LOGINฉันก็ไม่แปลกใจเท่าไรที่รู้ว่าเขาเป็นถึงหนุ่มฮอตของมหา’ลัยแอลเพราะถึงเขาจะนิ่งแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพี่เขาหล่อมาก ๆ หล่อแบบหาตัวจับยากมาก ที่แปลกใจว่าอันดับ 9 ยังหล่อขนาดนี้ไม่อยากจะคิดถึงอันดับต้น ๆ เลยว่าจะหล่อขนาดไหน
“เป็นไงหนุ่มฮอตอันดับ 9 ของมอแอลพอจะเทียบความหล่อของพี่อัศวินได้ไหม” นิด้ากระแซะไหล่พร้อมถามอย่างมีเลศนัย เพราะเห็นกาแฟเอาแต่มองตามแผ่นหลังของพี่นักรบ
“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่หล่อ”
“จ้ะ แม่คนสวย”
ฉันยกยิ้มก่อนจะไขว่ห้างจิบเหล้ารสแรงผ่านลำคอ ช่วงนี้มีแต่อะไรให้คิด ได้มาผ่อนคลายก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องของพี่วินฉันกำลังชั่งใจว่าควรเล่าให้เพื่อนฟังดีไหม
“มาเที่ยวนะทำไมทำหน้าเครียด”
“มีเรื่องให้คิด”
“เล่าได้นะ”
“อืม ก็ไม่มีอะไรมาก คุณตาบอกว่าอัศวินอยากหมั้นกับฉัน!”
“ฮะ...มะ...หมั้นเหรอ”
“อืม”
ฉันตอบเพื่อนด้วยท่าทางเรียบเฉยแต่แอบแปลกใจกับใบหน้าตื่นตระหนกของนิด้ามาก ปกติเธอจะแค่รับฟัง ยิ้มและทำหน้าปลงตก แต่พอเป็นเรื่องนี้เพื่อนกลับแสดงสีหน้าอย่างชัดเจน
“เรื่องเป็นอย่างนี้” ฉันตัดสินใจเล่าเรื่องเมื่อเช้าให้เพื่อนฟัง
วันนี้เป็นวันหยุดไม่มีเรียนแต่ยังไงก็ต้องตื่นเช้าอยู่ดี เพราะคุณตาเป็นคนเคร่งในกฎระเบียบ บ้านที่อยู่ตอนนี้เป็นบ้านของคุณตาบุญธรรมที่รับฉันมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก และให้ใช้นามสกุลเดียวกันกับท่าน ฉันถือว่าโชคดีมากที่ถูกท่านรับมาเลี้ยงเพียงเพราะตาแท้ ๆ ของฉันเป็นเพื่อนกับท่าน
มองห้องนอนหรูหราที่อาศัยมาตั้งแต่เด็กแล้วอดเศร้าไม่ได้ ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่ฉันคงมีความสุขมากกว่านี้ ภายนอกฉันต้องสวย ฉลาด เก่ง มีความเป็นผู้ดี ใครจะรู้ว่าภายในฉันก็อยากเป็นแค่นักศึกษาธรรมดาเท่านั้น
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณตา” ฉันเอ่ยทักทายคุณตาที่แสนเงียบขรึม ท่านเพียงพยักหน้าก่อนจะก้มอ่านหนังสือพิมพ์ในมือต่อ
หลายคนอาจจะคิดว่าท่านดูเย็นชา แต่สำหรับฉันนี้ถือว่าท่านอารมณ์ดี ได้ยินจากเลขาคุณตาว่าวาโยเริ่มกลับมาคุยกับท่านแล้วทั้งที่ท่านเฝ้ารอมาตั้งหลายปี ตอนเด็กมีโอกาสได้เจอวาโยอยู่บ้างแต่พอโตขึ้นเรียนมหา’ลัยเดียวกัน ฉันก็พยายามผูกมิตรด้วย ยังไงก็ถือว่าเป็นพี่น้องกัน แต่หมอนี่กลับนิสัยแย่เกินเยียวยา ฉันเลยขี้เกียจพูดกับเขา
“ได้ยินว่าจะไปเที่ยวเหรอคืนนี้” คุณตาถามขึ้นมา แล้วไอ้คำว่าได้ยินนี่ตาได้ยินมาจากใครกัน
กึก!
