首頁 / วาย / Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก / บทที่ 5 ดูละครข้างระเบียง

分享

บทที่ 5 ดูละครข้างระเบียง

作者: Phamm Mori
last update publish date: 2026-08-01 22:38:04

POV: Aiden

ผมยืนพิงกรอบประตูระเบียง ปล่อยสายตาไปกับความมืดของผืนน้ำด้านนอก แล้วก็เหลือบไปเห็นเซนยืนอยู่ที่ระเบียงห้อง ท่าทางนิ่งสงบ แต่รอยยิ้มตรงมุมปากนั่นแปลกชิบหาย เหมือนคนกำลังดูเรื่องสนุกอยู่คนเดียว

ผมเดินออกไปยืนข้างมัน "ยืนยิ้มอะไรคนเดียววะมึง"

เซนไม่หันมา แต่สายตามันจับอยู่ที่กระจกบานใหญ่ของห้องฝั่งตรงข้าม "กูกำลังดูละคร"

ผมหรี่ตามองตาม แสงไฟจากห้องฝั่งนั้นสะท้อนภาพด้านในจาง ๆ คินกำลังนั่งอยู่ตรงปลายเตียง ส่วนภามจัดของเดินไปเดินมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สายตาที่คินใช้มองภาม... มันชัดเจนจนไม่ต้องบรรยาย มันเงียบ ระวัง และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มากกว่าคำว่าเพื่อน

"ละครอะไรของมึง" ผมถาม ทั้งที่ในใจเริ่มรู้คำตอบ

เซนยิ้มมุมปาก "ละครเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ"

ผมพ่นลมหายใจออกเบา ๆ มองภาพนั้นอีกครั้ง คินยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

ผมเม้มปากแล้วแค่นยิ้มออกมาในความมืด "เอาเรื่องแฮะ... ถ้าหมอนั่นคิดจะแข่ง กูก็ไม่ถอยเหมือนกันเว้ย"

เสียงแจ้งเตือนสั่นครืดในกระเป๋ากางเกงดึงสติผมกลับมา เป็นข้อความจากพี่เลี้ยงในกรุ๊ปไลน์:

หนึ่งทุ่ม ลงมาทานข้าวที่ห้องอาหารสวัสดิการนะคะทุกคน พรุ่งนี้เช้าเราจะเริ่มดูพื้นที่จริงของโปรเจกต์กันค่ะ

ผมจ้องข้อความอยู่สองวินาที แล้วหัวใจก็ดันเต้นแรงขึ้นมาแบบไร้เหตุผล ก็แค่กินข้าวกับทีม... มีเซน มีคิน และมีภาม โอเค... มีเหตุผลเพียงพอแล้ว

"ยิ้มอะไรของมึง" เซนทักจากในห้อง

ผมหุบยิ้มแทบไม่ทัน "กูหิว"

"หิวข้าว หรือหิวคน"

"ไอ้เซน!"

มันหัวเราะร่วนที่จับโป๊ะผมได้

ความจริงคือผมมีพิรุธจริง ๆ ตั้งแต่บ่ายมานี้ผมมองภามบ่อยเกินไป บ่อยจนกลัวว่าความรู้สึกมันจะทะลุสายตาออกมา คนอะไร ไม่ต้องพยายามเข้าหาใคร ไม่ต้องพูดให้มาก แต่พอพูดขึ้นมาทีเดียว กลับทำให้ทั้งห้องต้องหันไปฟัง และยิ่งเขาทำเหมือนไม่สนใจใคร ผมก็ยิ่งอยากรู้ว่าในหัวนิ่ง ๆ นั้นซ่อนอะไรไว้ มีทางไหนบ้างวะ ที่ผมจะได้เข้าไปอยู่ในสายตาเขา... โดยไม่โดนไล่ออกมาก่อน

