เข้าสู่ระบบ“แต่ใจจริงพี่อยากกินไข่เจียวฝีมือน้อง… พี่คงขอมากไปสินะ” นั่นไงคะ เรื่องนี้พูดทุกวัน ขอทุกวัน แต่ฉันเฉยตลอด ทำเป็นไม่ได้ยิน แล้วไอ้พี่ก็จะเงียบไป“พี่ไม่ได้นอนกอดน้องเป็นอาทิตย์แล้วนะ น้องไม่คิดถึงซอกอก แล้วก็หัวนมพี่เหรอ” เอิ่ม… ทำไมเอาข้อนี้มาอวดอ้าง มันใช่ของที่จะเอามาพูดไหมอะแล้วไม่พูดเปล่านะ ขยับตัวมาจับจ้องใบหน้าของฉันด้วย แล้วแบบนี้ฉันจะเฉยได้นานแค่ไหนกัน“ถึงน้องไม่ตอบ พี่ก็รู้ว่าน้องคิดถึง น้องต้องคิดถึงเหมือนที่พี่คิดถึงแน่ ๆ พี่อะคิดถึงเต้านมแล้วก็ร่อง…”“พอเลย หยุดพูด ไม่งั้นนิ่มจะไม่มารับ มาส่งพี่แล้ว” ฉันรีบแทรกก่อนที่ไอ้พี่มันจะพูดจาละลาบละล้วงมากกว่านี้“ง่ะ ก็เป็นงี้ พี่ก็แค่บอกเล่าว่าพี่คิดถึงน้อง พี่ไม่อยากห่างแล้ว ไม่ห่างได้ไหม หลายวันมานี้มือเกร็งหมดละน้องจ๋า…” มีการตีเนียนแอบอิงซบฉัน“อะไรคือมือเกร็ง”“ชักว่าว”“ไอ้พี่!”“เอ้า! พูดจริง พี่ไม่โกหกอยู่แล้ว ก็น้องไม่ชอบให้พี่ปิดบัง รอบนี้พี่ก็จริงใจล้วน ๆ ไม่มีอะไรปิด… ให้เปิดตอนนี้ก็ได้นะ”“ปะ เปิดอะไร น้องไม่เล่น ขับรถอยู่” เสียงฉันสั่น รู้สึกเขินขึ้นมาเพราะไอ้พี่ขยับตัวมาสูดดมฉันพร้อมกับตั้งท่าจะปลดกางเกงตัวเอง
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป“แน่ใจแล้วเหรอคะพี่ชอป”“อื้ม พี่คิดไว้ตั้งแต่เข้าไปอยู่ข้างในแล้วว่าออกมาจะบวชตลอดชีวิต”“แต่นุ่มว่า…”“พี่จะพูดแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว แล้วต่อไปพี่จะไม่พูดอะไรเรื่องนี้อีก ตั้งใจฟังพี่นะ”“ค่ะ”“นุ่มเป็นผู้หญิงคนแรก และคนเดียวที่พี่จะรัก เรื่องนี้พี่เคยบอกนุ่มแล้ว และเมื่อวันนี้เราเลิกกัน หัวใจของพี่ก็ยังคงมีนุ่มเช่นเดิม พี่ยังรัก ยังห่วง และนุ่มยังเป็นคนเดียวในใจของพี่ตลอดไป เพราะฉะนั้นการบวชเป็นทางออกที่สุขที่สุด พี่เห็นนุ่มมีความสุข พี่ก็สุขใจ ทุกวันนี้พี่ไม่ได้เสียใจที่นุ่มรักคนอื่นแล้ว พี่ดีใจด้วยซ้ำที่นุ่มของพี่มีความสุข พี่ตั้งใจจะบวช เพื่อความสงบสุข และอุทิศผลบุญให้คนที่พี่ได้ฆ่าเขา…นุ่มยังคงเป็นผู้หญิงที่พี่รัก และจะเป็นแบบนั้นตลอดไป พี่ไม่คิดจะครอบครองอีกแล้ว เพราะพี่มันขี้คุก แต่พี่จะมองดูนุ่มมีความสุข นั่นคือสิ่งที่พี่ต้องการ เข้าใจพี่ไหม” พี่ชอปหันมามองหน้าฉันตอนนี้เรานั่งอยู่ที่สวนสาธารณะของหมู่บ้านด้วยกัน ที่ที่ฉันปั่นจักรยานออกมาทำแผลให้เขาในคืนนั้น“ทำไมเป็นคนแบบนี้” ฉันมองหน้าพี่ชอป เราสองคนนั่งที่เก้าอี้ม้าหินอ่อนริมน้ำตัวเดิมที่เคยนั่งด้วยกัน“เ
