Mag-log inเช้าวันใหม่
แสงแดดอ่อนส่องผ่านม่านหนาหนักของคฤหาสน์ เสียงรถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาในบริเวณบ้านอย่างเงียบขรึม โซลที่เพิ่งลงมาชั้นล่าง หยุดฝีเท้าทันทีเมื่อเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางห้องนั่งเล่น ร่างสูงใหญ่ในสูทสีเข้ม ท่วงท่าสงบนิ่ง แต่แฝงด้วยอำนาจ “กลับมาแล้วเหรอครับพ่อ” โซลเอ่ยทัก น้ำเสียงสุภาพ ชายวัยกลางคนเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเคร่งขรึมแต่ดวงตานิ่งสงบ “อืม เพิ่งถึงตอนดึก เลยไม่ได้เรียกคุย” พ่อของโซล—บุคคลสำคัญในแวดวงการเมือง ผู้ซึ่งคุ้นเคยกับสังคมชั้นสูงและเกมอำนาจ มองลูกชายตรงหน้าอย่างพิจารณา ไม่ใช่ในฐานะ “ไอดอล” แต่ในฐานะ “ลูกชาย” “มินิคอนเสิร์ตเมื่อคืน…” เขาเว้นจังหวะ “พ่อเห็นข่าวแล้ว” โซลชะงักเล็กน้อย แต่ไม่ได้หลบสายตา “ครับ” พ่อวางถ้วยกาแฟลงช้า ๆ “ทำได้ดีกว่าที่คิด แฟนคลับตอบรับดีมาก” คำชมสั้น ๆ แต่จริงใจ ทำให้โซลผ่อนคลายลงโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่น้ำเสียงจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย “แล้วก็… เรื่องเด็กผู้หญิงคนนั้น” โซลเงยหน้าขึ้นทันที “อะธีน่า พิชญา พิทักษ์วงศ์” โซลชะงัก “ลูกสาวคนเล็กของคุณเพชร” “น้องสาวของบีม แม็กซ์ และแจสเปอร์” “โดยเฉพาะแม็กซ์… อินฟลูเอนเซอร์สายเกมที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก” พ่อวางแท็บเล็ตลง แล้วมองลูกชายตรง ๆ “พ่อรู้จักครอบครัวนี้ดี” โซลขมวดคิ้วเล็กน้อย “พ่อรู้จักพวกเขาด้วยเหรอครับ” “ในแวดวงสังคมชั้นสูง ไม่มีใครไม่รู้จัก” พ่อวางถ้วยกาแฟลง “ครอบครัวที่ให้เกียรติลูก ๆ มาก อบรมมาดี โดยเฉพาะแม่ของเด็กคนนั้น—อลิซ อริสรา พิทักษ์วงศ์ อดีตตำรวจ ผู้หญิงที่เข้มแข็ง มีวินัย และไม่เลี้ยงลูกในกรอบแคบ ๆ” โซลฟังอย่างตั้งใจ แววตาเขาเปลี่ยนเป็นนิ่งลึก “ทั้งสี่พี่น้องถูกสอนให้คิดเอง รับผิดชอบการเลือกของตัวเอง” พ่อพูดต่อ “ไม่ต่างจากที่พ่อเลี้ยงลูกมา” บรรยากาศเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่พ่อจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “พ่อไม่ได้จะห้ามอะไร” โซลเงยหน้าขึ้นทันที “ลูกโตพอจะรู้ว่าอะไรควรไม่ควร” น้ำเสียงนั้นจริงจังขึ้นเล็กน้อย “แต่โลกของลูกตอนนี้ ไม่ได้มีแค่หัวใจ ยังมีสายตาของสังคม แฟนคลับ การเมือง และชื่อเสียง” พ่อสบตาลูกชายตรง ๆ “ถ้าลูกจะสนใจใครสักคน… ต้องระวัง ไม่ใช่เพื่อปกป้องตัวเองคนเดียว แต่เพื่อไม่ให้เขาได้รับผลกระทบจากโลกของลูก” โซลกำมือแน่นเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า “ผมเข้าใจครับพ่อ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ผมไม่ได้คิดเล่น