ห้องอาหารสวัสดิการสะอาด อบอุ่น และเงียบกว่าที่คิด แสงไฟสีนวลตาตัดกับวิวทะเลมืดสนิทด้านนอก กลิ่นอาหารร้อน ๆ ลอยปนกับกลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ที่ทำให้ห้องอาหารธรรมดาดูนุ่มลงกว่าที่ควรเป็น ผมนั่งลงเรียบร้อยโดยมีเซนนั่งข้าง ๆ

คินกับภามยังไม่มา ผมพยายามทำเป็นไม่ได้รอ แต่ทุกครั้งที่ประตูขยับ สายตาผมก็เผลอหันไปก่อนสมองสั่งการเสมอ

เซนเหลือบมอง "ไม่เนียน แค่นั่งเฉย ๆ ยังไม่มีความเนียนเลยมึง"

ผมกำลังจะเถียง แต่ประตูเปิดออกพอดี ภามเดินเข้ามาพร้อมคิน

วินาทีนั้นผมรู้เลยว่าตัวเองซวยแล้ว เพราะผมดันยิ้มกว้างออกไปก่อนสมองจะสั่งการ ยิ้มโง่ ๆ แบบหมาโกลเด้นเห็นเจ้าของกลับบ้าน เก็บอาการไม่ทันสักนิด

"มาละเหรอ" ผมทัก พยายามคุมเสียงให้ปกติที่สุด

ภามตอบสั้น ๆ "อืม"

นิ่งและเย็นชาตามสไตล์ แต่ผมกลับใจชื้น อย่างน้อยเขาก็ตอบ

คินดึงเก้าอี้ให้ภามนั่งอย่างเป็นธรรมชาติ สุภาพ ดูแลเก่ง และใกล้ชิดเกินไปนิดสำหรับสายตาผม

เสียงอะไรบางอย่างในอกดังขึ้นเบา ๆ กริ๊ก... ไม่ได้ดังมาก แต่น่ารำคาญชิบหาย

เออ... ผมเข้าใจแล้ว คินมีพื้นที่ของเขา พื้นที่ที่ใกล้ชิดกับภามมาก่อนผม แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าผมจะไม่มีสิทธิ์สร้างพื้นที่ของตัวเองขึ้นมาใหม่นี่หว่า

อาหารเริ่มถูกวางบนโต๊ะ เมนูถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ ข้าวกล้อง ซุปผัก ปลาอบสมุนไพร และมีไก่ทอดจานเล็กที่ดูเหมือนหลุดมาจากโลกของเด็กมหาวิทยาลัย

พี่เลี้ยงบอกยิ้ม ๆ ว่าที่นี่พยายามทำอาหารพนักงานให้สมดุล (Nutritional Balance) ไม่คลีนจนเครียด และไม่หนักจนง่วงทำงานต่อไม่ไหว

ผมฟังแล้วพยักหน้า นี่แหละไอเดียงาน Wellness ไม่ควรทำให้คนรู้สึกถูกบังคับให้ดูแลตัวเอง มันควรทำให้เขารู้สึกว่าการมีสุขภาพดีก็มีความสุขได้

ผมกำลังคิดเรื่องงานอยู่จริง ๆ จนกระทั่งเหลือบไปเห็นว่าภามแทบไม่แตะอาหารเลย เขาเขี่ยข้าวเหมือนกินตามหน้าที่มากกว่าหิว

ผมมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนจานไก่ทอดไปหยุดตรงหน้าเขา ไม่ตักให้ ไม่เซ้าซี้ แค่ให้มันอยู่ใกล้เขาที่สุด

"เอาอันนี้ไหม"

ภามชะงัก มองจานไก่แล้วเงยหน้ามองผม

"กูกินเองได้"

"รู้" ผมตอบทันที "แค่อยากให้กิน เห็นมึงไม่ค่อยกินอะไรตั้งแต่กลางวันแล้ว"

