LOGINบทที่2
เหนื่อยใจ
หลังจากที่ยายศรีเดินเข้าไปในบ้าน เตชินท์ก็เดินตรงไปยังบ้านตรงข้ามซึ่งก็คือบ้านข้างๆของบ้านเขา เตชินท์ถอนหายใจก่อนที่จะกดกริ่ง
“ใครครับ” เสียงชายหนุ่มดังขึ้นก่อนที่จะเปิดประตูออกมาจากบ้าน
“มีอะไร” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามชายหนุ่มตรงหน้า
“น้าพิมพ์ไม่อยูหรอ” เตชินท์มองหน้าไปในบ้าน
“ถ้าอยู่ก็เห็นเเล้วดิ” ไต้ฝุ่นยิ้มพลางพูดออกมา
“กวนตีน” เตชินท์ได้แต่ถอนหายใจแล้วบ่นเบาๆ“เเล้วนี้ มีอะไรป่ะ หรือว่าคิดถึง” ไต้ฝุ่นเอียงคอถามชายหนุ่มรุ่นน้อง
“คิดถึงกับผีดิ เเม่ให้เอาเเกงเขียวหวานให้ต่างหาก” เตชินท์ยื่นถ้วยแกงเขียวหวานให้อีกฝ่าย
“ขอบใจ”
“ใครมาหรอลูก” เสียงของน้าพิมพ์ดังขึ้นมาก่อนที่เธอจะเดินตรงมาหาเขา
“อ้าวตุลย์”
“สวัสดีครับน้าพิมพ์ พอดีเเม่ให้เอาเเกงเขียวหวานมาให้น่ะครับ” เตชินท์ยิ้มตอบ
“ขอบใจมากนะลูก เอ้อ พรุ่งนี้ไปโรงเรียนวันเเรกตุลย์ไปโรงเรียนยังไงลูก”
“น่าจะนั่งวินครับ”
“งั้นพรุ่งนี้ก็ไปพร้อมไต้ฝุ่นสิ ยังไงก็โรงเรียนเดี๋ยวกัน” พิมพ์มาดายิ้มก่อนจะหันไปหาลุกชายของตน
“เอ่อ ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ผมเกรงใจ” เตชินท์รีบปฏิเสธทันทีเพราะตนไม่อยากนั่งรถไปกับอีกฝ่าย
“เกรงจงเกรงใจอะไรล่ะลูกคนกันเองมั้งนั้น ตุลย์เข้าม.4ครั้งเเรก เเถมยังเป็นโรงเรียนใหม่ยังไม่มีเพื่อนเดี๋ยวให้ไต้ฝุ่นเขาช่วยเเนะนำโรงเรียนให้ ไต้ฝุ่นปีนี้ก็ม.5เเล้วเเนะนำน้องด้วยล่ะ” พิมพ์มาดาเอ่ยพลางมองทั้งคู่สลับกัน
“ได้เลยครับเม่”
“เเต่ผมว่าไม่เป็นไรดีกว่าครับ ผมไม่อยากรบกวน” เตชินท์ปฏิเสธอีกครั้ง
“ไม่รบกวนหรอก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ตุลย์ไปโรงเรียนพร้อมไต้ฝุ่นละกันนะ”
“ก็ได้ครับ” เมื่อไม่มีทางเลือกเตชินท์จึงทำได้แค่ตอบตกลง
“ตุลย์ยายเอาถ้วยวางไว้ตรงนี้นะลูก” เสียงของยายศรีที่อยู่บ้านตรงข้ามดังขึ้น
“ครับยาย” เตชินท์หันกลับไปตอบก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่าย
“เดี๋ยวถ้วยนี้น้าให้ฝุ่นเอาไปให้ตอนค่ำนะลูก”
“ได้เลยครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับน้าพิมพ์”
“จ้ะ ยืนทำไมล่ะเราเอาเเกงเข้าบ้านสิ” พิมพ์มาดาหันไปบอกลุกชายของตนที่ยืนทำหน้ากวนใส่อีกฝ่าย
“ครับๆ”
