로그인บทที่8
ไก่ย่าง
วันถัดมาเตชินท์และไต้ฝุ่นออกจากบ้านแต่เช้าเหมือนวันแรก และไต้ฝุ่นก็ยังคงขับรถไปกินโจ๊กร้านเดิมเหมือนทุกเช้าที่เขามาโรงเรียน
7.30น.
กรงรถของโรงเรียน
“ตอนเย็นวันนี้เเกเลิกค่ำมั้ย” ไต้ฝุ่นเอ่ยถาม
“ไม่รู้” เตชินท์ตอบสั้นๆ
“งั้นฉันรอที่เดิม” ไต้ฝุ่นหันมาหาอีกฝ่าย
“นายไม่ต้องรอก็ได้นะ ว่านี่ฉันกะว่าจะให้พี่เกื้อหนุนติววิชาคณิตให้” เตชินท์เอ่ยออกมาพลางยักคิ้วให้อีกฝ่าย
“งั้นฉันไปด้วย” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมา
“จะไปทำไม”
“ก็จะไปหาเกื้อหนุนไง กะจะทำคะเเนนหรอ อย่าหวังเลยไอ้น้อง” ไต้ฝุ่นเอ่ยพลางยิ้มเยาะเย้ย
“ใครน้องมึง” เตชินท์เอ่ยออกมา
“เเรงนะอันนี้” ไต้ฝุ่นมองหน้าอีกฝ่าย
“ไม่เเรงหรอก หน้าด้านเเบบนี้ไม่น่าสะเทือน” พูดจบเตชินท์ก็เดินหนีทันที
“ไอ้ตุลย์ อ้าวเฮ้ย ด่าเเล้วเดินหนีเเบบนี้ได้เลยหรือ ไอ้เวรเอ้ย” หลังจากที่เตชินท์เดินออกไปไต้ฝุ่นก็ยืนบ่นหัวเสียอยู่ตรงนั้น
“นี่ ตะโกนอะไรเสียงดังเนี่ย” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น
“เกื้อ โทษทีพอดีไอ้ตุลย์มันกวนตีนเราอ่ะ” เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ไต้ฝุ่นก็หยุดโวยวายทันที
“ตุลย์นี่นะกวนตีน ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าบอกว่าแกกวนตุลย์เราจะเชื่อมากกว่าอีก” เกื้อหนุนยิ้มออกมา
“ไอ้ตุลย์น่ะ ตัวดีเลยเเหละ” ไต้ฝุ่นพูดออกมา
“เอาจริงๆน้องตุลย์นี่น่ารักนะ” เกื้อหนุนหันไปหาไต้ฝุ่น
“เเล้วเราไม่น่ารักหรือ” ไต้ฝุ่นหยอดคำหวาน
“พอๆ ถ้าจะจีบก็พักก่อนเนอะ” เกื้อหนุนหัวเราะออกมา
“โห่ ไรอ่า ไม่ใจอ่อนให้เราเลยหรือ ใจร้ายจัง” ไต้ฝุ่นทำหน้างอ
“เเกจีบเรามาสามปีเเล้วนะฝุ่น ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง” เกื้อหนุนเอ่ยออกมา
“ไม่นะ ยิ่งจีบยากก็ยิ่งอยากจีบ” ไต้ฝุ่นยิ้ม
“จะอ้วก เราว่าเเกมองหาคนใหม่ๆไว้บ้างเถอะ ถ้าเราเปิดตัวเเฟนขึ้นมาแกจะได้หาคนไว้ดามใจ” เกื้อหนุนเอ่ย
“ไม่เอาอ่ะ เพราะยังไงเเกก็ต้องเป็นเเฟนเรา”
“มั่นหน้าเนอะ” เกื้อหนุนถอนหายใจ
“เเล้วสเปกเเกเป็นเเบบไหนอ่ะ” ไต้ฝุ่นเอ่ยถาม
“สเปกเราหรือ ก็คงจะนิสัยดี เรียนเก่ง อยู่ด้วยเเล้วสบายใจ เข้าใจเรา อะไรเเบบนี้มั้ง”
“ตรงกับเราทุกอย่างเลย”
“ฝุ่นนี่เราซีเรียสอยู่นะ เราไม่อยากให้เเกเสียเวลา” เกื้อหนุนเอ่ยออกมาด้วยความจริงใจ
“เกื้อ เราชอบเเกจริงๆนะ เราขอโอกาสจีบเเกเเบบจริงจังเลยได้มั้ย” ไต้ฝุ่นยืนยันคำเดิม