ทั้งโต๊ะเงียบไปครึ่งจังหวะ

ผมรู้ดีว่าคนอย่างภามเก่งพอที่จะไม่ต้องพึ่งใคร แต่เก่งแค่ไหนก็ไม่ได้แปลว่าอยากทำอะไรคนเดียวตลอดเวลา หรืออย่างน้อย... ตอนนี้ก็มีผมอยู่ตรงนี้คนหนึ่งแล้วไง

ภามจ้องหน้าผมนิ่ง ก่อนจะยอมตักไก่ไปหนึ่งชิ้น... แค่ชิ้นเดียวแต่ผมดีใจเหมือนสอบได้เกียรตินิยม

เซนแสร้งกระแอมไอเบา ๆ "กินข้าวไปมึงน่ะ"

ผมแยกเขี้ยวใส่เพื่อนรักทันที

ระหว่างนั้นภามถามพี่เลี้ยงขึ้นสั้น ๆ "มีข้อมูล feedback ลูกค้าเดิมไหมครับ"

พี่เลี้ยงยิ้ม "มีค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ส่งให้ทีม"

ผมหันไปมองภามอีกแล้ว เขาทำให้ห้องดูจริงจังขึ้นได้ด้วยคำถามเดียวเสมอ ภามเป็นคนไม่พูดมาก แต่พอพูดทีไรมักเข้าเป้าจนคนอื่นต้องฟัง ผมเผลอยิ้มออกมา

"อะไร" ภามถาม

ผมสะดุ้งนิดหนึ่ง "เปล่า"

"มองทำไม"

"ก็มึงถามดี"

ภามถอนหายใจ "น่ารำคาญ"

คำเดิม... แต่เชื่อมั้ยว่าตอนนี้ผมเริ่มชอบฟังมันแล้ว

พอพี่เลี้ยงเดินออกไป ผมสังเกตเห็นเม็ดข้าวเล็ก ๆ ติดอยู่ข้างแก้มภาม

"ภาม ข้าวติดแก้ม" ผมชี้ที่แก้มตัวเองแทนการเอื้อมมือไปหา "เดี๋ยว ๆ กูไม่จับนะ มึงเช็ดเอง เดี๋ยวโดนต่อย"

เซนระเบิดหัวเราะ "มึงกลัวเขาขนาดนั้นเลยเหรอเด้น"

"เออ" ผมตอบหน้าตาย "กูอยากมีชีวิตอยู่ดูหน้าเขานาน ๆ"

คินวางช้อนลงเบา ๆ

ภามหยิบทิชชู่ขึ้นมาเช็ดแบบงง ๆ "ตรงไหน"

"ซ้ายอีกนิด"

ผมกำลังจะชี้ต่อ แต่คินยื่นทิชชู่ในมือไปแตะตรงแก้มภามแผ่วเบา

"ตรงนี้"

ภามชะงักไปนิด ก่อนจะรับทิชชู่ไปเช็ดเอง "ขอบใจ"

"อืม"

บทสนทนาสั้นมาก... สั้นจนเหมือนไม่มีอะไร แต่มันคือจังหวะของคนที่รู้ใจและอยู่ด้วยกันมานาน มันไม่ใช่การแตะที่หวาน แต่มันเป็นการแตะของคนที่ไม่ต้องขออนุญาตทุกครั้ง