เตชินท์เดินไปเอาถ้วยที่ยายศรีวางไว้ ก่อนที่จะเดินกลับเข้าบ้านไป
“เเม่ครับ เดี๋ยวตุลย์ขอตัวไปเตรียมกระเป๋าสักครู่นะครับ”
“ได้เลยลูก เสร็จเเล้วก็ลงมานะพ่อใกล้จะกลับบ้านเเล้ว จะได้มากินข้าวกัน”
“โอเคครับเเม่”
เตชินท์ยิ้มก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนห้อง เขาเปิดตารางเรียนของวันเเรกของการเปิดเทอมเเละเตรียมความพร้อมสำหรับการไปโรงเรียน
เตชินท์มองไปยังชุดนักเรียนที่เเขวนไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าพลางหันไปมองพระพุทธรูปที่อยู่บนแท่นบูชาก่อนที่จะบ่นกับตัวเอง
“หลวงพ่อครับ ขอให้พรุ่งนี้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี โดยเฉพาะกับไอ้พี่ข้างบ้าน ขออย่าได้ตามจองล้างจองผลาญกันเลยนะครับ สาธุ” เตชินท์ยกมือไหว้ขึ้นหัวก่อนที่เสียงของมารดาจะดังขึ้น
“ตุลย์ พ่อมาเเล้วนะลูก ลงมากินข้าว”
“ครับเเม่”
สิ้นเสียงของมารดาเตชินท์ก็เก็บของให้เข้าที่ก่อน
จะเดินลงมาถึงข้างล่าง ตอนนี้โต๊ะอาหารถูกจัดไว้เรียบร้อย เตชินท์มองบิดาของเขาที่พึ่งกลับมาจากทำงานที่กำลังยิ้มให้ตนด้วยความอบอุ่น
“มาลูก มากินข้าวกัน”
“ทำงานเหนื่อยมั้ยครับพ่อ” เตชินท์เลื่อนเก้าอี้เบาๆ
ก่อนจะนั่งลงถามผู้เป็นพ่อ
“ไม่เท่าไหร่ลูก เเค่กลับมาบ้านเเเล้วได้กินของ
อร่อยๆ เเค่นี้พ่อก็หายเหนื่อยเเล้ว”
“เอาจานมาลูกแม่จะตักข้าวให้ จะได้รีบกินข้าว”
“ครับเเม่”
พูดจบเตชินท์ก็หยิบจานมาตักข้าวให้พ่อเเละแม่ของตนทันที เราทั้งสามคนชอบกินข้าวที่บ้านเพราะผู้เป็นแม่ทำอาหารอร่อย นานๆทีถึงจะมีโอกาสได้ออกไปกินข้าวข้างนอก เเต่การที่ได้กินข้าวในบ้านมันกลับทำให้เตชินท์ชอบในการทำอาหารไปในตัว รู้ตัวอีกทีเขาก็ดูคลายคนเป็นที่อินโทรเวิร์ตไปเเล้ว
“ตุลย์ พรุ่งนี้ไปโรงเรียนวันเเรก จะให้พ่อไปส่งมั้ย” บิดาของเตชินท์เอ่ยถามลูกชาย
“ไม่เป็นไรครับพ่อ พอดีน้าพิมพ์เขาบอกว่าจะให้ผมไปกับลูกน้าเขาน่ะครับ” ชายหนุ่มหันไปยิ้ม
“ลืมไปเลย ไต้ฝุ่นปีนี้ก็ม.5เเล้วนิ ถ้าลูกมีอะไรสงสัยก็ถามพี่เขาได้เลยนะ ไต้ฝุ่นน่ะเขาเป็นเด็กกิจกรรม เเถมยังเก่งทั้งดนตรีทั้งกีฬาเรื่องไหนที่เราไม่ถนัดก็ถามพี่เขาเข้าใจมั้ย” มารดาเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“เเล้วก็อย่าไปดื้อกับพี่เขาล่ะ”