ฉันที่กำลังจะยกน้ำส้มขึ้นจิบเป็นอันต้องวางลง ก่อนจะปรับสีหน้าให้ปกติและเอ่ยตอบ
“ใช่ค่ะ...แฟมีนัดกับนิด้า คุณตาจำนิด้าเพื่อนแฟสมัยเรียนไฮสกูลได้ไหม ตอนนี้เธอเรียนที่มหา’ลัยแอลค่ะ”
“ตาพอจะคุ้นอยู่บ้าง”
“นิด้าน่ารักและนิสัยดีมาก ๆ เลยนะคะ”
“ก็ดี เราจะได้มีเพื่อนบ้าง เห็นวินบ่นว่าเพื่อนน้อย” เมื่อคุณตาเอ่ยจบฉันเป็นต้องขมวดคิ้วทันที ทำไมต้องพูดถึงด้วยเนี่ย
“พี่วินก็แบบนี้แหละ ห่วงแฟไม่เข้าเรื่อง”
“นี่ไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าวินคิดยังไงกับเราน่ะ…ตอนแรกตาคิดว่าเพราะโตมาด้วยกัน ตั้งแต่เด็กวินอาจจะไม่รู้ใจตัวเอง แต่ผ่านมาหลายปีก็ยังไม่เปลี่ยนใจเลยนะ” เกิดความเงียบขึ้นมาสักพัก ฉันถอนหายใจเมื่อคุณตาพูดมาขนาดนี้มันทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเอาซะเลย
“แต่แฟไม่ชอบ”
“ตาก็ไม่ได้บังคับ แต่ในอนาคตเราต้องเลือกคนดี ๆ เข้ามาในชีวิตรู้ไหม…อีกอย่างวินก็เป็นทางเลือกที่ดี ตารู้ว่าวินจะดูแลเราได้”
ใช่สิ ก็พี่วินเป็นหลานคุณนี่ ฉันเข้าใจดีว่าท่านรักฉันดั่งหลานแท้ ๆ เพราะยังไงก็เลี้ยงมา แต่กับพี่วินมันไม่ได้จริง ๆ นะ ฉันมองเขาเป็นพี่ชาย
“แต่แฟ...”
“อย่าพึ่งตัดสินใจเลย ลองให้โอกาสวินดูก่อน เมื่อวานวินเข้ามาพูดกับตาเรื่องนี้ เพราะอีกปีเดียววินก็จบ ตาเลยไม่อยากปิดบัง”
พอคุณตาเปิดมาแบบนี้ฉันเลยได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ ว่าพี่วินมันไปพูดอะไรไร้สาระอีก
“วินบอกอยากหมั้นกับแฟ”
“ฮะ...หมั้นเหรอคะ” ฉันเบิกตากว้างย้อนถามคุณตาเสียงดัง จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงฉันพึ่งจะยี่สิบกำลังจะยี่สิบเอ็ดเองนะ การที่มาพูดเรื่องหมั้นออกจะเร็วไปมันดูเหมือนเขาต้องการมัดมือชกฉันมากกว่า
ถึงว่าทำไมช่วงนี้ไม่เจอเพราะมีแผนนี่เอง ฉันขบฟันแน่นด้วยความโมโห
“ใช่...เราลองพิจารณาดูก่อนนะ ถึงตาจะหวงเราแต่ถ้าเป็นวินตาก็โอเค”
แน่สิ...ก็พี่วินหลานแท้ ๆ ตานี่!