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา…-บ้านฮอลล์จิว-เวลา 19.12 น.“แม่ว่ามาอยู่กันแบบนี้ก็ดีนะ ไม่เหงาดี” แม่ของไอ้พี่พูด ระหว่างที่เรากำลังนั่งทานข้าวเย็นด้วยกันหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ไอ้พี่กลับไปฝึกงาน ที่บอกว่ากลับเพราะก่อนหน้านี้ที่เราทะเลาะกัน ไอ้พี่ขลุกอยู่แต่ในห้องเขากลับมาจากฝึกงานเขาก็มาดูแลฉัน ใส่ใจฉันเหมือนที่เคย ๆ ทำ และมันพิเศษกว่าเดิม เพราะเรามีคำว่า ‘รัก’ ให้กันช่วงที่ผ่านมาฉันไม่ได้กลับไปที่คอนโด รอแผลหายถึงจะกลับไป ไม่อยากให้คนในครอบครัวรู้ และไม่อยากให้พี่ชอปเป็นห่วง ด้านบัวลอยไข่หวานก็ให้พี่ตามมาเอาไปเลี้ยงที่บ้านให้ก่อน เหตุผลที่เอ่ยอ้าง ก็คือแม่ของไอ้พี่ไม่สบายอยากให้ฉันมาดูแล และท่านเป็นคนบอกกับพี่ชายของฉันเอง เพื่อความสมเหตุสมผลซึ่งพี่ชายของฉันก็ไม่ระแคะระคาย ด้านพ่อแม่เมื่อรู้ข่าวว่าแม่ของไอ้พี่ไม่สบายก็โทรเข้ามาถามไถ่ แม่ของไอ้พี่จึงจำต้องโกหกเพื่อช่วยฉัน เนื่องจากฉันไม่อยากให้ครอบครัวรู้ว่าฉันทำอะไรลงไป“เคลิ้มก็คิดแบบนั้น แต่ก็ตามใจน้อง” ไอ้พี่หันมายิ้มให้ฉัน แววตาดูเศร้าหมอง แต่ริมฝีปากยังคงฉีกยิ้ม“แล้วหนูจะกลับพรุ่งนี้เช้าเลยเหรอลูก ทำไมไม่อยู่จนมอเปิดล่ะ” แม่เอ่ยถา
NUMNIM TALK“เป็นยังไงบ้าง เจ็บแผลรึเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยถามเมื่อฉันลืมตาขึ้น เจ้าของเสียงคืออาของคู่หมั้นฉัน อาวอร์ม คุณหมอสุดหล่อที่มีภรรยาแสนสวย“นี่น้ำ” อาวอร์มยื่นน้ำให้ฉันดื่ม ฉันอ้าปากดูดน้ำจากหลอด“แผลไม่โดนจุดสำคัญ แต่ก็ลึกค่อนข้างลึกพอสมควร ทางที่ดีอย่าทำแบบนี้อีกคือดีที่สุดเข้าใจไหม” อาวอร์มพูดพร้อมกับยิ้มให้ฉัน“ค่ะ”“ทำอะไรคิดถึงครอบครัวด้วย อย่าเอาความเป็นความตายมาล้อเล่น นุ่มนิ่มอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงของโรคซึมเศร้า ยังไม่ถึงขั้นรุนแรง แต่อาจะจัดยาต้านเศร้าชนิดพิเศษที่อาทำขึ้นมาให้ไปทาน จะได้ไม่เกิดอาการคิดอยากฆ่าตัวตาย เราทุกคนต้องผ่านความเจ็บปวดด้วยกันทั้งนั้น เดี๋ยวนุ่มนิ่มก็ผ่านไปได้ ไม่มีชีวิตของใครสวยหรูไปซะทุกอย่าง”“ค่ะ”“ส่วนแผลที่คอ ไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นแผลเป็นขนาดใหญ่ เพราะอาเย็บแผลให้สุดฝีมือ ถ้าไม่สังเกตไม่มีทางรู้”“ค่ะ”“แล้วก็… หลานชายอาคนนี้ ถึงปากมันจะหมา พูดอะไรไม่คิด ขี้น้อยใจ แต่มันเป็นคนจริงใจนะ แล้วเรื่องของนิ่มมันก็ค่อนข้างเซ้นซิทีฟกับคนแบบเคลิ้ม มันเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก… ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าทิ้งหลานชายของอาไปไหนนะ” เมื่ออาของไอ้พี่พูดเรื่องนี้ข