“พ่อไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่เริ่มก่อนอยู่เเล้ว” เตชินท์ยิ้มก่อนที่จะส่ายหน้าเบาๆ ถึงแม้ว่าพ่อและแม่จะรู้ว่าตนกับพี่ข้างบ้านไม่ถูกกันแต่เขาก็ยังอยากให้ทั้งคู่ไปด้วยกันอยู่ดี
“เรานี่จริงๆเลยจะเเข่งกันไปถึงไหน ตอนเด็กๆก็ยังเห็นตุลย์ชอบไปเล่นกับพี่เขานิ ตัวติดกันจะตายทำไมโตมาถึงไม่ชอบหน้ากันได้เนี่ย” มารดาเอ่ยออกมาพลางตักแกงเขียวหวานใส่จานลูกชาย
“ไม่มีอะไรหรอกครับ เเค่ต่างคนต่างก็โตขึ้นมั้งครับ ก็เลยต่างคนต่างไปเลยไม่สนิทเหมือนเมื่อก่อนเเค่นั้นเอง”
“เอาเถอะ เเต่พรุ่งนี้ไปเรียนวันเเรก พ่อก็ขอให้ลูกผ่านทุกอย่างไปได้ด้วยดีนะลูก”
“ขอบคุณนะครับพ่อ”
“เอาล่ะ เเม่ว่าเรารีบกินข้าวกันดีกว่า เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นซะก่อน”
“ครับ”
หลังจากที่เราทั้งสามนั่งกินข้าวเเละคุยเรื่องต่างๆกันเสร็จ เตชินท์ก็เดินถือจานไปในห้องครัวก่อนที่จะล้างจานช่วยมารดาตามปกติ
“ตุลย์ ลูกไปพักเถอะ เดี๋ยวตรงนี้เเม่ล้างเอง”
“ไม่เป็นไรครับเเม่ ตรงนี้ใกล้เสร็จเเล้ว เเม่ขึ้นห้องเถอะครับ เดี๋ยวตุลย์ล้านจานเสร็จก็ขึ้นห้องเเล้ว” เตชินท์ที่กำลังล้างจานหันมายิ้มให้มารดา
“โอเค งั้นเเม่ฝากตุลย์ปิดบ้านด้วยนะลูก”
“ครับเเม่ ฝันดีนะครับ”
“ฝันดีจ้ะ อย่านอนดึกนะพรุ่งนี้ไปโรงเรียนนะ”
“ครับเเม่” เตชินท์ยิ้มพลางหันไปล้างจานต่อจนเสร็จ ไม่นานร่างสูงก็เดินออกมาจากครัวก่อนที่จะเดินไปนั่งที่โซฟามือเรียวหยิบรีโมทขึ้นมาเปิดทีวีดู
กริ่งงงง กริ่งงง
“ใครมาว่ะ” เตชินท์บ่นเบาๆแต่ก็ตัดสินใจเดินออกไปจากบ้าน ก่อนที่จะเห็นชายร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าบ้านซึ่งก็คือไต้ฝุ่น
“มีไร” เขาถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนัก
“เเม่ให้เอาจานมาคืน” ไต้ฝุ่นยื่นถ้วยแกงที่เขาเป็นคนเอาไปให้ส่งคืนแก่เจ้าของ
“อือ ขอบใจ” เตชินท์พูดจบก็รีบเดินหันหลังใส่อีกฝ่าย เขาก้าวขาออกมาประมาน2ก้าวทว่าเสียงของชายหนุ่มก็ตังขึ้นตามหลัง
“เดี๋ยว” เสียงของชายหนุ่มพูดขึ้นก่อนที่จะเงียบไป
“มีไรอีก” เตชินท์หันหน้ามามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าบ้าน
“พรุ่งนี้อ่ะ มารอหน้าบ้านนะ6โมงครึ่ง”
