LOGINออกจากโชว์รูมรถเราสองคนไม่ได้กลับคอนโดมิเนียม พี่มังกรพาฉันมาร้านเหล้าที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยของเขาเพราะเขากับเพื่อนมาฉลองทิ้งทวนก่อนเรียนจบในอีกไม่กี่วัน
ฉันนั่งข้างพี่แพรวอีกเหมือนเคยและวันนี้เธอก็มีข่าวดีมาบอกว่าอีกไม่ถึงสองเดือนจะแต่งงานกับพี่เดย์ เป็นเรื่องน่ายินดีและน่าอิจฉาที่สุด ฉันอิจฉาเธอที่มีผู้ชายที่รักและเฝ้ารอจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันอย่างมั่นคง
"ต้องไปนะน้องวีนัส ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว"
"วีอยากไปค่ะ แต่.." เอียงหัวไปทางพี่มังกร "ไม่ให้ไปด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์"
"ชิ! พวกผู้ชายนิสัยไม่ดี ไม่รักก็ไม่รู้จะกั๊กทำไม"
พี่แพรวคงรู้เรื่องมาจากพี่เดย์ถึงได้พูดประโยคทิ่มแทงใจฉันเต็มๆ ฉันพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย พอมันเศร้าเหล้าเท่านั้นจึงเป็นทางออก ฉันหยิบแก้วมาชนกับแก้วพี่แพรว ดื่มเหมือนน้ำเปล่า ลืมสิ้นว่าเคยสองชั่วโมงไม่หมดสามแก้ว พี่วินซ์ก็เจ๋งดีจริงๆ ชงให้ฉันใหม่ตลอดเลย
"พี่น่ารักจัง ขอบคุณนะคะ"
พอเมาฉันก็กล้าพูดมากขึ้น เอ่ยชมพี่วินซ์ เขารับคำชมด้วยการหยิบแก้วตัวเองมาชน
"เมาให้เต็มที่เลยครับ ไอ้มังกรมันชอบ เอ๊ย! มันพร้อมจะดูแล"
"เหรอค้า"
ฉันหันไปถามคนข้างๆ พี่มังกรพาดท่อนแขนกับเอวของฉันอยู่ตลอดเวลามาตั้งแต่ต้น ฉันก็เลยสวมกอดลำตัวหนัดแน่น วางคางเกยเอาไว้บนอกแกร่งเงยหน้าขึ้น
"ชอบแบบเมาๆ เหรอ"
"สภาพไหนก็บวกมาเถอะ รับได้หมด"
เขาหัวเราะ ดูจะชอบใจไม่น้อยที่เห็นฉันเป็นแบบนี้ ไหนๆ ก็เมาแล้ว ขอออกลูกบ้าเลยแล้วกัน ขอปลดปล่อยหน่อยเถอะ
จากกอดเฉยๆ ฉันขยับตัวเบียดเขามากขึ้น จูบแก้ม จูบปลายคางสากประหนึ่งรักเขาเหลือเกินไม่อายใคร
"สุดหล่อ มีเมียยังคะ กลับด้วยกันป่ะ"
"วี.." พี่มังกรกระชับกอดฉันมากขึ้น เขาไม่ยิ้มเหมือนคราแรก ตีสีหน้านิ่งมองหน้าเพื่อนก่อนจะก้มหน้าลงมาหาฉัน "อย่าเรื้อน"
"ไม่เรื้อนแต่รักนร้า"
ยกนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วก้อยขึ้นเป็นท่าบอกรัก กวาดไปให้เพื่อนเขาทีละคนมาจบที่พี่แพรวที่ดูจะชอบใจยกนิ้วโป้งให้ฉันยกใหญ่ ฉันยิ้มตอบพกมายิ้มให้พี่มังกรด้วย
"รักป่ะ" ฉันทำเมาถาม ครั้งนี้เจอเขาถอนหายใจใส่ เก็กหน้าเคร่งขรึมจนน่าหมั่นไส้
"คนสวยเวลาเมารั่วดีว่ะ" พี่วินซ์หัวเราะชอบใจ
"ไอ้มังกรเจองานหยาบแล้ว"
พี่ไฟสมทบ แต่เจอฉันหยิบแก้วเหล้าพุ่งตัวข้ามโต๊ะเข้าไปหาจนพี่เขาโยกหลบไปข้างหลังแทบไม่ทัน
"ไม่หยาบค่ะ เนียนมาก ไม่เชื่อถามพี่มัง.. อ๊ะ!"
