกยังไม่ทำให้คุณปวดหัวเท่ากับมอม้ากับใบไม้ลูกน้องผมเลย
[End part]
[ครับ เฮียออกมาทำธุระ... เฮียม้าเอาไงกับ...]เหมือนจะได้ยินเสียงใครอีกคนเรียกมอม้าและถามความเห็นอะไรเขาสักอย่าง แต่เสียงนั้นมันลอดเข้ามาเบาๆ ทำให้ฉันจับใจความไม่ได้“เอ่อ ถ้ายุ่งอยู่ หงส์ขอคุยกับคุณยูกิได้ไหมคะ” ฉันลองเรียบๆ เคียงๆ ถามหาเจ้าของมือถือดู แต่กลับได้ยินเพียงเสียงถอนหายใจเบาๆ ดังกลับมา[…]“ถ้าคุณยูกิไม่ว่าง หงส์ไม่กว...” ฉันกำลังจะบอกว่าไม่รบกวนเขาแล้วหากเจ้านายเขาไม่คุยกับฉันแต่มอม้ากลับพูดแทรกขึ้นมา[คุณไฉ่หงมาที่ที่หนึ่งได้ไหมครับ เดี๋ยวผมส่งคนไปรับ]“คือ หงส์ออกไปไม่ได้หรอกค่ะ” ฉันจะบอกเขาดีไหมนะว่าเจ้านายเขาขังฉันไว้ไม่ให้ออกไปไหนแบบนี้[แต่มันสำคัญมาก ผมอยากให้คุณไฉ่หงมาที่นี่และตอนนี้!] เสียงมอม้าดูหดหู่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เรียกให้หัวใจฉันเต้นกระหน่ำปนวูบไหวไปด้วย“คือ หงส์ออกจากห้องตัวเองไม่ได้” ฉันลองบอกมอม้าถึงสิ่งที่ขัดขวางฉันสู่โลกภายนอกอีกครั้ง[ไอ้เฮียขังคุณไฉ่หงไว้สินะ] เหมือนมอม้าจะรู้จักเจ้านายเขาดี คำพูดก่อนหน้าไม่น่าจะใช่คำถามสำหรับฉัน เขาน่าจะพูดกับตัวเองเสียมากกว่า“…” ฉันเงียบ ไม่กล้าพูดอะไรออกไป ในเมื่อมันเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ[ไม่เป็นไร เดี๋ยวผม
“เออๆ” ผมหันกลับไปพยักหน้าให้น้องชาย พร้อมกับสูดลมเข้าปอดเพื่อระงับสติอารมณ์ของตัวเองแอ้ด... เสียงประตูห้องฉุกเฉินดังขึ้น“คนไหนญาติคนไข้ครับ” เสียงหมอท่านหนึ่งถามขึ้น ผมรีบวิ่งไปเกาะแขนท่านเขย่าๆ พร้อมกับเอ่ยเสียงสั่นหน่อยๆ“ผมเป็นลูกน้องคนสนิทคุณยูกิครับ คนไข้ปลอดภัยใช่ไหมครับ” พูดไปเขย่าร่างกายหมอที่เป็นเจ้าของไข้เฮียยูกิไปพลางๆ“ใจเย็นๆ นะครับ ตอนนี้เราผ่ากระสุนออกได้สำเร็จแล้ว คนไข้เสียเลือดมากแต่โชคดีที่เป็นกรุ๊ปเลือดปกติที่ทางโรงพยาบาลเรามีสำรองเยอะ ตอนนี้ก็แค่ให้คนไข้นอนพักฟื้นอีกสักสามชั่วโมง หากไม่มีอาการติดเชื้อเราจะย้ายคนไข้ไปห้องพักฟื้นปกติอีกทีครับ” หมอคนไข้เฮียยูกิเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม แม้บนใบหน้าท่านจะดูเหนื่อยล้า“ขอบคุณมากครับหมอ ผมเข้าไปเยี่ยมได้ไหมครับ” ผมเอ่ยถามหมอด้วยความร้อนใจ ผมอยากเห็นกับตาว่าไอ้เฮียมันปลอดภัยจริงๆ“ตอนนี้ยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมนะครับ ไว้รออีกสามชั่วโมงหลังหมอตรวจอาการอีกทีจะให้เข้าเยี่ยมครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ”ผมถึงกับคอตกแต่ก็ยอมพยักหน้ารับคำหมอ และปล่อยมือออกจากร่างกายท่านเพื่อให้กลับไปทำหน้าที่ตามเดิม“เอาน่าเฮียม้า ตอนนี้ไอ