“โรงเรียนก็อยู่ไม่ไกล ไปทำไมเเต่เช้า” เตชินท์ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายวางแผนอะไร บ้านของเขาอยู่ห่างจากโรงเรียไม่ถึงห้ากิโลด้วยซ้ำเหตุใดจึงต้องไปเช้าขนาดนั้น
“เออ เถอะน่ะ 6โมงครึ่งตามนั้น” ไต้ฝุ่นพยายามพูดโน้มน้าวให้อีกฝ่ายยอมตกลง
“เออๆ ขี้บังคับจังว่ะ” เตชินท์ปัดความรำคาญด้วยการตอบตกลงไป
“นี่ พูดดีๆ ฉันเป็นพี่เเกนะ”
“ไม่นับถือ”
“ไอ้เด็กนี่ วอนตีนซะเเล้ว”
“ไปดีกว่า เบื่อไอ้พวกชอบใช้กำลัง” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มเสียงดังเตชินท์จึงเดินหันหลังออกไปทันที
“อย่าลืมนะ6ครึ่ง”
“เออ รู้เเล้วย้ำไรนักหน้า คนนะเว้ยไม่ใช่ปลาทองจะได้ความจำสั้นขนาดนั้น” เตชินท์ที่เดินเข้ามาในบ้าน ตะโกนออกไปเมื่อเห็นว่าชายรางสูงยังไม่กลับ ก่อนที่เขาจะเดินเข้าบ้านเเละปิดไฟหน้าบ้าน พร้อมกับเดินจะเอาจานไปเก็บในห้องครัว
“หมดอารมย์ดูหนังเลย ขึ้นห้องดีกว่า”
หลังจากที่ปิดทีวีเสร็จ เตชินท์ก็เดินขึ้นบ้านเเละอาบน้ำทำความสะอาดตัวเองเขาหยิบชุดนอนเรียบๆมาใส่ก่อนที่จะเดินมาที่เตียงเเละไม่ลืมที่จะตั้งนาฬิกาปลุกเเละปิดไฟในห้อง
เมื่อหัวของชายหนุ่มถึงหมอน เขาก็สัมผัสได้ถึงความหนักของหนังตาที่เริ่มหย่อนลงมาเเละไม่นานนักเตชินท์ก็หลับไปในห้วงนิทรา
บทที่8ไก่ย่างวันถัดมาเตชินท์และไต้ฝุ่นออกจากบ้านแต่เช้าเหมือนวันแรก และไต้ฝุ่นก็ยังคงขับรถไปกินโจ๊กร้านเดิมเหมือนทุกเช้าที่เขามาโรงเรียน7.30น.กรงรถของโรงเรียน “ตอนเย็นวันนี้เเกเลิกค่ำมั้ย” ไต้ฝุ่นเอ่ยถาม “ไม่รู้” เตชินท์ตอบสั้นๆ “งั้นฉันรอที่เดิม” ไต้ฝุ่นหันมาหาอีกฝ่าย “นายไม่ต้องรอก็ได้นะ ว่านี่ฉันกะว่าจะให้พี่เกื้อหนุนติววิชาคณิตให้” เตชินท์เอ่ยออกมาพลางยักคิ้วให้อีกฝ่าย “งั้นฉันไปด้วย” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมา “จะไปทำไม” “ก็จะไปหาเกื้อหนุนไง กะจะทำคะเเนนหรอ อย่าหวังเลยไอ้น้อง” ไต้ฝุ่นเอ่ยพลางยิ้มเยาะเย้ย “ใครน้องมึง” เตชินท์เอ่ยออกมา “เเรงนะอันนี้” ไต้ฝุ่นมองหน้าอีกฝ่าย “ไม่เเรงหรอก หน้าด้านเเบบนี้ไม่น่าสะเทือน” พูดจบเตชินท์ก็เดินหนีทันที “ไอ้ตุลย์ อ้าวเฮ้ย ด่าเเล้วเดินหนีเเบบนี้ได้เลยหรือ ไอ้เวรเอ้ย” หลังจากที่เตชินท์เดินออกไปไต้ฝุ่นก็ยืนบ่นหัวเสียอยู่ตรงนั้น “นี่ ตะโกนอะไรเสียงดังเนี่ย” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น “เกื้อ โทษทีพอดีไอ้ตุลย์มันกวนตีนเราอ่ะ” เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ไต้ฝุ่นก็หยุดโวยวายทันที “ตุลย์นี่นะกวนตีน ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าบอกว่าแกกวนตุลย์เราจะเชื่อมากกว
