LOGINไม่รู้ตัวเลยว่ามานอนอยู่ในห้องของพี่มังกรได้ยังไง ตอนตื่นขึ้นมาฉันตกใจแทบช็อก แต่พอมองไปที่ผนังห้องแล้วเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่ ก็หายตกใจกลายเป็นงุนงง
"พี่มังกร"
ฉันเอ่ยเรียกเจ้าของห้อง แต่กลับไม่พบว่าภายในห้องเวลาสี่ทุ่มมีคนอยู่ คงเป็นเขาที่ไปพาฉันมาจากคาเฟ่ของพี่เก้า ทว่าเขาไปไหนนี่สิ ระหว่างรอก็เลยไปอาบน้ำแล้วกลับมาสวมใส่เสื้อยืดตัวเดิมโดยถอดชุดชั้นในยัดใส่กระเป๋าสะพายเอาไว้ จากนั้นก็เดินออกมาตรงระเบียงห้อง รับลมเย็นๆ ที่พัดมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาตีเข้าใบหน้า
แกร๊ก! แต่เพียงไม่นานเสียงประตูก็ดังขึ้น ฉันหันกลับมอง พี่มังกรเดินเข้ามาพร้อมกับถุงพลาสติกในมือ เขาเดินเลี้ยวไปทางห้องครัว ฉันก็เลยเดินตามไปบ้าง
"พี่มังกรคะ"
เขาหันมาสบตา แต่มือไม่หยุดหยิบของออกมาวางบนเคาน์เตอร์ "ตื่นเมื่อไหร่"
"สักพักแล้วค่ะ พี่ไปพาวีกลับมาได้ยังไงคะ"
"ไอ้เก้าโทรบอก"
ฉันร้องอ๋อ "รถวีล่ะคะ"
"ก็จอดอยู่ที่นั่นไงครับน้อง พรุ่งนี้ค่อยไปเอา ส่วนเราก็นอนค้างที่นี่"
"ปฏิเสธได้ไหมล่ะคะ"
พี่มังกรขึงตาดุ ไม่ตอบคำถาม แต่นั่นล่ะคือคำตอบว่าไม่ได้ ฉันเลยเลียบๆ เคียงๆ มองดูว่าเขาซื้ออะไรมา ส่วนใหญ่จะเป็นของสด มีเบียร์กระป๋องหนึ่งแพ็ค
"ทำแบบเมื่อเช้าให้กินหน่อย"
"สุกี้โรลน่ะเหรอคะ ชอบเหรอ"
"อือ"
ถึงว่าวัตถุดิบเอื้ออำนวยไม่พอ น้ำจิ้มสุกี้ยังมีตั้งหลายขวด
"ไปนั่งรอค่ะ ยืนอยู่เกะกะ"
"เดี๋ยวจะถูกตี"
มือใหญ่สอดเข้ามาในเสื้อยืดบีบก้นฉันให้สะดุ้งกระเด้งตัวหนี เป็นฉันที่ฟาดมือตีหัวไหล่ของเขา "ทะลึ่ง!"
"เร็ว หิวจะแย่"
เขาหัวเราะแล้วเปิดตู้เย็นหยิบเบียร์กระป๋องกระดกดื่ม ไม่ได้ไปไหนไกล นั่งอยู่ตรงโต๊ะกินข้าวในห้องครัวนี้ ฉันเลิกสนใจคนกวน มือลูบก้นตรงที่ถูกหยิกป่อยๆ
เจ็บนะคนบ้า เดี๋ยวก้นช้ำขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ
"ทำไมไปถ่ายงานที่คาเฟ่"
ยังไม่ทันล้างผักกาดขาวเสร็จดีคำถามก็ลอยมา
"ลูกค้าเอาแบล็คกราวน์ค่ะ"
"แล้วทำไมไปนั่งหลับ"
"ก็ใครล่ะคะ" ฉันมองค้อนขวับ "เจ็ดยับซะดึก"
พี่มังกรยักไหล่กระดกเบียร์ไม่ยี่หระว่าทำฉันเพลียแค่ไหน
"แทนที่จะโทรมาให้ไปรับ"
"ก็วีบอกว่าขอมาแค่.."