“เเกเอาจริงดิ เเล้วถ้าเกิดเเกจีบเราเเล้วสุดท้ายมันไม่ใช่ เเกจะทำยังไง”
“ถัาสุดท้ายเเล้วมันไม่ใช่ เราจะยอมเเพ้เเละเเป็นเพื่อนเเกเหมือนเดิม”
“งั้นก็โอเค เราให้เเกจีบ” เกื้อหนุนยิ้ม
“จริงหรือ”
“อือ”
“งั้นมาเดี๋ยวเราช่วยถือ” ไต้ฝุ่นรีบเข้าไปช่วยอีกฝ่ายถือของทันที
“คุยตั้งนานพึ่งมาช่วย” เกื้อหนุนส่ายหัวเบาๆ
“โทษที งั้นเราไปหน้าเสาธงกันดีกว่า”
“อือ”
หลังจากคุยกันเสร็จทั้งคู่ก็เดินตรงไปยังหน้าเสาธงทันที วันนี้หน้าเสาธงตอนเช้ามีกิจกรรมโชว์จากวงโคเวอร์เเดนซ์มาโชว์ให้นักเรียนในโรงเรียนได้ดู เตชินท์เเละเพื่อนๆก็นั่งดูอย่างตั้งใจ
“ตุลย์ๆ” อลิษาเอ่ยเรียกเพื่อนของตน
“ว่าไงไอริน”
“พี่ซิมถือกล้องถ่ายรูป เเกว่าพี่ซิมเป็นพี่รหัสเราป่ะ” อลิษาชี้ไปทางชายหนุ่มที่ยืนถือกล้องถ่ายภาพกิจกรรม
“อาจจะเป็นไปได้นะ” เตชินท์เอ่ยออกมา
“งั้นตอนเที่ยงวันนี้เราไปหาพี่ซิมกัน” อลิษาเอ่ย
“โอเค”
เตชินท์มองไปทางศิวกรเเละใช่ รุ่งพี่ชายคนนั้นถือกล้องถ่ายรูปเเละถ่ายวิดีโอการเเสดงที่กำลังโชว์อยู่ ก่อนที่จะเดินมาถ่ายเเถวรับรางวัล ตอนนี้เตชินท์มั่นใจ100%เลย ว่าพี่ซิมนี่เเหละเป็นพี่รหัสของเขา
เมื่อเวลาผ่านมาถึงช่วงพักเที่ยง กลุ่มของเตชินท์ก็เดินไปที่โรงอาหารก่อนจะเดินไปที่โต๊ะเดิม เมื่อเดินเข้ามาใกล้เตชินท์ก็เห็นพี่ๆนั่งอยู่
“ไปกันตุลย์”
“อือ” เตชินท์เเละอริษาไม่รอช้ารีบเข้าไปหาศิวกรทันที
“มีอะไรหรือเปล่าน้องๆ” ศิวกรเอ่ยถาม
“พี่ซิมเป็นพี่รหัสของผมกับไอรินใช่มั้ยครับ” เตชินท์เอ่ยออกมา
“ถ้าพี่เฉลยเเบบนี้มันก็ง่ายไปอะดิ” ศิวกรยิ้ม
“เเล้วพี่จะให้หนูทำอะไรดีคะ” อลิษาเอ่ยออกมา
“ทำอะไรดีว่ะพวกเเก” ศิวกรเอ่ยถามเพื่อนๆ
“เต้นมั้ย” เกื้อหนุนเอ่ยออกมา
“ไม่เอาพี่เกื้อ หนูอาย” อลิษาทำหน้าอ้อน
“เต้นนี่เเหละ เอาเพลงไก่ย่าง” ศิวกรเอ่ยออกมา“โห่ พี่ซิม นี่มันในโรงอาหารเลยนะ” อลิษางอแง
“นั้นสิครับ ผมก็อายเป็นนะ” เตชินท์เอ่ยออกมา
“เอาเถอะน่ะ นู่นไงตรงนู้นเขายังทำเลย มันเป็นเรื่องปกติ” ศิวกรเอ่ยพลางชี้ไปอีกฝั่ง
“ก็ได้ครับ”
“เอาจริงดิตุลย์”
“น้องไอรินอายหรือคะ” เกื้อหนุนเอ่ยถามพลายยิ้มให้หญิงสาวที่กำลังงอแง
“ก็ต้องอายสิคะพี่เกื้อนี่มันในโรงอาหารนะ”
“งั้นเราก็คิดว่านี่เป็นวันกีฬาสีสิ จะได้ไม่อาย” เกื้อหนุนเอ่ยออกมา
“ก็ได้ค่ะ”
