Share

บทที่ 6

last update Huling Na-update: 2025-12-25 01:53:56

เช้าวันใหม่

แสงแดดอ่อนส่องผ่านม่านหนาหนักของคฤหาสน์

เสียงรถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาในบริเวณบ้านอย่างเงียบขรึม

โซลที่เพิ่งลงมาชั้นล่าง หยุดฝีเท้าทันทีเมื่อเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น

ร่างสูงใหญ่ในสูทสีเข้ม

ท่วงท่าสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยอำนาจ

“กลับมาแล้วเหรอครับพ่อ”

โซลเอ่ยทัก น้ำเสียงสุภาพ

ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้น

ใบหน้าเคร่งขรึมแต่ดวงตานิ่งสงบ

“อืม เพิ่งถึงตอนดึก เลยไม่ได้เรียกคุย”

พ่อของโซล—บุคคลสำคัญในแวดวงการเมือง

ผู้ซึ่งคุ้นเคยกับสังคมชั้นสูงและเกมอำนาจ

มองลูกชายตรงหน้าอย่างพิจารณา

ไม่ใช่ในฐานะ “ไอดอล”

แต่ในฐานะ “ลูกชาย”

“มินิคอนเสิร์ตเมื่อคืน…”

เขาเว้นจังหวะ

“พ่อเห็นข่าวแล้ว”

โซลชะงักเล็กน้อย

แต่ไม่ได้หลบสายตา

“ครับ”

พ่อวางถ้วยกาแฟลงช้า ๆ

“ทำได้ดีกว่าที่คิด แฟนคลับตอบรับดีมาก”

คำชมสั้น ๆ แต่จริงใจ

ทำให้โซลผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว

ก่อนที่น้ำเสียงจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“แล้วก็… เรื่องเด็กผู้หญิงคนนั้น”

โซลเงยหน้าขึ้นทันที

“อะธีน่า พิชญา พิทักษ์วงศ์”

โซลชะงัก

“ลูกสาวคนเล็กของคุณเพชร”

“น้องสาวของบีม แม็กซ์ และแจสเปอร์”

“โดยเฉพาะแม็กซ์… อินฟลูเอนเซอร์สายเกมที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก”

พ่อวางแท็บเล็ตลง

แล้วมองลูกชายตรง ๆ

“พ่อรู้จักครอบครัวนี้ดี”

โซลขมวดคิ้วเล็กน้อย

“พ่อรู้จักพวกเขาด้วยเหรอครับ”

“ในแวดวงสังคมชั้นสูง ไม่มีใครไม่รู้จัก”

พ่อวางถ้วยกาแฟลง

“ครอบครัวที่ให้เกียรติลูก ๆ มาก อบรมมาดี

โดยเฉพาะแม่ของเด็กคนนั้น—อลิซ อริสรา พิทักษ์วงศ์ อดีตตำรวจ ผู้หญิงที่เข้มแข็ง มีวินัย และไม่เลี้ยงลูกในกรอบแคบ ๆ”

โซลฟังอย่างตั้งใจ

แววตาเขาเปลี่ยนเป็นนิ่งลึก

“ทั้งสี่พี่น้องถูกสอนให้คิดเอง รับผิดชอบการเลือกของตัวเอง”

พ่อพูดต่อ

“ไม่ต่างจากที่พ่อเลี้ยงลูกมา”

บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่

ก่อนที่พ่อจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“พ่อไม่ได้จะห้ามอะไร”

โซลเงยหน้าขึ้นทันที

“ลูกโตพอจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร”

น้ำเสียงนั้นจริงจังขึ้นเล็กน้อย

“แต่โลกของลูกตอนนี้ ไม่ได้มีแค่หัวใจ

ยังมีสายตาของสังคม แฟนคลับ การเมือง และชื่อเสียง”