“อาหารเช้ามาแล้วค่ะ” ไม่ทันได้พูดคุยอะไรกันต่อแม่บ้านก็ยกอาหารเข้ามาตั้งบนโต๊ะ ทำให้บทสนทนาทั้งหมดต้องหยุดลงและตั้งหน้าตั้งตาทานอาหาร จนจบมื้อเช้าคุณตาก็ออกไปข้างนอกทันที เห็นว่ามีนัดกับเพื่อนนักธุรกิจ
“เดี๋ยวแฟไปส่งค่ะ” ฉันรีบวิ่งไปหยิบเสื้อสูทของคุณตามาถือ ก่อนจะวิ่งตามไปส่งที่หน้าคฤหาสน์เหมือนที่ทำเป็นประจำ สักพักคนขับรถก็ลงมาเปิดประตูรถให้คุณตา
“ขอบใจมากหลานรัก ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย” ท่านวางมือลงบนผมยาวสลวยของฉัน
“ค่า อยู่บ้านตัวเองไม่มีอะไรน่าห่วงค่ะ”
“ก็ดี...แต่อย่าลืมที่คุยกันไว้นะ” ฉันหุบยิ้มลงทันทีเมื่อตาเอ่ยถึงเรื่องของพี่วิน เมื่อเห็นฉันหน้าบึ้งท่านก็หัวเราะ
“เอาน่า ลองเปิดใจดู...ตาไปแล้วนะ” ท่าทางอารมณ์ดีของท่านทำให้ฉันฝืนยิ้มให้ ถึงแม้เรื่องที่ท่านเอ่ยขึ้นมาจะทำให้ฉันไม่สบอารมณ์เลยก็ตาม
“เดี๋ยวก่อนค่ะ”
“มีอะไร”
“เอ่อ...ไม่มีค่ะ แฮ่” ฉันกลืนคำถามลงคอก่อนจะเผยยิ้มแห้งให้คุณตาออกไป ท่านทำเพียงส่ายหัวก่อนจะเดินขึ้นไปนั่งในรถ
เมื่อรถยนต์คันหรูจากยุโรปเคลื่อนออกจากคฤหาสน์แล้ว ฉันเลยรีบวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องทันที เกือบแล้วเมื่อกี้เกือบลืมตัวถามออกไปแล้ว ว่าถ้าฉันมีแฟนตาจะยัดเยียดพี่วินให้อยู่ไหม แต่ถ้าถามออกไปตอนนั้นมีหวังท่านได้สงสัยแน่ ดังนั้นฉันเลยไม่ถาม และกลับมาคิดทบทวนวางแผนก่อนดีกว่า
ฉันไม่มีทางยอมหมั้นกับอัศวินแน่!
“เรื่องก็มีเท่านี้แหละ” ฉันเล่าจบพร้อมยกแก้วเหล้าขึ้นมาจรดริมฝีปากเพราะรู้สึกคอแห้ง
“ละ...แล้ว...แกจะหมั้นไหม” เพื่อนถามเสียงแผ่ว นัยน์ตาหวานดูวิตกกังวลอย่างชัดเจน
“ไม่มีทาง!” ฉันตอบอย่างมั่นใจ
“งั้นเหรอ...แล้วถ้าที่บ้านบังคับล่ะ”
“ไม่มีใครบังคับฉันได้อยู่แล้ว” เพราะในบ้านคนที่ใหญ่ที่สุดคือคุณตา แม้ว่าป้าดวงลูกสาวของท่านจะรักและตามใจลูกชายอย่างพี่วินมาก แต่ก็ไม่มีทางเห็นด้วยกับเรื่องหมั้นหรอก เพราะฉันมันคนไม่มีอะไร เขาจะอยากได้ฉันเป็นสะใภ้ทำไม
“แกอย่ามั่นใจไป พี่วินเขาดู...รักแกมาก ๆ ยังไงเขาต้องหาทางให้หมั้นให้ได้” นิด้าเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจเหมือนเธอรู้จักพี่วิน แต่เปล่าเลย ทั้งคู่แทบไม่เคยจะคุยกัน