"มานอนทุกคืน"
"ทำไมคะ" ฉันวางผักแล้วหันไปกอดอก ยืนพิงเคาน์เตอร์รอฟัง
เอาสิ! คุยไม่จบก็ไม่ต้องกินหรอก
"พี่ติดเซ็กซ์ไงครับน้องวีนัส"
"แล้วยังไงล่ะคะ"
"ต้องมีเซ็กซ์ทุกคืน ฉะนั้นเธอต้องมานอนกับพี่ทุกคืนเพราะพี่เป็นคู่หมั้นเธอ คงไปมีอะไรกับคนอื่นไม่ได้"
เวรกรรมมาตกที่ฉันแล้วไง..
เฮ้อ! ฉันถอนหายใจคอตกอย่างจำนนแล้วหันมาทำอาหารต่อ เป็นคนก้าวขาเข้ามาอย่างเต็มใจเองนี่ ยังไงก็ยังพอทนได้เพราะเขาก็แซ่บใช่เล่น ฉันจะถือว่าระหว่างนี้เรียนรู้ท่ายากไปพลางๆ ทนไม่ไหวเดี๋ยวจะบอกแล้วกัน
"ถึงตาวีถามบ้าง"
"ครับ"
"ใช่พี่หรือเปล่าที่จัดการจิณฑ์กับเปรี้ยว"
"พอใจกับผลลัพธ์ไหม"
พอรู้ว่าใช่ ริมฝีปากมันก็ยิ้มออกมาอัตโนมัติ ไม่คิดว่าเขาจะใส่ใจจัดการเคลียร์ให้จริงๆ
"พอใจค่ะ ขอบคุณค่ะที่ไม่ใช่กำลัง"
สวบ!
"อื้อ!" กำลังเพลินกับการยิ้มและหยิบปูอัดออกจากถุง แรงสวมกอดจากด้านหลังก็ทำให้ฉันตกใจปล่อยทุกอย่างทิ้ง พี่มังกรซุกไซร้สูดดมลำคอขาว หายใจฟึดฟัดเข้าออกด้วยอารมณ์ต้องการ สองมือบีบขย้ำเต้านมเสื้อยับยู่ยี่เลิกขึ้นสูง
"ขี้ยั่ว"
"วะ วีแค่กำลังทำอาหารให้.." ไปยั่วตอนไหนก่อน
ใบหน้าของฉันถูกรั้งให้ไปหารับจูบร้อนแรง บดคลึงเกี่ยวกวัดเรียวลิ้นให้ฉันอ่อนระทวยทิ้งตัวในอ้อมแขนของเขา
ฉันสู้เขาไม่ไหวเลย เพียงพี่มังกรสัมผัส ก็ยอมศิโรราบกับอำนาจที่มีเขามีล้นฟ้า เราจูบกันพร้อมกับเดินออกมาที่โซฟา เขาทิ้งตัวลงนั่ง รั้งให้ฉันนั่งคล่อมทับหน้าตักแล้วรูดรั้งเสื้อยืดตัวเดียวติดกายออกทางศีรษะ เปลือยกายสวยสดให้เขาได้ฟัด..
