LOGIN-เรือนจำกลาง×××-เวลา 09.09 น.KLOEM TALK“ดีนะเราทันรอบเช้า” ผมหันไปพูดกับไอ้เป้ง“กูล็อกไว้… นู่นมันมานู่นแล้ว” ไอ้เป้งพูดพร้อมพยักเพยิดหน้าไปทางขวา ผมเห็นเหล่านักโทษเดินเรียงแถวออกมาหาญาติวันนี้มีเยี่ยมใกล้ชิดครับ และผมกับไอ้เป้งไอ้ตั้มไอ้ตามก็นัดกันมาหาไอ้เปอร์ ผมมาเพราะห่วง และมาเพราะจะเกลี้ยกล่อมให้มันยอมออกจากเรือนจำ“ขนกันมาทำเหี้ยอะไรเยอะแยะ” คำเอ่ยทักของไอ้เปอร์เมื่อมันหย่อนตัวนั่งลงข้างไอ้เป้ง“มาดูบ้านใหม่มึงไง เป็นไงวะ ได้เป็นเมียหรือเป็นผัวใครยัง” ไอ้ตามเอ่ยปากแซว“รอมึงมาเป็นเมียอยู่ไอ้สัส”“ไอ้เวร กวนตีนนะมึง”“แล้วเป็นไง” ไอ้ตั้มเอ่ยถามบ้าง“ก็ปกติดี มีเรียนทำนั่นทำนี่แก้เครียด แล้วพวกมึงว่างหรือไงถึงมารวมตัวกันได้”“ไม่ว่าง แต่ทำให้ว่างได้ นาน ๆ เปิดเยี่ยมใกล้ชิด ขอตบกระบาลสักทีได้ไหมวะ หัวมึงน่าตบ” ไอ้ตั้มพูดกวน ๆ“กวนตีน แล้วนี่ยังไง 2 ชั่วโมงนี่คุยแหลกไหมไอ้สัส ลำพังไอ้เป้งมาหากูทุกวันกูก็เบื่อหน้ามันละ”“เบื่อเหี้ยอะไรกู ก็กูบอกแล้วว่าจะมาทุกวัน นี่กูมาจนผู้คุมจำหน้ากูได้ เดี๋ยวนี้แค่ไปโผล่หน้าตู้คีย์ชื่อเรียบร้อยแล้วเถอะ” ไอ้เป้งมันทำตามที่มันพูดจริง ๆ ครับ มัน
“ก็ได้เรื่องอยู่นะ สำหรับความตอแหล โดยเฉพาะเรื่องที่พี่กำลังถาม ตอนนั้นนิ่มก็แค่อยากแกล้งผู้หญิงของพี่” ฉันพูดตามตรงอยู่แล้ว ไม่รู้จะปิดทำไมด้วยแหละ“หึ ผู้หญิงของกูมีแค่มึงคนเดียว คนอื่นไม่มีทั้งนั้น กูเป็นของมึงคนเดียวจำไว้ไอ้อ้วน ไปลง ไปเรียนได้แล้ว ตั้งใจเรียนรู้ไหม” ไอ้พี่เคลิ้มโน้มตัวมาหอมที่แก้มของฉัน“ถ้ากลับมาไม่ทัน ทักมาบอกนิ่มนะ นิ่มจะได้กลับเอง” ฉันย้ำไอ้พี่มันอีกรอบ“รู้แล้ว ไม่ปล่อยให้รอหรอกน่า เดี๋ยวกูมารอเอง”“เค ๆ งั้นนิ่มไปละ” ฉันยิ้มแล้วเปิดประตูลงจากรถ และหันไปโบกมือบ๊ายบายให้ไอ้พี่ จากนั้นก็เดินขึ้นตึกไปยังห้องที่มีเรียนวิชาที่ฉันต้องเข้าซึ่งตอนนี้ฉันไม่มีเพื่อนสักคน ก็เลยแค่มาเรียนแล้วก็กลับห้อง ไม่มีบทสนทนาที่น่าสนใจกับเพื่อนร่วมห้องคนไหนแม้แต่คนเดียวและยิ่งฉันคบกับพี่เคลิ้ม สายตาของคนในห้องก็มองฉันด้วยความเย้ยหยัน สมเพช ขบขัน และสายตาอีกหลาย ๆ คู่ที่สื่อความหมายว่าไม่ชอบฉันซึ่งฉันก็ทำหน้านิ่ง ไม่สนใจ แต่ลึก ๆ ในใจฉันรู้สึกอยู่แล้ว รู้สึกมาก ๆ ด้วย และแน่นอนว่ามันคือความรู้สึกไม่ดีเวลา 12.30 น.(NUMNIM: อยู่ไหนแล้ว)(NUMNIM: กำลังจะเข้าลิฟต์นะ เดี๋ยวนิ่มรอใต
