Masukบทที่5
น้ำเเดง
พวกเรากินข้าวกันมาได้สักพักพี่สาวคนสวยก็หยิบกระเป๋าก่อนที่จะหาอะไรสักอย่าง
“เเกหาอะไรอ่ะเกื้อ” ศิวกรเอ่ยถามเพื่อนสาวที่กำลังทำท่าเหมือนหาของ
“ฉันลืมเอาขวดน้ำมาอ่ะ”
“งั้นก็ไปซื้อใหม่ดิ” มินตราเอ่ยออกมา
“พี่จะไปซื้อน้ำมีใครฝากซื้อมั้ย” เกื้อหนุนเอ่ยถามน้องๆที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ
“เดี๋ยวหนูไปด้วยค่ะ” อลิษาเอ่ยออกมาพลางหยิบกระเป๋าตังของเธอขึ้นมาถือไว้
“โอเคค่ะ”
“เกื้อๆ”
ทว่าในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะลุกขึ้นก็มีเสียงของชายหนุ่มเรียกชื่อมาแต่ไกล
“อ้าวไต้ฝุ่น มีอะไรหรือป่าว” เกื้อหนุนหันไปถามผู้มาใหม่ทันที
“คือเราซื้อน้ำมาให้อ่ะ เห็นว่าเกื้อยังไม่มีน้ำ” ได้ฝุ่นยื่นแก้วน้ำอัดลมสีแดงให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
“อ่อ ขอบใจนะ เเต่ช่วงนี้เรางดน้ำอัดลมอ่ะ” เกื้อหนุนปฏิเสธอย่างสุภาพ
“เพื่อนเราอุส่าเอาน้ำมาจีบเกื้อ จะไม่ยอมรับรักเพื่อนเราหน่อยหรอ” อนาวินพูดขึ้น
“เรื่องนี้เราว่าให้เกื้อหนุนตัดสินใจเองดีกว่านะ การที่พวกเเกทำเเบบนี้เกื้อมันอึดอัดรู้ป่ะ” มินตราเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกดดันเพื่อนของตน
“เกื้อยังไม่ได้พูดสักคำเลยป่ะ เเกเองหรือป่าวโมที่มายุ่ง” รัตนากรพูดออกมาเสริม
“ใจเย็นๆ อย่าทะเลาะกันดิ น้องๆก็นั่งอยู่ เอาเป็นว่าน้ำเเก้วนี้เรารับไว้นะ เเต่เราขอไม่กินแล้วกันนะ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนกำลังมีปากเสียงกับเพื่อนของอีกฝ่าย เกื้อหนุนเลยต้องจำใจรับน้ำแก้วนั้นจตากมือของชายหนุ่ม
“เอางั้นหรอ”
“อือ”
หลังจากที่อิตาบ้าเเละเพื่อนของเขาเข้ามาทำลายความสงบสุขของโต๊ะอาหารพี่เกื้อหนุนก็ยอมรับน้ำเเดงเเก้วนั้นก่อนที่จะมาวางตรงหน้าเขา
“อะไรหรอครับพี่เกื้อ” เตชินท์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พี่ให้”
“เเต่…”
“ไต้ฝุ่นให้พี่มาเเล้ว มันเป็นของพี่ พี่จะให้ใครต่อก็ได้ถูกมั้ยฝุ่น” เกื้อหนุนหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่
“อือ เเล้วเเต่เกื้อเลย” ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยพอใจนักที่หญิงสาวยื่นน้ำที่เขาซื้อให้เด็กข้างบ้าน แต่เขาก็ทำอะไรมากไม่ได้
“กินสิตุลย์”
“เเต่…”
“กินเถอะ พี่จะได้สบายใจ” เกื้อหนุนหันไปมองเตชินท์ด้วยรอยยิ้ม
“โอเคครับ”
เตชินท์ยกเเก้วน้ำตรงหน้าขึ้นมาดื่ม เเละหันไปยิ้มเย้ยใส่ชายหนุ่มรุ่นพี่
“โอเคสบายใจล่ะ งั้นเราไปกันเถอะไอริน”
