Masuk
บทที่1
ไอ้เด็กนี่
ฉันนั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะหินอ่อนในบ้านอย่างผ่อนคลาย การได้นั่งอ่านหนังสือเงียบๆท่ามกลางบรรยากาศของลมที่พัดใบไม้ปลิวเเละกลิ่นหอมของโอวัลตินเเก้วโปรดมันช่างดีมากจริงๆ
“วันนี้จะฟังเพลงอะไรดีนะ” เตชินท์พูดลอยๆพร้อมกับเสียบหูฟังสีขาวเส้นยาวเข้ากับเครื่องโทรศัพท์ ก่อนที่จะเปิดเพลงสบายๆเเละนั่งอ่านหนังสืออย่างมีความสุขจนกระทั่ง
“สองรัก ฉันรับไม่ไหวววว เธอมีหนึ่งใจเเต่ให้ไปสองรักทั้งเขาเเละฉัน ฝันไปหรือเธอ” เสียงเพลงที่ร้องออกมาจากปากของชายหนุ่มข้างบ้านก็ดังขึ้นพร้อมเสียงของกีต้าร์ที่ดังมากจนถึงขั้นรบกวนเเก้วประสาทของฉัน
“โอ๊ย จะร้องเพลงอะไรเสียงดังขนาดนั้นว่ะ” เตชินท์หงุดหงิดขึ้นมาก่อนจะเดินไปเกาะรั่วบ้านข้างๆเพื่อมองหาต้นตอของเสียง
“นี่ เบาเสียงหน่อยได้มั้ย มันดังรบกวนคนอื่น” เตชินท์พยายามที่จะตะโกนบอกให้ชายหนุ่มอีกฝ่ายลดเสียงเเต่ก็ไม่เป็นผล
“เธอบอกเหตุผลที่หยุดความรัก ระหว่างฉัน เพราะเธอไม่รู้ว่าจะรักเขามากกว่ามั้ย” เเละดูเหมือนว่าเสียงเพลงนี้จะยิ่งดังขึ้นเสียด้วย เตชินท์ตัดสินใจเดินไปหยิบขวดน้ำพลาสติกใส ก่อนจะกลับมาเกาะรั้วที่เดิม เตชินท์ออกเเเรงทั้งหมดที่มีโยนขวดเข้าไปในบ้านของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ
“โอ๊ย ใครปาอะไรมาว่ะเนี่ย” ไต้ฝุ่นร้องออกมาด้วยความหงุดหงิดพลางหันมาทางที่เตชินท์ยืนอยู่
“โยนมาทำไมเนี่ย เจ็บนะรู้ป่ะ”
“ถ้าเจ็บงั้นก็ช่วยเงียบๆหน่อยได้มั้ย คนอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง ร้องเพลงก็เพี้ยนยังจะอยากร้องอีก” เตชินท์ถอนหายใจ
“เเกว่าใครร้องเพี้ยน” ชายหนุ่มเดินมาทางรั้วบ้านก่อนจะยืนเท้าเอว
“จะมีใครล่ะ ก็คุยกันอยู่เเค่สองคนฉันว่าหมาล่ะมั้ง” เตชินท์ส่ายหน้า
“อ้าว ไอ้เด็กนี่กวนตีนหรอ อยากโดนใช่ป่ะ”
“เบื่อพวกชอบใช้กำลัง ในสมองนายคงมีเเค่ชกต่อยสินะ ถึงว่าเกรดไม่ดี”
“นี่ฉันอายุมากกว่าเเกนะ”
“อายุมากกว่า เเต่ทำตัวไม่น่านับถือ ฉันก็ไม่นับว่าเป็นพี่ ไปดีกว่าไม่อยากเสียเวลาอ่านหนังสือ เเล้วก็ถ้าไม่อยากโดนขวดอีกก็เบาๆหน่อยละกัน”
“ไม่เบาเว้ย ถ้าเล่นเบาเขาจะเรียกเล่นดนตรีหรอ”
“งั้นก็เเล้วเเต่นะ” เตชินท์ที่ไม่อยากเสวนาด้วยก็รีบตัดบทก่อนที่จะเดินหันหลังออกมา เเต่ทว่าชายหนุ่มข้างบ้านกลับเปิดลำโพงให้ดังขึ้นเละเเหกปากร้องเพลงมาทางบ้านของเขาซะอย่างงั้น
“สองรัก ฉันรับไม่ไหววว เธอมีหนึ่งใจเเต่ให้ไปสองรัก ทั้งเขาเเละฉัน ฝันไปหรอเธออ” ไต้ฝุ่นหันมาเยาะเย้ยเตชินท์ที่หันกลับไปมอง เเต่ไม่ทันไรก็มีเสียงตะโกนมาจากบ้านอีกฝั่ง