แต่เพียงเสี้ยววินาที เอวของฉันก็ถูกคนที่กอดตลอดเวลารั้งให้กลับมานั่งลงที่เดิม ครั้งนี้ท่อนแขนดั่งเหล็กกล้ารัดแน่นขึ้น
"วีนัส!"
"ขา" ทำเสียงดุมา ฉันเลยเสียงหวานกลับ ยิ้มหวานให้ด้วย
"นั่งนิ่งๆ"
แกร๊ง! เสียงแก้วเหล้าชนกับแก้วของฉันมาจากพี่เดย์ที่นั่งอยู่อีกฝั่ง เขาชูแก้วเหล้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ฉันรีบยกของตัวเองขึ้นบ้าง หันไปเรียกพี่เก้าและเรียกคนอื่นๆ ด้วย
"เรียบจบกันแล้ว ยินดีด้วยนะคะ"
เฮ้! เสียงเฮดังขึ้นพร้อมกันและพวกเราก็ดื่มเหล้าหมดแก้วพร้อมกัน เว้นก็แต่พี่มังกรที่นั่งหน้าตึง
ฉันหันไปยิ้มหวานให้เขา ออเซาะ บ้างก็คว้ามือเขามาจูบ พี่มังกรไม่ได้ขัดขืน นั่งนิ่ง.. นิ่งจนฉันแอบหวั่นอยู่ในใจนิดๆ
พรึบ! แต่จู่ๆ ตัวฉันก็ลอยขึ้นสองเท้าไม่แตะพื้นด้วยท่อนแขนข้างเดียวของพี่มังกรที่ก็ยืนขึ้นเช่นกัน ฉันกำลังจะเงยหน้าขึ้นโวยวาย แต่กลับถูกแบกขึ้นบ่า
ครั้งนี้เป็นเรื่อง หัวห้อยโตงเตงมึนหัวแบบล้านเปอร์เซ็นต์
"กูจะเอาไปเก็บ ส่งบิลมาด้วย"
"น้องกำลังสนุกเลย มึงก็นะ"
"สนุกพ่อง เดี๋ยวก็มางอแงทีหลังห่วงภาพพจน์"
จากนั้นฉันก็รับรู้ว่าถูกพาออกไปจากที่นี่ หัวโคลงไปเคลงมาอยากอาเจียน
พ้นหลังของมังกร บนโต๊ะก็เคล้าเสียงหัวเราะตามหลัง ชอบใจที่สุดก็คงเป็นวินซ์ เป็นครั้งแรก.. ไม่สิ! ต้องพูดว่าวีนัสเป็นผู้หญิงคนแรกที่มังกรพามาร่วมโต๊ะ แถมยังตะกรองกอดตลอดเวลาอย่างหวงแหน ไม่คิดว่าจะถูกพวกเขาแซวแม้แต่นิด
"ชิ! ทำมาเป็นไม่พอใจที่น้องเมา ไม่ชอบให้เมาพามาด้วยทำไม" แพรวเบะตามหลังหมั้นไส้
"มันไม่ใช่ไม่พอใจ แต่มันอาย" เดย์เฉลยให้
"อายอะไร วีนัสเมาแล้วก็ยังน่ารักอยู่เลย"
"ไอ้เดย์ มึงต้องพูดใหม่ มันเขิน ไม่ใช่อาย" เก้าแก้ให้
"หน้ามันแดงนะ เธอไม่เห็นเหรอ" วินซ์สมทบ
แพรวส่ายหน้า "ไม่อ่า เห็นแต่ทำหน้าบูดเป็นตูด ถามหน่อยสิ.. มังกรได้บอกพวกนายไหมว่าจะหมั้นกับน้องไปนานแค่ไหน"