“แล้วจะทำยังไงดีล่ะ”
“แกมีแฟนดีไหม”
“ฮ้า รวดเร็วขนาดนี้เลย”
“อืม ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี...ไม่ใช่เหรอ”
นิด้าตอบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับสั่นไหวจนฉันจับสัมผัสได้ เลยยกแก้วขึ้นมาจิบพร้อมกับผินหน้าออกไปมองบรรยากาศ
“ตกลงว่ายังไง...ที่ฉันเสนอไปน่ะมันก็เป็นความคิดที่ดีนะ ไม่ต้องมีจริง ๆ ก็ได้ แค่ให้พี่วินตัดใจจากแกก็พอ”
“อืม ก็น่าคิดนะ เพราะถ้าจะให้รีบมีแฟนในตอนนี้ ฉันคิดว่าอาจจะเร็วไป แต่ถ้าแฟนหลอก ๆ ก็พอได้” ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกับเธอ
“ฉันว่าแล้วว่าคนฉลาดอย่างแกต้องตัดสินใจได้ ว่าแต่มอง ๆ วันนี้เลยก็ดีนะ ที่นี่แหล่งรวมของดีมอแอลเลยละ” นิด้าวางแก้วเหล้าพร้อมกับเสนอความคิดออกมาอีกครั้งอย่างกระตือรือร้น
กึก!
ฉันวางแก้วเหล้าลงพร้อมกับฉีกยิ้มหวานออกมาให้เพื่อนสาว
“เอาไว้ก่อน งานดีแค่ไหนฉันก็ต้องคิดให้รอบคอบ”
“ลืมไปว่าแกมันเลือกเยอะคุณหนูกาแฟ”
“ใช่ค่า อย่างฉันถึงจะเลือกปลอม ๆ ก็ต้องคิดเยอะเป็นธรรมดา” ฉันจีบปากจีบคอตอบก่อนจะสะบัดผมไปหนึ่งที
“งั้นมาชนแก้วกันหน่อย”
“มา ๆ ๆ ๆ”
กริ๊งงง!
อัศวิน ภัทรเมธาสกุลนั่นคือชื่อของผม ตั้งแต่เด็กจนโตแม่สอนเสมอว่าผมอยากได้อะไรก็ต้องได้ ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านคือของของผม รวมถึงน้องสาวตัวน้อยที่คุณตาพามาแนะนำว่าเธอคือน้องสาวน้องสาวที่ต้องดูแลให้ดี...เราเติบโตมาด้วยกันมีอะไรก็แบ่งปันกัน น้องสาวคนนี้เป็นคนน่ารักแต่บางครั้งก็ดูบอบบางจนเกินไป ผมเลยต้องประคบประหงมเธออย่างดี จนกระทั่งเราทั้งคู่โตขึ้นมีช่วงเวลาที่ต้องห่างกัน เพราะน้องสาวต้องไปเรียนที่ต่างประเทศและกลับมาอีกครั้งตอนเข้ามหา’ลัย เราก็มีความรู้สึกที่ห่างไกลกันออกไป แม้ผมจะปฏิบัติตัวกับเธอเหมือนเดิมแต่ภายในใจไม่ใช่เลย น้องสาวที่กำลังโตขึ้นและต้องมีแฟนมีสังคม ผมห่างกับเธอในช่วงมัธยมแล้ว มหา’ลัยก็ยังต้องห่างอีกเหรอแค่เข้ามหา’ลัยปีแรกเธอก็โดดเด่นจนคนทั้งมหา’ลัยพูดถึง เพียงแต่ว่าความรู้สึกที่ผมมีมันเริ่มเปลี่ยนไป ผมเฝ้ามองเธอมาตลอดจนคิดได้ว่าความรู้สึกที่มีมันไม่เหมือนเดิมจนลืมฉุกคิดไปว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง ผมลงทุนทำทุกวิถีทางไม่ให้ใครมายุ่งกับเธอ โดยเฉพาะผู้ชายใครก็ห้ามแตะต้องเธอ แม้ยังปฏิบัติกับเธอเหมือนเดิมเพื่อไม่ให้อึดอัด แต่มันคงยากที่อีกฝ่ายจะไม่อึดอัดผมใช้เวลาทุกชั่วลมหา