พ่อสบตาลูกชายตรง ๆ

“ถ้าลูกจะสนใจใครสักคน… ต้องระวัง

ไม่ใช่เพื่อปกป้องตัวเองคนเดียว

แต่เพื่อไม่ให้เขาได้รับผลกระทบจากโลกของลูก”

โซลกำมือแน่นเล็กน้อย

ก่อนจะพยักหน้า

“ผมเข้าใจครับพ่อ”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ผมไม่ได้คิดเล่น ๆ”

พ่อของเขามองลูกชายอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ

“นั่นแหละที่พ่อเป็นห่วง”

มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

“แต่ก็เชื่อว่าลูกจะไม่ทำให้ใครต้องเสียใจโดยไม่จำเป็น”

โซลก้มศีรษะเล็กน้อย

“ขอบคุณครับพ่อ”

พ่อของเขาลุกขึ้น

ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคสั้น ๆ แต่ชัดเจน

“จำไว้นะโซล…

ความตั้งใจจริง เป็นสิ่งที่มีค่า

แต่ความรับผิดชอบต่อหัวใจคนอื่น… มีค่ามากกว่า”

เมื่อพ่อเดินออกไป

โซลนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม

คำพูดเหล่านั้นดังก้องในหัว

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง

ภาพของอะธีน่าปรากฏบนหน้าจอ

ไม่ใช่ในฐานะข่าว

ไม่ใช่ในฐานะไวรัล

แต่ในฐานะ

ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เขาอยากทำความรู้จัก… อย่างถูกต้อง

และครั้งนี้

เขารู้แล้วว่า

ทุกก้าวต่อจากนี้ ต้อง “ระวัง”

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า… ต้องถอย

————————————

ด้านของอะธีน่า

แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาในห้องนอน

อะธีน่าลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียง

หน้าจอสว่างขึ้นทันที

การแจ้งเตือนจากโซเชียลไหลเข้ามาไม่หยุด

เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย

ยังไม่ทันได้เปิดอ่าน

แต่ก็พอเดาได้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร

— “น้องสาวของแม็กซ์ Maxine Gamer ไปดูโซล”

— “มีใครเห็นไหม โซลมองเธอบ่อยมาก”

— “คู่นี้แปลกนะ แต่ดูเข้ากันเฉย”

— “เข้าใจเลยว่าทำไมโซลมองทั้งคืน”

— “สองคนนี้ออร่าชนกันแรงมาก”

อะธีน่าถอนหายใจเบา ๆ

นิ้วไถหน้าจออย่างช้า ๆ

เธอเห็นภาพที่ตัวเองถ่ายกับแฟนคลับเมื่อคืน

คลิปสั้น ๆ จากหลายมุม

และภาพหนึ่ง…

ภาพที่โซลอยู่บนเวทีรอง สายตาเขามองมาทางเธออย่างไม่ตั้งใจ

หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเพียงเสี้ยววินาที

ก่อนจะสงบลงเหมือนเดิม

อะธีน่าไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นแบบแฟนคลับ

แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า

สายตาคู่นั้น… ไม่ได้ว่างเปล่า

เธอลุกจากเตียง

อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า

จัดการตัวเองตามกิจวัตรอย่างเรียบง่าย

ทุกอย่างยังคงอยู่ในจังหวะของเธอ

เมื่อลงมาชั้นล่าง

กลิ่นกาแฟหอมอ่อน ๆ ลอยมาแต่ไกล

“ตื่นแล้วเหรอ”

เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น

บีมนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร

แม็กซ์เอนหลังพิงเก้าอี้ เล่นมือถือ

ส่วนแจสเปอร์กำลังเทน้ำส้มใส่แก้ว

อะธีน่าหยุดเดินเล็กน้อย

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

แม็กซ์เงยหน้าขึ้น

ก่อนจะยิ้มแบบพี่ชายที่รู้ทันโลก

“ดังใหญ่เลยนะ เมื่อคืนอะ”

อะธีน่าถอนหายใจ

“ก็พอเดาได้ค่ะ”