-บ้านฮอลล์จิว-เวลา 20.32 น.NUMNIM TALK“แค่เรื่องเดียวเท่านั้นที่กูกลัวว่ามึงจะทิ้งกู เรื่องอื่นกูไม่กลัวสักนิด เพราะกูจะไม่มีทางปล่อยมึง กูรักมึง” ถ้อยคำที่แว่วมา ถ้าจะบอกว่าฝันก็อาจจะใช่ เพราะฉันหลับไปแล้ว แต่ยังได้ยินประโยคเหล่านี้คงจะฝันนั่นแหละเพราะเมื่อฉันลืมตาตื่น ไอ้พี่เคลิ้มก็หลับอยู่ข้างกาย คงไม่ใช่เขาที่พูด ฉันลุกขึ้นจากเตียง และเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำล้างตัว เพื่อรอกลับห้อง ฉันเป็นห่วงแมวสิบนาทีต่อมา…“ตื่นนานแล้วเหรอ” เปิดประตูห้องน้ำออกมาฉันก็เอ่ยทักไอ้พี่เคลิ้มที่นอนหันหน้ามามองฉัน“มึงลุกกูเลยรู้สึกตัว แล้วนี่จะไปหนอะ”“กลับห้องไง คิดถึงบัวลอยไข่หวาน” ฉันบอกและเดินมาที่ตู้เสื้อผ้า หาเสื้อผ้าของไอ้พี่มาสวมใส่“ไม่นอนนี่วะ ดึกแล้ว”“ไม่ดึกหรอก กลับด้วยไหมอะ หรือพี่จะนอนนี่” ฉันสวมเสื้อผ้าพลางหันหน้าไปสบตามอง“ที่ถามคือใช้สมองแล้วใช่ไหม” ไอ้พี่มันชักสีหน้าใส่ฉัน แล้วจากนั้นก็ลุกลงจากเตียง“จะโมโหทำไมเนี่ย”“อย่าหาเรื่องทะเลาะ เดี๋ยวโกรธกู ก็ปล่อยกูไว้บ้านอีก”“ใส่ร้าย ใครจะกล้าปล่อยไว้ เหงาจะตายไม่มีคนนอนกอด” ฉันเดินไปเกาะแขนไอ้พี่เคลิ้มและซบเขา“อย่าอ้อน เดี๋ยวจะโดนล
“เคยคิดถึงใจนิ่มบ้างไหม ออกไปแต่ละครั้ง คิดบ้างไหมว่านิ่มเป็นห่วง คิดบ้างไหมว่าที่นิ่มไม่พูดเพราะนิ่มอยากให้พี่รู้สึกตัวเอง ถ้ามีคนโทรมาบอกว่าพี่ตาย นิ่มจะทำยังไง คิดบ้างไหม ฮือ เคยคิดบ้างไหม” แล้วนุ่มนิ่มมันก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนักผมทำเมียร้องไห้ เพราะเป็นห่วงผม“อ้วน…เลิกร้องได้แล้ว พี่จะลดลงพี่สัญญา” ผมลั่นคำสัญญา คือจริง ๆ แม่ผมก็ใส่ผมมาชุดใหญ่แล้วครับ เมื่อตอนเช้ามืดที่นุ่มนิ่มมันเอาผมมาปล่อยไว้ที่บ้าน‘ทำอะไรไม่คิดถึงใจพ่อแม่ เรื่องนี้แม่ชินนะ แต่หนูนิ่มจะชินไหมเคลิ้ม หนูนิ่มเป็นแฟนเคลิ้มนะ น้องจะคิดจะรู้สึกยังไงถ้าคนที่โทรไปบอก ดันบอกว่าเคลิ้มตายแล้ว คิดให้มันเยอะ ๆ หน่อยเคลิ้ม คิดถึงใจแฟนบ้าง ที่น้องมันไม่พูดเพราะไม่อยากทะเลาะ เพราะอยากให้เราคิดได้เองรึเปล่า อย่าได้ใจ เพราะเห็นว่าน้องเฉยกับเรื่องที่เราทำ’นี่แค่เบ ๆ นะครับ มีมากกว่านี้อีก อย่างที่รู้กันนั่นแหละครับ คุณจีรณาถ้าได้ของขึ้นลงง่ายซะที่ไหน“ลดลงยังไง ลดลง เพลาลง เท่าไหร่ที่เรียกลด”“…” เออ แล้วมันเท่าไหร่วะที่เรียกลดลง ที่ผ่านมาเพื่อนเรียกก็ไปตลอด ไม่เคยอิดออด“เห็นไหม พี่ก็ตอบนิ่มไม่ได้ ช่างเถอะ พูดไปก็จะจบที่ทะเลา