เมื่อพูดจบเตชินท์เเละอลิษาเริ่มเต้นเพลงไก่ย่างท่ามกลางความสนใจของผู้คนในโรงอาหาร ถามว่าอายมั้ย ขอตอบเลยนะนี่เป็นเรื่องที่น่าอายที่สุดในชีวิตที่เขาเคยทำมาเลย หลังจากที่เขาเเละเพื่อนสาวเต้นเสร็จ พี่ๆก็ตบมือเเละยิ้มให้ ส่วนเตชินท์กับอลิษาได้เเต่ยิ้มเขินๆ
“สรุปพี่ซิมใช่พี่รหัสพวกเรามั้ยครับ” เตชินท์เอ่ยถามอีกครั้ง
“อะๆ ในเมื่อน้องๆเต้นให้ดูเเล้ว พี่ก็จะเฉลย พี่…”
เตชินท์เเละอลิษาตั้งใจฟังคำตอบมากเเละลุ้นกันเหมือนวันออกผมสอบยังไงอย่างนั้น
“พี่…ไม่ใช่พี่รหัสของพวกน้องๆ” ศิวกรยิ้ม
“อ้าว เเล้วพี่จะให้หนูเต้นทำไมเนี่ย” อลิษาบ่นออกมา
“มันเป็นกฎนิ ใครที่มั้นใจเเล้วผิดก็จะโดนลงโทษเเบบนี้เเหละ” ศิวกรเอ่ยออกมา
“เป็นไงล่ะพวกเเก มั่นใจกันดีนัก” ธารารัตน์เอ่ยออกมา
“เเล้วเเกเจอเเล้วหรือเเพม” เตชินท์เอ่ยถาม
“ของฉันเจอเเล้วจ้า ไปถามมาเมื่อเช้า”
“ของฉันก็เจอเเล้วพร้อมเเพมเลย”
“โห่ไรอ่ะ” อลิษาถอนหายใจออกมา
“เเล้วทำไมน้องๆถึงคิดว่าซิมเป็นพี่รหัสล่ะ” มินตราเอ่ยถาม
“ก็พวกเราได้คำใบ้ว่าพี่เป็นคนธรรมดาที่ชอบถ่ายรูป เเล้วเมื่อเช้าพี่ซิมก็ถ่ายรูป มันก็ต้องเป็นพี่ซิมสิพี่โมเน่” อลิษาเอ่ย
“ใช่ครับ” เตชินท์พูดเสริม
“กล้องเมื่อเช้ามันไม่ใช่ของซิมหรอก เเต่มันเป็นของคนในสภา” มินตราเอ่ยออกมา
“เเสดงว่าพี่รหัสของพวกเราเป็นกลุ่มสภาหรือคะ” อลิษาเอ่ยออกมาพลางทำหน้าสงสัย
“พวกพี่ให้คำใบได้เเค่นี้เเหละ” เกื้อหนุนเอ่ย
“พี่เกื้อ ขอคำใบอีกได้มั้ยครับ” เตชินท์หันไปถาม
“อืม ก็ได้ คนที่พวกน้องตามหาไม่ได้หายากขนาดนั้นหรอก สังเกตดีๆเดี๋ยวก็เจอ” เกื้อหนุนยิ้มออกมา
“ไปหาข้าวกินได้เเล้วไป เดี๋ยวก็หมดเวลาพักก่อน” ศิวกรเอ่ย
“ค่ะ”
“ครับ”
หลังจากที่ได้คำตอบที่น่าผิดหวัง เตชินท์เเละเพื่อนๆก็ไปหาของกินก่อนจะมานั่งกินตามปกติ จนเตชิน?ืมองไปเห็นกลุ่มของชายที่คุ้นเคย ตาหมอนั้นยิ้มเย้ยเขาก่อนที่จะยกมือถือขึ้นมาเเล้วหันคลิปที่เตชินท์เต้นเมื่อสักครู่ให้ดู บ้าจริงหมอนั้นเห็นด้วยหรือหมดกันภาพลักษณ์ของเขาที่สร้างมา เตชินท์ได้แต่คิดในใจวันนี้ตอนเย็นไต้ฝุ่นต้องล้อเเน่เลย ไม่น่าเลยเรา
บทที่8ไก่ย่างวันถัดมาเตชินท์และไต้ฝุ่นออกจากบ้านแต่เช้าเหมือนวันแรก และไต้ฝุ่นก็ยังคงขับรถไปกินโจ๊กร้านเดิมเหมือนทุกเช้าที่เขามาโรงเรียน7.30น.