แจสเปอร์หัวเราะเบา ๆ

“ไม่เห็นต้องเครียด แค่คนสนใจ”

บีมวางถ้วยกาแฟลง

มองน้องสาวด้วยสายตานิ่ง ๆ

“พี่ขอถามตรง ๆ นะ”

อะธีน่าหันไปสบตา

“ค่ะ”

“น้องรู้สึกยังไง”

คำถามนั้นไม่ได้กดดัน

ไม่ได้สั่ง

ไม่ได้คาดหวังคำตอบแบบใดแบบหนึ่ง

เป็นคำถามที่เปิดพื้นที่ให้เธอเลือก

อะธีน่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ

“หนูไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษค่ะ”

“แค่รู้สึกว่า… เขาเป็นคนที่มีเป้าหมายชัดเจน”

แม็กซ์เลิกคิ้ว

“แค่นั้น?”

“แค่นั้นจริง ๆ”

เธอยิ้มบาง ๆ

“อย่างน้อย… ตอนนี้”

บีมพยักหน้า

“พี่ไม่ห้าม”

คำพูดนั้นทำให้อะธีน่าเงยหน้าขึ้น

“แต่ขออย่างเดียว”

บีมพูดต่อ

“ถ้ามีอะไรที่ทำให้น้องไม่สบายใจ ไม่ว่าจะเรื่องคน หรือกระแส

บอกพี่ได้ทันที”

แจสเปอร์เสริม

“พวกพี่อยู่ข้างน้องเสมอ”

แม็กซ์ยิ้มกว้าง

“แต่ถ้ามีใครคิดจะจีบ ก็ต้องผ่านด่านพี่ก่อนนะ”

อะธีน่าหลุดหัวเราะ

บรรยากาศตึง ๆ คลายลงทันที

“ขอบคุณค่ะ”

เธอพูดเบา ๆ แต่ชัดเจน

“หนูรู้ว่าพี่ ๆ ไม่ได้กั้นหนู

แค่… คอยดูอยู่ห่าง ๆ”

บีมยิ้มเล็กน้อย

“อิสระ ไม่ได้แปลว่าอยู่คนเดียว”

หลังอาหารเช้า

อะธีน่ากลับขึ้นห้องอีกครั้ง

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

มองหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง

ชื่อของโซลปรากฏผ่านข่าว ผ่านคอมเมนต์ ผ่านสายตาคนอื่น

แต่สำหรับเธอ

เขายังเป็นเพียง “ใครบางคน”

ที่บังเอิญเดินผ่านมาในชีวิต

อะธีน่าวางโทรศัพท์ลง

เดินไปยืนที่หน้าต่าง

มองออกไปยังท้องฟ้าที่เปิดกว้าง

อิสระของเธอ

ไม่ใช่การหนีจากกรอบ

แต่เป็นการเลือกก้าวไปข้างหน้า

ด้วยสติ และหัวใจของตัวเอง

และถ้าหาก

เส้นทางข้างหน้า

จะมีใครบางคนเดินเคียงข้าง

เธอก็อยากให้มันเกิดขึ้น

เพราะ “การเลือก”

ไม่ใช่ “กระแส”