ก๊อกๆ“มีใครอยู่ข้างนอกมั้ย ได้ยินฉันหรือเปล่า” อัปจนหันทางที่จะติดต่อยูกิแล้วจริงๆ ในเครื่องฉันก็มีแค่เบอร์เฮียเทียน ยูกิ และเฉินฮ่งที่เพิ่งบันทึกไว้ครั้นโทรหาพี่ชายตัวดีในยามคับขันก็ไม่มีคนรับสายเช่นกันหลังจากลองเคาะประตูห้องนอนยูกิไปพักใหญ่ๆ ปรากฏว่าทุกอย่างเงียบงัน ไม่มีใครส่งเสียงตอบกลับมาสักคน ฉุกคิดขึ้นได้ตอนที่ยูกิพาฉันมาที่ห้องนอนเขามีประตูเชื่อมที่ฉันเพิ่งรู้เมื่อไม่กี่วันก่อนอยู่ เลยเลือกใช้เส้นทางนั้นเชื่อมไปยังห้องนอนของตัวเอง เผื่อว่ายูกิจะไม่ได้ล็อกประตูห้องฉันจากทางด้านนอกเหมือนห้องของเขาแกรกๆยูกิรอบคอบเกินไปแล้ว เขาปิดทางหนีของฉันทุกทาง แม้แต่ห้องนอนฉันเขาก็ล็อกมันไว้จากทางด้านนอกปังๆ ฉันลองเคาะประตูห้องตัวเองอีกครั้ง“คุณไฉ่หงต้องการอะไรหรือเปล่าครับ” ครั้งนี้ได้ผล มีเสียงถามออกมาจากหน้าห้องฉันดังขึ้น“คือ หงส์” แต่พอจะเอ่ยถามถึงเจ้านายพวกเขาลิ้นกลับชาหนึบขึ้นมาทันที แต่ก็แค่ชั่วครู่ เพราะความเป็นห่วงมันมีมากกว่าทิฐิพวกนั้น“ฉันอยากพบคุณยูกิ” ฉันบอกความต้องการของตัวเองออกไป“คุณยูกิออกไปทำธุระยังไม่กลับ ไว้พรุ่งนี้เช้าผมจะเรียนท่านให้นะครับ”เสียงลูกน้องคนเดิมเอ
“เฮีย” ไอ้มอม้าวิ่งมาหาผมที่ตอนนี้ค่อยๆ กวาดตามองดูความผิดปกติรอบๆ พื้นที่ “พวกมันไปแล้ว ไม่มีใครบาดเจ็บก็ดีแล้ว”ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดีที่ลูกน้องผมคัดมาแต่คนที่ว่องไว มีฝีมืออยู่บ้างเลยหลบห่ากระสุนนั้นได้ทัน“เฮ้ย! เลือด” ผมถึงกับสะดุ้งเมื่อไอ้มอม้าตะโกนเหมือนใครได้รับบาดเจ็บ“ไอ้ใบไม้! ไอ้เฮียถูกยิง!!” ผมได้ยินเสียงมอม้าตะโกนเรียกน้องมันผมเนี่ยนะถูกยิง? บ้าไปแล้ว ไม่เห็นรู้สึก จะ เจ็บตรงไหนเลย“อึก เชี่ย!”เพราะคำพูดไอ้มอม้าทำให้ตอนนี้ผมรู้สึกถึงความเหนียวหนืดของๆ เหลวบางอย่างกำลังไหลออกมาแถวๆ ซี่โครงทางด้านขวาโดนยิงตอนไหนวะ? ผมว่าเมื่อกี้ผมหลบทันนะ ไอ้กระสุนนัดที่มันดังขึ้นก่อนที่ผมจะล้มโต๊ะเป็นเกราะกำบังน่ะ“ไปเอารถมาสิวะ มัวชักช้าทำซากอะไร!” เสียงใครสักคนดังขึ้นเหมือนจะอยู่ใกล้ๆ แต่มันกลับดังเหมือนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไกลออกไปเรื่อยๆ‘ไฉ่หง’วูบหนึ่งผมคิดถึงใบหน้าสวยหวานของเธอ คนที่หัวใจผมร่ำร้องอยากกลับไปหาเธอให้เร็วที่สุด[End part]เพล้ง~“อ๊ะ!”อะไรกัน นี่ฉันเหม่อลอยถึงขนาดทำแก้วน้ำหลุดมือหล่นแตกเลยงั้นเหรอเมื่อกี้ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก ภายในห้องนอนของยูกิยังคงมีแ