ภามไม่ได้สะดุ้ง ไม่ได้ปัดมือคินออก ผมรู้สึกเหมือนตัวเองก้าวพลาดไปหนึ่งก้าว

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 4

    ถุงข้าวยังวางอยู่ข้างเตียงโดยไม่มีใครแตะ เซนหยิบขึ้นมาเปิดแล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกได้ว่ามีอยู่“ข้าวเย็นแล้วมึง”“ไมโครเวฟไม่มีเหรอ”“มีที่ครัวรวมชั้นล่าง”“ไปอุ่นกัน”เซนลุกขึ้นถือถุงข้าวเดินนำ ผมเดินตามครึ่งก้าวด้านหลัง ระยะเดิมที่เคยเดินมาตลอดสองเดือนแต่วันนี้เขาเอื้อมมือมาจับข้อมือผมไว้ระหว่างลงบันได ไม่พูดอะไร แค่จับไว้เฉย ๆครัวรวมชั้นล่างว่างเปล่า มีเพียงแสงจากไมโครเวฟกะพริบอยู่ในความเงียบ กลิ่นอาหารเก่าจากตู้เย็นรวมลอยจาง ๆ เซนยืนพิงโต๊ะยาวกลางห้อง มือยังไม่ยอมปล่อยข้อมือผม“เดี๋ยวมึงต้องกลับแล้วใช่ไหม ขับรถดี ๆ ถึงคอนโดแล้วบอกกูด้วย”“กูอยู่ต่อได้อีกชั่วโมง”“อ๋อ ดีเลย”ผมหันไปมองเซนรีบเปลี่ยนคำ “หมายถึง...มึงยังไม่ได้กินอะไรเลย”“มึงก็ยังต้องอ่านหนังสือสอบพรุ่งนี้”เขาถอนหายใจ “เออ จริงด้วย ลืมเลยว่ามีสอบ”“ห้ามลืม”“ครับ”คำตอบหลุดออกมาเร็วจนเจ้าตัวชะงัก แก้มแดงขึ้นทันทีผมเลิกคิ้ว“กูไม่ได้ตั้งใจ”“กูยังไม่ได้พูดอะไร”“หน้าม

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 3

    ห้องของเซนเรียบร้อยกว่าที่คิด หนังสือกองอยู่บนโต๊ะสองสามเล่ม เตียงเก็บผ้าห่มเป็นระเบียบ มีแก้วกาแฟวางข้างโน้ตบุ๊กกับกระดาษโน้ตเต็มผนังผมนั่งบนเก้าอี้ตัวเดียวในห้อง ส่วนเซนนั่งตรงขอบเตียง ถุงข้าววางอยู่ข้างตัวโดยยังไม่เปิดเสียงแอร์ดังอยู่เหนือความเงียบ“มึงเลี่ยงกูอยู่” ผมพูดเซนไม่เงยหน้า “กูไม่ได้เลี่ยง กูแค่ยุ่ง ใกล้สอบ แถมต้องทำสรุปจบอีก”“มึงรู้ใช่ไหมว่ากูถามเอเดนได้ มึงสองคนเรียนที่เดียวกัน” ผมจับต้นแขนเขาไว้เมื่อเขาทำท่าจะหลบ“มองหน้ากู แล้วพูดอีกที”เขาเงยขึ้น แต่พอสบตากันจริง ๆ คำพูดกลับหายไปเซนถอนหายใจแรงครู่หนึ่ง มือบีบถุงข้าวแน่นกว่าเดิม ผมรอโดยไม่เร่ง เขาอ้าปากสองครั้งแล้วเงียบทั้งสองครั้ง“กูไม่ได้กลัวแค่ว่า มึงจะไม่ชอบกู” เขาพูดในที่สุดผมนิ่งฟัง“กูกลัวว่าที่มึงเริ่มหันมาใส่ใจกู เป็นเพราะคนที่มึงมองมาตลอดเลือกเอเดนไปแล้ว”ประโยคนั้นเป็นคำถามที่ผมเองเคยถามตัวเองเช่นกันเซนหัวเราะสั้น ๆ แต่เสียงไม่ขำ“กูไม่อยากเป็นคนที่อยู่ใกล้พอดี ตอนมึงกำลังต้องการใครสักคน”“มึง