สองเดือนต่อมา…-บ้านฮอลล์จิว-เวลา 03.45 น.“ลงไป” ฉันพูดเสียงแข็งและไม่มองหน้าคนที่นั่งอยู่เบาะข้างกัน“ขอโทษ… ไม่เอาแบบนี้ดิ”“บอกให้ลงไง!” ฉันตวาดเสียงใส่“อ้วน…”“หนึ่ง!”“ขอโทษไงครับ”“สอง!”“เออ ๆ ขับรถกลับห้องดี ๆ นะ อย่าขับเร็ว กูห่วงมึงนะ”“ไม่ต้องมาทำเป็นห่วง ลง!”“ครับ” ไอ้พี่มันเปิดประตูลงจากรถ ฉันก็ขับรถออกจากบ้านของแม่เขาทันทีเรื่องของเรื่องก็คือแอบออกไปมีเรื่องอีกแล้วที่ต้องบอกว่าอีกแล้ว เพราะ 2 เดือนนับตั้งแต่คบกันเป็นแฟน ไอ้พี่เคลิ้มก็ชอบแอบออกไปมีเรื่องชกต่อยตอนฉันหลับ พอฉันตื่นมาก็จะเห็นบาดแผลเล็กน้อยตามใบหน้าซึ่งฉันก็เงียบ ไม่ต่อว่าหรือโวยวายอะไรออกไป คือฉันก็ไม่พอใจ แต่ไอ้พี่มันก็บอกตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าจะเพลาลง ฉันก็เลยไม่รู้ว่าอันไหนคือเพลาลงส่วนเรื่องผู้หญิงฉันไม่รู้นะว่ามีไหม แต่ไอ้พี่เคลิ้มก็ตัวติดกับฉันตลอด เวลาห่างก็จะโทรหากัน จริง ๆ ก็ห่างแค่ตอนเรียนนั่นแหละ เอาจริง ๆ ก็คือถ้าแอบทำตอนเรียนที่เราต้องห่างกัน ฉันก็คงไม่รู้หรอก ก็ถือว่าวัดใจกันไปเลยไงว่าถ้ากล้าผิดสัญญาก็แสดงว่าไม่แคร์ฉันเลยแล้วคือวันนี้ไอ้พี่เคลิ้มก็แอบออกไปเหมือนที่เคย แต่ที่ทำให้ฉันปรี๊
“มึงแคร์เหี้ยอะไรนักหนากับสิ่งที่ยังไม่เกิด จะเลิกเหี้ยอะไร กูไม่มีวันเลิกกับมึงอยู่แล้ว ไร้สาระ”“ถ้าเรื่องนั้นมันไร้สาระ ถ้างั้นเรื่องนี้พี่คงจะว่านิ่มไม่ได้”“เรื่องเหี้ยอะไรอีก มึงพูดมาดิ๊”“ถามจริง ๆ นะพี่เคลิ้ม พี่จะทนได้เหรอพี่เคลิ้ม เป็นแฟนกันต้องอยู่ในกรอบนะ พี่จะเทียวไปนอนกับใครต่อใครเหมือนที่ผ่านมามันเป็นไปไม่ได้ เราเป็นแฟนกันพี่หึงนิ่มได้ นิ่มก็หึงก็หวงร่างกายพี่เหมือนกัน นิ่มบอกตรงนี้เลยนะว่านิ่มรับไม่ได้หรอกถ้าพี่จะมีรอยลิปสติก หรือดูดกลับมาให้นิ่มเห็น หรือจะให้นิ่มมาเก็บซากถุงยางของพี่เหมือนที่เคยทำ นี่ยังไม่นับรวมถ้าเกิดเพื่อนพี่โทรเรียกไปต่อยตีอีก”“ก็บอกแล้วไงว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีกสำหรับเรื่องผู้หญิง ถ้ามันเกิดขึ้นกูจะให้มึงลงโทษกูเลย ลงโทษอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เลิกกัน ส่วนเรื่องต่อยตี…กูจะเพลา ๆ ลงแล้วกัน” ระหว่างเรื่องผู้หญิงกับเรื่องต่อยตีสำหรับฉันไม่ว่าเรื่องไหน ๆ ก็ไม่อยากให้คนที่เรียกว่า ‘แฟน’ ทำทั้งนั้น“แล้วถ้ามีผู้หญิงมาบอกว่าท้องกับพี่แบบรอบก่อนอีกล่ะ” ฉันยังจำเรื่องนั้นได้ดี เรื่องที่มีผู้หญิงเดินเข้าห้องมาบอกว่าท้องกับเขา“ไม่มีแล้ว กูไม่ได้สดกับใครนอกจากมึง