ๆ” พ่อของเขามองลูกชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “นั่นแหละที่พ่อเป็นห่วง” มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “แต่ก็เชื่อว่าลูกจะไม่ทำให้ใครต้องเสียใจโดยไม่จำเป็น” โซลก้มศีรษะเล็กน้อย “ขอบคุณครับพ่อ” พ่อของเขาลุกขึ้น ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคสั้น ๆ แต่ชัดเจน “จำไว้นะโซล… ความตั้งใจจริง เป็นสิ่งที่มีค่า แต่ความรับผิดชอบต่อหัวใจคนอื่น… มีค่ามากกว่า” เมื่อพ่อเดินออกไป โซลนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม คำพูดเหล่านั้นดังก้องในหัว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของอะธีน่าปรากฏบนหน้าจอ ไม่ใช่ในฐานะข่าว ไม่ใช่ในฐานะไวรัล แต่ในฐานะ ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เขาอยากทำความรู้จัก… อย่างถูกต้อง และครั้งนี้ เขารู้แล้วว่า ทุกก้าวต่อจากนี้ ต้อง “ระวัง” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า… ต้องถอย ———————————— ด้านของอะธีน่า แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาในห้องนอน อะธีน่าลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอสว่างขึ้นทันที การแจ้งเตือนจากโซเชียลไหลเข้ามาไม่หยุด เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ยังไม่ทันได้เปิดอ่าน แต่ก็พอเดาได้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร — “น้องสาวของแม็กซ์ Maxine Gamer ไปดูโซล” — “มีใครเห็นไหม โซลมองเธอบ่อยมาก” — “คู่นี้แปลกนะ แต่ดูเข้ากันเฉย” — “เข้าใจเลยว่าทำไมโซลมองทั้งคืน” — “สองคนนี้ออร่าชนกันแรงมาก” อะธีน่าถอนหายใจเบา ๆ นิ้วไถหน้าจออย่างช้า ๆ เธอเห็นภาพที่ตัวเองถ่ายกับแฟนคลับเมื่อคืน คลิปสั้น ๆ จากหลายมุม และภาพหนึ่ง… ภาพที่โซลอยู่บนเวทีรอง สายตาเขามองมาทางเธออย่างไม่ตั้งใจ หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะสงบลงเหมือนเดิม อะธีน่าไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นแบบแฟนคลับ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สายตาคู่นั้น… ไม่ได้ว่างเปล่า เธอลุกจากเตียง อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า จัดการตัวเองตามกิจวัตรอย่างเรียบง่าย ทุกอย่างยังคงอยู่ในจังหวะของเธอ เมื่อลงมาชั้นล่าง กลิ่นกาแฟหอมอ่อน ๆ ลอยมาแต่ไกล “ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น บีมนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แม็กซ์เอนหลังพิงเก้าอี้ เล่นมือถือ ส่วนแจสเปอร์กำลังเทน้ำส้มใส่แก้ว อะธีน่าหยุดเดินเล็กน้อย “อรุณสวัสดิ์ค่ะ” แม็กซ์เงยหน้าขึ้น ก่อนจะยิ้มแบบพี่ชายที่รู้ทันโลก “ดังใหญ่เลยนะ เมื่อคืนอะ” อะธีน่าถอนหายใจ “ก็พอเดาได้ค่ะ” แจสเปอร์หัวเราะเบา ๆ “ไม่เห็นต้องเครียด แค่คนสนใจ” บีมวางถ้วยกาแฟลง มองน้องสาวด้วยสายตานิ่ง ๆ “พี่ขอถามตรง ๆ นะ” อะธีน่าหันไปสบตา “ค่ะ” “น้องรู้สึกยังไง” คำถามนั้นไม่ได้กดดัน