“ผิดทั้งคู่เลยค่ะไม่ต้องทะเลาะกัน” ทั้งกอดทั้งปลอบและลูบหัวเบา ๆ นำทัพร้องไห้ง่ายแต่จริง ๆ คงเสียใจที่พี่ชายพูดไม่ดีด้วย ส่วนศึกก็ค่อนข้างเอาแต่ใจจนเกินไป ไหนจะปากที่เอ่อ...ปากจัดแหละ“ศึกลูกใจดีกับน้องหน่อย น้องก็อยากเล่นด้วย ส่วนทัพการใช้กำลังไม่ใช่ทางออกของปัญหานะคะ อย่าไปฟังลุงคีนมาก” “ครับ” นำศึกตอบหงอย ๆ “ทัพไม่เคยเชื่อลุงคีนอยู่แล้ว ทัพเชื่อพ่อ” “หืม” ฉันเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เกี่ยวอะไรกับพี่นักรบ รายนั้นพูดแทบนับคำได้“ก็…เอ่อ...” นำทัพมีท่าทางอึกอักทันที“ว่าไงคะเกี่ยวอะไรกับคุณพ่อ” ฉันเพ่งสายตามองอย่างจับผิด และเห็นว่าลูกชายคนเล็กกำลังมองไปที่พี่ชายของตัวเอง“เอ๋...หรือศึกก็รู้แต่ไม่บอกแม่เหรอ”“ก็คุณพ่อบอกว่าถ้าไม่อยากอดทนก็ต่อยเลย” ฮ้า...เขาพูดจริงเหรอ“คุณพ่อน่ะเหรอพูดแบบนี้”“ใช่ครับ/ครับ” เด็ก ๆ ตอบเสียงเดียวกันทำให้ฉันกัดฟันโมโหทันที คอยดูนะกลับมาโดนแน่ มาสอนอะไรลูกไม่เข้าเรื่อง“ทำอะไรกัน” พูดถึงโจโฉ...โจโฉก็มาเลย ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำเดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าเรียบแต่ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อเห็นสีหน้าของฉัน“เอ่อ ศึกกำลังจะออกไปเล่นข้างนอกกับ...เอ่อ ก
7 ปีผ่านไปทุกอย่างผ่านไปไวมาก อย่างคนเขาว่ากันว่าความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวฉันและพี่นักรบก็แต่งงานกันแล้ว ที่สำคัญยังมีพยานรักด้วยกันถึงสองคนอีก“ทำอะไรกันลูก” ฉันในวัยยี่สิบเจ็ดปีเป็นคุณแม่ลูกสองที่ยังสวยยังแซ่บ! เอ่อ เหมือนกับบรรดาภรรยาคนอื่น ๆ ของเพื่อนพี่นักรบนั่นแหละ แต่ละคนสวยกันมาก ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งสวยและมีเสน่ห์หลังจากเราตกลงหมั้นกัน แลกแหวนเรียบร้อยพี่เขาก็โทรบอกพ่อกับแม่ของเขาที่อยู่ฮ่องกง ส่วนฉันก็บอกคุณตาไว้ซึ่งท่านก็ดีใจมากที่มีคนมาคอยดูแลฉันแล้ว อย่างที่บอกท่านอายุมากเลยค่อนข้างกังวลกับอนาคตของฉันส่วนเฮียคีน