“ก็แล้วแต่จะคิดว่ะ มึงลองพนันกันไหมล่ะ” ผมลองไซโคไอ้ดำดูเผื่อมันจะไขว่เขวไปกับผม “พนันอะไร?” มันถามกลับแทบทันควันหึ! ไอ้นี่มันกล่อมง่ายจริงๆ ถึงว่าได้เป็นแค่เด็กเดินยานรกนั่นไปวันๆ“กูพนันว่าถ้าพวกมึงจนมุม ไอ้นายใหญ่อะไรนั่นของมึงไม่ยื่นมือมาช่วยแน่ๆ”ผมใช้มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง ทำท่าทางกวนส้นไอ้ดำเล่นๆ‘อีกสามก้าว พวกผมจะเข้าประชิดตัวเป้าหมาย’เสียงรายงานของมอม้าดังขึ้น “หึ!” ผมถึงกับกลั้วหัวเราะในลำคอพวกสามคนที่คุมตัวพวกใบไม้ไว้ก็แค่หมากตัวหนึ่งเหมือนกัน พวกมันคงเตรียมใจไว้แล้วว่าต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ ข้างหลังปล่อยโล่งไม่มีความระมัดระวังนายใหญ่ของไอ้ดำมันคงกำลังดูเชิงกลยุทธ์ของผม“มึงเลิกพูดจาวกไปวนมา เดี๋ยวจะไม่ได้ตายดี” ไอ้ดำดูอารมณ์เสียขึ้นมาอีกครั้งเมื่อผมเอาแต่ลอยหน้าลอยตา ดุนลิ้นในกระพุ้งแก้ม เล่นจ้องตากับมัน“ก็ได้! งั้นก็เข้าเรื่องเลยแล้วกัน”ผมหยักหน้าหนึ่งครั้ง พวกไอ้มอม้าก็เข้าประชิดตัวสามคนที่คุมตัวใบไม้กับลูกน้องมันได้สำเร็จ จากนั้นไม่นานคนของผมที่ซุ่มอยู่รอบๆ ประมาณสิบกว่าคนก็ออกจากที่ซ่อนยืนล้อมพวกไอ้ดำไว้โดยที่มันทำอะไรไม่ทันการ“เวรเอ๊ย!” เสียงสบถไอ้ดำกับ
[Yuuki’s part]“ไง! โผล่หางมาได้แล้วเหรอมึง”“เฮ้ย! มึงเป็นใครไอ้หัวชมพู”“ยูกิ!!”ผมไม่สนใจเสียงลูกกระจ๊อกไอ้ดำที่มันถามว่าผมเป็นใคร แต่ผมสนใจไอ้คนที่มันเรียกชื่อผมมากกว่า “ยังจำชื่อกูได้นี่” ผมยังคงใช้น้ำเสียงยียวนใส่มันแผนของผมก็ไม่มีอะไรมาก หลังจากที่ผมหลอกล่อให้พวกไอ้ดำมารวมตัวกันล้อมผมไว้ ทีมใบไม้ที่อยู่ใกล้บันไดขึ้นชั้นสองจะค่อยๆ ลอบเข้าไปช่วยตัวประกัน ซึ่งผมเดาว่าด้านบนไม่น่าจะมีลูกน้องไอ้ดำเฝ้าอยู่ เพราะดูจากโครงสร้างตึกแล้ว ทางขึ้นทางลงมีเพียงแค่ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น“กูจำมึงได้ขึ้นใจเลยล่ะ” น้ำเสียงเคียดแค้นถูกส่งผ่านไรฟันออกมา“แค้นกูว่างั้น?” ผมยังคงยั่วโมโหไอ้ดำไปเรื่อยๆ ทำให้ลูกน้องมันอีกสี่ห้าคนลุกขึ้นมายืนข้างๆ ลูกพี่พวกมันเพื่อเตรียมพร้อมนั่นแหละดีมาก! ผมคิดในใจพวกมันไม่ระวังหลัง ไม่มีใครมองไปทางบันไดทางขึ้นชั้นสองสักคน ถือว่าเป็นโอกาสดีที่พวกใบไม้จะบุกขึ้นไปช่วยตัวประกัน“มึงลองให้กูควักลูกตามึงมาแลกกันดูมั้ยล่ะ!” มันตวาดถามผมดังลั่นมันคงคิดว่าแค่เพิ่มระดับเสียงมันจะดูน่ากลัวและผมจะสั่นไหวสิท่า‘เฮียอย่ายั่วโมโหมันมาก อย่าเฟี้ยวเกิน’เสียงมอม้าเตือนผมทางเครื่อง