ไม่ได้สั่ง ไม่ได้คาดหวังคำตอบแบบใดแบบหนึ่ง เป็นคำถามที่เปิดพื้นที่ให้เธอเลือก อะธีน่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ “หนูไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษค่ะ” “แค่รู้สึกว่า… เขาเป็นคนที่มีเป้าหมายชัดเจน” แม็กซ์เลิกคิ้ว “แค่นั้น?” “แค่นั้นจริง ๆ” เธอยิ้มบาง ๆ “อย่างน้อย… ตอนนี้” บีมพยักหน้า “พี่ไม่ห้าม” คำพูดนั้นทำให้อะธีน่าเงยหน้าขึ้น “แต่ขออย่างเดียว” บีมพูดต่อ “ถ้ามีอะไรที่ทำให้น้องไม่สบายใจ ไม่ว่าจะเรื่องคน หรือกระแส บอกพี่ได้ทันที” แจสเปอร์เสริม “พวกพี่อยู่ข้างน้องเสมอ” แม็กซ์ยิ้มกว้าง “แต่ถ้ามีใครคิดจะจีบ ก็ต้องผ่านด่านพี่ก่อนนะ” อะธีน่าหลุดหัวเราะ บรรยากาศตึง ๆ คลายลงทันที “ขอบคุณค่ะ” เธอพูดเบา ๆ แต่ชัดเจน “หนูรู้ว่าพี่ ๆ ไม่ได้กั้นหนู แค่… คอยดูอยู่ห่าง ๆ” บีมยิ้มเล็กน้อย “อิสระ ไม่ได้แปลว่าอยู่คนเดียว” หลังอาหารเช้า อะธีน่ากลับขึ้นห้องอีกครั้ง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มองหน้าจออยู่ครู่หนึ่ง ชื่อของโซลปรากฏผ่านข่าว ผ่านคอมเมนต์ ผ่านสายตาคนอื่น แต่สำหรับเธอ เขายังเป็นเพียง “ใครบางคน” ที่บังเอิญเดินผ่านมาในชีวิต อะธีน่าวางโทรศัพท์ลง เดินไปยืนที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าที่เปิดกว้าง อิสระของเธอ ไม่ใช่การหนีจากกรอบ แต่เป็นการเลือกก้าวไปข้างหน้า ด้วยสติ และหัวใจของตัวเอง และถ้าหาก เส้นทางข้างหน้า จะมีใครบางคนเดินเคียงข้าง เธอก็อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะ “การเลือก” ไม่ใช่ “กระแส” ไม่ใช่ชื่อเสียง ไม่ใช่โชคชะตา เพราะสำหรับเธอแล้ว อิสระ ไม่ได้แปลว่ารีบคว้า แต่อยู่ที่การเลือก “จังหวะ” ของตัวเอง และครั้งนี้ เธอจะเป็นคนออกแบบมันเองเกมที่ 1“โอเค เกมแรก”แม็กซ์ขยับตัวนั่งตรง“พี่เข้าป่า น้องเล่นเมจ”“ได้ค่ะ”อะธีน่าพยักหน้า“แต่ถ้าพี่โยนเกม หนูไม่แบกนะ”แม็กซ์หันมองทันที“พูดใหม่ดิ”“ถ้าพี่เล่นชิบหาย หนูก็ไม่แบกค่ะ”“ไอ้ฟาย”แม็กซ์หัวเราะลั่น“เปิดมาคือด่าพี่เลยนะ”แชตไหลเร็วขึ้นกว่าเดิมโอ๊ยยย ชอบคู่นี้พี่น้องบ้านนี้โคตรเรียลน้องสวยแต่พูดแมนมากกกกนี่แหละ น้องสาวพี่แม็กซ์ของจริงเกมแรกเปิดมาได้ไม่ถึงสามนาทีแม็กซ์เล่นแอสซาซินป่าบุกเลนบนอย่างดุขณะที่อะธีน่าเล่นเมจกลาง เดินเกมไวไม่แพ้กัน“พี่แม็กซ์ ขวาล่าง ๆ”อะธีน่าจ้องจอไม่กะพริบ“มันซ่อนพุ่มค่ะ”“เห็นละ”“เข้าเลยมั้ย”“เข้า!”จังหวะต่อมาแม็กซ์พุ่งเข้าไปเปิดไฟต์ทันทีอะธีน่ากดสกิลตามแบบไม่พลาดFirst Blood“โอ๊ย สวย!”แม็กซ์ตบโต๊ะเบา ๆ“เห็นมั้ย เกมมันต้องแบบนี้!”อะธีน่าหัวเราะ“เขาโง่เองค่ะพี่”“พูดดี ๆ”“ก็โง่จริงนี่คะ”“อีสัส”แม็กซ์หลุดขำ“ชอบว่ะ”ตาทั้งคู่ไหลลื่นจนชนะอย่างสวยงามและจบเกมแรกด้วย MVP ฝั่งอะธีน่าแม็กซ์หันมองทันที“อ้าว?”อะธีน่ายิ้มมุมปาก“ขอบคุณที่เป็นบันไดให้หนูนะคะ”“มึงนี่นะ…”“พี่ด่ากล้องอยู่ค่ะ”“เออ ด่าจริง”⸻เกมที่ 2เกมที่สองท