บทที่7จีบ “ขึ้นรถดิรอไร” ไต้ฝุ่นเอ่ยด้วยความหงุดหงิด “เอาโทรศัพท์มา” เตชินท์เอ่ยพลางยื่นมือออกไป “ทำไมวันนี้เลิกช้าเเล้วไม่บอก” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้อีกฝ่าย “ทำไมต้องบอก จะกลับก็กลับไปดิ รอทำไม” เตชินท์ถอนหายใจ “ฉันก็ไม่ได้อยากจะรอหรอก เเต่เเม่ให้ฉันกลับมารับตั้งหากรีบขึ้นมาได้ล่ะ เสียเวลาจริงๆ” “อือ” เมื่อเห็นท่าทีอารมณ์เสียของพี่ข้างบ้าน เตชินท์ก็ยอมขึ้นรถเเละไม่ต่อปากต่อคำต่อเพราะกลัวจะมีเรื่อง เมื่อเห็นแบบนั้นไต้ฝุ่นก็ส่ายหัวออกมาก่อนที่จะขับรถออกไป ระหว่างทางทั้งคู่ไม่ได้คุยกันเลยแม้แต่น้อย ทำให้บรรยากาศบนรถไม่ค่อยดีนะ แต่ไม่นานนักทั้งคู่ก็กลับมาถึงบ้าน“ขอบใจ” เตชินท์ลงจากรถพลางเอ่ยปากบอกอีกฝ่ายตามมารยาท“นี่ เอาเบอร์มา” ไต้ฝุ่นเอ่ยเสียงดัง“เอาไปทำไม” เตชินท์ทำหน้าสงสัย“เอาไว้โทรไง พรุ่งนี้เวลาเดิม” ไต้ฝุ่นยื่นโทรศัพท์ของตนให้อีกฝ่าย“ไม่ให้ได้ป่ะ ไม่อยากมีเบอร์” เตชินท์มองหน้าอีกฝ่าย“เอามาเถอะน่ะ เอาไลน์มาก็ได้” ไต้ฝุ่นถอนหายใจ“อือๆ” เตชินท์ตอบก่อนจะตัดปัญหาโดยการให้ไลน์ไป“ว่าเเต่ นายชอบพี่เกื้อหนุนหรือ” เตชินท์เอ่ยถามขณะที่อีกฝ่ายสแกนไลน์ของตน“
บทที่6สายรหัส หลังจากที่อาจารย์ประจำห้องเดินออกไป หญิงสาวรุ่นพี่ก็เดินมาทางชายหนุ่มที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ “น้องตุลย์ทำอะไรอยู่อ่ะ พี่เห็นทำหน้าเครียดตั้งเเต่เปิดสมุดล่ะ” มินตราเอ่ยถาม “เมื่อเช้าเรียนคณิตน่ะครับเเล้วผมไม่เข้าใจ เลยเอามาทบทวน” เตชินท์ตอบด้วยรอยยิ้ม “ให้เกื้อสอนสิ เกื้ออ่ะเก่งคณิต” ศิวกรพูดออกมา “จริงหรอครับ” “ไหน ไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวพี่สอน” เกื้อหนุนขยับเข้ามาหารุ่นน้องชายก่อนจะมองไปที่หนังสือเรียนของเขา “ตรงนี้ครับ” เตชินท์ชี้ไปยังจุดที่ตนเองสงสัย “อ่อ พี่จะสอนวิธีที่ง่ายๆนะ ตรงนี้มีวงเล็บใช่มั้ย ตุลย์ก็ทำตรงวงเล็บก่อน เเล้วก็เอาทั้งหมดมาวางไว้ตรงนี้ เเล้วก็หาอีกวงเล็บ เเต่สังเกตดีๆตรงนี้มีตัวยกกำลัง อย่าลืมเอามาหาค่าด้วย ทีนี้ก็เอาสองตัวมารวมกัน เเละก็ปัดเศษ ไหนลองทำซิ” เกื้อหนุนอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจก่อนจะลองให้เตชินท์แก้โจทย์เอง “ครับ” เตชินท์กับเพื่อนตั้งใจฟังเเละคำนวนตามที่พี่เกื้อหนุนสอน ก่อนที่จะสรุปผลรวม “ทั้งหมด155.836 ปัดเศษขึ้นเป็น156ใช่มั้ยครับ” ชัยชนะตอบ “อือ ถูกเเล้ว เห็นมั้ย ไม่ยากเลย” เกื้อหนุนเอ่ยชมน้องๆทั้งสี่ “พี่เกื้อนี้เก่งจังเลยนะ
บทที่5น้ำเเดง พวกเรากินข้าวกันมาได้สักพักพี่สาวคนสวยก็หยิบกระเป๋าก่อนที่จะหาอะไรสักอย่าง “เเกหาอะไรอ่ะเกื้อ” ศิวกรเอ่ยถามเพื่อนสาวที่กำลังทำท่าเหมือนหาของ “ฉันลืมเอาขวดน้ำมาอ่ะ” “งั้นก็ไปซื้อใหม่ดิ” มินตราเอ่ยออกมา “พี่จะไปซื้อน้ำมีใครฝากซื้อมั้ย” เกื้อหนุนเอ่ยถามน้องๆที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ “เดี๋ยวหนูไปด้วยค่ะ” อลิษาเอ่ยออกมาพลางหยิบกระเป๋าตังของเธอขึ้นมาถือไว้ “โอเคค่ะ” “เกื้อๆ” ทว่าในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะลุกขึ้นก็มีเสียงของชายหนุ่มเรียกชื่อมาแต่ไกล “อ้าวไต้ฝุ่น มีอะไรหรือป่าว” เกื้อหนุนหันไปถามผู้มาใหม่ทันที “คือเราซื้อน้ำมาให้อ่ะ เห็นว่าเกื้อยังไม่มีน้ำ” ได้ฝุ่นยื่นแก้วน้ำอัดลมสีแดงให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “อ่อ ขอบใจนะ เเต่ช่วงนี้เรางดน้ำอัดลมอ่ะ” เกื้อหนุนปฏิเสธอย่างสุภาพ “เพื่อนเราอุส่าเอาน้ำมาจีบเกื้อ จะไม่ยอมรับรักเพื่อนเราหน่อยหรอ” อนาวินพูดขึ้น “เรื่องนี้เราว่าให้เกื้อหนุนตัดสินใจเองดีกว่านะ การที่พวกเเกทำเเบบนี้เกื้อมันอึดอัดรู้ป่ะ” มินตราเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกดดันเพื่อนของตน “เกื้อยังไม่ได้พูดสักคำเลยป่ะ เเกเองหรือป่าวโมที่มายุ่ง” รัตนากรพูดออกมาเสร
บทที่4เพื่อนใหม่บรรยากาศของโรงเรียนในยามเช้าของโรงเรียน นักเรียนต่างพากันตื่นเต้นเเละดูจะร่าเริงมาก เตชินท์เดินไปที่เเถวห้องม.4/1 ซึ่งก็คือห้องที่มีเเต่นักเรียนหัวกะทิของโรงเรียน หรือเรียกง่ายๆว่าห้องกิฟต์ “เธอๆ ตรงนี้ใช่ห้องม.4/1มั้ย” อลิษาที่วิ่งเข้ามาใหม่เอ่ยถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่ “ใช่ๆ” “คิดว่าจะสายซะเเล้ว ว่าเเต่เธอชื่ออะไรหรอ” “เราชื่อตุลย์นะ เเล้วเธอล่ะ” เตชินท์หันไปตอบเพื่อนสาวคนใหม่ “เราชื่อไอริน ยินดีที่ได้รู้จักนะ” อลิษาเอ่ยออกมาพลางยิ้มให้อีกฝ่าย “ยินดีที่ได้รู้จัก” “ไอริน มาทางนี้” เสียงของหญิงสาวอีกคนดังขึ้นก่อนที่อลิษาจะหันไปมอง “ไปกันตุลย์ เดี๋ยวเราจะเเนะนำเพื่อนให้รู้จัก” “โอเค” เตชินท์เดินตามเพื่อนสาวคนใหม่ไปยังด้านหน้า ก่อนที่จะเห็นเพื่อนสาวอีกคนที่ใส่เเว่นยืนอยู่ “ไอรินนี้ทิศเหนือนะ พึ่งรู้จักกันเมื่อกี้” ธารารัตน์เอ่ยพลางผายมือไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ “เเพมนี่ตุลย์พึ่งเจอเมื่อกี้เหมือนกัน” “ตุลย์จำเราได้ป่ะ” เสียงของชัยชนะดังขึ้น “เอ่อนายคือ..” “ที่ตอนวันประถมนิเทศเรานั่งอยู่ข้างหลังนายอ่ะ เเล้วเรายืมปากกานายมาเขียนชื่อจำได้ป่ะ” ชัยชนะพ
บทที่3โจ๊ก เเสงเเดดยามเข้าค่อยๆขึ้นรับกับขอบฟ้า เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ก็ดังขึ้น เตชินท์งัวเงียตื่นจากที่นอนมือเรียวเอื้อมไปปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ส่งเสียงดังไม่หยุดจนเสียงนั้นหายไปเขาค่อยๆดันตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางบิดขี้เกียจนิดหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้คลายเส้น ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเเละเดินเข้าไปอาบน้ำท ไม่นานนักชุดนักเรียนที่ถูกเตรียมไว้ตั้งเเต่เมื่อคืนก็มาอยู่บนตัวของเตชินท์เเล้ว ชายหนุ่มจัดเสื้อผ้าเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบกระเป๋าเเละเดินออกจากห้องนอนพลางเดินลงมาข้างล่าง “ทำไมเสร็จเเต่เช้าล่ะลูกพึ่งเเต่6โมงครึ่งเอง” เสียงของผู้เป็นพ่อดังขึ้นขณะที่มารดาอยู่ในครัว “พอดีพี่เขานัดตุลย์เวลานี้น่ะครับ ไม่รู้จะไปทำไมเเต่เช้า” เตชินท์ใส่นาฬิกาข้อมือพลางหันไปคุยกับบิดา “สงสัยพี่เขากลังรถติดมั้งลูก เเล้วนี้ตุลย์จะกินข้าวก่อนมั้ย” “ไม่เป็นไรครับพ่อ เดี๋ยวตุลย์ไปกินที่โรงเรียนก็ได้ครับ” “โอเคลูก นี้เงินนะ” ผู้เป้นพ่อยื่นเงินแบงค์ร้อยให้ชายหนุ่มก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มรับพร้อมยกมือไหว้ “ขอบคุณครับ งั้นผมไปเรียนก่อนนะครับพ่อเเม่” “จ้า ตั้งใจเรียนนะลูก” เสียงของมารดาที่อยู่ในครัวดังขึ้น “ไปดีมาดี