หรือวาคีนก็ยังเป็นพี่ชายที่สม่ำเสมอ รวมถึงความปากหมาปากจัดด้วย และยังเผื่อแผ่มาถึงหลานสองคนหรือลูกของฉันนั่นเอง“แข่งรถกันครับ” ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักแบบฉบับเด็กลูกครึ่ง ทั้งที่มีสายเลือดยุโรปน้อยมากเพราะฉันและพี่รบได้สายเลือดมาแค่เสี้ยวเดียว คนที่หันมาตอบฉันผมสีอ่อน ตากลม แต่หางตาเฉี่ยวชื่อ นำศึก อายุห้าขวบเป็นพี่ ส่วนอีกคนที่นั่งเล่นข้างกัน ผมสีอ่อน หน้าตาคมกว่าคนพี่เล็กน้อยแต่ก็น่ารัก ชื่อ นำทัพ อายุสี่ขวบ ทั้งสองห่างกันแค่ปีเดียว“มีแต่ศึ
“โซนนี้เป็นหาดส่วนบุคคล” เสียงทุ้มตอบกลับมาเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาเกี่ยวเส้นผมสีดำขึ้นทัดหูให้เธอ“อ๋อถึงว่าเงียบผิดปกติ” ร่างบางหันมาก่อนจะชะงักค้างเมื่อเห็นร่างสูงกำลังยิ้ม ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอรู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้งที่เจอกำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมา ทำเอาเธอไปต่อไม่เป็นเพราะมัวแต่ตะลึงกับรอยยิ้มของเขาอยู่“กาแฟ…” นักรบเอ่ยเสียงทุ้ม“หืม...เอ่อคะ?” ร่างบางเจ้าของชื่อตอบกลับตะกุกตะกักไม่เป็นตัวของตัวเอง เมื่อโดนรอยยิ้มของเขาตกจนถอนตัวไม่ขึ้น“ขอมือหน่อย” เขายังคงยิ้มส่วนเธอที่ยังมึนเบลอก็ทำตัวเงอะงะ จนเขาจับมือเธอไปกุมไว้ตรงหน้า คลี่มือให้แบออกก่อนจะวางบางสิ่งที่พอโดนแสงแล้วแวววาวจนแสบตา“อ๊ะ...” ยังไม่ทันได้พิจารณาว่าเขาเอาอะไรมาวางบนฝ่ามือ เขาก็เชยคางของเธอขึ้นก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาทาบทับอีกครั้ง ลิ้นร้อนสอดเข้ามาเกี่ยวพันลิ้นเล็กตวัดไปมาอย่างอ่อนโยนนุ่มละมุน สร้างความแปลกใจให้กับเธอมาก แต่เพียงชั่วครู่เธอก็สลัดมันทิ้งไปแล้วเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของเขา“แต่งงานกันไหม” ร่างบางเบิกตากว้างก่อนจะจ้องไปที่ของในมือที่เขาวางไว้ในตอนแรก มันคือแหวนเพชรพระแม่แซงคิวให้ลูกเหรอ นอกจากได้แฟนแล้วยังได้ว