ทุกคนส่ายหน้าและคาดเดาเรื่องนี้ไม่ได้เลย เป็นเพื่อนสนิทกันมากก็จริง แต่ใช่ว่าเรื่องส่วนตัวจะต้องเล่าให้กันฟังและพวกเขาก็คาดหวังว่าทุกอย่างจะออกมาดีที่สุด
"เดย์ เราสงสารน้องจัง ผู้หญิงน่ะ เวลาใกล้ชิดใครมากๆ ซึมซับทุกวันจะรักและผูกพันเอาง่ายๆ "
เดย์ลูบศีรษะแฟนสาวทั้งเอ็นดูและปลอบใจ "ถึงมันจะเหี้ย แต่มันไม่เลว ถึงมันจะปากไม่ดี แต่ใจมันดี อย่าห่วงเลย"
เพราะเป็นเพื่อนกับมังกรมานานตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษา เดย์คิดว่าตนเองอ่านขาดในเรื่องของหัวใจ ไอ้พวกปากหมาคิดว่าตัวเองเจ๋ง ลึกๆ มักใจเสาะ ไม่เชื่อคอยดูได้เลย
[มังกร Part]
ผมแบกคนเมาเดินมาตามริมถนนที่มีร้านเหล้าอยู่เกือบทั้งซอยจนมาถึงรถที่จอดเรียงรายกับเพื่อน ก่อนวางวีนัสลงบนเบาะ อดไม่ได้จะฟาดมือลงบนก้นงอนงามด้วยความมันเขี้ยว เมาแล้วรั่วอย่างไอ้วินซ์มันว่า
"มึนหัวจัง"
ปรับเบาะให้เอนนอนลงได้ก็บ่นพึมพำ หลับตาส่ายหน้าไปมา มันก็น่าเมา เธอดื่มเยอะกว่าผมตั้งสามแก้ว ผมสตาร์ทเครื่องยนต์แต่ยังไม่ได้พารถเคลื่อนตัวออกไปไหน เท้าข้อศอกลงบนเบาะข้างๆ มองหน้าวีนัส ปลายนิ้วจิ้มจมูกเล็กเล่น
"คราวหลังห้ามดื่ม"
"ทำไมคะ" เธอปรือตา ท่าทางนิ่งสงบผิดแผกจากก่อนหน้า จะมีก็แต่ใบหน้าที่มุ่นยุ่งจากอาการที่เป็น
"เมาแล้วเรื้อน ไม่ไหวว่ะ"
"ชิ! อายเหรอ เพิ่งรู้ว่าหน้าบาง"
"คนที่บางคือเธอต่างหาก"
"ไม่บางสักหน่อย เต็มไม้มือเต็มจะตาย" คนเมาย้อนเต็มปาก ทำปากยู่ยื่น แถมยังเด้งตัวตรง แอ่นหน้าอกบอกให้รู้ว่าตรงไหนเต็มมือ
ผมหัวเราะ อันนี้ก็เถียงไม่ได้ มองภายนอกเหมือนคนตัวบางอ้อนแอ้น แต่พอถอดเสื้อผ้าวีนัสมีทรวดทรงองเอวชัดเจน เธอไม่ได้มีถึงขั้นกล้ามเนื้อหน้าท้อง แต่แค่ไม่มีพุงเท่านี้ก็สุดจะเซ็กซี่สำหรับผมแล้ว
"เต็มมือจริงด้วย" ในเมื่อแอ่นมาขนาดนี้ไม่สัมผัสคงไม่ได้ มือใหญ่ของผมบีบเคล้นนมนุ่มนิ่มเบาๆ วีนัสห่อไหล่ทิ้งตัวพิงเบาะส่ายหน้า
"อย่าซนได้ไหม วียิ่งมึนหัวอยู่"
"ใครกันแน่ที่ซน จุ๊บอยู่นั่น จูบอยู่ได้ หน้าไม่อาย"
"น่าจุ๊บตายล่ะ ฮื้อ!"