สายเรียกกลับบ้านอะธีน่ายืนมองเวทีอยู่ได้ไม่นานนักเสียงพิธีกรยังคงดังสลับกับเสียงกรี๊ดของแฟนคลับรอบลานกิจกรรมขณะที่โซลบนเวทียังคงเปล่งประกายราวกับเกิดมาเพื่อแสงไฟโดยแท้จริงเธอเผลอยืนดูอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่งโดยไม่ทันรู้ตัวว่าแก้วเครื่องดื่มเย็นในมือเริ่มคลายไอเย็นลงไปแล้วแต่แล้ว—ครืด… ครืด…โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเธอสั่นขึ้นอะธีน่ากะพริบตาเบา ๆก่อนจะละสายตาจากเวทีและหยิบมือถือขึ้นมาดูบนหน้าจอขึ้นชื่อชัดเจนMax 💙เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะกดรับสาย“ว่าไงคะ พี่แม็กซ์”ปลายสายมีเสียงจังหวะคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยเบา ๆ แทรกมาเหมือนเขากำลังจัดอะไรบางอย่างอยู่“อยู่ไหน”คำถามสั้น ๆ ตามสไตล์พี่ชายคนกลางดังขึ้นทันทีอะธีน่าหันมองรอบตัวคร่าว ๆ“อยู่ห้างค่ะ ขี่รถออกมาข้างนอกนิดหน่อย”“ดีเลย”เสียงของแม็กซ์ฟังดูอารมณ์ดีผิดปกติ“กลับบ้านมาได้ไหม วันนี้พี่มีสตรีม”อะธีน่าขมวดคิ้วนิด ๆ“แล้ว?”ปลายสายเงียบไปแป๊บหนึ่งก่อนจะได้ยินน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นธรรมดา แต่แอบมีลูกล่อลูกชนอยู่เต็มที่“แล้วพี่จะให้มานั่งเล่นด้วยไง”อะธีน่าหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ“หนูเนี่ยนะ”“ใช่”แม็กซ์ตอบทันที“วั
เช้าวันต่อมาแม้จะนอนไปหลายชั่วโมงแต่อะธีน่ากลับรู้สึกเหมือนไม่ได้พักเลยแม้แต่น้อยภาพกล่องของขวัญสีดำรูปถ่ายของเธอและข้อความจากเบอร์ปริศนายังคงวนอยู่ในหัวไม่ยอมจางเธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครในบ้านเมื่อคืนไม่ใช่เพราะไม่กลัวแต่เพราะยังไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงโดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ลักพาตัวที่ผ่านมาไม่นานอย่างน้อย…เธออยากมีเวลาคิดด้วยตัวเองก่อนและเพราะแบบนั้นช่วงสายของวันนี้อะธีน่าจึงเลือกทำในสิ่งที่ช่วยให้เธอ “หายใจ” ได้ดีที่สุดออกไปข้างนอกคนเดียวเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันโปรดดังขึ้นในลานบ้านอะธีน่าสวมหมวกกันน็อก ปรับสายรัดให้แน่นก่อนจะขี่ออกจากคฤหาสน์ไปอย่างเงียบ ๆลมอ่อนของช่วงสายปะทะใบหน้าช่วยให้ความอึดอัดในอกค่อย ๆ เบาลงทีละนิดเธอไม่ได้ตั้งใจจะไปไหนไกลเพียงแค่อยากขี่รถเรื่อย ๆมองผู้คนมองเมืองและปล่อยให้สมองได้พักจากเรื่องวุ่นวายทั้งหมดสักชั่วโมงสองชั่วโมงสุดท้ายอะธีน่าก็มาจอดที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเธอเดินเข้าไปด้านในแบบเรียบง่ายวันนี้แต่งตัวสบายกว่าปกติ—เสื้อครอปแขนยาวสีเรียบ กางเกงยีนส์เอวสูง รองเท้าผ้าใบผมถูกรวบครึ่งหัวแบบไม่ตั้งใจให้เ
งานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดีอย่างน่าทึ่งหลังจากโชว์จบผู้คนยังคงจับกลุ่มพูดคุยถึงคอลเลกชันของอะธีน่าไม่หยุดทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง รวมถึงแขกที่มาร่วมงานต่างพูดถึงผลงานของเธอในทิศทางเดียวกัน“โดดเด่น”“ชัดเจน”“มีภาษาของตัวเอง”หลังลงจากเวทีอะธีน่าแทบไม่มีเวลาได้พักเพื่อน ๆ ต่างเข้ามากอด แสดงความยินดีอาจารย์หลายคนเดินเข้ามาชื่นชมด้วยตัวเองบางคนถึงขั้นขอถ่ายรูปกับเธอและพี่ชายทั้งสามไว้เป็นที่ระลึกบีมในลุค Apollo ยืนถือช่อดอกไม้สีขาวทองอย่างสง่างามแม็กซ์ที่ยังไม่ยอมถอดหมวกสปาร์ตันสีดำออกทั้งหมด กำลังโดนแฟน ๆ ของตัวเองแอบถ่ายไม่หยุดส่วนแจสเปอร์ก็ถูกเพื่อนของอะธีน่ารุมขอเซลฟี่ด้วยความชื่นชอบในลุค Hermesเสียงหัวเราะเสียงชื่นชมกลิ่นดอกไม้แสงแฟลชจากกล้องมือถือทุกอย่างอบอวลอยู่ในช่วงเวลาหลังเวทีนั้นอะธีน่ารับช่อดอกไม้จากซัมเมอร์เป็นช่อที่สามของคืนก่อนจะยิ้มอย่างเหนื่อย ๆ แต่มีความสุข“แกสุดยอดมากจริง ๆ”ซัมเมอร์พูดพลางเขย่าแขนเธอเบา ๆ“ฉันพูดจริงนะ นี่มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์จบแล้ว”“ใช่”ริวกิพยักหน้าแรง“นี่มันระดับเอาไปต่อยอดได้เลย”อะธีน่าหลุดหัวเราะเบา ๆ“พอเลยพวกแก เดี๋ยวล
อะธีน่าเดินกลับมาที่โต๊ะ สีหน้าพยายามนิ่งเหมือนเดิม แต่สายตาของเพื่อน ๆ ที่รู้จักเธอดี… ไม่มีทางมองไม่ออก “อะธีน่า” ริวกิเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น “เป็นอะไรปะ หน้าแกดูซีด ๆ” ซัมเมอร์วางตะเกียบลงทันที “ใครมาทำอะไรแกหรือเปล่า” อะธีน่านั่งลง วางมือบนตัก สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะตัดสินใจพูดความจริง—แค่บางส่วน “เจอคนรู้จักเก่า” น้ำเสียงเธอเรียบ แต่สั้น “ไม่มีอะไรแล้ว” เพนนีขมวดคิ้ว “รู้จักเก่าแบบไหน” พอร์ชกับเควินสบตากันทันที ชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของทั้งคู่พร้อมกัน คชาเป็นคนพูดออกมา เสียงต่ำลงกว่าปกติ “…ตั้ม?” อะธีน่าเงยหน้ามอง ไม่ได้ตอบ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ แค่นั้นก็พอแล้ว บรรยากาศบนโต๊ะเงียบไปชั่วครู่ เสียงฉ่าของหมูกระทะยังดัง แต่ไม่มีใครสนใจจะคีบต่อ พอร์ชกำมือแน่น “มันมาทำอะไรแกป่าว” “แค่พูด” อะธีน่าตอบทันที “แล้วก็ไป มีคนช่วยกันไว้” เควินถอนหายใจแรง “แม่ง… ยังไม่เลิกอีกเหรอวะ” ซัมเมอร์เอื้อมมือไปจับแขนอะธีน่า บีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ “แกโอเคจริง ๆ ใช่ไหม” อะธีน่าพยักหน้า คราวนี้ยิ้มได้จริงขึ้นนิดหนึ่ง “โอเคแล้ว” เธอพูดชัด “ไม่เหมือนเมื่อ