พี่มังกรฟัดฉันจนช้ำ เปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องให้ร้อนระอุ บังคับฉันด้วยมือและร่างกายของเขาให้ไปตามความปรารถนาในร่างกาย
กว่าเขาจะอิ่มก็นานนับชั่วโมง เรามาจบรอบสุดท้ายกันบนโซฟาในห้องนอน พอเสร็จก็กอดฉันเอาไว้ไม่ปล่อย คล้ายกับว่าอยากถ่ายทอดพลังกลับคืนมาเพราะสุกี้โรลของโปรดยังทำไม่เสร็จสิ้น
"คราวหลังอย่ายั่ว" เขาผงกศีรษะมาว่า ทั้งยังยักคิ้วกวน
"โดนยั่วหรือหื่นเข้าเส้น"
พอถูกฉันย้อนก็จับสองขาของฉันกระชับกับเอวสอบอีกครั้ง เขายิ้มที่เป็นต่อกว่าฉันมาก
"ต้องพิสูจน์ดูว่าหื่นไหม"
"หะ หื่น" ที่ทับกันอยู่ตอนนี้เพราะเขาเพิ่งเสร็จ ไอ้เจ้านั่นยังคาอยู่ในตัวฉันและตอนนี้เขาก็แกล้งขยับอีกแล้ว
"พี่ให้พิสูจน์ว่าหื่นเส้นไหนต่างหาก"
ทุกเส้นเลย! เผลอๆ เส้นผมก็อาจจะหื่นไปด้วย
ดูสิ! เขาผละออกไปเปลี่ยนถุงยางอนามัยอีกแล้ว
กว่าจะได้กินสุกี้โรลก็เกือบเที่ยงคืน พรุ่งนี้ฉันไปนั่งหลับอีกแหงๆ แต่คนที่ชิลตลอดเวลากลับนั่งกินไปเชียร์บอลในทีวีไปพร้อมกับเบียร์หนึ่งกระป๋อง ส่วนฉันกินไปสองชิ้นก็อิ่มเลยล้มตัวลงนอนบนโซฟาด้านหลังเพราะเขานั่งอยู่บนพื้นพรมพิงโซฟาอยู่
"วีหลับพาไปนอนด้วยนะคะ"
ร้องบอกเขาแล้วทิ้งหน้าผากพิงแผ่นหลังกว้าง ถึงมันจะแย่ที่อนาคตที่ควรมีร่วมกันมืดมน แต่ในบางช่วงจังหวะฉันกลับรู้สึกอุ่นใจยามแนบชิด อย่างตอนนี้ที่ฉันได้รับไออุ่นจากฝ่ามือใหญ่วกกลับมาวางบนศีรษะ ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้ฉันเลยนะ คนที่เขามีแฟนมันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง แต่น่าเสียดายที่ฉันไม่มีโอกาสได้เป็นแฟนของเขา เสียดายจริงๆ
ตารางงานถ่ายแฟชั่นและโฆษณาตัวจิ๋วๆ ของฉันเริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางเพราะข่าวเรื่องแย่งแฟนเพื่อนถูกกลบด้วยข่าวงานหมั้นทั้งหมด จนถึงตอนนี้ข่าวซาเสียจนคนอาจจะลืมชื่อวีนัสไปแล้วด้วยซ้ำ
ทว่าช่วงนี้ใกล้ปิดเทอมปีสาม มีสอบเสียส่วนใหญ่ ตารางงานจึงถูกผลักดันไปวันเสาร์อาทิตย์แทบจะทั้งหมด ฉันไม่ใช่คนโด่งดังที่จะเลื่อนนัดลูกค้าได้ง่ายๆ แต่บอกเหตุผลอย่างตรงไปตรงมา ลูกค้าที่เข้าใจและอยากร่วมงานกันก็จะเอื้อเฟื้อเลื่อนวันเวลาให้ คนไหนเร่งรีบก็ต้องแคนเซิลงานกันไปซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก
นับตั้งแต่มีคำสั่งให้ค้างคืนที่ห้องของพี่มังกรทุกคืน ตอนเช้าเขาไปส่งฉันที่มหาวิทยาลัย ขากลับฉันต้องนั่งแท็กซี่มาที่ MMD โชว์รูมเพื่อกลับคอนโดมิเนียมพร้อมกัน ไม่ต้องถามถึงคอนโดมิเนียมของฉัน อยู่ในสถานะร้างชั่วคราวมาสัปดาห์กว่าๆ เห็นจะได้
ขณะนี้พี่มังกรให้ฉันเข้ามานั่งในรถยี่ห้อหนึ่งตำแหน่งคนขับ ให้ฉันลองเหยียบคันเร่ง แตะเบรค เข้าเกียร์มาสักพักแล้ว
"ดีนะคะ เหมาะกับเท้าผู้หญิงดี"
ฉันบอกเขาที่ย่อตัวนั่งลงอยู่ด้านข้าง เขาพยักหน้าแล้วแบมือที่มีกุญแจรถมาตรงหน้า
"อย่าบอกนะคะว่าจะยกให้วี" เพิ่งรู้ว่าเขาก็สายเปย์เหมือนกัน ฉันยื่นมือไปหยิบ ทว่าไม่ทันเขาที่รวบเก็บมันไปก่อน
"เป็นเด็กดีแล้วจะให้"
"เอ้า! แล้วเป็นเด็กไม่ดีตรงไหนล่ะคะ ทำสุกี้โรลให้กินทุกวันเลยนะเนี่ย"
ทุกวันจริงๆ นะ พี่มังกรชอบกินมันมาก เขาบอกว่ากินง่ายและอร่อย ฉันก็ทำเช้าทำเย็น บ้างก็ใส่กล่องให้เขาเอาไปกินที่มหาวิทยาลัย บ้างก็เอามากินที่นี่
"ดื้อ.. " เขาว่า คนหล่อหน้าตึงคิ้วขมวดก่อนจะหันใบหน้าไปอีกทางบ่งบอกเรื่องที่ฉันดื้อ
ก็นึกว่าเรื่องอะไร
"ขอโทษค่ะ เมื่อเช้าวีรีบค่ะ"
"..." พี่มังกรยังคงหันข้างไม่เปลี่ยน โอเค ไม่เคยชนะเขาอยู่แล้วนี่ แพ้อีกสักครั้งจะเป็นไร
ฉันแนบสองมือกับแก้มสากแล้วยื่นใบหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มนั้นเบาๆ พลันคนหยิ่งก็หันมายักคิ้วปากยกยิ้มพึงพอใจ
นี่แหละคือเรื่องที่เขาว่าฉันดื้อ เมื่อเช้าฉันไม่ได้หอมแก้มเขาก่อนลงจากรถ คนที่บอกว่าไม่สะดวกใช้สถานะแฟนกับฉัน คนที่บอกว่าจะไม่พูดถึงเรื่องแต่งงาน แต่กลับมีเซ็กซ์กับฉันทุกคืน ชอบสุกี้โรลฝีมือฉันและงอนที่ฉันไม่หอมแก้มในตอนเช้า
ฉันไม่รู้จะเอายังไงกับเขาดี เจอแบบนี้ บางทีลำบาก ก็ว้าวุ้นดีเหมือนกัน
ออกจากโชว์รูมรถเราสองคนไม่ได้กลับคอนโดมิเนียม พี่มังกรพาฉันมาร้านเหล้าที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยของเขาเพราะเขากับเพื่อนมาฉลองทิ้งทวนก่อนเรียนจบในอีกไม่กี่วันฉันนั่งข้างพี่แพรวอีกเหมือนเคยและวันนี้เธอก็มีข่าวดีมาบอกว่าอีกไม่ถึงสองเดือนจะแต่งงานกับพี่เดย์ เป็นเรื่องน่ายินดีและน่าอิจฉาที่สุด ฉันอิจฉาเธอที่มีผู้ชายที่รักและเฝ้ารอจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันอย่างมั่นคง"ต้องไปนะน้องวีนัส ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว""วีอยากไปค่ะ แต่.." เอียงหัวไปทางพี่มังกร "ไม่ให้ไปด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์""ชิ! พวกผู้ชายนิสัยไม่ดี ไม่รักก็ไม่รู้จะกั๊กทำไม"พี่แพรวคงรู้เรื่องมาจากพี่เดย์ถึงได้พูดประโยคทิ่มแทงใจฉันเต็มๆ ฉันพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย พอมันเศร้าเหล้าเท่านั้นจึงเป็นทางออก ฉันหยิบแก้วมาชนกับแก้วพี่แพรว ดื่มเหมือนน้ำเปล่า ลืมสิ้นว่าเคยสองชั่วโมงไม่หมดสามแก้ว พี่วินซ์ก็เจ๋งดีจริงๆ ชงให้ฉันใหม่ตลอดเลย"พี่น่ารักจัง ขอบคุณนะคะ"พอเมาฉันก็กล้าพูดมากขึ้น เอ่ยชมพี่วินซ์ เขารับคำชมด้วยการหยิบแก้วตัวเองมาชน"เมาให้เต็มที่เลยครับ ไอ้มังกรมันชอบ เอ๊ย! มันพร้อมจะดูแล""เหรอค้า"ฉันหันไปถามคนข้างๆ พี่มังกรพาดท่อนแขนกับเอวของฉันอยู่
ไม่รู้ตัวเลยว่ามานอนอยู่ในห้องของพี่มังกรได้ยังไง ตอนตื่นขึ้นมาฉันตกใจแทบช็อก แต่พอมองไปที่ผนังห้องแล้วเห็นนาฬิกาเรือนใหญ่ ก็หายตกใจกลายเป็นงุนงง"พี่มังกร"ฉันเอ่ยเรียกเจ้าของห้อง แต่กลับไม่พบว่าภายในห้องเวลาสี่ทุ่มมีคนอยู่ คงเป็นเขาที่ไปพาฉันมาจากคาเฟ่ของพี่เก้า ทว่าเขาไปไหนนี่สิ ระหว่างรอก็เลยไปอาบน้ำแล้วกลับมาสวมใส่เสื้อยืดตัวเดิมโดยถอดชุดชั้นในยัดใส่กระเป๋าสะพายเอาไว้ จากนั้นก็เดินออกมาตรงระเบียงห้อง รับลมเย็นๆ ที่พัดมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาตีเข้าใบหน้าแกร๊ก! แต่เพียงไม่นานเสียงประตูก็ดังขึ้น ฉันหันกลับมอง พี่มังกรเดินเข้ามาพร้อมกับถุงพลาสติกในมือ เขาเดินเลี้ยวไปทางห้องครัว ฉันก็เลยเดินตามไปบ้าง"พี่มังกรคะ"เขาหันมาสบตา แต่มือไม่หยุดหยิบของออกมาวางบนเคาน์เตอร์ "ตื่นเมื่อไหร่""สักพักแล้วค่ะ พี่ไปพาวีกลับมาได้ยังไงคะ""ไอ้เก้าโทรบอก"ฉันร้องอ๋อ "รถวีล่ะคะ""ก็จอดอยู่ที่นั่นไงครับน้อง พรุ่งนี้ค่อยไปเอา ส่วนเราก็นอนค้างที่นี่""ปฏิเสธได้ไหมล่ะคะ"พี่มังกรขึงตาดุ ไม่ตอบคำถาม แต่นั่นล่ะคือคำตอบว่าไม่ได้ ฉันเลยเลียบๆ เคียงๆ มองดูว่าเขาซื้ออะไรมา ส่วนใหญ่จะเป็นของสด มีเบียร์กระป๋องหนึ่งแพ
"เป็นอะไร ไม่สบายเหรอ" กิ๊ฟแตะฝ่ามือกับหัวไหล่ของฉัน เขย่าเบาๆ เรียกเพราะเห็นว่าฉันฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียนหลังจากที่อาจารย์เดินออกไปจากห้อง"ครั่นเนื้อครั่นตัวนิดหน่อย""ไปห้องพยาบาลไหม""ไม่หรอก พักสายตาสักเดี๋ยว เดี๋ยวก็จะไปทำงานต่อ""แกนี่นะ.. เกิดบนกองเงินกองทองแต่ทำงานเหมือนบ้านล้มละลาย""พวกดาราที่ทำงานเจ็ดวันต่อสัปดาห์ บ้านเขารวยกว่าฉันอีกนะ""ย่ะ ฉันนั่งเป็นเพื่อนแล้วกัน""ขอบใจ เดี๋ยวเลี้ยงหนม"ฉันยิ้มให้ยัยกิ๊ฟเพื่อนเลิฟที่ทำตัวชิลไม่ต่างจากคนเมื่อเช้า กิ๊ฟบ้านมีฐานะไม่ต่างจากฉันนักหรอก เป็นลูกผู้ดีต่างจังหวัดที่มาอยู่กรุงเทพแบบสบายๆ เรียนจบก็กลับไปช่วยกิจการครอบครัว ไม่ต้องดิ้นรนใดๆ เลยบ่ายสามฉันก็ขับรถมาที่คาเฟ่ตามที่นัดหมายกับเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า วันนี้พี่ลิลลี่ไม่มาเพราะแม่ของเธอป่วย ฉันเลยฉายเดี่ยวตั้งแต่ต้น ดีที่ทางแบรนด์มีช่างแต่งหน้าทำผมมาให้หนึ่งคนเลยทุ่นแรงไปได้นิดหน่อยคาเฟ่แมวสไตล์มินิมอลถูกเช่าเป็นสตูดิโอถ่ายทำเสื้อผ้าสามชั่วโมง โซนด้านหลังที่เป็นสวนดอกไม้ถูกปิดให้บริการเนื่องจากตรงนี้ถูกการถ่ายแบบใช้งาน ส่วนตัวคาเฟ่ยังรับลูกค้าได้ปกติ ถ่ายทำไปจนเกือบเสร็จสิ้น ฉ
เสียงกรีดร้องของฉันดังขึ้นเมื่อการสอดประสานเริ่มต้นขึ้น ฉันหลับตาปี๋ กัดริมฝีปากข่มความเจ็บปวดที่ถูกรุกรานพื้นที่หวงแหนทีละช้าๆ ทว่าไม่นานความอบอุ่นจากการโอบรัดของเขาที่ทิ้งตัวมาทาบทับก็เข้ามาช่วยผ่อนคลายพี่มังกรกดใบหน้ากับซอกคอขาว ท่อนแขนแกร่งโอบกอดลำตัวของฉัน ในขณะที่ท่อนล่างยังคงพยายามอย่างมากในการดุนดัน เขาส่งเสียงครางต่ำเป็นระยะบอกให้รู้ว่าลำบากแค่ไหน"อดทนหน่อย" สิ้นประโยคสะโพกหนาก็กระแทกเข้าหาอย่างแรงประสานเราสองคนอย่างสมบูรณ์ฉันแหงนใบหน้ากรีดร้อง จิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างไปทั่วหวังเอาคืนเขาที่ทำให้ฉันเจ็บเจียนตาย แต่เหมือนจะเป็นฉันมากกว่าที่ถูกเอาคืน พี่มังกรเบี่ยงใบหน้ามาจูบฉันไปพร้อมกับช่วงล่างที่เริ่มขยับ เสียดสีผิวเนื้อของเราด้วยความเร่าร้อน สาดใส่ความมีอำนาจของมังกรด้วยเซ็กซ์ให้ฉันศิโรราบ บ้างก็ส่งเสียงครางกระเส่าที่สื่อถึงความสุขสม ฉันไม่รู้เลยว่าเป็นเหยื่อของมังกรนานแค่ไหน รู้เพียงว่าค่ำคืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกินและครั้งเดียวที่ฉันร้องขอ ผู้ชายติดเซ็กซ์ไม่ให้ฉันตามที่พูดจริงๆเวลาตีสามฉันตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำอย่างยากลำบาก เคยได้ยินมาบ้างว่าเซ็กซ์ครั้งแรกมักเจ็บ ฉันเชื่อ