ไม่ใช่ชื่อเสียง

ไม่ใช่โชคชะตา

เพราะสำหรับเธอแล้ว

อิสระ ไม่ได้แปลว่ารีบคว้า

แต่อยู่ที่การเลือก “จังหวะ” ของตัวเอง

และครั้งนี้

เธอจะเป็นคนออกแบบมันเอง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 13

    ภายในโกดัง เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับนาฬิกาที่นับถอยหลังให้กับทุกชีวิตในนั้นชายทั้งสองยืนถกเถียงกันอยู่ไม่ไกลน้ำเสียงต่ำ เครียด และเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยังไม่สงบ“เอายังไงต่อดีวะ”คนหนึ่งถาม พลางเดินไปเดินมา“แค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจเลย”อีกคนสบถเบา ๆ“ใจเย็นก่อน กูขอคิดให้รอบคอบหน่อย”ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะไปไกลชายคนแรกก็ทำท่าหงุดหงิดขึ้นมา“ว่ะ… ปวดฉี่ว่ะ เดี๋ยวมา”เขาหันไปมองอีกคน“มึงเฝ้าไว้ก่อน อย่าให้มันหนีได้ล่ะ”“เออ ไม่ต้องห่วง”ชายที่เหลือพยักหน้า พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น“ผู้หญิงตัวเล็กแค่นี้ จะไปไหนได้”เสียงฝีเท้าเดินห่างออกไปประตูเหล็กด้านข้างเปิดปิดดัง ครืด—ปังเหลือเพียงชายคนเดียวเฝ้าอยู่หน้าห้องและอะธีน่าที่นั่งนิ่งอยู่กับเสาหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทันทีแต่สีหน้ายังคงนิ่งเธอก้มสายตาลงอย่างแนบเนียนและนั่นเอง—เศษแก้วใสชิ้นเล็กสะท้อนแสงไฟวูบวาบอยู่ไม่ไกลจากปลายมือของเธอโอกาส…อะธีน่าขยับตัวช้า ๆให้เหมือนกับแค่เปลี่ยนอิริยาบถกล้ามเนื้อแขนตึงขึ้นจากเชือกที่รัดแน่นชายที่เฝ้าอยู่ปรายตามองมาเพียงครู่ก่อนจะหันกลับไปสนใจหน้าจอมือถืออีกครั้

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 12

    สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุดเสียงฟ้าร้องดังครืนอยู่ไกล ๆอะธีน่านั่งอยู่ในรถ เปิดไฟฉุกเฉินไว้สายตากวาดมองถนนที่แทบไม่มีรถผ่านในใจเริ่มคิดว่า ถ้าฝนซาลงเมื่อไร เธอจะลงไปลองซ่อมอีกครั้ง หรือไม่ก็โทรเรียกรถลากและในจังหวะนั้นเอง—ไฟหน้ารถอีกคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดด้านหลังรถของเธออะธีน่าหันไปมองผ่านกระจกมองหลังหัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังพยายามไม่ตื่นตระหนกเธอเปิดกระจกลงนิดหนึ่ง เตรียมจะถามว่าอีกฝ่ายมาช่วยหรือไม่ชายสองคนลงจากรถรูปร่างสูงใหญ่ ท่าทางแข็งกระด้างหนึ่งในนั้นมองเธอด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความหวังดีแม้แต่น้อย“รถเสียเหรอครับ”น้ำเสียงนั้นฟังดูเรียบ แต่แฝงบางอย่างที่ทำให้สัญชาตญาณของอะธีน่าร้องเตือนทันทีเธอกำลังจะตอบ—แต่สายตาของชายอีกคนกลับเปลี่ยนไปเมื่อเขาเห็นใบหน้าของเธอชัดขึ้น ใต้แสงไฟถนนที่สลัวรอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากเป็นรอยยิ้มของคนที่ “จำได้”“เฮอะ…”เขาหัวเราะเบา ๆ“เหมือนใครสักคนเลยนะ”อะธีน่าขมวดคิ้วยังไม่ทันจะถอยหนี—มือหยาบกระชากประตูรถเปิดออกอย่างแรงอีกมือคว้าข้อมือเธอทันที“ปล่อยนะ!”อะธีน่าตะโกน เสียงถูกกลืนไปกับเสียงฝน“เงียบซะ!”