กรงรถของโรงเรียน “ตอนเย็นวันนี้เเกเลิกค่ำมั้ย” ไต้ฝุ่นเอ่ยถาม “ไม่รู้” เตชินท์ตอบสั้นๆ “งั้นฉันรอที่เดิม” ไต้ฝุ่นหันมาหาอีกฝ่าย “นายไม่ต้องรอก็ได้นะ ว่านี่ฉันกะว่าจะให้พี่เกื้อหนุนติววิชาคณิตให้” เตชินท์เอ่ยออกมาพลางยักคิ้วให้อีกฝ่าย “งั้นฉันไปด้วย” ไต้ฝุ่นเอ่ยออกมา “จะไปทำไม” “ก็จะไปหาเกื้อหนุนไง กะจะทำคะเเนนหรอ อย่าหวังเลยไอ้น้อง” ไต้ฝุ่นเอ่ยพลางยิ้มเยาะเย้ย “ใครน้องมึง” เตชินท์เอ่ยออกมา “เเรงนะอันนี้” ไต้ฝุ่นมองหน้าอีกฝ่าย “ไม่เเรงหรอก หน้าด้านเเบบนี้ไม่น่าสะเทือน” พูดจบเตชินท์ก็เดินหนีทันที “ไอ้ตุลย์ อ้าวเฮ้ย ด่าเเล้วเดินหนีเเบบนี้ได้เลยหรือ ไอ้เวรเอ้ย” หลังจากที่เตชินท์เดินออกไปไต้ฝุ่นก็ยืนบ่นหัวเสียอยู่ตรงนั้น “นี่ ตะโกนอะไรเสียงดังเนี่ย” เสียงของหญิงสาวดังขึ้น “เกื้อ โทษทีพอดีไอ้ตุลย์มันกวนตีนเราอ่ะ” เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ไต้ฝุ่นก็หยุดโวยวายทันที “ตุลย์นี่นะกวนตีน ไม่อยากจะเชื่อ ถ้าบอกว่าแกกวนตุลย์เราจะเชื่อมากกว
บทที่7จีบ “ขึ้นรถดิรอไร” ไต้ฝุ่นเอ่ยด้วยความหงุดหงิด “เอาโทรศัพท์มา” เตชินท์เอ่ยพลางยื่นมือออกไป “ทำไมวันนี้เลิกช้าเเล้วไม่บอก” ไต้ฝุ่นเอ่ยถามก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้อีกฝ่าย “ทำไมต้องบอก จะกลับก็กลับไปดิ รอทำไม” เตชินท์ถอนหายใจ “ฉันก็ไม่ได้อยากจะรอหรอก เเต่เเม่ให้ฉันกลับมารับตั้งหากรีบขึ้นมาได้ล่ะ เสียเวลาจริงๆ” “อือ” เมื่อเห็นท่าทีอารมณ์เสียของพี่ข้างบ้าน เตชินท์ก็ยอมขึ้นรถเเละไม่ต่อปากต่อคำต่อเพราะกลัวจะมีเรื่อง เมื่อเห็นแบบนั้นไต้ฝุ่นก็ส่ายหัวออกมาก่อนที่จะขับรถออกไป ระหว่างทางทั้งคู่ไม่ได้คุยกันเลยแม้แต่น้อย ทำให้บรรยากาศบนรถไม่ค่อยดีนะ แต่ไม่นานนักทั้งคู่ก็กลับมาถึงบ้าน“ขอบใจ” เตชินท์ลงจากรถพลางเอ่ยปากบอกอีกฝ่ายตามมารยาท“นี่ เอาเบอร์มา” ไต้ฝุ่นเอ่ยเสียงดัง“เอาไปทำไม” เตชินท์ทำหน้าสงสัย“เอาไว้โทรไง พรุ่งนี้เวลาเดิม” ไต้ฝุ่นยื่นโทรศัพท์ของตนให้อีกฝ่าย“ไม่ให้ได้ป่ะ ไม่อยากมีเบอร์” เตชินท์มองหน้าอีกฝ่าย“เอามาเถอะน่ะ เอาไลน์มาก็ได้” ไต้ฝุ่นถอนหายใจ“อือๆ” เตชินท์ตอบก่อนจะตัดปัญหาโดยการให้ไลน์ไป“ว่าเเต่ นายชอบพี่เกื้อหนุนหรือ” เตชินท์เอ่ยถามขณะที่อีกฝ่ายสแกนไลน์ของตน“
บทที่6สายรหัส หลังจากที่อาจารย์ประจำห้องเดินออกไป หญิงสาวรุ่นพี่ก็เดินมาทางชายหนุ่มที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ “น้องตุลย์ทำอะไรอยู่อ่ะ พี่เห็นทำหน้าเครียดตั้งเเต่เปิดสมุดล่ะ” มินตราเอ่ยถาม “เมื่อเช้าเรียนคณิตน่ะครับเเล้วผมไม่เข้าใจ เลยเอามาทบทวน” เตชินท์ตอบด้วยรอยยิ้ม “ให้เกื้อสอนสิ เกื้ออ่ะเก่งคณิต” ศิวกรพูดออกมา “จริงหรอครับ” “ไหน ไม่เข้าใจตรงไหนเดี๋ยวพี่สอน” เกื้อหนุนขยับเข้ามาหารุ่นน้องชายก่อนจะมองไปที่หนังสือเรียนของเขา “ตรงนี้ครับ” เตชินท์ชี้ไปยังจุดที่ตนเองสงสัย “อ่อ พี่จะสอนวิธีที่ง่ายๆนะ ตรงนี้มีวงเล็บใช่มั้ย ตุลย์ก็ทำตรงวงเล็บก่อน เเล้วก็เอาทั้งหมดมาวางไว้ตรงนี้ เเล้วก็หาอีกวงเล็บ เเต่สังเกตดีๆตรงนี้มีตัวยกกำลัง อย่าลืมเอามาหาค่าด้วย ทีนี้ก็เอาสองตัวมารวมกัน เเละก็ปัดเศษ ไหนลองทำซิ” เกื้อหนุนอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจก่อนจะลองให้เตชินท์แก้โจทย์เอง “ครับ” เตชินท์กับเพื่อนตั้งใจฟังเเละคำนวนตามที่พี่เกื้อหนุนสอน ก่อนที่จะสรุปผลรวม “ทั้งหมด155.836 ปัดเศษขึ้นเป็น156ใช่มั้ยครับ” ชัยชนะตอบ “อือ ถูกเเล้ว เห็นมั้ย ไม่ยากเลย” เกื้อหนุนเอ่ยชมน้องๆทั้งสี่ “พี่เกื้อนี้เก่งจังเลยนะ
บทที่5น้ำเเดง พวกเรากินข้าวกันมาได้สักพักพี่สาวคนสวยก็หยิบกระเป๋าก่อนที่จะหาอะไรสักอย่าง “เเกหาอะไรอ่ะเกื้อ” ศิวกรเอ่ยถามเพื่อนสาวที่กำลังทำท่าเหมือนหาของ “ฉันลืมเอาขวดน้ำมาอ่ะ” “งั้นก็ไปซื้อใหม่ดิ” มินตราเอ่ยออกมา “พี่จะไปซื้อน้ำมีใครฝากซื้อมั้ย” เกื้อหนุนเอ่ยถามน้องๆที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ “เดี๋ยวหนูไปด้วยค่ะ” อลิษาเอ่ยออกมาพลางหยิบกระเป๋าตังของเธอขึ้นมาถือไว้ “โอเคค่ะ” “เกื้อๆ” ทว่าในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะลุกขึ้นก็มีเสียงของชายหนุ่มเรียกชื่อมาแต่ไกล “อ้าวไต้ฝุ่น มีอะไรหรือป่าว” เกื้อหนุนหันไปถามผู้มาใหม่ทันที “คือเราซื้อน้ำมาให้อ่ะ เห็นว่าเกื้อยังไม่มีน้ำ” ได้ฝุ่นยื่นแก้วน้ำอัดลมสีแดงให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม “อ่อ ขอบใจนะ เเต่ช่วงนี้เรางดน้ำอัดลมอ่ะ” เกื้อหนุนปฏิเสธอย่างสุภาพ “เพื่อนเราอุส่าเอาน้ำมาจีบเกื้อ จะไม่ยอมรับรักเพื่อนเราหน่อยหรอ” อนาวินพูดขึ้น “เรื่องนี้เราว่าให้เกื้อหนุนตัดสินใจเองดีกว่านะ การที่พวกเเกทำเเบบนี้เกื้อมันอึดอัดรู้ป่ะ” มินตราเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังกดดันเพื่อนของตน “เกื้อยังไม่ได้พูดสักคำเลยป่ะ เเกเองหรือป่าวโมที่มายุ่ง” รัตนากรพูดออกมาเสร
บทที่4เพื่อนใหม่บรรยากาศของโรงเรียนในยามเช้าของโรงเรียน นักเรียนต่างพากันตื่นเต้นเเละดูจะร่าเริงมาก เตชินท์เดินไปที่เเถวห้องม.4/1 ซึ่งก็คือห้องที่มีเเต่นักเรียนหัวกะทิของโรงเรียน หรือเรียกง่ายๆว่าห้องกิฟต์ “เธอๆ ตรงนี้ใช่ห้องม.4/1มั้ย” อลิษาที่วิ่งเข้ามาใหม่เอ่ยถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่ “ใช่ๆ” “คิดว่าจะสายซะเเล้ว ว่าเเต่เธอชื่ออะไรหรอ” “เราชื่อตุลย์นะ เเล้วเธอล่ะ” เตชินท์หันไปตอบเพื่อนสาวคนใหม่ “เราชื่อไอริน ยินดีที่ได้รู้จักนะ” อลิษาเอ่ยออกมาพลางยิ้มให้อีกฝ่าย “ยินดีที่ได้รู้จัก” “ไอริน มาทางนี้” เสียงของหญิงสาวอีกคนดังขึ้นก่อนที่อลิษาจะหันไปมอง “ไปกันตุลย์ เดี๋ยวเราจะเเนะนำเพื่อนให้รู้จัก” “โอเค” เตชินท์เดินตามเพื่อนสาวคนใหม่ไปยังด้านหน้า ก่อนที่จะเห็นเพื่อนสาวอีกคนที่ใส่เเว่นยืนอยู่ “ไอรินนี้ทิศเหนือนะ พึ่งรู้จักกันเมื่อกี้” ธารารัตน์เอ่ยพลางผายมือไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ “เเพมนี่ตุลย์พึ่งเจอเมื่อกี้เหมือนกัน” “ตุลย์จำเราได้ป่ะ” เสียงของชัยชนะดังขึ้น “เอ่อนายคือ..” “ที่ตอนวันประถมนิเทศเรานั่งอยู่ข้างหลังนายอ่ะ เเล้วเรายืมปากกานายมาเขียนชื่อจำได้ป่ะ” ชัยชนะพ
บทที่3โจ๊ก เเสงเเดดยามเข้าค่อยๆขึ้นรับกับขอบฟ้า เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งไว้ก็ดังขึ้น เตชินท์งัวเงียตื่นจากที่นอนมือเรียวเอื้อมไปปิดเสียงนาฬิกาปลุกที่ส่งเสียงดังไม่หยุดจนเสียงนั้นหายไปเขาค่อยๆดันตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางบิดขี้เกียจนิดหน่อยเพื่อให้ร่างกายได้คลายเส้น ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงเเละเดินเข้าไปอาบน้ำท ไม่นานนักชุดนักเรียนที่ถูกเตรียมไว้ตั้งเเต่เมื่อคืนก็มาอยู่บนตัวของเตชินท์เเล้ว ชายหนุ่มจัดเสื้อผ้าเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบกระเป๋าเเละเดินออกจากห้องนอนพลางเดินลงมาข้างล่าง “ทำไมเสร็จเเต่เช้าล่ะลูกพึ่งเเต่6โมงครึ่งเอง” เสียงของผู้เป็นพ่อดังขึ้นขณะที่มารดาอยู่ในครัว “พอดีพี่เขานัดตุลย์เวลานี้น่ะครับ ไม่รู้จะไปทำไมเเต่เช้า” เตชินท์ใส่นาฬิกาข้อมือพลางหันไปคุยกับบิดา “สงสัยพี่เขากลังรถติดมั้งลูก เเล้วนี้ตุลย์จะกินข้าวก่อนมั้ย” “ไม่เป็นไรครับพ่อ เดี๋ยวตุลย์ไปกินที่โรงเรียนก็ได้ครับ” “โอเคลูก นี้เงินนะ” ผู้เป้นพ่อยื่นเงินแบงค์ร้อยให้ชายหนุ่มก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มรับพร้อมยกมือไหว้ “ขอบคุณครับ งั้นผมไปเรียนก่อนนะครับพ่อเเม่” “จ้า ตั้งใจเรียนนะลูก” เสียงของมารดาที่อยู่ในครัวดังขึ้น “ไปดีมาดี




![The Feast of Casier มื้อค่ำของคาเซียร์[Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