พูดจบเกื้อหนุนก็จับมืออลิษาออกไป ทำให้กลุ่มชายที่เข้ามาถึงกับหน้าเเหก จะว่าไปพี่เกื้อหนุนก็ดูน่าสนใจนะ รุ่งพี่สาวดูเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนนิ่งๆเข้าถึงยาก เเต่ความจริงก็ไม่ใช่เลยสักนิด เตชินท์นั่งนึกได้ไม่นานก็มีมารมาขัดจังหวะจนได้
“ยิ้มไร จ่ายเงินมาด้วย” ไต้ฝุ่นยื่นมือมาทางเขา
“ไรอ่ะ เเก้วนี้พี่เกื้อให้ฉัน” เตชินท์เถียง
“เเต่ฉันซื้อเกื้อ เพราะฉะนั้นแกต้องจ่าย”
“ไม่ให้” เตชินท์หยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มพลางยิ้มมุมปาก
“นี่ ไอ้เด็กเวร อย่ามายั่วโมโห” ไต้ฝุ่นพูดออกมาด้วยท่าทางอารมณ์เสีย
“ฝุ่น เราว่าเเกอย่าหาเรื่องน้องเลยดีกว่า” ศิวกรที่นั่งอยู่ข้างๆเอ่ยขึ้น
“ไม่เป็นไรครับพี่ซิม ไอ้นี่มันเป็นพี่ข้างบ้านตุลย์เอง ถึงอยู่โรงเรียนจะเป็นตัวท็อปเเต่สำหรับผมก็เเค่พวกขี้เก็ก” เตชินท์เอ่ยออกมาก่อนจะส่ายหน้าถอนหายใจ
“กูเป็นพี่มึงนะ” ไต้ฝุ่นตะโกนลั่น
“ไม่นับถือเว้ย” เตชินท์หันมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“น้องมึงนี่ กวนตีนได้มึงเเน่เลยว่ะ” อดิศรกระซิบไต้ฝุ่นเบาๆ
“พี่ชื่อกีต้าร์นะ”
“พี่ชื่อเอส”
“ส่วนพี่วินเนอร์”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะทุกคน โดยเฉพาะน้องตุลย์” อดิศรเอ่ยออกมาอย่างเป็นมิตร
“ครับ”
“พวกมึงจะไปคุยกับมันทำไมเนี่ย” ไต้ฝุ่นหันไปโวยวายเพื่อน
“ก็กูเจอเเล้วไง คนที่ศิลเสมอกับมึง” อดิศรเอ่ยออกมาพลางหัวเราะเบาๆ
“ไอ้เด็กนี่อะนะ”
“ถึงฉันจะเด็กเเต่ฉันก็มีสมองกว่าผู้ใหญ่บางคนนะ” เตชินท์เอ่ยออกมา
“เย็นนี่มึงเดินกลับเลยนะ”
“ไม่ได้อยากมาด้วยอยู่เเล้วเถอะอย่าสำคัญตัว ถ้าไม่ติดว่าแม่นายขอให้มาฉันมากับนายฉันก็ไม่มาหรอก” เตชินท์ถอนหายใจก่อนจะพูดออกมา
“เอาล่ะๆ พอเถอะ พวกเเกก็ไปได้เเล้วคนมองเต็มเลยเนี่ย” มินตราเอ่ยออกมาเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายหยุดทะเลาะกัน
“จริง อีกอย่างที่เกื้อมันไม่ชอบฝุ่นอาจจะเป็นเพราะนิสัยเเบบนี้ของพวกเเกก็ได้” ศิวกรหันไปมองกลุ่มเพื่อนของชายหนุ่ม
“เพราะมึงนั้นเหละ” ไต้ฝุ่นหันไปมองเพื่อนของตน
“มึงอ่ะเริ่มก่อน” รัตนากรพูดสวน
“พอๆ ไปได้ล่ะ กูอาย” ไต้ฝุ่นพูดออกมา
“หน้าด้านขนาดนั้นยังจะอายอีก” เตชินท์พรึมพรำออกมาเบาๆ
“ว่าไงนะ” ทว่าเสียงนั้นก็ดังพอที่จะให้อีกฝ่ายได้ยิน
“อ้าว พวกเเกยังไม่ไปหรอ”
“กำลังจะไปเเล้ว งั้นเราไปก่อนนะเกื้อ มีอะไรให้เราช่วยก็บอกนะ”
“อือ ไปเถอะ”