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 11

    สองวันหลังจากที่ชุดทั้งสามถูกเก็บเข้าห้องลับ เช้าวันนี้อะธีน่าตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เธออาบน้ำ แต่งตัวเรียบเท่ตามสไตล์เดิม ก่อนจะเปิดห้องลับ และนำหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามออกมาอย่างระมัดระวัง ตรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ตะเข็บ ผิวผ้า รายละเอียดเล็กที่สุด—ไม่มีสิ่งใดหลุดสายตา เมื่อทุกอย่างพร้อม อะธีน่าขนหุ่นขึ้นรถ ขับมุ่งหน้าไปยังมหาวิทยาลัยด้วยสีหน้านิ่ง แต่หัวใจเต้นแรงกว่าปกติเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะนี่คือผลงานที่เธอ “มั่นใจที่สุด” ตั้งแต่เรียนแฟชั่นมา ⸻ ภายในห้องเรียนสตูดิโอแฟชั่น เพื่อน ๆ ทยอยนำงานของตัวเองมาจัดวาง บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดแบบที่คุ้นเคย จนกระทั่งอะธีน่าเข็นหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามเข้ามา เสียงพูดคุยค่อย ๆ เบาลง ก่อนจะกลายเป็นความเงียบชั่วขณะ Modern Greek God : Apollo / Ares / Hermes เส้นสายที่ชัดเจน โครงสร้างที่แข็งแรงแต่ไม่แข็งทื่อ การเลือกผ้าและดีเทลที่สะท้อนตัวตนของแต่ละเทพ โดยไม่หลุดธีม ไม่เยอะเกิน และไม่กลบกันเอง “โห… งานนี้คือเสร็จสมบูรณ์จริง ๆ” เสียงใครคนหนึ่งหลุดออกมา “ดูแพงมากอะ” “นี่มันระดับโชว์แล้วนะ” เสียง

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 10

    แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านบาง ๆ ภายในห้องนอนของอะธีน่าในวันนี้ แทบไม่เหลือเค้าเดิมของห้องพักผ่อนอีกต่อไป โต๊ะเขียนหนังสือถูกดันไปชิดผนัง แทนที่ด้วยโต๊ะตัดผ้า หุ่นโชว์ตั้งเรียงอยู่ใกล้หน้าต่าง ผืนผ้าหลากเฉดสีถูกคลี่วางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ เข็มหมุด กรรไกร สายวัด และแพตเทิร์นกระดาษ กระจายอยู่รอบตัวเธอ ห้องนี้ กลายเป็น “พื้นที่สร้างสรรค์” อย่างสมบูรณ์แบบ อะธีน่ายืนอยู่กลางห้อง ในเสื้อยืดตัวหลวมและกางเกงสบาย ๆ ผมถูกรวบลวก ๆ ไว้ด้านหลัง สายตาจริงจังจดจ่ออยู่กับแพตเทิร์นตรงหน้า เธอนำไซส์ที่วัดจากพี่ชายทั้งสามคน — บีม แม็กซ์ และแจสเปอร์ — มาปรับใช้กับแบบเสื้อผ้าในธีม Modern Greek God : Apollo, Ares, Hermes ปลายนิ้วลากดินสอไปตามเส้นโค้งของแพตเทิร์น ทุกสัดส่วนถูกคำนวณอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่ให้ใส่ได้ แต่ต้อง “สะท้อนตัวตน” ของแต่ละคนออกมาด้วย อพอลโล — ความสมดุล สง่างาม และแสงสว่าง เอเรส — ความแข็งแรง ดุดัน และมีพลัง เฮอร์มีส — ความคล่องตัว อิสระ และทันสมัย จักรเย็บผ้าดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเข็มแทงลงบนผืนผ้า เหมือนจังหวะหัวใจของการทำงาน อะธีน่าแทบไม่ได้มองนาฬิก