“เสียวอื้อ” ร่างเล็กเงยหน้าตอบ หลับตารับสัมผัสวาบหวามจากร่างสูง เธอเสียวแทบขาดใจบดสะโพกใส่เขาไม่หยุดเช่นกัน“งั้นจะกระแทกแรง ๆ นะเด็กแสบ” ร่างสูงถามพลางเดินกระแทกเธอไปจนถึงเคาน์เตอร์บาร์ ทุกครั้งที่ก้าวเดินสะโพกสอบกระทุ้งแก่นกายเข้าไปเน้น ๆ จนเธอเผลอขมิบถี่ ครางกระเส่าเรียกชื่อเขาไม่หยุด“อ๊ะพี่รบ...มันจุก” แม้ปากจะบอกจุกแต่กลับขยับเอวร่อนสะโพกใส่ท่อนลำจนเขากัดฟันจนเลือดซิบยัยเด็กขี้ยั่ว!“ร่อนใส่ไม่หยุดเลยนะ” เขายกยิ้มเอ่ยอย่างเย้าแหย่จนเธอตัวแดงไปหมด แต่ก็ยังกัดฟันพูดต่อได้“ก็แฟนเสียว...อื้อจะเสร็จ” เธอสะบัดหน้าไปมาเมื่อภายในหดรัดแน่น ปลายเท้าจิกเกร็ง“พร้อมกันนะ...”เขาเร่ง วางเธอลงบนเคาน์เตอร์บาร์ จับขาเรียวแหวกออกกว้างก่อนจะแทรกตัวเข้ามาตรงกลาง นัยน์ตาคมจ้องมองท่อนลำของตัวเองกระแทกเข้าออกร่องสวาทของเธอไม่หยุดตับ ตับ ตับคนตัวเล็กเอนไปด้านหลังเล็กน้อย พลางยันมือกับเคาน์เตอร์เพื่อทรงตัว เมื่อเขาจับยึดเอวเธอไว้แน่น เร่งสะโพกซอยถี่ยิบจนน้ำหวานฉ่ำแฉะกระเซ็นพร้อมเสียงดังหยาบโลน“อ่า~ พี่รบแรง ๆ เลยค่ะ”เพียงเท่านั้นเขาก็พยักหน้าตอบรับก่อนจะเร่งจังหวะกระแทกแบบหนักหน่วงและแรงตามอารมณ์
คนตัวเล็กตกใจก่อนจะยกแขนขึ้นไปคล้องคอเขาเอาไว้เพราะกลัวตก ไหนจะขาเรียวทั้งสองข้างที่เกี่ยวเข้ากับเอวสอบอีก“ชมวิวไปด้วย กินกาแฟไปด้วย” ร่างสูงตอบเสียงแหบพร่าก่อนจะอุ้มร่างบางในชุดนอนบางเบาเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้น โดยที่คนตัวเล็กทำหน้าตาเลิ่กลั่กไปมา“อื้อ ทำแบบนี้มัน...” คนตัวเล็กแนบหน้าลงกับบ่าเมื่อร่องรักของเธอที่ไร้แพนตี้กำลังถูไถกับหน้าท้องแข็งแกร่งของเขา“หึ เสียวเหรอ” “รู้ได้ยังไงคะ?” “ก็แฉะขนาดนี้จะไม่รู้ได้ยังไง” ร่างสูงตอบหน้าตายก่อนจะอุ้มเธอมายืนตรงหน้าต่างกระจกสีใส ภายนอกมีเพียงธรรมชาติสีเขียวขจี ถึงอย่างนั้นก็อดจะรู้สึกเขินอายไม่ได้เธอเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าคมที่กำลังทอดสายตามองออกไปไกล แสงสีทองในยามเช้าสาดกระทบลงบนผิวของทะเลเกิดเป็นภาพระยิบระยับสวยงาม“ให้มองวิวไม่ใช่มองคน”“เอ๊ะ...แฟก็มองวิวนะ”“แน่ใจ?” ร่างสูงหันมามองแฟนสาวในอ้อมแขน เธอตัวเล็กกว่าเขามากเวลายืนด้วยกันสูงแค่ไหล่เอง แต่พออยู่ในท่าอุ้มแบบนี้แล้วทำให้เราสบตากันได้ง่ายขึ้น“แน่ใจค่ะ” เมื่อร่างบางตอบเสร็จเขาก็พยักหน้ายกยิ้ม ก่อนจะวางเธอลงบนพื้นและจับไหล่บางให้พลิกตัวหันหน้าออกไปทางกระจกใสเพื่อมองวิว โดยที่เธอ