“ไอ้อ้วน อีบ้า… มึงมันบ้ากว่ากู กล้าจะตายก่อนกูได้ไง กูผิดเอง กูผิดเองที่ไม่เชื่อคำพูดมึง กูผิดเองที่ท้าเรื่องบ้าบอแบบนั้น กูรักมึงนะอ้วน กูรักมึง รักมึงมาก” ผมโน้มตัวลงไปกอดซบที่หน้าท้องของนุ่มนิ่มกว่าจะรู้ว่ามีอยู่จริง ก็เกือบจะสูญเสียสิ่งสำคัญไป เหมือนกับความรักที่มันมีให้ผม กว่าผมจะเชื่อว่ามันรักผม ผมก็เกือบเสียมันไปเพราะความคิดบ้า ๆ ที่อยากให้มันพิสูจน์ ใครจะคิดว่าคนเซ่อซ่าอย่างมันจะทำจริง บทจะบ้าแม่งก็บ้าเกินคนดีนะที่ผมไม่ท้าให้มันโดดระเบียงบ้าน ไม่งั้นผมคงไม่ได้กอดร่างที่ยังมีลมหายใจ“ต่อไปจะพูดอะไรกับน้องก็คิดให้ดี เพราะความรู้สึกของคนมันมีขีดจำกัดความอดทนไม่เท่ากัน ตอนที่เคลิ้มพูดเคลิ้มอาจจะสะใจที่ได้พ่นมันออกมา แต่ตอนที่น้องฟัง น้องอาจจะคิดก็ได้ว่าถ้าตายแล้วเคลิ้มเชื่อ มันก็คุ้มค่าที่น้องจะแลก เพราะน้องคงจะเสียใจมากที่เลิกกับเคลิ้ม… คำพูดเดียวกัน แต่ความรู้สึกมันต่างกันนะลูก แม่รู้ว่าเคลิ้มรักน้องมาก เคลิ้มกลัวการที่น้องจะบอกเลิกตัวเอง เคลิ้มถึงได้ชิงบอกเลิกเพื่อสร้างเกาะป้องกันความรู้สึกเสียใจเอาไว้ว่าอย่างน้อย ก็ไม่ใช่น้องที่ทิ้งเคลิ้ม แต่เป็นเคลิ้มที่ทิ้งน้อง แต่บางทีเร
KLOEM TALK“เชื่อหรือยังว่านิ่มรักพี่” เสียงที่พยายามเปล่งออกมาทำเอาผมโคตรรู้สึกผิด เลือดที่ไหลพุ่งเอามือปิดก็ไม่หยุดไหล ทำผมสั่นไปทั้งตัว ไม่รู้ควรเริ่มจากตรงไหนนุ่มนิ่มมันกำลังหมดสติ ส่วนผมยังดึงสติไม่ได้“กูรักมึง กูรักมึง กูเชื่อแล้วว่ามึงรักกู กูเชื่อแล้ว กูขอโทษ…” ผมจูบลงที่ริมฝีปาก ซึ่งตอนนี้เลือดมันเลอะไปหมด เลอะทั้งผมและตัวของนุ่มนิ่มด้วย“แม่! พ่อ!” ผมแหกปากตะโกนดังลั่น และมั่นใจว่าพวกท่านต้องได้ยิน บางทีท่านอาจจะได้ยินตั้งแต่ที่ผมร้องก่อนหน้านี้แล้ว“อย่าตายนะอ้วน อย่าตาย อย่าทิ้งพี่ อย่าจากพี่ไป… พี่เชื่อน้องแล้ว เชื่อแล้ว” ผมนั่งกอดร่างนุ่มนิ่มไว้แน่น ผมทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้ ผมช็อกจนขาหมดเรี่ยวแรงที่จะลุกยืน ผมไม่มีแรงที่จะพามันไปโรงพยาบาลไม่สิ ความจริงตอนนี้แค่ผมลุกขึ้นยืนยังไม่มีแรงเลย“หนูนิ่ม!” พ่อแม่ที่เปิดประตูเข้ามาร้องเป็นเสียงเดียวกัน“เฮ้ย!”“พี่… ช่วยนิ่มที รักษานิ่มหน่อยพี่ ห้ามเลือดมันหน่อย นิ่มมันปาดคอตัวเอง เคลิ้มใจจะขาดแล้วพี่…” ผมรีบเอ่ยขอร้องเมื่อใครอีกคนร้องขึ้น และเขาคนนั้นคืออาของผม คนที่สามารถช่วยนุ่มนิ่มได้“พี่ฮอลล์ไปเปิดห้องนั้นให้วอร์มหน่อย”