“โอ๊ยยย ไอ้ไต้ฝุ่น มึงจะร้องเพลงอะไรดังนักหนา กูรำคาญเสียงมึงเนี่ย ร้องเพลงยังไงให้เหมือนควายออกลูกห้ะ ร้องไม่เพราะก็หยุดร้องเถอะ กูแก่แล้วปล่อยให้หูกูได้พักบ้าง” เสียงของหญิงชราพูดขึ้นก่อนที่ยายศรีจะเดินออกมาพร้อมกับถือถุงขยะมาทิ้ง
“อุ้ยย ขอโทษครับยาย ผมอินไปหน่อย” ไต้ฝุ่นรีบปิดลำโพงทันทีพลางส่งยิ้มให้ยาย ส่วนเตชินท์ที่มองอยู่ก็ยืนขำ ทว่าสิ่งนั้นทำให้ชายหนุ่มข้างบ้านหันหน้ามาเเยกเขี้ยวใส่เตชินท์อย่างอาคาด
“สมน้ำหน้า” เตชินท์พูดก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไป
“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้เด็กเวร” พูดจบไต้ฝุ่นก็เก็บกีต้าร์อย่างหงุดหงิดก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนบ้าน
เตชินท์เดินเข้าบ้านพลางเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน เมื่อถึงห้องนอนของตน เตชินท์ก็วางหนังสือลงบนโต๊ะก่อนที่จะนั่งเเละมองไปที่รูปถ่ายของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะ
ปีที่เเล้ว
“ขอเเสดงความยินดีกับเด็กชายเตชินท์ สุธีธรรมมา นักเรียนดีเด่นของโรงเรียนเราด้วยครับ” เมื่อเสียงของผู้อำนวยการโรงเรียนจบ เตชินท์ก็เดินขึ้นไปรับรางวัลนักเรียนดีเด่นอย่างภาพภูมิใจ“เเละเตชินท์ได้รับทุนการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังของจังหวัด ขอให้นักเรียนทุกคนเเสดงความยินดีกับเพื่อนด้วยครับ” หลังจากสิ้งเสียงพูดของผู้อำนวยการจบลง เสียงปรบมือก็ดังสนั่นขึ้นมาปัจจุบัน
“พรุ่งนี้เเล้วสินะ โรงเรียนใหม่จะเป็นยังไงกันนะ”เตชินท์ได้เเต่พูดบ่นกับตัวเองก่อนที่จะมองไปยังถ้วยรางวัลในห้องที่วางไว้บนชั้นอย่างเรียบร้อย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“ตุลย์ ว่างมั้ยลูก” เสียงของผู้เป็นแม่ดังขึ้น
“ว่างครับ เเม่มีอะไรให้ผมช่วยหรอครับ” เตชินท์รีบเอื้อมมือมาเปิดประตูทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียกของมารดา
“พอดีเลย เเม่ว่าจะทำคุกกี้เเล้วก็ทำเเกงเขียวหวานไว้รอพ่อ ตุลย์มาช่วยเเม่ทำมั้ยลูก”
“ก็ได้นะครับ ผมว่างพอดี” เตชินท์ยิ้มพลางพยักหน้าเบาๆ
“งั้นเดี๋ยวเเม่ไปรอที่ครัวนะลูก”
“ได้เลยครับ” เตชินท์ดีดตัวขึ้นมาจากเก้าอี้ก่อนที่จะเปิดประตูเเละเดินลงไปข้างล่าง