พูดจบอิตาบ้ากับเพื่อนก็รีบเดินออกไป ฉันล่ะเหนื่อยจริงๆ เเต่เอาตรงๆนะ ฉันดูออกเลยว่าพี่เกื้อไม่มีใจให้หมอนั้นเลยสักนิด เเถมยังทำตัวออกห่างให้รู้ เเต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอิตานั้นถึงไม่รู้
“วิชาต่อไป พวกเราเรียนอะไรต่อหรอ”
“พวกหนูเรียนสังคมค่ะ”
“พวกพี่ก็เรียนสังคม งั้นเราไปกันเถอะ เดี๋ยวจะหมดเวลาซะก่อน”
“โอเคครับ”
พวกเราพากันเดินไปเก็บจานเเละกลับมาเอากระเป๋าที่โต๊ะ ก่อนที่จะเดินไปอาคารสังคม
จะว่าไปพวกพี่ประธานเขาก็ดูไม่ได้เข้าถึงยากเเละไม่ได้หน้ากลัวเหมือนที่คิดไว้เลย พวกเราเดินมาถึงหน้าตึกพลางหาที่นั่งรอเวลาที่โต๊ะหน้าตึก
เตชินท์หยิบหนังสือคณิตขึ้นมาทำเเบบฝึกหัดที่ได้มาเมื่อเช้าเพราะเขายังทำไม่เสร็จ เเต่ไม่ทันไรก็มีเสียงของคุณครูที่คุ้นเคยเข้ามาทัก
“เกื้อหนุน พอดีเลย”
“สวัสดีค่ะครู”
“เด็กๆก็อยู่ด้วยหรอเนี่ย”
“พอดีเลย”
“ครูมีอะไรหรือป่าวคะ”
“ครูจะคุยเรื่องสายรหัสปีนี้ พวกเราอยู่ด้วยก็ดีเลย ครูจะได้บอกทีเดียว”
“ค่ะ”
“คือสายรหัสปีนี้ ครูอยากให้พวกเราทำกิจกรรมรับน้องด้วยนะ เเละก็ครูอยากให้ห้องม.4/1ลองศึกษาเรื่องสภาด้วย เพราะปีหน้าผอ.วางให้ม.4/1ปีนี้ขึ้นเป็นสภาเเทนพวกเรา” คุณครูสาวเอ่ยออกมาก่อนจะยื่นเอกสารให้ประธานสาว
“นี่พึ่งต้นเทอมเองนะคะ”
“นั้นเเหละ จำไม่ได้หรอปีที่เเล้วพวกเราก็เเบบนี้เเหละ”
“งั้นครูจะให้หนูกับเพื่อนหากลุ่มเด็กๆมาฝึกงานสภาเลยใช่มั้ยคะ” เกื้อหนุนเอ่ยถาม
“ใช่จ้ะ”
“งั้นก็น้องกลุ่มนี้เลยค่ะ สนิทกันเเล้ว” เกื้อหนุนตอบออกมาทันที
“อะไรนะครับ” เตชินท์พูดออกมาด้วยความตกใจ
“ตกใจอะไรตุลย์กลุ่มเรานั้นเเหละ” คุณครูสาวสวยพูดออกมาพลางยิ้มให้เตชินท์
“กลุ่มเราคงไม่เหมาะหรอกมั้งครับครู” ชัยชนะพูดปฏิเสธ
“เหนือ ไม่ลองไม่รู้นะลูก อีกอย่างพวกเธอไม่เคยทำจะรู้ได้ไงว่าไม่เหมาะ เอาเป็นว่ากลุ่มพวกเธอต้องไปช่วยงานพี่ๆเขาโอเคนะ” ครูสาวมัดมือชก
“เเล้วเรื่องสายรหัส คือพวกหนูนัดน้องมาที่ห้องสภาเย็นนี้ค่ะครู เเล้วก็จะเฉลยอีกทีวันศุกร์” มินตราพูด
“โอเค งั้นครูฝากดูน้องๆด้วยนะ เพราะเย็นนี้ครูมีธุระ”
“ได้เลยค่ะครู”
“งั้นครูไปล่ะ เรียนให้สนุกนะนักเรียน”
“ค่ะครู”
“ครับครู”