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 9

    ยามค่ำคืนคลี่คลุมคฤหาสน์หลังใหญ่ของ ตระกูลพิทักษ์วงศ์ แสงไฟสีอุ่นจากเสาโคมหน้าบ้านส่องสว่างเป็นแนว บรรยากาศสงบ แตกต่างจากความคึกคักของเมืองที่เพิ่งจากมา เวลา 20:30 น. อะธีน่าเดินเท้าเข้ามาทางประตูรั้ว กระเป๋าสะพายข้างหนึ่ง ถุงใส่วัสดุสำหรับ Final Project อีกข้าง การเดินทุกก้าวของเธอนั้นมั่นคง แต่ไม่เร่งรีบ ร่างสูงวัยในชุดพ่อบ้านยืนรออยู่หน้าประตู ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มคุ้นเคย “คุณหนูเล็กกลับมาแล้วเหรอครับ” ลุงรงค์ เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงอบอุ่น อะธีน่าหยุดเดิน ยิ้มให้เขาอย่างเป็นกันเอง “ค่ะลุงรงค์ วันนี้กลับค่ำหน่อยนะคะ” ลุงรงค์รับถุงจากมือเธอไปช่วยถือ “ไม่เป็นไรเลยครับ คุณหนู คุณผู้หญิงกำชับไว้แล้วว่า ถ้าคุณหนูกลับมา ก็ให้ดูแลตามปกติ ไม่ต้องเร่ง ไม่ต้องกดดันอะไร” คำพูดเรียบง่ายนั้น ทำให้อะธีน่ารู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด “ขอบคุณค่ะลุง” ลุงรงค์พยักหน้า “คุณหนูพักผ่อนเถอะครับ ถ้าต้องการอะไร เรียกลุงได้ตลอดนะครับ” อะธีน่ายิ้ม “ค่ะ ราตรีสวัสดิ์นะคะ” เธอเดินขึ้นบันไดหินอ่อนอย่างเงียบ ๆ เสียงฝีเท้าก้องเบา ๆ ไปตามโถงสูง ก่อนจะหายลับไปยังชั้นบน คืนนี้ ไม่มีคำถา

  • Designed Freedom อิสระที่ออกแบบได้   บทที่ 8

    อะธีน่ากำลังหยิบเนื้อผ้าที่เลือกไว้ แต่ทันใดนั้นก็พบว่าไม่ได้เตรียมเงินพกมาเพียงพอ โซลซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ยื่นมือเข้ามา “เดี๋ยวครับ ผมช่วยจ่ายเองครับ” ก่อนที่อะธีน่าจะทันปฏิเสธ เขากดจ่ายเงินด้วยรอยยิ้มสุภาพ อะธีน่าหยุดชะงักเล็กน้อย “ขะ… ขอบคุณค่ะ พี่โซล” น้ำเสียงของเธอเรียบ แต่แฝงความประหลาดใจ โซลพยักหน้าเบา ๆ “ไม่เป็นไร น้องอะธีน่า ถือว่าพี่ช่วยน้องหน่อยละกัน” เขากลับใส่หมวกแก๊ปเหมือนเดิม เพื่อไม่ให้ใครสังเกตเกินไป อะธีน่ามองนาฬิกา “เดี๋ยวหนูต้องรีบไปแล้วค่ะ เพื่อน ๆ รออยู่ที่คาเฟ่” โซลพยักหน้า “งั้นผมขอเดินตามน้องไปด้วยนะ เผื่อจะช่วยถือของ หรือดูแลอะไรนิดหน่อย” อะธีน่าหัวเราะเบา ๆ “ไม่ต้องก็ได้ แต่ก็… ขอบคุณนะคะ” ระหว่างทาง โซลพูดขึ้นอย่างสุภาพแต่จริงใจ “พี่รู้ชื่อน้อง เพราะหลังจากมินิคอนเสิร์ต พี่ไปเห็นแฮชแท็กแฟนคลับ แล้วก็หาข้อมูลเพิ่มเติม… และพ่อพี่ก็พูดถึงครอบครัวน้องด้วย” อะธีน่าหยุดฟัง สายตาของเธอสบกับเขา “ออ… แบบนี้เองสินะคะ” โซลยิ้มเล็ก ๆ “ใช่ครับ… พี่อยากรู้จักน้อง แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาอื่น” อะธีน่าเข้าใจน้ำเสียงสุภาพของเขา เธอถอนหายใจเบา ๆ “ค่ะ…

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status