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในครัวก่อนที่จะหยิบผ้ากันเปื้อนมาใส่ เขาหยิบเครื่องครัวเเละอุปกรณ์ทำขนมที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อยเเล้วเริ่มทำขนมอย่างตั้งใจ
เตชินท์เเละมารดาชอบเข้าครัวทำอาหาร ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้เก่งเเค่วิชาการเเต่เรื่องงานบ้านเตชินท์คนนี้ก็ไม่เคยพลาด ไม่ว่าจะเป็นการทำขนมหรือการทำกับข้าวฝีมือของเขาก็ไม่เเพ้การเรียน
ติ้ง
เสียงของเตาอบดังขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะหยิบถุงมือกันความร้อนขึ้นมาใส่พลางเปิดเตาเเละหยิบถาดขนมที่อบเรียบร้อยออกมา
“หุ้ย น่าตาออกมาน่ากินนะเนี่ย” เสียงของมารดาเอ่ยชมลูกชาย
“เเน่นอนสิเเม่ ผมเป็นคนทำนะ” เตชินท์วางถาดขนมลงบนโต๊ะพลางถอดถุงมือกันความร้อนออก
“ลูกเเม่ทำอะไรก็เก่งไปหมดอยู่เเล้วครับ” มารดายิ้มส่ายหัวเบาๆ
“ทำไมเเม่ทำเเกงเขียวหวานหม้อใหญ่จัง”
“ก็เเม่ทำเผื่อยายศรีเเล้วก็บ้านน้าพิมพ์ด้วยไงลูก เมื่อวานก่อนยายศรีเเกทำข้าวต้นมัดมาฝากบ้านเรา เเล้วเมื่อวานน้าพิมพ์เขาก็เอาขนมจีนน้ำยามาฝากบ้านเรา วันนี้เเม่เลยตั้งใจทำเเกงเขียวหวานไปฝากสองบ้านนั้นด้วย”
“อ่อ เข้าใจเเล้วครับ”
“เข้าใจเเล้วก็ตักเเกงเขียวหวานไปให้ยายศรีเเล้วก็บ้านน้าพิมพ์ด้วยนะ”
“ผมนี้นะ” เตชินท์ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
“ก็ใช่นะสิ เดี๋ยวเเม่ต้องล้างจานก่อน เนี่ยดูสิจานกองเต็มหมดแล้ว เราก็รีบตักเเกงไปให้เขาได้เเล้วเดี๋ยวจะเย็นซะก่อน”
“ก็ได้ครับ” เตชินท์พยักหน้าก่อนจะเดินไปหยิบถ้วยจากชั้นวางลงมา เขาจะบรรจงตักอาหารที่กำลังร้อนกรุ่นใส่ถ้วยเเละเดินออกไปจากบ้าน
หน้าบ้าน
“ยายศรีครับ”
“อ้าว ตุลย์มีอะไรหรือป่าวลูก”
“พอดีวันนี้เเม่ทำเเกงเขียวหวาน เเม่เลยให้ผมเอามาให้คุณยายน่ะครับ” เตชินท์ยื่นถ้วยแกงเขียวหวานให้อีกฝ่าย
“ขอบใจมากลูก เดี๋ยวยายไปเอาถ้วยมาเปลื่ยนดีกว่า เดี๋ยวตุลย์รอยายเเปปนึงนะลูก”
“ครับ งั้นเดี๋ยวผมกลับมาเอาถ้วยนะครับ ผมขอเอาเเกงอีกถ้วยไปให้บ้านน้าพิมพ์ก่อน” เตชินท์หันไปบอกหญิงชราที่กำลังจะเดินเข้าบ้าน
“โอเคลูก”
บทที่8ไก่ย่างวันถัดมาเตชินท์และไต้ฝุ่นออกจากบ้านแต่เช้าเหมือนวันแรก และไต้ฝุ่นก็ยังคงขับรถไปกินโจ๊กร้านเดิมเหมือนทุกเช้าที่เขามาโรงเรียน7.30น.