บทที่8ไก่ย่างวันถัดมาเตชินท์และไต้ฝุ่นออกจากบ้านแต่เช้าเหมือนวันแรก และไต้ฝุ่นก็ยังคงขับรถไปกินโจ๊กร้านเดิมเหมือนทุกเช้าที่เขามาโรงเรียน7.30น.กรงรถของโรงเรียน “ตอนเย็นวันนี้เเกเลิกค่ำมั้ย” ไต้ฝุ่นเอ่ยถาม “ไม่รู้” เตชินท์ตอบสั้นๆ “งั้นฉันรอที่เดิม” ไต้ฝุ่นหันมาหาอีกฝ่าย “นายไม่ต้องรอก็ได้นะ ว่านี่ฉันกะว่าจะให้พี่เกื้อหนุนติววิชาคณิตให้” เตชินท์เอ่ยออกมาพลางยักคิ้วให้อีกฝ่าย “งั้นฉันไปด้วย” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมา “จะไปทำไม” “ก็จะไปหาเกื้อหนุนไง กะจะทำคะเเนนหรอ อย่าหวังเลยไอ้น้อง” ไต้ฝุ่นเอ่ยพลางยิ้มเยาะเย้ย “ใครน้องมึง” เตชินท์เอ่ยออกมา “เเรงนะอันนี้” ไต้ฝุ่นมองหน้าอีกฝ่าย “ไม่เเรงหรอก หน้าด้านเเบบนี้ไม่น่าสะเทือน” พูดจบเตชินท์ก็เดินหนีทันที “ไอ้ตุลย์ อ้าวเฮ้ย ด่าเเล้วเดินหนีเเบบนี้ได้เลยหรือ ไอ้เวรเอ้ย” หลังจากที่เตชินท์เดินออกไปไต้ฝุ่นก็ยืนบ่นหัวเสียอยู่ตรงนั้น “นี่ ตะโกนอะไรเสียงดังเนี่ย” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น “เกื้อ โทษทีพอดีไอ้ตุลย์มันกวนตีนเราอ่ะ” เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ไต้ฝุ่นก็หยุดโวยวายทันที “ตุลย์นี่นะกวนตีน ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าบอกว่าแกกวนตุลย์เราจะเชื่อมากกว
บทที่7จีบ “ขึ้นรถดิรอไร” ไต้ฝุ่นเอ่ยด้วยความหงุดหงิด “เอาโทรศัพท์มา” เตชินท์เอ่ยพลางยื่นมือออกไป “ทำไมวันนี้เลิกช้าเเล้วไม่บอก” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้อีกฝ่าย “ทำไมต้องบอก จะกลับก็กลับไปดิ รอทำไม” เตชินท์ถอนหายใจ “ฉันก็ไม่ได้อยากจะรอหรอก เเต่เเม่ให้ฉันกลับมารับตั้งหากรีบขึ้นมาได้ล่ะ เสียเวลาจริงๆ” “อือ” เมื่อเห็นท่าทีอารมณ์เสียของพี่ข้างบ้าน เตชินท์ก็ยอมขึ้นรถเเละไม่ต่อปากต่อคำต่อเพราะกลัวจะมีเรื่อง เมื่อเห็นแบบนั้นไต้ฝุ่นก็ส่ายหัวออกมาก่อนที่จะขับรถออกไป ระหว่างทางทั้งคู่ไม่ได้คุยกันเลยแม้แต่น้อย ทำให้บรรยากาศบนรถไม่ค่อยดีนะ แต่ไม่นานนักทั้งคู่ก็กลับมาถึงบ้าน“ขอบใจ” เตชินท์ลงจากรถพลางเอ่ยปากบอกอีกฝ่ายตามมารยาท“นี่ เอาเบอร์มา” ไต้ฝุ่นเอ่ยเสียงดัง“เอาไปทำไม” เตชินท์ทำหน้าสงสัย“เอาไว้โทรไง พรุ่งนี้เวลาเดิม” ไต้ฝุ่นยื่นโทรศัพท์ของตนให้อีกฝ่าย“ไม่ให้ได้ป่ะ ไม่อยากมีเบอร์” เตชินท์มองหน้าอีกฝ่าย“เอามาเถอะน่ะ เอาไลน์มาก็ได้” ไต้ฝุ่นถอนหายใจ“อือๆ” เตชินท์ตอบก่อนจะตัดปัญหาโดยการให้ไลน์ไป“ว่าเเต่ นายชอบพี่เกื้อหนุนหรือ” เตชินท์เอ่ยถามขณะที่อีกฝ่ายสแกนไลน์ของตน“