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 2

    มหาวิทยาลัยของเซนอยู่ห่างออกไปประมาณชั่วโมงครึ่งตลอดสองเดือนที่ทำโปรเจกต์ด้วยกัน เราเจอกันแทบทุกวัน เซนเคยชวนให้ผมแวะมาที่มหาวิทยาลัยเขาหลายครั้ง ผมตอบว่า “เดี๋ยวว่าง ๆ” ทุกครั้ง แล้วก็ไม่เคยมาคืนนี้ผมไม่รอให้ตัวเองว่างผมแวะซื้อข้าวกล่องจากร้านที่เซนเคยบอกว่าอร่อย เปิดโลเคชันหอที่เขาเคยส่งไว้ตอนบ่นว่ารถติดจนเกือบเข้าประชุมไม่ทัน แล้วขึ้นรถโดยไม่บอกล่วงหน้าเพราะถ้าบอก เขาคงหาเหตุผลให้ผมไม่ต้องมาก่อนออกรถ ผมเปิดแชตเก่าขึ้นมาไล่อ่านตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน... รูปแมวข้างทาง คลิปตลกที่ไม่ตลก และคำถามตอนตีสองว่าถ้าเป็ดตัวหนึ่งพูดได้ มันจะเลือกพูดภาษาอะไรตอนนั้นผมตอบไปว่ามันเป็นเป็ด ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีสิทธิ์เรียนหลายภาษาเซนส่งสติกเกอร์หัวเราะกลับมาสองตัว แล้วเอาเรื่องนี้ไปล้อผมต่ออีกสามวันผมเคยคิดว่าข้อความพวกนั้นไร้สาระแต่ทุกคืนที่งานหนัก ผมกลับเปิดมันอ่านซ้ำเสมอผมขับรถมาตามปกติ ไม่เร่งเกินกว่าสภาพถนนจะอำนวย แม้ความรู้สึกจะทำให้ระยะทางยาวนานกว่าความเป็นจริง ฝนตกปรอย ๆ ตลอดทาง ไอฝ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   ตอนพิเศษ จุดที่ไม่มีในแผน 1

    (ช่วงเทอมสุดท้ายของมหาวิทยาลัย หลังจบโปรเจกต์ฝึกงานที่ Wellness by the Sea)POV: คิน─── ✦ ✦ ✦ ───กลุ่มไลน์ “Destiny Project (ห้ามลบ)” มีข้อความใหม่แทบทุกวัน เอเดนส่งรูปอาหารกลางวัน ภามแชร์บทความเรื่องจิตวิทยาลูกค้าที่อ่านแล้วนึกถึงงาน บางวันมีรูปแมว มีมไร้สาระ หรือข้อความบ่นเรื่องอาจารย์ที่ไม่มีใครตอบเป็นเรื่องเป็นราวเป็นกลุ่มที่ไม่มีใครตั้งใจให้จริงจัง แต่ก็ไม่มีใครออกจากมันสักคนเช้านี้ภามส่งสติกเกอร์แก้วกาแฟ เอเดนพิมพ์ตามมาว่า “หิวอะ” แล้วส่งรูปข้าวมันไก่ติดกันสามรูปเซนไม่มีอะไรเลยผมมองหน้าจออยู่นานกว่าที่ควร ก่อนเลื่อนไปเปิดแชตส่วนตัว ข้อความล่าสุดที่ผมส่งเมื่อสองวันก่อนยังค้างอยู่ตรงคำว่าอ่านแล้ว ไม่มีคำตอบผมไม่ใช่คนชอบนับเรื่องที่ไม่มีเหตุผล แต่พอสังเกตเห็นครั้งแรกก็หยุดนับไม่ได้วันแรกหลังกลับมาเปิดเทอม เซนยังทักมาตอนเกือบเที่ยงคืน บ่นว่าอาจารย์คุมสอบเดินวนเหมือนผู้คุมเรือนจำ ส่งสติกเกอร์มาสิบกว่าอันรวด วันที่ห้า ข้อความเหลือแค่ “เออ” กับ “กูนอนก่อนนะ”วันที่สิบ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   บทที่ 25 ตามใจ... โปรเจกต์ที่เพิ่งเริ่มต้น