กรงรถของโรงเรียน “ตอนเย็นวันนี้เเกเลิกค่ำมั้ย” ไต้ฝุ่นเอ่ยถาม “ไม่รู้” เตชินท์ตอบสั้นๆ “งั้นฉันรอที่เดิม” ไต้ฝุ่นหันมาหาอีกฝ่าย “นายไม่ต้องรอก็ได้นะ ว่านี่ฉันกะว่าจะให้พี่เกื้อหนุนติววิชาคณิตให้” เตชินท์เอ่ยออกมาพลางยักคิ้วให้อีกฝ่าย “งั้นฉันไปด้วย” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมา “จะไปทำไม” “ก็จะไปหาเกื้อหนุนไง กะจะทำคะเเนนหรอ อย่าหวังเลยไอ้น้อง” ไต้ฝุ่นเอ่ยพลางยิ้มเยาะเย้ย “ใครน้องมึง” เตชินท์เอ่ยออกมา “เเรงนะอันนี้” ไต้ฝุ่นมองหน้าอีกฝ่าย “ไม่เเรงหรอก หน้าด้านเเบบนี้ไม่น่าสะเทือน” พูดจบเตชินท์ก็เดินหนีทันที “ไอ้ตุลย์ อ้าวเฮ้ย ด่าเเล้วเดินหนีเเบบนี้ได้เลยหรือ ไอ้เวรเอ้ย” หลังจากที่เตชินท์เดินออกไปไต้ฝุ่นก็ยืนบ่นหัวเสียอยู่ตรงนั้น “นี่ ตะโกนอะไรเสียงดังเนี่ย” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น “เกื้อ โทษทีพอดีไอ้ตุลย์มันกวนตีนเราอ่ะ” เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ไต้ฝุ่นก็หยุดโวยวายทันที “ตุลย์นี่นะกวนตีน ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าบอกว่าแกกวนตุลย์เราจะเชื่อมากกว
บทที่7จีบ “ขึ้นรถดิรอไร” ไต้ฝุ่นเอ่ยด้วยความหงุดหงิด “เอาโทรศัพท์มา” เตชินท์เอ่ยพลางยื่นมือออกไป “ทำไมวันนี้เลิกช้าเเล้วไม่บอก” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้อีกฝ่าย “ทำไมต้องบอก จะกลับก็กลับไปดิ รอทำไม” เตชินท์ถอนหายใจ “ฉันก็ไม่ได้อยากจะรอหรอก เเต่เเม่ให้ฉันกลับมารับตั้งหากรีบขึ้นมาได้ล่ะ เสียเวลาจริงๆ” “อือ” เมื่อเห็นท่าทีอารมณ์เสียของพี่ข้างบ้าน เตชินท์ก็ยอมขึ้นรถเเละไม่ต่อปากต่อคำต่อเพราะกลัวจะมีเรื่อง เมื่อเห็นแบบนั้นไต้ฝุ่นก็ส่ายหัวออกมาก่อนที่จะขับรถออกไป ระหว่างทางทั้งคู่ไม่ได้คุยกันเลยแม้แต่น้อย ทำให้บรรยากาศบนรถไม่ค่อยดีนะ แต่ไม่นานนักทั้งคู่ก็กลับมาถึงบ้าน“ขอบใจ” เตชินท์ลงจากรถพลางเอ่ยปากบอกอีกฝ่ายตามมารยาท“นี่ เอาเบอร์มา” ไต้ฝุ่นเอ่ยเสียงดัง“เอาไปทำไม” เตชินท์ทำหน้าสงสัย“เอาไว้โทรไง พรุ่งนี้เวลาเดิม” ไต้ฝุ่นยื่นโทรศัพท์ของตนให้อีกฝ่าย“ไม่ให้ได้ป่ะ ไม่อยากมีเบอร์” เตชินท์มองหน้าอีกฝ่าย“เอามาเถอะน่ะ เอาไลน์มาก็ได้” ไต้ฝุ่นถอนหายใจ“อือๆ” เตชินท์ตอบก่อนจะตัดปัญหาโดยการให้ไลน์ไป“ว่าเเต่ นายชอบพี่เกื้อหนุนหรือ” เตชินท์เอ่ยถามขณะที่อีกฝ่ายสแกนไลน์ของตน“
บทที่6สายรหัส หลังจากที่อาจารย์ประจำห้องเดินออกไป หญิงสาวรุ่นพี่ก็เดินมาทางชายหนุ่มที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ “น้องตุลย์ทำอะไรอยู่อ่ะ พี่เห็นทำหน้าเครียดตั้งเเต่เปิดสมุดล่ะ” มินตราเอ่ยถาม “เมื่อเช้าเรียนคณิตน่ะครับเเล้วผมไม่เข้าใจ เลยเอามาทบทวน” เตชินท์ตอบด้วยรอยยิ้ม “ให้เกื้อสอนสิ เกื้ออ่ะเก่งคณิต” ศิวกรพูดออกมา “จริงหรอครับ” “ไหน ไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวพี่สอน” เกื้อหนุนขยับเข้ามาหารุ่นน้องชายก่อนจะมองไปที่หนังสือเรียนของเขา “ตรงนี้ครับ” เตชินท์ชี้ไปยังจุดที่ตนเองสงสัย “อ่อ พี่จะสอนวิธีที่ง่ายๆนะ ตรงนี้มีวงเล็บใช่มั้ย ตุลย์ก็ทำตรงวงเล็บก่อน เเล้วก็เอาทั้งหมดมาวางไว้ตรงนี้ เเล้วก็หาอีกวงเล็บ เเต่สังเกตดีๆตรงนี้มีตัวยกกำลัง อย่าลืมเอามาหาค่าด้วย ทีนี้ก็เอาสองตัวมารวมกัน เเละก็ปัดเศษ ไหนลองทำซิ” เกื้อหนุนอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจก่อนจะลองให้เตชินท์แก้โจทย์เอง “ครับ” เตชินท์กับเพื่อนตั้งใจฟังเเละคำนวนตามที่พี่เกื้อหนุนสอน ก่อนที่จะสรุปผลรวม “ทั้งหมด155.836 ปัดเศษขึ้นเป็น156ใช่มั้ยครับ” ชัยชนะตอบ “อือ ถูกเเล้ว เห็นมั้ย ไม่ยากเลย” เกื้อหนุนเอ่ยชมน้องๆทั้งสี่ “พี่เกื้อนี้เก่งจังเลยนะ
บทที่5น้ำเเดง พวกเรากินข้าวกันมาได้สักพักพี่สาวคนสวยก็หยิบกระเป๋าก่อนที่จะหาอะไรสักอย่าง “เเกหาอะไรอ่ะเกื้อ” ศิวกรเอ่ยถามเพื่อนสาวที่กำลังทำท่าเหมือนหาของ “ฉันลืมเอาขวดน้ำมาอ่ะ” “งั้นก็ไปซื้อใหม่ดิ” มินตราเอ่ยออกมา “พี่จะไปซื้อน้ำมีใครฝากซื้อมั้ย” เกื้อหนุนเอ่ยถามน้องๆที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ “เดี๋ยวหนูไปด้วยค่ะ” อลิษาเอ่ยออกมาพลางหยิบกระเป๋าตังของเธอขึ้นมาถือไว้ “โอเคค่ะ” “เกื้อๆ” ทว่าในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะลุกขึ้นก็มีเสียงของชายหนุ่มเรียกชื่อมาแต่ไกล “อ้าวไต้ฝุ่น มีอะไรหรือป่าว” เกื้อหนุนหันไปถามผู้มาใหม่ทันที “คือเราซื้อน้ำมาให้อ่ะ เห็นว่าเกื้อยังไม่มีน้ำ” ได้ฝุ่นยื่นแก้วน้ำอัดลมสีแดงให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “อ่อ ขอบใจนะ เเต่ช่วงนี้เรางดน้ำอัดลมอ่ะ” เกื้อหนุนปฏิเสธอย่างสุภาพ “เพื่อนเราอุส่าเอาน้ำมาจีบเกื้อ จะไม่ยอมรับรักเพื่อนเราหน่อยหรอ” อนาวินพูดขึ้น “เรื่องนี้เราว่าให้เกื้อหนุนตัดสินใจเองดีกว่านะ การที่พวกเเกทำเเบบนี้เกื้อมันอึดอัดรู้ป่ะ” มินตราเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกดดันเพื่อนของตน “เกื้อยังไม่ได้พูดสักคำเลยป่ะ เเกเองหรือป่าวโมที่มายุ่ง” รัตนากรพูดออกมาเสร