บทที่6สายรหัส หลังจากที่อาจารย์ประจำห้องเดินออกไป หญิงสาวรุ่นพี่ก็เดินมาทางชายหนุ่มที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ “น้องตุลย์ทำอะไรอยู่อ่ะ พี่เห็นทำหน้าเครียดตั้งเเต่เปิดสมุดล่ะ” มินตราเอ่ยถาม “เมื่อเช้าเรียนคณิตน่ะครับเเล้วผมไม่เข้าใจ เลยเอามาทบทวน” เตชินท์ตอบด้วยรอยยิ้ม “ให้เกื้อสอนสิ เกื้ออ่ะเก่งคณิต” ศิวกรพูดออกมา “จริงหรอครับ” “ไหน ไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวพี่สอน” เกื้อหนุนขยับเข้ามาหารุ่นน้องชายก่อนจะมองไปที่หนังสือเรียนของเขา “ตรงนี้ครับ” เตชินท์ชี้ไปยังจุดที่ตนเองสงสัย “อ่อ พี่จะสอนวิธีที่ง่ายๆนะ ตรงนี้มีวงเล็บใช่มั้ย ตุลย์ก็ทำตรงวงเล็บก่อน เเล้วก็เอาทั้งหมดมาวางไว้ตรงนี้ เเล้วก็หาอีกวงเล็บ เเต่สังเกตดีๆตรงนี้มีตัวยกกำลัง อย่าลืมเอามาหาค่าด้วย ทีนี้ก็เอาสองตัวมารวมกัน เเละก็ปัดเศษ ไหนลองทำซิ” เกื้อหนุนอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจก่อนจะลองให้เตชินท์แก้โจทย์เอง “ครับ” เตชินท์กับเพื่อนตั้งใจฟังเเละคำนวนตามที่พี่เกื้อหนุนสอน ก่อนที่จะสรุปผลรวม “ทั้งหมด155.836 ปัดเศษขึ้นเป็น156ใช่มั้ยครับ” ชัยชนะตอบ “อือ ถูกเเล้ว เห็นมั้ย ไม่ยากเลย” เกื้อหนุนเอ่ยชมน้องๆทั้งสี่ “พี่เกื้อนี้เก่งจังเลยนะ
บทที่5น้ำเเดง พวกเรากินข้าวกันมาได้สักพักพี่สาวคนสวยก็หยิบกระเป๋าก่อนที่จะหาอะไรสักอย่าง “เเกหาอะไรอ่ะเกื้อ” ศิวกรเอ่ยถามเพื่อนสาวที่กำลังทำท่าเหมือนหาของ “ฉันลืมเอาขวดน้ำมาอ่ะ” “งั้นก็ไปซื้อใหม่ดิ” มินตราเอ่ยออกมา “พี่จะไปซื้อน้ำมีใครฝากซื้อมั้ย” เกื้อหนุนเอ่ยถามน้องๆที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ “เดี๋ยวหนูไปด้วยค่ะ” อลิษาเอ่ยออกมาพลางหยิบกระเป๋าตังของเธอขึ้นมาถือไว้ “โอเคค่ะ” “เกื้อๆ” ทว่าในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะลุกขึ้นก็มีเสียงของชายหนุ่มเรียกชื่อมาแต่ไกล “อ้าวไต้ฝุ่น มีอะไรหรือป่าว” เกื้อหนุนหันไปถามผู้มาใหม่ทันที “คือเราซื้อน้ำมาให้อ่ะ เห็นว่าเกื้อยังไม่มีน้ำ” ได้ฝุ่นยื่นแก้วน้ำอัดลมสีแดงให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “อ่อ ขอบใจนะ เเต่ช่วงนี้เรางดน้ำอัดลมอ่ะ” เกื้อหนุนปฏิเสธอย่างสุภาพ “เพื่อนเราอุส่าเอาน้ำมาจีบเกื้อ จะไม่ยอมรับรักเพื่อนเราหน่อยหรอ” อนาวินพูดขึ้น “เรื่องนี้เราว่าให้เกื้อหนุนตัดสินใจเองดีกว่านะ การที่พวกเเกทำเเบบนี้เกื้อมันอึดอัดรู้ป่ะ” มินตราเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกดดันเพื่อนของตน “เกื้อยังไม่ได้พูดสักคำเลยป่ะ เเกเองหรือป่าวโมที่มายุ่ง” รัตนากรพูดออกมาเสร