สองมือเล็กฟาดมือลงบนมือผมเพราะออกแรงบีบมากขึ้น จับไต๋เด็กขี้แกล้งได้แล้ว ผมก็คิดอยู่ว่าวีนัสที่ห่วงชื่อเสียงและภาพลักษณ์ขนาดนั้นจะมาหลุดได้ยังไง
"พี่มังกือ! อ๊ะ!"
เรียกชื่อที่ผมโคตรเกลียด แถมบีบอีกข้างให้ด้วยเลย
วีนัสส่ายหน้าไปมางอแง พยายามรั้งมือที่เหนียวยิ่งกว่าตุ๊กแกออก จะว่าไปก็ทำผมขำอยู่ลึกๆ บางทีนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่วีนัสอยากเป็นมาตลอดก็ได้ ใครมันจะไปอยากปั้นหน้าสวยนั่งเรียบร้อยตลอดเวลากันล่ะ
"พูดอีกทีดิ"
"พูดอะไรล่ะคะ ไม่พูดแล้ว มึนหัวมาก กลับบ้านกันเถอะนะ"
ช่วงท้ายน้ำเสียงหวานหยด พอรู้ว่าสู้ผมไม่ได้ก็อ้อนเอาอีกตามเคย สองมือบางแนบแก้มสาก จับส่ายไปมาน้อยๆ ขอให้พากลับ
"ก็พูดอีก.. พูดให้เหมือนตอนอยู่ในร้าน"
"วีพูดไปตั้งเยอะนะ พี่อยากฟังอะไรล่ะคะ"
"ก็ลองพูดมาก่อน"
"มีเมียไหม กลับด้วยกันป่ะ"
"ไม่มี"
"ชิ!" สองมือเล็กผละจากใบหน้าของผมทันที วีนัสปากง้ำใส่ ใช้ตาปรือฉ่ำมองค้อนก่อนจะเอนหลังนอนลงหันหน้าหนีไปอีกทาง แต่เรื่องอะไรจะให้จบง่ายๆ เธอพูดไปตั้งเยอะตั้งแยะ ผมขยับตัวตามไปใกล้ จรดริมฝีปากที่ใบหูเล็ก จูบแผ่วเบา สูดดมกลิ่นหอมตามขมับและไรเส้นผม กลิ่นที่ผมไม่เคยได้กลิ่นจากที่ไหนมาก่อนนอกจากเธอ
ก่อนจะกระซิบ...
"เรื้อนว่ะ"
"เรื้อนที่ไหน" วีนัสตวัดตามามองค้อน คนเมายังคงทำปากยื่นเหมือนแง่งอนไม่คลาย "มีแต่รัก"
"อื้อ" สิ้นประโยคที่อยากฟังอีกหน ผมก็กดจูบริมฝีปากอวบอิ่ม ฉกชิมโพรงปากเล็กที่มีรสชาติเหล้าขมปร่าแสนอร่อย จูบไปยิ้มไปอย่างบังคับตัวเองไม่ได้และมีสิ่งหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิด..
เด็กมันน่ารักดี
[มังกร End]
ออกจากโชว์รูมรถเราสองคนไม่ได้กลับคอนโดมิเนียม พี่มังกรพาฉันมาร้านเหล้าที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยของเขาเพราะเขากับเพื่อนมาฉลองทิ้งทวนก่อนเรียนจบในอีกไม่กี่วันฉันนั่งข้างพี่แพรวอีกเหมือนเคยและวันนี้เธอก็มีข่าวดีมาบอกว่าอีกไม่ถึงสองเดือนจะแต่งงานกับพี่เดย์ เป็นเรื่องน่ายินดีและน่าอิจฉาที่สุด ฉันอิจฉาเธอที่มีผู้ชายที่รักและเฝ้ารอจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันอย่างมั่นคง"ต้องไปนะน้องวีนัส ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว""วีอยากไปค่ะ แต่.." เอียงหัวไปทางพี่มังกร "ไม่ให้ไปด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์""ชิ! พวกผู้ชายนิสัยไม่ดี ไม่รักก็ไม่รู้จะกั๊กทำไม"พี่แพรวคงรู้เรื่องมาจากพี่เดย์ถึงได้พูดประโยคทิ่มแทงใจฉันเต็มๆ ฉันพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย พอมันเศร้าเหล้าเท่านั้นจึงเป็นทางออก ฉันหยิบแก้วมาชนกับแก้วพี่แพรว ดื่มเหมือนน้ำเปล่า ลืมสิ้นว่าเคยสองชั่วโมงไม่หมดสามแก้ว พี่วินซ์ก็เจ๋งดีจริงๆ ชงให้ฉันใหม่ตลอดเลย"พี่น่ารักจัง ขอบคุณนะคะ"พอเมาฉันก็กล้าพูดมากขึ้น เอ่ยชมพี่วินซ์ เขารับคำชมด้วยการหยิบแก้วตัวเองมาชน"เมาให้เต็มที่เลยครับ ไอ้มังกรมันชอบ เอ๊ย! มันพร้อมจะดูแล""เหรอค้า"ฉันหันไปถามคนข้างๆ พี่มังกรพาดท่อนแขนกับเอวของฉันอยู่
ไม่รู้ตัวเลยว่ามานอนอยู่ในห้องของพี่มังกรได้ยังไง ตอนตื่นขึ้นมาฉันตกใจแทบช็อก แต่พอมองไปที่ผนังห้องแล้วเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่ ก็หายตกใจกลายเป็นงุนงง"พี่มังกร"ฉันเอ่ยเรียกเจ้าของห้อง แต่กลับไม่พบว่าภายในห้องเวลาสี่ทุ่มมีคนอยู่ คงเป็นเขาที่ไปพาฉันมาจากคาเฟ่ของพี่เก้า ทว่าเขาไปไหนนี่สิ ระหว่างรอก็เลยไปอาบน้ำแล้วกลับมาสวมใส่เสื้อยืดตัวเดิมโดยถอดชุดชั้นในยัดใส่กระเป๋าสะพายเอาไว้ จากนั้นก็เดินออกมาตรงระเบียงห้อง รับลมเย็นๆ ที่พัดมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาตีเข้าใบหน้าแกร๊ก! แต่เพียงไม่นานเสียงประตูก็ดังขึ้น ฉันหันกลับมอง พี่มังกรเดินเข้ามาพร้อมกับถุงพลาสติกในมือ เขาเดินเลี้ยวไปทางห้องครัว ฉันก็เลยเดินตามไปบ้าง"พี่มังกรคะ"เขาหันมาสบตา แต่มือไม่หยุดหยิบของออกมาวางบนเคาน์เตอร์ "ตื่นเมื่อไหร่""สักพักแล้วค่ะ พี่ไปพาวีกลับมาได้ยังไงคะ""ไอ้เก้าโทรบอก"ฉันร้องอ๋อ "รถวีล่ะคะ""ก็จอดอยู่ที่นั่นไงครับน้อง พรุ่งนี้ค่อยไปเอา ส่วนเราก็นอนค้างที่นี่""ปฏิเสธได้ไหมล่ะคะ"พี่มังกรขึงตาดุ ไม่ตอบคำถาม แต่นั่นล่ะคือคำตอบว่าไม่ได้ ฉันเลยเลียบๆ เคียงๆ มองดูว่าเขาซื้ออะไรมา ส่วนใหญ่จะเป็นของสด มีเบียร์กระป๋องหนึ่งแพ
"เป็นอะไร ไม่สบายเหรอ" กิ๊ฟแตะฝ่ามือกับหัวไหล่ของฉัน เขย่าเบาๆ เรียกเพราะเห็นว่าฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียนหลังจากที่อาจารย์เดินออกไปจากห้อง"ครั่นเนื้อครั่นตัวนิดหน่อย""ไปห้องพยาบาลไหม""ไม่หรอก พักสายตาสักเดี๋ยว เดี๋ยวก็จะไปทำงานต่อ""แกนี่นะ.. เกิดบนกองเงินกองทองแต่ทำงานเหมือนบ้านล้มละลาย""พวกดาราที่ทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ บ้านเขารวยกว่าฉันอีกนะ""ย่ะ ฉันนั่งเป็นเพื่อนแล้วกัน""ขอบใจ เดี๋ยวเลี้ยงหนม"ฉันยิ้มให้ยัยกิ๊ฟเพื่อนเลิฟที่ทำตัวชิลไม่ต่างจากคนเมื่อเช้า กิ๊ฟบ้านมีฐานะไม่ต่างจากฉันนักหรอก เป็นลูกผู้ดีต่างจังหวัดที่มาอยู่กรุงเทพแบบสบายๆ เรียนจบก็กลับไปช่วยกิจการครอบครัว ไม่ต้องดิ้นรนใดๆ เลยบ่ายสามฉันก็ขับรถมาที่คาเฟ่ตามที่นัดหมายกับเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า วันนี้พี่ลิลลี่ไม่มาเพราะแม่ของเธอป่วย ฉันเลยฉายเดี่ยวตั้งแต่ต้น ดีที่ทางแบรนด์มีช่างแต่งหน้าทำผมมาให้หนึ่งคนเลยทุ่นแรงไปได้นิดหน่อยคาเฟ่แมวสไตล์มินิมอลถูกเช่าเป็นสตูดิโอถ่ายทำเสื้อผ้าสามชั่วโมง โซนด้านหลังที่เป็นสวนดอกไม้ถูกปิดให้บริการเนื่องจากตรงนี้ถูกการถ่ายแบบใช้งาน ส่วนตัวคาเฟ่ยังรับลูกค้าได้ปกติ ถ่ายทำไปจนเกือบเสร็จสิ้น ฉ
เสียงกรีดร้องของฉันดังขึ้นเมื่อการสอดประสานเริ่มต้นขึ้น ฉันหลับตาปี๋ กัดริมฝีปากข่มความเจ็บปวดที่ถูกรุกรานพื้นที่หวงแหนทีละช้าๆ ทว่าไม่นานความอบอุ่นจากการโอบรัดของเขาที่ทิ้งตัวมาทาบทับก็เข้ามาช่วยผ่อนคลายพี่มังกรกดใบหน้ากับซอกคอขาว ท่อนแขนแกร่งโอบกอดลำตัวของฉัน ในขณะที่ท่อนล่างยังคงพยายามอย่างมากในการดุนดัน เขาส่งเสียงครางต่ำเป็นระยะบอกให้รู้ว่าลำบากแค่ไหน"อดทนหน่อย" สิ้นประโยคสะโพกหนาก็กระแทกเข้าหาอย่างแรงประสานเราสองคนอย่างสมบูรณ์ฉันแหงนใบหน้ากรีดร้อง จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างไปทั่วหวังเอาคืนเขาที่ทำให้ฉันเจ็บเจียนตาย แต่เหมือนจะเป็นฉันมากกว่าที่ถูกเอาคืน พี่มังกรเบี่ยงใบหน้ามาจูบฉันไปพร้อมกับช่วงล่างที่เริ่มขยับ เสียดสีผิวเนื้อของเราด้วยความเร่าร้อน สาดใส่ความมีอำนาจของมังกรด้วยเซ็กซ์ให้ฉันศิโรราบ บ้างก็ส่งเสียงครางกระเส่าที่สื่อถึงความสุขสม ฉันไม่รู้เลยว่าเป็นเหยื่อของมังกรนานแค่ไหน รู้เพียงว่าค่ำคืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกินและครั้งเดียวที่ฉันร้องขอ ผู้ชายติดเซ็กซ์ไม่ให้ฉันตามที่พูดจริงๆเวลาตีสามฉันตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำอย่างยากลำบาก เคยได้ยินมาบ้างว่าเซ็กซ์ครั้งแรกมักเจ็บ ฉันเชื่อ