บทที่4เพื่อนใหม่บรรยากาศของโรงเรียนในยามเช้าของโรงเรียน นักเรียนต่างพากันตื่นเต้นเเละดูจะร่าเริงมาก เตชินท์เดินไปที่เเถวห้องม.4/1 ซึ่งก็คือห้องที่มีเเต่นักเรียนหัวกะทิของโรงเรียน หรือเรียกง่ายๆว่าห้องกิฟต์ “เธอๆ ตรงนี้ใช่ห้องม.4/1มั้ย” อลิษาที่วิ่งเข้ามาใหม่เอ่ยถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่ “ใช่ๆ” “คิดว่าจะสายซะเเล้ว ว่าเเต่เธอชื่ออะไรหรอ” “เราชื่อตุลย์นะ เเล้วเธอล่ะ” เตชินท์หันไปตอบเพื่อนสาวคนใหม่ “เราชื่อไอริน ยินดีที่ได้รู้จักนะ” อลิษาเอ่ยออกมาพลางยิ้มให้อีกฝ่าย “ยินดีที่ได้รู้จัก” “ไอริน มาทางนี้” เสียงของหญิงสาวอีกคนดังขึ้นก่อนที่อลิษาจะหันไปมอง “ไปกันตุลย์ เดี๋ยวเราจะเเนะนำเพื่อนให้รู้จัก” “โอเค” เตชินท์เดินตามเพื่อนสาวคนใหม่ไปยังด้านหน้า ก่อนที่จะเห็นเพื่อนสาวอีกคนที่ใส่เเว่นยืนอยู่ “ไอรินนี้ทิศเหนือนะ พึ่งรู้จักกันเมื่อกี้” ธารารัตน์เอ่ยพลางผายมือไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ “เเพมนี่ตุลย์พึ่งเจอเมื่อกี้เหมือนกัน” “ตุลย์จำเราได้ป่ะ” เสียงของชัยชนะดังขึ้น “เอ่อนายคือ..” “ที่ตอนวันประถมนิเทศเรานั่งอยู่ข้างหลังนายอ่ะ เเล้วเรายืมปากกานายมาเขียนชื่อจำได้ป่ะ” ชัยชนะพ
บทที่3โจ๊ก เเสงเเดดยามเข้าค่อยๆขึ้นรับกับขอบฟ้า เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ก็ดังขึ้น เตชินท์งัวเงียตื่นจากที่นอนมือเรียวเอื้อมไปปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ส่งเสียงดังไม่หยุดจนเสียงนั้นหายไปเขาค่อยๆดันตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางบิดขี้เกียจนิดหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้คลายเส้น ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเเละเดินเข้าไปอาบน้ำท ไม่นานนักชุดนักเรียนที่ถูกเตรียมไว้ตั้งเเต่เมื่อคืนก็มาอยู่บนตัวของเตชินท์เเล้ว ชายหนุ่มจัดเสื้อผ้าเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบกระเป๋าเเละเดินออกจากห้องนอนพลางเดินลงมาข้างล่าง “ทำไมเสร็จเเต่เช้าล่ะลูกพึ่งเเต่6โมงครึ่งเอง” เสียงของผู้เป็นพ่อดังขึ้นขณะที่มารดาอยู่ในครัว “พอดีพี่เขานัดตุลย์เวลานี้น่ะครับ ไม่รู้จะไปทำไมเเต่เช้า” เตชินท์ใส่นาฬิกาข้อมือพลางหันไปคุยกับบิดา “สงสัยพี่เขากลังรถติดมั้งลูก เเล้วนี้ตุลย์จะกินข้าวก่อนมั้ย” “ไม่เป็นไรครับพ่อ เดี๋ยวตุลย์ไปกินที่โรงเรียนก็ได้ครับ” “โอเคลูก นี้เงินนะ” ผู้เป้นพ่อยื่นเงินแบงค์ร้อยให้ชายหนุ่มก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มรับพร้อมยกมือไหว้ “ขอบคุณครับ งั้นผมไปเรียนก่อนนะครับพ่อเเม่” “จ้า ตั้งใจเรียนนะลูก” เสียงของมารดาที่อยู่ในครัวดังขึ้น “ไปดีมาดี


![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