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คำรามเบา ๆ ก่อนจะดับลงหน้าคณะอะธีน่าถอดหมวกกันน็อก พลางสะบัดผมยาวเล็กน้อยให้เข้าที่วันนี้เธอมาเองไม่มีรถตามไม่มีการ์ดมีแค่เธอ กับมอเตอร์ไซค์คู่ใจการกลับมาใช้ชีวิตปกติอีกครั้งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจเลือกสายตาหลายคู่หันมองไม่ใช่เพราะเธอเป็นน้องสาวใครไม่ใช่เพราะข่าวลือใด ๆแต่เพราะ “อะธีน่า” ในวันนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปนิ่งขึ้นมั่นคงขึ้นและมีออร่าแบบคนที่ผ่านบางอย่างมาแล้วเธอลงจากรถล็อกคอพวงมาลัยอย่างเป็นนิสัยก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วเดินเข้าอาคารเรียน“อะธีน่า!”เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังซัมเมอร์โบกมือรัว ๆข้าง ๆ มีริวกิ เพนนี ลดา พอร์ช เควิน และคชาที่เพิ่งเดินมาสมทบ“แกหายไปไหนมาเนี่ย!”ซัมเมอร์ถามทันที“ไลน์เงียบ โทรก็ไม่ติด พวกเราจะไปแจ้งความอยู่แล้วนะ”อะธีน่าหยุดเดินยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อน ๆ“ขอโทษนะ”เธอพูดเสียงเรียบ“มีเรื่องนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้ว”ริวกิมองเธออย่างพินิจก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ“นิดหน่อยของแกเนี่ย… หน้าตาไม่เหมือนนิดหน่อยเลยนะ”อะธีน่าหัวเราะเบา ๆไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่อธิบาย“เอาเป็นว่า วันนี้ฉันสบายดี”เธอพูด“แค่นี้พอ”เพนนียิ
แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อน กระทบเปลือกตาที่ปิดสนิทของอะธีน่าอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามา คือ ความหนัก ที่ศีรษะ และความตึงรั้งที่มือขวา เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เพดานสีขาวสะอาดตา กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ และความเงียบที่ไม่คุ้นเคย อะธีน่ากระพริบตาช้า ๆ
ภายในโกดัง เสียงฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับนาฬิกาที่นับถอยหลังให้กับทุกชีวิตในนั้น ชายทั้งสองยืนถกเถียงกันอยู่ไม่ไกล น้ำเสียงต่ำ เครียด และเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ยังไม่สงบ “เอายังไงต่อดีวะ” คนหนึ่งถาม พลางเดินไปเดินมา “แค่นี้มันยังไม่สาแก่ใจเลย” อีกคนสบถเบา ๆ “ใจเย็น
สายฝนยังคงเทลงมาไม่หยุดเสียงฟ้าร้องดังครืนอยู่ไกล ๆอะธีน่านั่งอยู่ในรถ เปิดไฟฉุกเฉินไว้สายตากวาดมองถนนที่แทบไม่มีรถผ่านในใจเริ่มคิดว่า ถ้าฝนซาลงเมื่อไร เธอจะลงไปลองซ่อมอีกครั้ง หรือไม่ก็โทรเรียกรถลากและในจังหวะนั้นเอง—ไฟหน้ารถอีกคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นค่อย ๆ ชะลอเข้ามาจอดด้านหลังรถของเธออะธีน่า
สองวันหลังจากที่ชุดทั้งสามถูกเก็บเข้าห้องลับ เช้าวันนี้อะธีน่าตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เธออาบน้ำ แต่งตัวเรียบเท่ตามสไตล์เดิม ก่อนจะเปิดห้องลับ และนำหุ่นเสื้อผ้าทั้งสามออกมาอย่างระมัดระวัง ตรวจความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย ตะเข็บ ผิวผ้า รายละเอียดเล็กที่สุด—ไม่มีสิ่งใดหลุดสายตา เมื่อท