    เซนหรี่ตา"มือมึงลั่นเป็นคนแก่จับได้ว่าลูกสาวมีแฟนเลยนะ""หุบปาก""ก็แม่นอยู่ดี"ผมก้มหน้ามองมือตัวเอง เสียงเพลงในหูฟังดังขึ้นเบา ๆ เป็นเพลงช้ากว่าที่คิด ไม่หวานจนเลี่ยน แต่มีจังหวะนุ่ม ๆ เหมือนแดดตอนเย็นบนถนนเอเดนไม่ได้มองผมตลอดเวลา เขาแค่นั่งอยู่ข้าง ๆ ปล่อยให้เพลงเดียวกันอยู่ระหว่างเรา เหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ที่ไม่ต้องอธิบายให้ใครเข้าใจ"โอเคไหม"เขาถามเบา ๆ ผมพยักหน้า"อือ""ดีแล้ว"ผมหันไปมองเขาทันที"เลิกพูดดีแล้วแบบนั้นได้ไหม""แบบไหน""แบบที่เซนจะหันมาแซว"เซนยกมือจากเบาะหน้า"กูยังไม่ได้พูด!"คินตอบแทน"แต่มึงคิด""ทุกคนในรถนี้รู้จักกูดีเกินไปแล้ว"ขับออกมาได้พักหนึ่ง บรรยากาศในรถเริ่มเงียบลง เซนยังทำหน้าที่ดีเจ แต่เสียงพูดน้อยลงอย่างน่าประหลาด อาจเพราะคินขู่จะตัดบลูทูธสามครั้ง หรืออาจเพราะเขาเริ่มง่วง แดดบ่ายไหลผ่านกระจกเป็นแถบยาว ถนนทอดออกไปไกล เสียงเพลงในหูฟังเบาลงเมื่อเอเดนขยับตัวผมเหลือบมองจากหางตา เขานั่งพิงเบาะ หลับตา นิ่งผิดปกติ

  • Destiny Project โปรเจกต์ Wellness แห่งรัก   บทที่ 24 มือที่ลั่นเอง

    เอเดนหันไปมอง"ช่วยอยู่ข้างกูบ้างก็ได้"ผู้จัดการหัวเราะเบา ๆ"แต่ความจริงคือคุณจำรายละเอียดลูกค้าได้ดี สังเกตพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม และดึงจังหวะทีมให้กลับมานิ่งได้"รอยยิ้มของเอเดนเบาลง"ขอบคุณครับ"ผมเหลือบมองเขา คนที่ดูเหมือนชิลกับทุกอย่าง จริง ๆ แล้วจำได้มากกว่าที่พูด ใส่ใจกว่าที่แสดง และบางครั้งก็จริงจังในแบบที่ทำให้คนข้าง ๆ รับรู้โดยไม่ต้องพูดเยอะ เหมือนเมื่อคืน เหมือนตอนถามว่า "อนุญาตไหม""คุณภาม กฤตภาส หนุ่มลูกครึ่งคนเดียวของทีม"ผมสะดุ้งนิดหนึ่งตอนชื่อของตัวเองถูกเรียก ผู้จัดการหันมามองผม"ภาม คุณเป็นคนพูดน้อยที่สุดในทีม"เซนขยับปาก คินยกปากกาขึ้นเตือน เซนเงียบ"แต่หลายครั้ง คุณเห็นความรู้สึกของลูกค้าชัดที่สุด คุณไม่ได้รีบแก้ ไม่ได้รีบสรุป แต่ฟังนานพอจะรู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไรจริง ๆ""ขอบคุณครับ"ผมตอบเสียงเบา แต่คราวนี้ไม่ได้ก้มหน้าหนีผู้จัดการพยักหน้า ก่อนปิดแฟ้มลง"โดยรวม Destiny Project ผ่านได้ดีมากค่ะ ทั้งในเชิงออกแบบโปรแกรม การทำงานเป็นทีม และการรับมือก

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status