บทที่4เพื่อนใหม่บรรยากาศของโรงเรียนในยามเช้าของโรงเรียน นักเรียนต่างพากันตื่นเต้นเเละดูจะร่าเริงมาก เตชินท์เดินไปที่เเถวห้องม.4/1 ซึ่งก็คือห้องที่มีเเต่นักเรียนหัวกะทิของโรงเรียน หรือเรียกง่ายๆว่าห้องกิฟต์ “เธอๆ ตรงนี้ใช่ห้องม.4/1มั้ย” อลิษาที่วิ่งเข้ามาใหม่เอ่ยถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่ “ใช่ๆ” “คิดว่าจะสายซะเเล้ว ว่าเเต่เธอชื่ออะไรหรอ” “เราชื่อตุลย์นะ เเล้วเธอล่ะ” เตชินท์หันไปตอบเพื่อนสาวคนใหม่ “เราชื่อไอริน ยินดีที่ได้รู้จักนะ” อลิษาเอ่ยออกมาพลางยิ้มให้อีกฝ่าย “ยินดีที่ได้รู้จัก” “ไอริน มาทางนี้” เสียงของหญิงสาวอีกคนดังขึ้นก่อนที่อลิษาจะหันไปมอง “ไปกันตุลย์ เดี๋ยวเราจะเเนะนำเพื่อนให้รู้จัก” “โอเค” เตชินท์เดินตามเพื่อนสาวคนใหม่ไปยังด้านหน้า ก่อนที่จะเห็นเพื่อนสาวอีกคนที่ใส่เเว่นยืนอยู่ “ไอรินนี้ทิศเหนือนะ พึ่งรู้จักกันเมื่อกี้” ธารารัตน์เอ่ยพลางผายมือไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ “เเพมนี่ตุลย์พึ่งเจอเมื่อกี้เหมือนกัน” “ตุลย์จำเราได้ป่ะ” เสียงของชัยชนะดังขึ้น “เอ่อนายคือ..” “ที่ตอนวันประถมนิเทศเรานั่งอยู่ข้างหลังนายอ่ะ เเล้วเรายืมปากกานายมาเขียนชื่อจำได้ป่ะ” ชัยชนะพ
บทที่3โจ๊ก เเสงเเดดยามเข้าค่อยๆขึ้นรับกับขอบฟ้า เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ก็ดังขึ้น เตชินท์งัวเงียตื่นจากที่นอนมือเรียวเอื้อมไปปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ส่งเสียงดังไม่หยุดจนเสียงนั้นหายไปเขาค่อยๆดันตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางบิดขี้เกียจนิดหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้คลายเส้น ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเเละเดินเข้าไปอาบน้ำท ไม่นานนักชุดนักเรียนที่ถูกเตรียมไว้ตั้งเเต่เมื่อคืนก็มาอยู่บนตัวของเตชินท์เเล้ว ชายหนุ่มจัดเสื้อผ้าเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบกระเป๋าเเละเดินออกจากห้องนอนพลางเดินลงมาข้างล่าง “ทำไมเสร็จเเต่เช้าล่ะลูกพึ่งเเต่6โมงครึ่งเอง” เสียงของผู้เป็นพ่อดังขึ้นขณะที่มารดาอยู่ในครัว “พอดีพี่เขานัดตุลย์เวลานี้น่ะครับ ไม่รู้จะไปทำไมเเต่เช้า” เตชินท์ใส่นาฬิกาข้อมือพลางหันไปคุยกับบิดา “สงสัยพี่เขากลังรถติดมั้งลูก เเล้วนี้ตุลย์จะกินข้าวก่อนมั้ย” “ไม่เป็นไรครับพ่อ เดี๋ยวตุลย์ไปกินที่โรงเรียนก็ได้ครับ” “โอเคลูก นี้เงินนะ” ผู้เป้นพ่อยื่นเงินแบงค์ร้อยให้ชายหนุ่มก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มรับพร้อมยกมือไหว้ “ขอบคุณครับ งั้นผมไปเรียนก่อนนะครับพ่อเเม่” “จ้า ตั้งใจเรียนนะลูก” เสียงของมารดาที่อยู่ในครัวดังขึ้น “ไปดีมาดี