คอนโดมิเนียมที่พี่มังกรอาศัยอยู่ใหญ่กว่าของฉันมากโข ถึงว่าทำไมไม่เอ่ยถามสักคำว่าฉันจะมานอนค้างกับเขา หรือเป็นเขาที่จะไปนอนค้างกับฉัน ฉันลงความเห็นไปก่อนเลยว่าที่นี่ดีที่สุดขณะนี้เราสองคนนั่งกันอยู่ในห้องครัว ตรงกลางโต๊ะมีพิซซ่าและเครื่องเคียงที่ซื้อเข้ามาด้วย ฉันชอบกินมันนะ แต่ด้วยรูปร่างที่ต้องดูแลจึงกินได้แค่นิดหน่อย เลาะๆ เล็มๆ ระหว่างนั่งคุยกัน"พี่จะคุยเรื่องข้อตกลง"“ก่อนอื่นพี่ควรไปใส่เสื้อค่ะ”พี่มังกรก้มมองตัวเองแล้วยักไหล่ “บ้านพี่ครับน้อง จะแก้ผ้าเดินก็ยังได้”เอาล่ะ! ฉันจะอดทนแล้วกัน แม้ว่าซิ๊กแพ๊คสวยๆ กล้ามหน้าอกแน่นๆ ที่ฝั่งขวามือมีรอยสักมังกรบ่งบอกตัวตนของเขานั่นจะกวนใจพอๆ กับหน้าหล่อเหลาของเขา“เชิญพี่พูดเลยค่ะ” ฉันเอียงตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รัศมีสายตามองเห็นเขา พยายามสนใจพิซซ่าที่กำลังกิน ทว่าหูตั้งใจฟัง“พี่จะไม่พูดไปถึงเรื่องแต่งงานเพราะเราแค่มาใช้ชีวิตให้คุ้นเคย มันคือการทดลองงาน วันหนึ่งเราอาจจะไม่โอเคแล้วถอนหมั้น.. "คำพูดของเขาทำฉันชะงักหัวใจโหวง ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองโลกสวยมาตลอดก็ตอนนี้ ก็ดันเผลอปักใจไปแล้วว่าต้องแต่งงานกับเขา มีเขาเป็นสามี แม้จะไม่มีความรัก
ไม่รู้ว่าพี่มังกรจัดการให้ฉันยังไง รู้เพียงว่าเทรนด์ทวิตเตอร์ที่เกี่ยวกับฉันหายไปทั้งหมด จิณฑ์ก็เงียบหายไปเลยตั้งแต่คืนนั้นที่ทะเลาะวิวาทกัน ส่วนเปรี้ยวไม่มาเรียนสามวันแล้ว รู้สึกหวั่นใจยังไงก็ไม่รู้ว่าเขาอาจทำอะไรเกินกว่าเหตุเพราะอำนาจและความนักเลงที่เขามีจนถึงวันเปิดตัวโชว์รูมรถ MMD ฉันถูกจ้างมาทำหน้าที่เป็นนางแบบยืนสวยๆ ข้างเจ้าของโชว์รูม ยืนยิ้มสวยๆ อย่างเดียวจริงๆ นะ ไม่ใช่พริตตี้ที่ต้องมายืนคู่กับรถด้วย แบบนี้แค่บอกให้ฉันมาในฐานะคู่หมั้นก็จบ ไม่ต้องจ้างงานลงคิวให้วุ่นวายปกติแล้วฉันจะจ้างช่างแต่งหน้าและช่างทำผมอย่างละหนึ่งคน ทว่าวันนี้พี่ลิลลี่รับหยุดทั้งหมดเพราะเห็นว่าเป็นงานคนกันเอง ไม่อยากให้วุ่นวายมีคนเอาไปเม้าท์มอยหลังจบงาน เครื่องหน้าเครื่องผมจึงไม่จัดจ้านเหมือนยามถ่ายแบบหรือถ่ายโฆษณา ชุดที่ฉันสวมใส่ก็เป็นชุดที่ทางพี่มังกรส่งมาให้ ชุดเดรสเกาะอกทรงสุ่มปิดหัวเข่าสีดำเหลือบสีแดง เข้าคู่กับเสื้อสูทสีดำของเขา เครื่องเพชรที่สวมใส่เป็นของแบรนด์ Sirin รองเท้าส้นสูงสีดำรัดข้อเท้าด้วยโบว์อันใหญ่เป็นของอภินันทนาการจากว่าที่แม่ผัวเอาเป็นว่าทุกคนหวังให้ฉันเฉิดฉายความสวยกันแบบจัดเต็ม