คอนโดมิเนียมที่พี่มังกรอาศัยอยู่ใหญ่กว่าของฉันมากโข ถึงว่าทำไมไม่เอ่ยถามสักคำว่าฉันจะมานอนค้างกับเขา หรือเป็นเขาที่จะไปนอนค้างกับฉัน ฉันลงความเห็นไปก่อนเลยว่าที่นี่ดีที่สุดขณะนี้เราสองคนนั่งกันอยู่ในห้องครัว ตรงกลางโต๊ะมีพิซซ่าและเครื่องเคียงที่ซื้อเข้ามาด้วย ฉันชอบกินมันนะ แต่ด้วยรูปร่างที่ต้องดูแลจึงกินได้แค่นิดหน่อย เลาะๆ เล็มๆ ระหว่างนั่งคุยกัน"พี่จะคุยเรื่องข้อตกลง"“ก่อนอื่นพี่ควรไปใส่เสื้อค่ะ”พี่มังกรก้มมองตัวเองแล้วยักไหล่ “บ้านพี่ครับน้อง จะแก้ผ้าเดินก็ยังได้”เอาล่ะ! ฉันจะอดทนแล้วกัน แม้ว่าซิ๊กแพ๊คสวยๆ กล้ามหน้าอกแน่นๆ ที่ฝั่งขวามือมีรอยสักมังกรบ่งบอกตัวตนของเขานั่นจะกวนใจพอๆ กับหน้าหล่อเหลาของเขา“เชิญพี่พูดเลยค่ะ” ฉันเอียงตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้รัศมีสายตามองเห็นเขา พยายามสนใจพิซซ่าที่กำลังกิน ทว่าหูตั้งใจฟัง“พี่จะไม่พูดไปถึงเรื่องแต่งงานเพราะเราแค่มาใช้ชีวิตให้คุ้นเคย มันคือการทดลองงาน วันหนึ่งเราอาจจะไม่โอเคแล้วถอนหมั้น.. "คำพูดของเขาทำฉันชะงักหัวใจโหวง ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองโลกสวยมาตลอดก็ตอนนี้ ก็ดันเผลอปักใจไปแล้วว่าต้องแต่งงานกับเขา มีเขาเป็นสามี แม้จะไม่มีความรัก
ไม่รู้ว่าพี่มังกรจัดการให้ฉันยังไง รู้เพียงว่าเทรนด์ทวิตเตอร์ที่เกี่ยวกับฉันหายไปทั้งหมด จิณฑ์ก็เงียบหายไปเลยตั้งแต่คืนนั้นที่ทะเลาะวิวาทกัน ส่วนเปรี้ยวไม่มาเรียนสามวันแล้ว รู้สึกหวั่นใจยังไงก็ไม่รู้ว่าเขาอาจทำอะไรเกินกว่าเหตุเพราะอำนาจและความนักเลงที่เขามีจนถึงวันเปิดตัวโชว์รูมรถ MMD ฉันถูกจ้างมาทำหน้าที่เป็นนางแบบยืนสวยๆ ข้างเจ้าของโชว์รูม ยืนยิ้มสวยๆ อย่างเดียวจริงๆ นะ ไม่ใช่พริตตี้ที่ต้องมายืนคู่กับรถด้วย แบบนี้แค่บอกให้ฉันมาในฐานะคู่หมั้นก็จบ ไม่ต้องจ้างงานลงคิวให้วุ่นวายปกติแล้วฉันจะจ้างช่างแต่งหน้าและช่างทำผมอย่างละหนึ่งคน ทว่าวันนี้พี่ลิลลี่รับหยุดทั้งหมดเพราะเห็นว่าเป็นงานคนกันเอง ไม่อยากให้วุ่นวายมีคนเอาไปเม้าท์มอยหลังจบงาน เครื่องหน้าเครื่องผมจึงไม่จัดจ้านเหมือนยามถ่ายแบบหรือถ่ายโฆษณา ชุดที่ฉันสวมใส่ก็เป็นชุดที่ทางพี่มังกรส่งมาให้ ชุดเดรสเกาะอกทรงสุ่มปิดหัวเข่าสีดำเหลือบสีแดง เข้าคู่กับเสื้อสูทสีดำของเขา เครื่องเพชรที่สวมใส่เป็นของแบรนด์ Sirin รองเท้าส้นสูงสีดำรัดข้อเท้าด้วยโบว์อันใหญ่เป็นของอภินันทนาการจากว่าที่แม่ผัวเอาเป็นว่าทุกคนหวังให้ฉันเฉิดฉายความสวยกันแบบจัดเต็ม







